เมื่อสิ้นเสียงของผมไปได้ไม่กี่วินาที จองมินก็หลุดยิ้มออกมาอย่างทึ่งๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“นี่คุณปฏิเสธโอกาสที่ใครต่อใครต่างก็โหยหาเหรอคะ?” เธอส่ายหัวเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ
ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรเพียงแต่ส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้แทนคำตอบ หลังจากนั้นจองมินก็เอ่ยตอบคำขออภัยของผมด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายลง
“ไม่เป็นไรค่ะ จีอาเธอน่ารักและนิสัยดีขนาดนี้ ใครบ้างล่ะคะที่ไม่ชอบ... ขนาดฉันที่ทำงานเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เธอ ฉันยังเอ็นดูเธอเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่งเลย ถึงแม้ว่าบางทีจะแอบดื้อไปหน่อยก็ตาม” จองมินอธิบายพลางเหลือบมองไปทางศิลปินในความดูแลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความผูกพัน
ผมพยักหน้าแล้วมองตามเธอไปยังแผ่นหลังของจีอาไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาพูดกับคนข้างกายด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้แล้วกันครับ หากว่าวันไหนผมมีโอกาสได้ไปที่เกาหลี ผมจะติดต่อคุณไปเป็นคนแรก... ถ้าหากคุณอนุญาตนะครับ”
จองมินหันกลับมาสบตาผมอีกครั้ง ดวงตาของเธอฉายแววยินดีอย่างปิดไม่มิด “ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ? เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ ถึงจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานก็เถอะ” พูดจบจองมินก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงใสๆ ที่แฝงความขี้เล่นก็ดังแทรกขึ้นมา
“ทั้งสองคนดูสนิทกันจังเลยนะ แอบคุยอะไรกันอยู่เหรอคะ อยากรู้บ้างจังเลย... แอบนัดแนะกันไปไหนรึเปล่านา...?”
เป็นจีอานั่นเองที่เอ่ยขึ้น เธอไม่ได้นั่งอยู่หน้ากระจกแล้ว แต่กำลังก้าวเดินเข้ามาหาพวกเราเรื่อย ๆ พร้อมกับรอยยิ้มล้อเลียนที่ดูเหมือนจะแอบฟังพวกเราอยู่พักหนึ่งแล้ว
“เปล่าสักหน่อย! จีอานั่นแหละ เตรียมตัวเสร็จรึยัง ใกล้จะถึงเวลาแล้วนะ” จองมินตอบกลับด้วยท่าทีลนลานเล็กน้อยเพราะความตกใจที่อยู่ดีๆ จีอาก็โผล่มาแซวกันซึ่งหน้าแบบนี้ ท่าทางเลิ่กลั่กของเธอทำเอาบรรยากาศในห้องดูตลกขึ้นมาทันที
“เสร็จแล้วๆ” จีอาตอบพลางย่นจมูกใส่ ก่อนจะเสริมด้วยสายตาแหย่เล่นที่ดูเหมือนจะเป็นการยืนยันว่าเธอแอบฟังอยู่จริงๆ “เมื่อกี้ได้ยินนะ... นัดเจอกันที่เกาหลีเหรอคะ?”
พูดจบเธอก็หัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินจากไปโดยไม่รอคำตอบใดๆ ทิ้งให้บรรยากาศข้างหลังวุ่นวายขึ้นมาทันตา
“จีอา! พูดอะไรน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!” จองมินรีบโพล่งขึ้นมา ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความอาย แต่เจ้าตัวดีกลับเอาแต่เดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจเสียงทัดทานเลยสักนิด
“ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณวายุ... จีอาเธอก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ชอบเล่นอะไรไม่รู้เรื่อง” จองมินหันมาบอกผมด้วยท่าทางเกรงใจสุดๆ ทั้งที่หน้ายังแดงไม่หาย
“ไม่เป็นไรครับ” ผมหัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถือโอกาสย้ำคำเดิมอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นคุณก็อนุญาตแล้วนะครับ หากผมมีโอกาสได้ไปเกาหลีจริงๆ ผมจะไปเจอคุณเป็นคนแรกเลย”
จองมินถอนหายใจออกมาเล็กน้อยเพื่อตั้งสติและไล่ความประหม่าที่จีอาทิ้งไว้เมื่อครู่ให้หมดไป ก่อนจะหันมาสบตาผมด้วยรอยยิ้มที่จริงจังขึ้น “คุณพูดเองแล้วนะ... อย่าลืมเสียล่ะ ถ้าไปแล้วไม่ทักมา ฉันจะถือว่าคุณเป็นคนใจร้ายมาก”
บรรยากาศระหว่างผมกับจองมินในตอนนี้ดูจะเป็นมิตรกันมากกว่าตอนที่เจอกันครั้งแรกหลายเท่า แต่ก่อนที่จะได้คุยอะไรกันไปมากกว่านี้ เสียงทีมงานก็ตะโกนส่งสัญญาณดังลั่น
“คุณจีอาพร้อมแล้ว! พิธีกรเข้าประจำที่! เตรียมเริ่มการบันทึกเทปใน 5... 4... 3...”
…
“คุณวายุคะ... คุณวายุ”
เสียงหวานหูที่เรียกซ้ำอยู่พักใหญ่ทำให้ผมสะดุ้งตัวตื่นจนหลุดออกจากภวังค์ ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นพร้อมกับความรู้สึกอายที่แล่นเข้ามา
“โอ๊ะ... ผมเผลอหลับไปเหรอครับ? ต้องขออภัยจริงๆ ครับ” ผมรีบตอบพลางจัดท่าทางให้ดูสำรวม ทั้งที่สติยังกลับมาไม่เต็มร้อยดีนัก
จองมินหัวเราะเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในท่าทางนั้น “ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนกันคะเนี่ย? ท่าทางจะเพลียมากเลยนะ รับกาแฟสักหน่อยไหมคะจะได้สดชื่นขึ้น”
“อ๋อ ไม่เป็นไรครับ ผมต้องขออภัยจริงๆ ที่เสียมารยาท” ผมตอบด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด รู้สึกแย่นิดหน่อยที่เผลอปล่อยตัวจนหลับในเวลาทำงานแบบนี้
“ไม่ต้องขอโทษอะไรขนาดนั้นก็ได้ค่ะ ฉันเข้าใจว่าคุณคงเหนื่อย” จองมินตอบพร้อมรอยยิ้มปลอบใจ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางเวที “ถ้างั้นไปกันเถอะค่ะ การสัมภาษณ์ใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวเราต้องเตรียมไปที่อื่นต่อ”
“คระ... ครับ” ผมขานรับพลางใช้มือลูบใบหน้าแรงๆ สองสามทีเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมาเต็มร้อย ก่อนจะรีบสลัดความง่วงทิ้งแล้วก้าวตามจองมิน แต่ความง่วงนั้นก็ไม่หายไปเสียทีจนผมนึกขึ้นได้ว่า
“ระบบใช้บัตรฟื้นฟูร่างกายทีสิ ฉันง่วงไม่ไหว” ผมเอ่ยในใจ
[ไอเทมได้ถูกใช้งานเป็นที่เรียบร้อย]
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลังจากที่พวกเราเสร็จจากการถ่ายรายการ ก็ต้องเดินทางไปลุยงานต่ออีกที่หนึ่ง จนกระทั่งมาจบลงที่สถานที่สุดท้ายของวัน... นั่นคือสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์
ตอนนี้ผมขยับมานั่งอยู่ที่เก้าอี้ผู้ชมแถวหน้าสุดข้างๆ กับจองมินเหมือนเช่นเคย ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานที่ดูวุ่นวายแต่เป็นระบบ แสงไฟบนเวทีเริ่มสาดส่องสลับไปมาเพื่อเช็กระบบไฟ
ผมยอมรับเลยว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกตื่นเต้นมากๆ มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะผมกำลังจะได้เห็นจีอาซ้อมร้องเพลงแบบสดๆ ครั้งแรกในระยะประชิด ก่อนที่การแสดงจริงต่อหน้าผู้คนนับพันจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้
จากการที่ผมได้พูดคุยกับจองมินเมื่อครู่ ทำให้ผมได้รู้สาเหตุที่จีอามีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่คืนเดียวก่อนวันงานจริง นั่นเป็นเพราะก่อนที่เธอจะบินมาประเทศไทย เกิดพายุฝนกระหน่ำอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้ไฟลท์บินถูกเลื่อนออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
“คุณจองมินนี่โชคดีจังเลยนะครับ ที่ได้นั่งฟังจีอาร้องเพลงแบบใกล้ชิดแบบนี้อยู่ตลอดเลย”
จองมินหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาที่มองไปยังหญิงสาวบนเวทีเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ค่ะ... ฉันโชคดีมากจริงๆ ที่ได้ทำงานร่วมกับเธอ สำหรับฉันแล้ว จีอาเปรียบเหมือนผู้มีพระคุณเลยล่ะค่ะ เธอคอยช่วยเหลือฉันในแทบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่ชีวิตฉันตกต่ำถึงขีดสุด หรือช่วงที่มีความสุขที่สุด เธอก็จะเป็นคนที่คอยอยู่ข้างๆ และเอาใจช่วยฉันเสมอ”
ผมฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งในตัวตนของจีอามากขึ้นไปอีก ดูเหมือนเธอจะไม่ได้สวยแค่หน้าตาหรือเสียงร้อง แต่หัวใจของเธอก็ยังงดงามด้วย ผมนิ่งคิดตามอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยความอยากรู้
“แล้วคุณจองมินทำงานกับเธอมาตั้งแต่ตอนไหนเหรอครับ?”
“ก็ราวๆ เก้าปีได้แล้วค่ะ ตอนนั้นเธอยังไม่ได้โด่งดังขนาดนี้ด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับตอนนี้ก็นับว่ามาไกลเอามากๆ” จองมินตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“อืม... แล้วคุณรู้จักกับเธอได้ยังไงเหรอครับ?” ผมถามต่อด้วยความอยากรู้จริงๆ เพราะผมเองก็ไม่ได้ติดตามข่าวสารเบื้องลึกของเธอมาก่อน
“โอ้... ทำไมจู่ๆ ถึงอยากรู้เรื่องนี้ขึ้นมาล่ะคะ?” จองมินหันมาเลิกคิ้วถามพลางยิ้ม เหมือนกำลังจับผิดที่ผมเริ่มขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวของศิลปินในความดูแลของเธอเข้าให้แล้ว
“ไม่รู้สิครับ... ผมแค่อยากรู้ขึ้นมาเฉยๆ แต่ถ้าไม่สะดวกเล่าก็ไม่เป็นไรครับ ถือซะว่าผมไม่เคยถามเรื่องนี้แล้วกัน” ผมตอบพลางส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อยืนยันว่าผมไม่ได้กดดันเอาคำตอบ
จองมินหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี “รู้ไหมคะว่านี่เป็นคำถามอันดับต้นๆ เลยนะที่พวกเรามักจะโดนแฟนคลับถามบ่อยๆ แต่เราก็ไม่เคยตอบใครจริงๆ จังๆ มีแต่ตอบปัดๆ ไปตลอด แถมฉันยังขอร้องให้จีอาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วย”
“เหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ถามอะไรที่ไม่เหมาะสมออกไป” ผมเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดนิดๆ ที่เผลอละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวที่พวกเขาพยายามปกปิดมาตลอด