บทที่ 51 ค่ายกลแมงป่อง
“ฟ่อ”
“ฟ่อ”
เสียงร้องแปลกๆที่คลุมเครือและน่าขนลุกดังมาจากสามพี่น้องตระกูลเถาในขณะเดียวกันท่าทางการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็เป็นรูปแบบของค่ายกลอย่างเห็นได้ชัด!
เถาเหรินคุกเข่าข้างขวาเถาตี้คุกเข่าข้างซ้ายพวกเขาทั้งสองโน้มตัวไปข้างหน้าในขณะที่เถาเทียนได้กดฝ่ามือลงไปที่ไหล่ของน้องชายทั้งสองพร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้าเช่นกัน!
“ครืน…”
ปราณสีเขียวสามเส้นแผ่กระจายขึ้นสู่ด้านบนก่อนจะรวมตัวกันในลักษณะพิเศษแม้คนภายนอกจะไม่อาจเข้าใจในการเคลื่อนไหวนี้แต่เห็นได้ชัดว่าคลื่นพลังสีเขียวที่ถูกปลดปล่อยออกมามีความสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง!
ในสายตาของเย่อู๋เชวียพี่น้องตระกูลเถาสามารถผสมผสานพลังของตัวเองเพื่อสร้างเป็นค่ายกลที่มีความแข็งแกร่งระดับสูงในขณะนั้นภาพธรรมของแมงป่องสีดำก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า!
“ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานจากค่ายกลแมงป่อง!”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเย็นชาดังมาจากปากของเถาเทียนเมื่อเขากล่าววาจา ภาพธรรมของแมงป่องยักษ์ก็ตวัดหางโจมตีเย่อู๋เชวียอย่างรวดเร็ว!
“ฟ่อ”
ความว่างเปล่าเริ่มสั่นสะเทือนและอุณหภูมิในพื้นที่รัศมีสิบวาก็เปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บอย่างฉับพลัน!
การโจมตีครั้งนี้รวดเร็วและทรงพลังมาก!
ดวงตาของเย่อู๋เชวียแข็งทื่อความเร็วของอสูรแมงป่องเกินความคาดหมายของเขาและเย่อู๋เชวียไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไขว้แขนเป็นรูปกากบาทเพื่อปกป้องส่วนสำคัญในร่างกายของตัวเองเท่านั้น!
“ปัง!…”
พี่น้องตระกูลเถาในภาพธรรมอสูรแมงป่องมีท่าทางดุร้ายอสูรแมงป่องยักษ์ยกแขนที่ใหญ่โตของมันขึ้นและทุบเข้าหาเย่อู๋เชวียอีกครั้ง!
“ปัง!”
เย่อู๋เชวียสัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงอันมากมายมหาศาลของแมงป่องทั้งตัวของเขาถูกเหวี่ยงออกไปด้วยแรงนี้ร่างกายของเขาพลิกตัวอยู่กลางอากาศก่อนจะตกลงพื้นในลักษณะที่ทุลักทุเลเล็กน้อย
หลังจากเท้าสัมผัสพื้นอย่างมั่นคงดวงตาของเย่อู๋เชวียเปล่งประกายสดใสเขามองไปยังอสูรแมงป่องที่อยู่ไม่ไกลและกล่าวกับตัวเองเบาๆ
“ไม่คิดว่าพี่น้องตระกูลเถาทั้งสามจะฝึกค่ายกลเช่นกันอย่างไรก็ตามค่ายกลของพวกเขาอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเท่านั้น”
ในฐานะผู้นำของค่ายกลมังกรพิโรธเย่อู๋เชวียเข้าใจอย่างชัดเจนถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของค่ายกลพลังของค่ายกลนี้เพียงพอที่จะทำให้พี่น้องตระกูลเถาทั้งสามคนแสดงความแข็งแกร่งของตัวเองออกมาได้มากกว่าปกติถึงสามในสิบส่วน!
เพียงการลงมือครั้งแรกพี่น้องตระกูลเถาก็สามารถโยนเย่อู๋เชวียให้ปลิวออกไปได้อย่างง่ายดายในตอนนี้ดวงตาของสามพี่น้องเต็มไปด้วยความสุขและมีความหยิ่งยโสปรากฏขึ้นเล็กน้อยนี่คือค่ายกลแมงป่องที่พวกเขาฝึกฝนมาหลายปีพวกเขามีความเชื่อมั่นว่าในสมรภูมิร้อยเมือง ค่ายกลแมงป่องนี้จะทำให้พวกเขามีโอกาสได้แสดงความโดดเด่นออกมาอย่างแน่นอน!
“ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าอะไรคือความสิ้นหวังอย่างแท้จริง!”
เถาเทียนหัวเราะและพี่น้องตระกูลเถาอีกสองคนก็เข้าใจความคิดของพี่ใหญ่เป็นอย่างดีในขณะนั้นแขนอันใหญ่โตของแมงป่องยักษ์ได้ถูกยกขึ้นพร้อมกับทุบเข้าหาเย่อู๋เชวียอีกครั้ง!
“ปัง!”
ก้ามของแมงป่องกวาดไปทั่วความว่างเปล่าและทุกครั้งที่ก้ามอันใหญ่ถูกยกขึ้นเสียงหัวเราะของพี่น้องทั้งสามก็จะดังขึ้นพร้อมกัน!
“ปัง!”
ร่างของเย่อู๋เชวียสว่างวาบเขารู้ดีถึงความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ดังนั้นเขาจึงพยายามหลบเลี่ยงการโจมตีอยู่ตลอดเวลา!
“เจ้าจะซ่อนตัวได้นานแค่ไหนหางแมงป่องเจาะปฐพี!”
“ฟ่อ”
“ครืน”
ภาพธรรมของแมงป่องยาวสิบวาส่องแสงเรืองรองก่อนที่หางอันแหลมคมของมันจะตัดผ่านความว่างเปล่าและพุ่งเข้าหาเย่อู๋เชวียราวกับสายฟ้า!
“หมัดพยัคฆ์ถล่มปฐพี!”
“โฮก!”
เย่อู๋เชวียรู้ว่าการโจมตีครั้งนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงกระทืบเท้าลงพื้นและรีดเค้นเอาพลังทั้งหมดจากต้นกำเนิดกฎศักดิ์สิทธิ์มาถ่ายเทลงในการโจมตีครั้งนี้ทั้งหมด!
“ปัง!”
แสงสีทองและแสงสีเขียวพัวพันกันอย่างรุนแรงตรงกลางแสงร่างหนึ่งถอยหลังอย่างฉับไวพร้อมกับเส้นผมสีดำที่โบกสะบัดอย่างรวดเร็วแน่นอนว่านั่นคือเย่อู๋เชวีย!
“บัดซบ!ไอ้เด็กนี่เป็นตัวประหลาดจริงๆ!”
เสียงอันชั่วร้ายของพี่น้องตระกูลเถาดังก้องอยู่ในภาพธรรมของแมงป่องพลังการโจมตีครั้งนี้รุนแรงมากแค่ไหนไม่มีใครรู้ดีไปกว่าพวกเขาด้วยการรวมพลังของทั้งสามพี่น้องความแข็งแกร่งของแมงป่องตัวนี้ไม่เป็นรองพลังโจมตีของยอดฝีมืออาณาจักรควบคุมวิญญาณอย่างแน่นอน!
ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังถูกการโจมตีของเจ้าเด็กที่อยู่ตรงหน้าสะท้อนพลังกลับมามากกว่าครึ่ง!
“มาดูกันว่าเจ้าจะป้องกันได้กี่ครั้ง!”
เถาเทียนกล่าวอย่างเย็นชาจากนั้นปราณสีเขียวก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของแมงป่องยักษ์!
“แฮกๆ!”
เย่อู๋เชวียหอบหายใจอย่างแรงเลือดในกายของเขาปั่นป่วนไม่สิ้นสุดและแขนของเขาก็ปวดชาเล็กน้อย!
“แมงป่องตวัดหาง!”
ภาพธรรมของแมงป่องสูงสิบวาสั่นเล็กน้อยก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อมันปรากฏขึ้นอีกครั้ง หางอันใหญ่โตมโหฬารก็พุ่งทะลวงพื้นดินขึ้นมาอย่างรุนแรง!
“แย่แล้ว! หมัดพยัคฆ์ถล่มปฐพี!”
ความผันผวนอันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากด้านล่างทำให้เย่อู๋เชวียตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติกำปั้นสีทองที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งกฎศักดิ์สิทธิ์ของเขากระแทกเข้าหาปลายหางที่แหลมคมนั้นโดยไม่มีความลังเล!
“โครม!”
“ฮ่าๆ โม่หงเหลียนข้ายอมรับว่าเด็กคนนั้นแข็งแกร่งจริงๆ แต่สุดท้ายหากเจ้าคิดจะฝากความหวังไว้ที่เขามันก็เป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอยเท่านั้น!”
เสียงหัวเราะของหวังฉีสร้างความโกรธแค้นให้กับโม่หงเหลียงอย่างถึงที่สุดเขารู้ดีว่าด้วยพลังของเขานั้นย่อมไม่สามารถเอาชนะโม่หงเหลียนได้ดังนั้นเขาจึงพยายามใช้คำพูดคอยกระตุ้นหญิงสาวอยู่ตลอดเวลา!
…………..