THE ONE

    ตอนที่ 94 คุณหนูโจวผู้ซื่อตรง


            ผ่านไปราว 10 นาทีพนักงานคนเดิมก็มาที่เทียนคงและสองสตรีพร้อมกับผายมือให้เพื่อจะนำทางเทียนคงไปที่ห้องพัก

                  

            “เรียนเชิญคุณชายและคุณหนูห้องพักของพวกท่านพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”

                  

            พนักงานพาทั้งสามคนเดินไปยังเส้นทางส่วนตัวที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับแขกคนพิเศษเท่านั้น จากนั้นก็พาขึ้นไปที่ห้องพักยังชั้นที่ 145 เกือบจะเป็นชั้นที่สูงที่สุดของโรงแรม

                  

            “ถึงแล้วเจ้าค่ะคุณชายคุณหนู หากมีตรงไหนไม่สะดวกสบาย หรือต้องการสิ่งใด โปรดกดที่ปุ่มสีเขียวตรงนั้นนะเจ้าคะตำหนักชิราอิชิยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ ขอบคุณมากเจ้าค่ะ” พูดจบพนักงานก็ก้าวถอยหลังแล้วฉากหลบไป

                  

            “เอาล่ะพวกเราได้ที่พักแล้ว ทีนี้เจ้าจะให้ข้าพาไปที่ไหนต่อดี” ซินเหยียนนั่งลงยังโซฟารับแขกในห้องของเทียนคงแล้วเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น

                  

            “ไปเดินเล่นที่ส่วนการค้ากันเลยเถอะ”

                  

            “ได้....”

                  

            ระหว่างที่กลุ่มเทียนคงเดินไปที่ส่วนการค้าได้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพยักหน้าให้กันแล้วแยกย้ายกันไปคนละทาง

                  

            สามหน่อเดินทางมาถึงส่วนการค้าซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย และแค่ร้านค้าต่าง ๆในชั้นที่หนึ่ง ก็ละลานตระการตาแล้วเทียนคงเดินดูร้านค้าแต่ละร้านไปเรื่อย ๆอย่างช้า ๆ แต่ดูจะมีคนหนึ่งที่ดูตื่นเต้นมากที่สุดที่ได้มาเดินเล่นที่ส่วนการค้าตำหนักชิราโอชินี้ กลุ่มเทียนคงเดินไป ซื้อของไป และก็แวะทานอาหารบ้างเพราะเทียนคงอยากรู้ว่าจะมีสักที่ไหม ที่รสชาตอาหารจะถูกปากเขา แต่ก็ผิดหวังอีกตามเคยแม้จะมีรสชาตดีกว่าทุกที่ที่ผ่านมาแม้แต่นครวิหคคราม แต่ก็ยังไม่ได้เรื่องอยู่ดี

            

            กลุ่มเทียนคงเดินเล่นไปเรื่อยๆ จนผ่านชั้นที่ 1 – 5 อย่างรวดเร็ว และสิ่งที่เทียนคงอยากรู้ก็พอจะได้เรื่องขึ้นมาบ้างอัตราแลกเปลี่ยนอัญมณีก็ไม่ได้แพงอย่างที่เขาคิดมากนัก แต่นั่นมันก็เพียงอัญมณีระดับ1 และ 2 ซึ่งเป็นระดับที่หาได้ทั่วไป

            

            และก็อย่างที่คิดพอมาถึงชั้นที่ 6 ก็จะเจออัญมณีระดับ 3 และ 4 ซึ่งราคานั้นจะคนละเรื่องกับระดับ 1และ 2 เลย เพราะโอกาสที่จะเจออัญมณีระดับ 3 คือ 3 ใน 10 ส่วน ส่วนระดับ 4 คือ 1 ใน10 ส่วน ที่เหมืองอัญมณี

            

            “เทียนคง... เจ้าคงไม่ได้จะเดินให้ครบทุกร้านใช่ไหม” คุณหนูโจวที่ตอนแรกกระโดดโลดเต้นที่ได้มาแต่พอเดินตามเทียนคงมาเกือบจะหนึ่งวันเต็ม ก็เริ่มไม่ไหว เพราะท้องของนางเริ่มโวยวายแล้ว

            

            “ตั้งใจไว้แบบนั้นนะมีอะไรหรือ” เทียนคงยิ้มบางตอบ ในขณะที่มือก็รับอัญมณีจากพ่อค้ามาดูอย่างสนใจ

            

            “เจ้าพาข้าเดินมาทั้งวันแบบนี้แล้วไม่คิดจะพาไปนั่งพักจิบชาเสียหน่อยหรือทำไมเจ้าช่างใจร้ายกับสตรีได้เยี่ยงนี้นะ”

            

            “อ่ออองั้นรึ ก็แล้วทำไมพวกท่านไม่พูดตั้งแต่แรกเล่าว่าอยากพักน่ะ .... ซินเหยียนโปรดนำทาง ...”

                  

            ระหว่างที่พักอยู่ที่ร้านชามีเสียงโวยวายของหญิงชายกลุ่มหนึ่งด้านนอกร้าน ใกล้พอที่กลุ่มเทียนคง จะฟังใจความได้ซึ่งเรื่องก็คือ มีบุตรของนักท่องเที่ยวซึ่เป็นหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ได้ทำอัญมณีระดับ4 ตกแตก ซึ่งมีมูลค่าหลายล้านเหรียญเงิน แต่นักท่องเที่ยวคนนี้เองไม่เชื่อว่าบุตรของตนเป็นคนทำสินค้าเสียหายจึงเกิดการถกเถียงกัน ซึ่งทางร้านมีกำลังคนมากกว่า จึงได้จับเด็กเป็นตัวประกันแล้วพาหญิงวัยกลางคนไปโรงปราบ เพื่อชดใช้ค่าเสียหาย จากนั้นถึงจะปล่อยตัวเด็ก

                  

            ซินเหยียนนั่งมองดูเหตุการณ์อยู่ก็ถอนหายใจออกมา แล้วพยายามไม่มองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า จนเทียนคงอดประหลาดใจไม่ได้ว่าทำไมซินเหยียนถึงไม่คิดที่จะช่วยเหลือ

                  

            “....ไม่ต้องสงสัยไปหรอก ที่เห็นนี่คงไม่พ้นพวกต้มตุ๋น แสดงละครหลอกลวงให้ใครสักคนเข้าไปติดกับ ...ที่เจ้าเห็นเนี่ย เป็นพวกมันทั้งหมดนั่นแหละ เจ้าอย่าสนใจเลย”

                  

            เทียนคงฟังก็เลิกคิ้วขึ้นมาตัวเขาไม่ได้แปลกใจเรื่องที่พวกที่เห็นเป็นพวกต้มตุ่นเพราะหลายคนในเหตุการณ์ตอนนี้เป็นคนที่ปล่อยจิตสังหารออกมาแม้แต่ตัวหญิงวัยกลางคนคนนั้นด้วย เขาจึงตอบซินเหยียนไปว่า “ข้ารู้ .... แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่รู้นะ...”

             

            ดูท่าแล้วคนที่ซินเหยียนควรจะตักเตือนไม่ใช่เทียนคงแต่เป็นองครักษ์ของนางเอง โจวซูอิ่ง ที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่โต๊ะแล้ว แต่ไปยืนขวางหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังพาเด็กไปซินเหยียนมองตามมือที่เทียนคงชี้ไปก็ตะลึงไป เพราะนางเองก็ลืมไปเลยว่าคุณหนูโจวเป็นคนอย่างไรและนางก็ยังไม่ได้บอกเรื่องนี้ด้วย บ้าจริง

            

            “พวกเจ้าหยุดการกระทำทุกอย่างเดี๋ยวนี้....”

            

            “แม่นางนี่ไม่ใช่เรื่องของท่าน อย่ายุ่งจะดีกว่าน่า ...”หนึ่งในชายฉกรรจ์กล่าวพร้อมโบกมือไล่คุณหนูโจวไป

            

            “ข้าจะเตือนอีกครั้งปล่อยเด็กและท่านน้าเสีย พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้โดยพลการหน้าที่ในการจับกุมคนมีเพียงเจ้าหน้าที่เท่านั้น”

            

            ชายฉกรรจ์แม้ได้ยินที่คุณหนูโจวพูดเต็มสองหูแต่ก็ทำเป็นไม่สนใจแล้วลากหญิงกลาวคนกับเด็กไปกันคนทิศ

            

            “ข้าเตือนแล้วนะ.... ฟุบบบ ๆๆ ผั๊วะ ๆๆๆ ๆๆ ....” คุณหนูโจวไม่กล่าววาจาต่อเช่นกันเพราะในเมื่ออีกฝ่ายไม่ฟังคำ ก็ลงมือเลยง่ายกว่า เพียงพริบตาเดียว พลองไม้เล่มหนึ่งก็ถูกดึงออกมาจากแหวนมิติแล้วฟาดไปที่ชายฉกรรจ์ที่รุมล้อมอยู่กว่า 10 คนจนล้มลงกันทุกคน

            

            “จะเจ้า กล้าลงมือเรอะ ... เด็ก ๆ จับตัวนังนี่ไปด้วย” ชายฉกรรจน์คนเดิมตอนแรกคิดว่าคุณหนูโจวจะออกหน้าแทนหญิงกลางคนและจ่ายค่าเสียหายให้ แต่ที่ไหนได้ กลับถูกพลองไม้ฟาดหน้าจนเลือดอาบเสียนี่แต่เขาก็ไม่คิดว่าคุณหนูโจวจะเป็นนักรบที่มีระดังพลังสูง แต่คิดว่าที่ตัวเองโดนเป็นเพราะไม่ทันระวังต่างหากจึงสั่งการออกไป            

            

            และในจังหวะนั้นเองที่เทียนคงและซินเหยียนได้เข้ามาร่วมเหตุการณ์แล้วซึ่งซินเหยียนก็ไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดไปมากกว่านี้จึงโยนเงินจำนวนหนึ่งให้กับชายฉกรรจ์เหล่านั้นแล้วพูดว่า “เพื่อนข้าแค่ไม่อยากให้พวกท่านลงมือกับเด็กจึงพลั้งมือไป พวกท่านก็อย่าได้ถือสาเลย เงินจำนวนนั้นเป็นค่าทำขวัญและค่ารักษา ส่วนเรื่องค่าเสียหายอะไรนั่นข้าจะทำเป็นไม่เห็นในครั้งนี้ แล้วก็อย่าได้หลอกลวงต้มตุ๋นใครอีก”

            

            ซินเหยียนพูดจบก็พาคุณหนูโจวที่กำลังงงอยู่ว่าซินเหยียนพูดอะไรแต่ก็ไม่ขัดขืนแล้วเดินตามไปแต่โดยดี

            

            ส่วนเหล่าชายฉกรรจน์ที่ถูกเปิดโปงก็หน้าเสียไปแต่คนที่เป็นหัวหน้ายังคงดึงดั้น แล้วกล่าวว่า “จะ เจ้าพูดอะไร ใครต้มตุ๋น เจ้าจะกล่าวหากันแบบนี้ไม่ได้นะเห็น ๆอยู่ว่าของข้าเสียหาย เจ้าต่างหาก เป็นพวกกับนังนี่ใช่ไหม ถึงได้ทำแบบนี้... เด็ก ๆจับตัวพวกมันให้หมด” ระหว่างพูดก็จล็อคตัวหญิงวัยกลางคนไว้ด้วย

            

            เหล่าชายฉกรรจน์กว่า10 คนที่หน้าแหกไปแล้ว ก็พากันลุกฮือกันเข้าใส่สองสตรีแต่พวกนางไม่ได้สนใจแล้วเดินกลับไปที่ร้านชาเพราะพวกนางรู้ว่าเทียนคงจะจัดการที่เหลือให้

            

            ซึ่งก็เป็นแบบนั้นชายฉกรรจน์ไม่ทันได้เข้าถึงตัว ต่างก็ล้มลงไปกับพื้น แล้วสลบกันไปทั้งอย่างนั้นด้วยน้ำลายฟูมปาก

            

            “ท่านน้าข้าไม่รู้ว่าท่านเกี่ยวข้องกับพวกนี้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งท่านไม่ควรจะเอาเด็กมาหาผลประโยชน์ในทางที่ผิดแบบนี้นะวันข้างหน้าท่านอาจไม่โชคดีเจอคนแบบพวกข้าที่ปล่อยพวกท่านไปแบบนี้” พูดตักเตือนจบเทียนคงก็เดินไปสมทบกับสองสตรี

                  

            เทียนคงสัมผัสได้ว่าคนที่จิตสังหารรุนแรงที่สุดคือหญิงวัยกลางคนคนนี้นี่แหละดังนั้นแล้ว คนที่เป็นหัวหน้าจริง ๆคงจะเป็นหญิงคนนี้ดังนั้นแล้วเทียนคงจึงจงใจพูดไปแบบนั้น ใช่ว่าเขาไม่อยากจัดการคนพวกนี้แต่แล้วยังไงล่ะ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำเขาไม่สามารถกวาดล้างคนพวกนี้ไปได้หมดอยู่แล้ว ดังนั้นแล้วหากคิดจะทำอะไรจริงๆล่ะก็ หน้าที่นี้ก็ควรเป็นของสองหญิงงามนั่นต่างหาก

                  

            หญิงวัยกลางคนมองตามเทียนคงไปด้วยสายตาอาฆาตแค้นแต่เมื่อรู้ว่าเทียนคงไม่ตกหลุมพรางและพวกเขาก็ดูจะไม่ง่าย จึงต้องยอมถอยแต่โดยดีแล้วพาเด็กจากไป โดยทิ้งชายฉกรรจ์สิบกว่าคนให้นอนหมดสติอยู่อย่างนั้น

                  

            “เจ้าทำได้ยังไงน่ะข้ามองไม่ทันเลย” คุณหนูโจวไม่ได้สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เลยสักนิดแต่กลับสนใจวิชาที่เทียนคงใช้จัดการชายฉกรรจน์เหล่านั้นต่างหาก

                  

            “จิตสังหารน่ะ..... ช่างเรื่องนี้ก่อน .... นี่ ซินเหยียน ในเมื่อท่านรู้เรื่องพวกนี้อยู่แล้วทำไมถึงไม่มีคนมาจัดการคนพวกนี้เลยล่ะ”

                  

            “.....เพราะนี่เป็นพื้นที่ดูแลของพี่ข้าน่ะสิ ตามกฎของราชสำนัก คือองค์หญิงองค์ชายจะไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน แล้วเจ้าจะให้ข้าทำยังไงล่ะ”ซินเหยียนตอบออกมาด้วยใบหน้าสุดละอายใจ เพราะนางได้พยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้มาหลายครั้งหลายคราแต่เรื่องก็จบลงที่ให้พี่ชายของนาง องค์ชายสอง จัดการให้เรียบร้อยซึ่งผลก็เป็นอย่างที่เห็น ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด

                  

            อีกอย่างเรื่องการต้มตุ๋นพวกนี้ก็ไม่ใช่คดีร้ายแรงอะไรเสียด้วยพวกเขาแค่ทำการแสดงเพื่อหลอกนักท่องเที่ยวที่ร่ำรวยบางคนที่ทนดูไม่ได้แล้วจ่ายค่าเสียหายแทน ซึ่งคนให้ยินดีที่จะให้ ทางเจ้าหน้าที่จึงขี้คร้านจะเสียเวลามาทำคดีพวกนี้

                  

            “งั้นหรือแสดงว่าพวกราชวงศ์ก็มีพวกไม่ได้เรื่องกันอยู่พอควรนะ” เทียนคงพูดลอยๆขึ้นมาโดยไม่ได้คิดอะไร ซึ่งซินเหยียนเองก็เห็นด้วย แต่คุณหนูโจวผู้ซื่อตรงแม้จะเห็นด้วยแต่ด้วยตำแหน่งหน้าที่ นางทนฟังคนหยามเกียรติราชวงศ์ไม่ได้ จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เทียนคงแม้ข้าจะชื่นชม และเริ่มชอบเจ้าขึ้นมาบ้างแล้ว แต่คำพูดในเชิงหมิ่นราชวงศ์ข้ายอมรับไม่ได้หรอกนะ อย่าให้ข้าได้ยินเจ้าพูดแบบนี้อีก เข้าใจไหม”

                  

            เทียนคงได้ยินคุณหนูโจวทำหน้าเคร่งครึมแล้วดุมาแบบนี้แทนที่จะตอบรับ เขากลับยิ้มแล้วหัวเราะขึ้นมาเสียอย่างนั้นซึ่งก็ทำให้ซินเหยียนหัวเราะตามไปด้วย จนคุณหนูโจวหน้าแดงด้วยความเขินอายแม้เทียนคงจะไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่สีหน้าเจ้านี่มันอะไร แล้วก็ซินเหยียนอีก จนนางต้องเอ่ยขึ้นมาว่า“นี่เจ้าเป็นเชื้อพระวงศ์นะ ไม่รู้สึกอะไรเลยรึไงที่มีคนว่าร้ายน่ะ เชอะข้าไม่ชอบพวกเจ้าแล้ว” ....