2 ปาฏิหาริย์
“คุณแม่ พี่รันบอกว่าเขาเป็ดาวดวงนั้นเฝ้าดูหนูอยู่”
“ไหน ดวงไหนจ๊ะลูก”
“นั่นงัย” เด็กน้อยชี้นิ้วไปที่ดาวที่สว่างไสววิบวับ
“พี่รันบอกว่าจะพาหนูนั่งเรือไปขายของ” พิณรดาตัวน้อยจีบปากจ้อ “เราไปหาหมอคืนนี้เลยไม่ได้เหรอ หนูจะได้รีบกลับมาช่วยพี่รันขายของ”
พิมพ์ใจคว้าลูกน้อยเข้ามากอดด้วยความรัก ความสงสารจับใจ
ถึงเวลาที่พ่อแม่พาพิณรดาไปสหรัฐอเมริกา พวกเขาเข้าโรงพยาบาลทันทีที่ไปถึง เมื่อจัดการเื่เอกสารเรียบร้อย พิณรดาก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดท่ามกลางความเป็ห่วงของ ชินวุฒิและพิมพ์ใจ แต่หนูน้อยกลับมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มราวกับนั่งรถไฟในสวนสนุก ‘พี่รัน หนูหาหมอแป๊บเดียวเอง อย่าเพิ่งนั่งเรือไปใหนนะ รอหนูก่อน’
การรักษากินเวลานานถึงสามเดือน เป็่เวลาที่ต้องใกล้ชิดหมอ อาการของพิณรดาดีขึ้นเป็ลำดับ หมอถึงกับชมว่าเด็กคนนี้คือ ‘ปาฏิหาริย์’
เพราะผลข้างเคียงของการรักษา หนูน้อยพิณรดามักจะหลับๆตื่นๆ จนลืมเื่พี่รันกับเรือไปชั่วขณะ
ผ่านไปอีกสามเดือนอาการพิณรดาเริ่มคงที่ สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ยังต้องมาหาหมอตามเวลานัด เพื่อความสบายใจของทุกคน ชินวุฒิตัดสินใจซื้อบ้านอยู่แถบชานเมืองใกล้โรงพยาบาล เพื่อสะดวกในการเดินทางไปหาหมอ พิณรดายังคงต้องไปตามนัดหมอทุกๆสองเดือน
สองปีผ่านไป พิณรดาในวัยเจ็ดขวบวิ่งเล่นอยู่กับคุณแม่บนลานหิมะกว้างหน้าบ้าน ในเวลานี้ เธอได้แข็งแรงดีเป็ปกติแล้ว ชินวุฒิกับพิมพ์ใจยังคงวนเวียนปรึกษาหมอเป็ระยะๆ พวกเขายังไม่วางใจจึงยังไม่คิดจะกลับเมืองไทย
“คุณแม่ขา หนูอยากกลับบ้าน”
“ให้หมอตรวจก่อนนะจ๊ะลูก”
“คุณพ่อจะกลับด้วยมั๊ย” ชักแปลกๆแล้ว บ้านไหนอีก ก็พ่ออยู่บ้านนี่ ตอนนี้
“พ่อก็อยู่บ้านนี่คะ”
“ไม่ใช่บ้านนี้ บ้านที่มีพี่รัน”
“อ่อ” พิมพ์ใจเกือบจะลืมไปแล้ว ว่ายังมีบ้านอยู่ที่เมืองไทย
ย่างเข้าปีที่สาม่ปลายปี ที่นี่เข้าสู่ฤดูหนาว ทุกคนมักจะหลบอยู่แต่ในบ้านไม่ค่อยออกไปไหน หิมะที่ตกหนักทำให้ถนนดูขาวโพลนไปหมด
อาการหนูน้อยพิณรดาที่เคยปกติกลับทรุดลงอีกครั้ง เวลานี้ร่างน้อยๆนอนหายใจรวยรินบนเตียง มือกำไอรอนแมนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ชินวุฒิกับพิมพ์ใจเฝ้าดูอาการอยู่ข้างๆด้วยความเป็ห่วง
“ไหนหมอบอกว่าหายแล้วไง”
“พ่อก็ไม่รู้ว่าจะเป็แบบนี้ หมอบอกว่าเป็อาการแอนตี้เซลล์”
“เราจะทำยังไงกันดีล่ะพ่อ” พิมพ์ใจเริ่มเสียงสั่นด้วยความกังวล
พิณรดาถูกส่งเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง ครั้งนี้ดูจะอาการแย่กว่าครั้งที่ฟื้นตัวใหม่ๆเสียอีก หมอกลุ่มใหญ่เข้ามาดูอาการ ปรึกษาพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด บางคนถึงกับออกอาการส่ายหน้า
ผู้ป่วยเกิดอาการแทรกซ้อน ไม่ตอบสนองสเต็มเซลล์ที่ปลูกถ่าย ทำให้เกิดอาการเืเป็พิษหมดหนทางรักษา ทำได้เพียงยื้อดูอาการวันต่อวัน
พิณรดาเวลานี้ นอนสงบนิ่งไม่รับรู้เื่ราวใดๆ มีเพียงเครื่องจับสัญญานชีพจรที่ทำงานปกติเท่านั้นที่บ่งบอกว่า เธอยังมีชีวิตอยู่
ทุกอย่าง กลับเข้าโหมดความซึมเศร้าหมดหวังอีกครั้ง
พิมพ์ใจร้องให้ตาบวม ชินวุฒิคงได้แต่ปลอบอยู่ข้างๆ เหม่อมองลูกสาวในห้องปลอดเชื้อ ทั้งสองหมดหวังแล้วจริงๆ
ย้อนกลับไปดูทางฝั่งศรันย์
เนื่องจากไม่มีที่ให้ฝากอีกต่อไป เฮียจรัญกับเจ๊นวลช้องจำเป็ต้องพาศรันย์ไปด้วยทุกที่ ชีวิตส่วนใหญ่ของพวกเขาจะอยู่แต่บนเรือสินค้าขนาดใหญ่ เห็นเพียงผืนมหาสมุทรกับฟ้ากว้าง
เมื่อมรสุมก่อตัวคลื่นใหญ่ซัดสาดลำเรือโคลงเคลง ศรันย์จะออกอาการเมาเรือต้องงอตัวอ้วกออกมาทุกครั้ง ช่างเป็่ชีวิตที่ยากลำบากแสนสาหัสสำหรับเด็กวัยแค่สิบสองปี
ผิวเด็กศรันย์เริ่มคล้ำเพราะกรำแดด บางครั้งเขาจะออกมากลางแจ้งดูป๊าะโสั่งงานลูกเรือบางครั้งก็ช่วยจับโน่นหยิบนี่ จนกลายเป็ขวัญใจของทุกคนบนเรือใหญ่
หกเดือนกับชีวิตกลางมหาสมุทรบนเรือใหญ่ วันนี้เรือได้เทียบท่าเมืองลูออง ฝรั่งเศส
ป๊ากับม๊าขึ้นฝั่งไปหาซื้อน้ำซื้อเสบียงและจัดการธุระในเมือง ส่วนลูกเรือเริ่มทำการขนถ่ายสินค้า
สินค้าถูกเปลี่ยนถ่ายลำเลียงขึ้นฝั่ง ขบวนรถหัวลากจอดเรียงรายรอรับตู้คอนเทนเนอร์ มีลูกเรือคอยตรวจเช็คเอกสาร ศรันย์มักจะมามองดูจดจำกระบวนการตรงหน้า ในความคิด สักวันเขากับน้องพิณจะมายืนเคียงคู่กันจ่ายสินค้าของตัวเองขึ้นรถคันใหญ่ๆ
พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองลูอองนานถึงหนึ่งเดือนจึงขึ้นสินค้าแล้วเสร็จและเดินทางต่อไปที่เมืองบรีเก็นประเทศนอร์เวย์
เมืองบรีเก็นถือเป็เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่ง สินค้าที่นำมาจากฝรั่งเศสมาถึงที่นี่ก็จะเป็พวกเครื่องเคลือบดินเผา วัตถุมีค่าที่มีความเปราะบางแตกหักง่าย การขนส่งลำเลียงจึงเป็ไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เวลาถึงสองเดือน จึงจัดการสินค้าบนเรือได้เสร็จสิ้น
เมื่อเสร็จธุระจากเรือลำหนึ่งก็จะเปลี่ยนเรือลำใหม่และกัปตันเรือคนใหม่ เพื่อนำสินค้าไปส่งยังที่หมายอื่นอีกต่อไป ชีวิตจะวนเวียนอยู่อย่างนี้
ห้าปีผ่านไป มหาสมุทรอินเดีย เรือสินค้าลำหนึ่งปักธงชาติประเทศไทยโบกไสวรับคลื่นลม แล่นด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่บ้านเกิด เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี ผิวคล้ำ ผมหยิกหยักศก ใบหน้าคมเข้มทรงเหลี่ยมถอดความหล่อเหลามาจากเฮียจรัญถึงแปดในสิบส่วน กับส่วนสูงที่หนึ่งร้อยแปดสิบเิเช่วยให้ร่างนั้นดูสูงใหญ่น่าเกรงขาม เขายืนบนหัวเรือ สองมือกอดโดเรมอนตัวน้อยไว้แนบอก สายตามองไปเบื้องหน้าไกลลิบ
“น้องพิน พี่กลับมาแล้ว”
ไม่เกินเจ็ดวัน เรือลำนี้ก็จะถึงจุดหมาย ประเทศไทย