เสวี่ยเหิงกวาดสายตาไปมองสามผู้อาวุโสระดับสูงของวิหารเยือกแข็งก่อนจะเค้นเสียงอย่างเย็นชาแล้วเดินจากไปชายวัยหลางคนผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลหอลงทัณฑ์หันไปมองเสวี่ยเหิงจากไปด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนจะถอนหายใจ"ดูเหมือนวิหารเยือกแข็งใกล้จะถูกตระกูลเสวี่ยกลืนกินเเล้ว" ชายวัยกลางคนกล่าว"ไม่หรอก ภายในตระกูลเสวี่ยเองก็มีอยู่สองฝ่าย อีกฝ่ายนึงนั้นอยู่ข้างพวกเรา ถึงแม้ท่านจักรพรรดินีจะเป็นประมุขของวิหารเยือกแข็งแต่นางก็ไม่ได้เข้าข้างตระกูลเสวี่ย นางมักจะทำตัวเป็นกลาง แต่สำหรับผู้อาวุโสระดับสูงจำนวนมากในวิหารเยือกแข็งนั้นแทบจะครึ่งนึงเป็นของตระกูลเสวี่ย" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจ"เอาละพวกเจ้าออกไปกันได้เเล้ว ตราบใดที่พวกเจ้ายังอยู่ในเขตของวิหารเยือกแข็งพวกเจ้าจะปลอดภัย" หญิงชรากล่าวกลุ่มของหยางจื่อคารวะให้แก่กลุ่มชายชราเเล้วเดินออกไป หยางจื่อในตอนนี้เริ่มมีมิตรสหายมากมายภายในวิหารเยือกแข็งเเล้ว อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ตัวคนเดียวอีก ถึงแม้สหายเหล่านี้จะอ่อนแอแต่พวกเขาก็ไม่ทอดทิ้งหยางจื่อยามลำบาก"การที่พวกท่านเคลื่อนใหวเพื่อเขาแสดงว่าเขาคือชายหนุ่มผู้ครอบครองเส้นลมปราณมังกรสวรรค์จริง ๆสินะ" ชายวัยกลางคนกล่าว"แน่นอน ไม่ว่าจะด้านนิสัยหรือด้านพรสวรรค์เขาเหนือกว่าอัจฉริยะของตระกูลเสวี่ยทั้งหมด ต่อให้เป็นเสวี่ยเฉินก็ไม่สามารถเทียบได้กับหยางจื่อ นี่ถ้าหากทั้งสองมีอายุเท่ากัน ป่านนี้หยางจื่อคงจะนำหน้าเสวี่ยเฉินไปใกลเเล้ว" ชายชรากล่าว"แต่ว่าพื้นเพของเขายังไม่แน่ชัดไม่ใช่รึ" ชายวัยกลางคนกล่าว"ใช่เเล้วพื้นเพของเขายังไม่แน่ชัดข้าไม่รู้ว่าเขามาจากดินแดนแห่งใหนและมีความเป็นไปได้สูงที่จะมาจากดินแดนระดับสูง" หญิงชรากล่าว"ถ้าเกิดเราสามารถรั้งตัวเขาเอาไว้ได้เเล้วละก็ กองกำลังของพวกเราจะยิ่งแข็งแกร่งและในอนาคตดินแดนเหมันต์อาจจะกลายเป็นดินแดนระดับสูงก็ได้" ชายชรากล่าวทางด้านดินแดนเปลวเพลิง ภายในห้องโถงขนาดใหญ่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่มีระดับสูงที่สุด ข้างล่างมีชายชราและชายวัยกลางคนหลายสิบคนนั่งอยู่"ท่านประมุขท่านจะไปยังดินแดนเหมันต์จริง ๆอย่างงั้นหรือ" เสียงของชายชราเอ่ยถาม"แน่นอนข้าไม่สามารถปล่อยให้เด็กหนุ่มที่ครอบครองเปลวเพลิงเทวะและเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ตกไปอยู่ในมือของพวกดินแดนเหมันต์ได้ ไม่อย่างงั้นในอนาคตพวกเราได้ลำบากแน่ " ชายวัยกลางคนที่เป็นประมุขของดินแดนเปลวเพลิงกล่าวด้วยน้ำเสียงต่ำ"อย่างที่ท่านประมุขกล่าวมา เมื่อไม่นานมานี้ดินแดนเหมันต์พึ่งพบตัวผู้ที่มีเส้นลมปราณพิเศษอย่างนึงและถูกแต่งตั้งให้เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ เพียงแค่นี้พวกนั้นก็มีรุ่นเยาว์ที่เหนือกว่าเราได้เเล้ว แต่การมาถึงของผู้ที่มีทั้งเปลวเพลิงเทวะและเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ พวกเราไม่สามารถละเลยได้ถ้าไม่สามารถนำมาเป็นพวกได้ก็ควรที่จะสังหารเขาซะ" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย"ไปเตรียมกำลังพลซะ พวกเราจะมุ่งหน้าไปยังดินแดนเหมันต์ถ้าเกิดการเจรจาในครั้งนี้ไม่สำเร็จพวกเราก็จะโจมตีพวกมันในทันที ต่อให้ไม่สามารถทำลายพวกมันได้อย่างน้อยก็ขอให้สังหารผู้ครอบครองเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ได้ก็ยังดี" ประมุขของดินเเดนเปลวเพลิงกล่าวการเคลื่อนใหวของดินแดนเปลวเพลิงนั้นทำให้คนขงดินแดนเหมันต์เริ่มตรึงเครียด ภายในที่พักหยางจื่อนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ก็ได้ยินเสียงประกาศของชายชราดัง"ขอให้ผู้อาวุโสระดับสูงรีบมาประชุมด่วน " เสียงของชายชรากล่าว"ดูเหมือนจะเกิดเรื่องบางอย่างสินะ" หยางจื่อพึมพำหยางจื่อเดินออกไปหาพวกตันหลางเพื่อไถ่ถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พวกตันหลางเองก็ยังไม่ได้รับข่าวที่แน่ชัดจนกระทั่งหยุนจี๋มุ่งหน้ามาหากลุ่มของหยางจื่อและบอกข่าว"อะไรนะ ดินแดนเปลวเพลิงกำลังยกกองกำลังมุ่งหน้ามาที่ดินแดนเหมันต์อย่างงั้นรึ" ตันหลางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"เกิดอะไรขึ้นทำไมดินแดนเปลวเพลิงถึงได้คิดจะทำสงครามในตอนนี้" อิงจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงสับสน"ข้าเองก็ไม่รู้แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวกับ....." หยุนจี๋หันไปทางหยางจื่อ"ข้าเหรือ" หยางจื่อชี้มาที่ตนเองแล้วกล่าวอย่างประหลาดใจ"สิ่งที่ดินแดนเปลวเพลิงหมายตาคงจะเป็นเปลวเพลิงเทวะที่เจ้ามี รวมทั้งเจ้ายังครอบครองเส้นลมปราณมังกรสวรรค์อีกด้วย พวกนั้นที่รู้ข่าวคงไม่สามารถนิ่งเฉยได้ และมีความเป็นไปได้ที่พวกนั้นจะยื่นข้อเสนอให้กับเจ้าเพื่อให้เจ้าไปอยู่กับนั้น" หยุนจี๋กล่าว"ข้าไม่มีทางไปอยู่กับกลุ่มที่มีนิสัยต่ำทรามเช่นนั้นหรอก" หยางจื่อกล่าวอย่างเย็นชาหยางจื่อนั้นมีทัศนวิศัยที่ไม่ดีต่อกลุ่มนักรบของดินแดนเปลวเพลิงตั้งแต่แรกอยู่เเล้ว เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดที่หมู่บ้านแถวชายแดนทำให้หยางจื่อไม่ชอบกลุ่มนักรบของดินแดนเปลวเพลิง"ถ้าเจ้าตอบปฏิเสธแน่นอนว่าเจ้าจะถูกพวกนั้นล่าสังหารและมีโอกาสสูงที่พวกตระกูลเสวี่ยที่เกลีอดเจ้าจะเคลื่อนใหวด้วยเช่นกัน" หยุนจี๋กล่าวหยางจื่อขมวดคิ้วในทันที เพราะดูเหมือนว่าเขาจะมีศัตรูทั้งสองทาง หยางจื่อที่กำลังคิดหาทางรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตัวเขาในตอนนี้ไร้ที่พึ่งพิง เสี่ยงหงกลับไปยังเผ่ามังกร หญิงสาวชุดขาวก็หลับใหล เสวี่ยเฟิงก็กำลังจะทะลวงระดับหยางจื่อรู้สึกปวดหัวอย่างยิ่งตัวเขาที่ต้องตามหาพื้นที่ต้องห้ามที่ปู่ของตนไปและยังจะต้องยืนยันตัวตนของธิดาศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นคนเดียวกันกับจ้าวเสวี่ยหรือไม่ และในตอนนี้ก็กำลังมีสงครามเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองทิศทางหยางจื่อที่แยกตัวจากกลุ่มของตันหลางและกลับห้องของตน"ยังพอมีเวลาก่อนที่กลุ่มของดินแดนเปลวเพลิงจะมาถึง" หยางจื่อคิดคำนวนหยางจื่อจมดิ่งเข้าไปยังภายในจิตใจของตน ภายในมิติที่ดาบมังกรสวรรค์สร้างหญิงสาวในชุดสีขาวยังนั่งนิ่งไม่ขยับเหมือนเช่นเคย และยังไม่มีท่าทีว่านางจะตื่นขึ้นทำให้หยางจื่อรู้สึกขมขื่นภายในใจฟยางจื่อลืมตาตื่นก่อนที่จะปรับความคิดเพื่อให้จิตใจของตนสงบลง พลังปราณของหยางจื่อเพิ่มขึ้นอย่างมากในหลายวันมานี้ด้วยทรัพยากรที่มหาศาลช่วยให้การเติบโตของหยางจื่อรวดเร็วยิ่งขึ้นผ่านไป 5 วันหลังจากที่ผู้อาวุโสระสูงนั่งประชุมกันก็มีประกาศสภาวะสงคราม นักรบจากตระกูลต่าง ๆถูกส่งไปยังชายแดนรวมทั้งผู้อาวุโสระดับสูงของวิหารเยือกแข็งและศิษย์สายในถึงศิษย์หลักต่างก็ถูกส่งออกไปยังสนามรบ------------------------------------------------------------------------------