จอมดาบจ้าวมนตรา

    อาจารย์คนแรก

    ตึกโอสถมีสถานที่กว้างขวางแบ่งออกเป็น 4 ตึก เรียงเป็นรูปครึ่งวงกลม ตึกแฝดตรงกลางมี 5 ชั้น ตึกขวาเป็นที่พักของอาจารย์ ตึกซ้ายเป็นสถานศึกษา ติดตั้งวงแหวนเวทย์ป้องกันความเสียหายจากแรงระเบิด ไม่ให้ก่อความเสียหายไปถึงสถานที่ภายนอก เนื่องจากมีเตาหลอมขนาดใหญ่ทั้งหมด 5 เตา ซึ่งใช้หลอมโอสถระดับสูงที่มีความสำเร็จในการหลอมโอสถต่ำ ทำให้เกิดการระเบิดอยู่บ่อยครั้ง 


      "เจ้าหนุ่มนี่คือยาเชื่อมเส้นเอ็นและประสานกระดูก เรียกว่ายาเม็ดบัวเพลิงสี่ชาด ทำจากของวิเศษธาตุไฟสุดขั้วสี่ชนิด เมื่อกินเข้าไปแล้วมันจะหลอมเส้นเอ็นและโครงร่างจนละลาย จากนั้นจะก่อกำเนิดโครงร่างขึ้นมาใหม่ เรียกว่าเป็นการเกิดใหม่อีกครั้งเลยเชียวนะ" ผู้อาวุโสตุ้นหยางเกินกล่าวด้วยความภาคภูมิ เพราะมีมันเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถหลอมโอสถตำรับตำนานขึ้นมาได้ 


      หลี่หมิงรู้สึกชอบกล ดูจากยาวิเศษเม็ดนี้น่าจะเป็นของสำคัญ แต่ทำไมตาแก่นี่ถึงยอมให้มันง่ายดายเช่นนี้ เขาจึงเกิดความลังเลไม่กล้ากิน ผู้อาวุโสตุ้นหยางเกินเห็นท่าทางของเด็กหนุ่มมีท่าทีไม่วางใจ จึงกล่าวอย่างอารมณ์เสีย


      "เจ้าเด็กบ้าช่างขี้ระแวงเหลือเกิน ข้าไม่คิดจะทำร้ายเจ้าหรอกน่า นี่คือยาวิเศษประจำตัวของข้าเลยนะ เป็นยาวิเศษที่สร้างชื่อเสียงให้กับข้าเลย ปกติข้าไม่เคยให้ใครง่ายๆหรอก ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเจ้าทำให้ตาแก่เหวยคังสิ้นอำนาจ ต่อให้คุกเข่าอ้อนวอนข้า 3 ปี 5 ปี ก็อย่าหวังจะทำให้ข้าใจอ่อน ยอมมอบยาบัวเพลิงสี่ชาด"


      เมื่อได้ฟังเหตุผลของหัวหน้าตึกโอสถ ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าภายใต้ตำหนักศักดิ์สิทธิ์ที่ทั้งทวีปต่างกลัวเกรง กลับมีการชิงดีชิงเด่นขัดแย้งกันอย่างรุนแรง จนกระตุ้นความกระหายใคร่รู้ขึ้นมา ผู้อาวุโสตุ้นหยางเกินพอเห็นสายตาเว้าวอนของเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ เขาจึงตัดบท ไม่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวคับแค้นของเขาออกมา 


      "มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กอย่างเจ้าควรรับรู้ ถ้าไม่อยากได้ยาวิเศษนั่น จะเปลี่ยนเป็นยาอย่างอื่นแทนก็ได้ ยาเชื่อมกระดูกมังกรดำก็มีสรรพคุณเชื่อมเอ็นต่อกระดูกเช่นเดียวกัน" พูดพลางมันหยิบขวดยาสีดำสนิทออกมา


      'ยาเชื่อมกระดูกมังกรดำเป็นยารักษา ส่วนยาบัวเพลิงสี่ชาดเป็นยาสร้างเส้นเอ็นและกระดูกขึ้นมาใหม่ เทียบเท่าคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของสำนักพุทธโบราณเลยทีเดียว' เมื่อไตร่ตรองดีแล้วเขาจึงเก็บยาบัวเพลิงสี่ชาดไว้ในแหวนมังกร 


      "เอ่อ ท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าข้าจะหาคัมภีร์ในการฝึกลมปราณเบื้องต้น จากที่ไหนได้บ้างขอรับ" นี่คือความปราถนาแรกเริ่มที่เขาต้องการ แม้เขาจะมีคัมภีร์ลมปราณอยู่หลายเล่ม แต่ก็ล้วนเป็นคัมภีร์ระดับสูงทั้งสิ้น ต่อให้เรียนรู้จุดชีพจรจนทะลุปรุโปร่งจากรูปปั้นศิลามาแล้ว แต่เขาก็ไม่อยากข้ามขั้นตอน ร่ำเรียนลมปราณขั้นสูงก่อนโดยละเลยขั้นพื้นฐาน อีกทั้งเขายังไม่เคยได้รับการชี้แนะจากผู้รู้เลย


      ผู้อาวุโสตุ้นหยางเกิน มองชายหนุ่มด้วยสีหน้าประหลาดพิกล 


      "หาา.เจ้าอยากได้คัมภีร์ฝึกลมปราณเบื้องต้นเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว! ขนาดหลานสาวของท่านจ้าวตำหนัก เจ้ายังรับมือได้สบาย ยังจะฝึกลมปราณเบื้องต้นไปทำมะเขืออะไร ไหนเอามือมาให้ข้าจับชีพจรดูหน่อยสิ" 


      หลี่หมิงจึงยื่นแขนให้ ผู้อาวุโสจับชีพจรอยู่เพียงครู่จึงรับรู้ได้อย่างกระจ่างชัด เขาถึงกับถอนใจยาวออกมา หลี่หมิงเห็นท่าทีของหัวหน้าตึกโอสถ ชักเริ่มไม่สบายใจ "ท่านผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าอาการของข้า มีสิ่งใดผิดปกติอย่างนั้นหรือขอรับ"


      "ผิดปกติอย่างมากเลยเจ้าหนู กลับหัวเป็นหาง กลับหางเป็นหัว เจ้าฝึกวิชาแบบนี้แต่รอดตายมาได้ ต้องถือว่าเป็นโคตรปาฏิหาริย์ ตามปกติการฝึกฝนต้องเริ่มที่ลมปราณ แล้วจึงเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกาย แต่เจ้ากลับเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายจนถึงขอบเขตแก่นแท้สวรรค์ แต่ไม่ฝึกฝนลมปราณให้สอดคล้อง มิหนำซ้ำยังดูดซับลมปราณของสัตว์อสูรจำนวนมหาศาลเอาไว้ในร่างกาย ถ้าไม่รีบระบายมันไปตามเส้นชีพจรทั่วร่าง อีกไม่เกินครึ่งปีร่างของเจ้าจะต้านไม่ไหว.." 


      "ตู้ม."


      ทันใดนั้นด้านนอกเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ของหม้อหลอมโอสถ สร้างความแตกตื่นให้กับเหล่าศิษย์และอาจารย์ในตึกโอสถจนโกลาหลไปทั่ว แม้แต่ตุ้นหยางเกินและหลี่หมิงยังต้องวิ่งออกมาดู จึงเห็นตึกด้านซ้ายสุดพังยับเยินเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง ตอนนี้มีผู้คนนับร้อยกำลังช่วยกันดับเพลิงกันอย่างเร่งรีบ 


      ตุ้นหยางเกินจึงเพ่งมองมาที่หวางเหลียน แล้วกล่าวว่า "สิ่งที่เจ้าเห็นตรงหน้า จะเกิดขึ้นกับตัวเจ้าในอีกไม่ช้านี้" ทำให้หลี่หมิงถึงกับหน้าซีดเผือดเหงื่อกาฬพรั่งพรู "ท่านอาจารย์ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิด" เขาทรุดเข่าข้างหนึ่งประสานมือขอร้อง ตุ้นหยางเกินประคองเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสาม หยิบตำราสองเล่มลงมา แล้วยื่นให้ราชนิกุลหวางเหลียน


      "ตำราเล่มแรกคือวิชาปรับสมดุลปราณพื้นฐาน และตำราอีกเล่มคือวิชาเอกสุริยันขั้นต้น ซึ่งเป็นวิชาที่เหมาะสมกับคนธาตุไฟอย่างเจ้า สำหรับตำราเอกสุริยันที่อยู่ในตำหนักเทพมีถึงขั้นสวรรค์ ถ้าต้องการหาระดับที่สูงกว่านี้ คงต้องแล้วแต่วาสนาของเจ้าเท่านั้น" นอกจากนั้นตุ้นหยางเกินยังได้มอบยาโอสถทิพย์ให้กับเด็กหนุ่มอีก 1 เม็ด เอาไว้ใช้ในยามคับขันเมื่อลมปราณแตกซ่าน


      "ก๊อก.ก๊อก.ท่านอาจารย์ขอรับ มีศิษย์จากตึกลงทัณฑ์มาขอพบ" ตุ้นหยางเกินได้ฟังให้นึกฉงน จึงยอมให้ศิษย์จากตึกลงทัณฑ์เข้าพบ 


      "คารวะท่านอาวุโสตุ้นหยางเกินขอรับ ข้าได้รับคำสั่งจากหัวหน้าตึกลงทัณฑ์คนใหม่ ให้นำตัวราชนิกุลหวางเหลียนไปคุมขังที่ยอดเขาสายฟ้า ขอรับ" ชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีแดง กล่าวเสียงเข้ม


      "มันหมายความว่าอย่างไรกันแน่ ในเมื่อท่านจ้าวตำหนักยอมรับหวางเหลียนเป็นศิษย์แล้ว ยังไม่ทันได้ศึกษาเล่าเรียนก็ถูกจับขังคุกซะแล้ว"


      "นี่คือคำสั่งโดยตรงจากท่านจ้าวตำหนัก ว่าให้คุมขังราชนิกุลหวางเหลียน โดยทุกๆ 7 วัน จะสามารถออกมาข้างนอกได้ 1 วัน และเขามีสิทธิ์ทุกอย่างตามที่ศิษย์ตำหนักเทพ พึงมีทุกประการ ขอรับ" มันถ่ายทอดคำสั่งเสร็จ จึงหยิบหมายเรียกส่งให้หัวหน้าตึกโอสถตรวจสอบ

    คล้ายกับเรื่องจอมดาบจ้าวมนตรา ที่คุณอ่าน