ด้วยแผนของโจวเหวินเชากับต่งเทียนปา หลังจากเถียนเซียนเฟิงและคนอื่นๆ ออกจากกวนซานได้สามวัน เจ้าหน้าที่ของเซียนเฟิงกรุ๊ป ก็ยังไม่ได้รับให้อนุญาตทำงานใดๆ จนถึงบ่ายวันที่สามเจ้าหน้าที่ของเซียนเฟิงกรุ๊ปก็ออกจากกวนซาน
ตอนนี้หมู่เมฆกำลังก่อตัวพายุกำลังเข้ามา
เวลาหนึ่งทุ่มวันนั้น ห้องแถลงข่าวในโรงแรมฮัวเหิงของหยานจิงก็เต็มไปด้วยผู้คน ผู้คนเหล่านี้เป็นผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ในกรุงปักกิ่ง และสื่อสำนักต่างๆของหยานจิง ตอนนี้มีกล้องบันทึกวิดีโอและกล้องบันทึกถ่ายอยู่เต็มห้องประชุม และตัวเอกของเรื่องนี้ก็คือสามคนในห้องแถลงข่าว
คนที่นั่งตรงกลางคือฮัวเหิงประธานใหญ่ของ ฮัวเหิงกรุ๊ป และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของแวดวงธุรกิจหยานจิง ด้านซ้ายเขาก็คือ เถียนเซียนเฟิง ด้านขวาก็คือเถิงเฟย
การแถลงข่าวนี้จัดโดยฮัวเหิงเป็นการส่วนตัว แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ เพราะฮัวเหิงไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชน การที่เขาเข้าร่วมการแถลงข่าวครั้งนี้ย่อมดึงดูดผู้สื่อข่าวอย่างมาก ดังนั้นในครั้งนี้จึงมีผู้สื่อข่าวมากมายมาร่วมงานแถลงข่าวของเซียนเฟิงกรุ๊ป
ฮัวเหิงเคาะไมโครโฟนเบาๆ เมื่อยืนยันจนแน่ใจว่าไมโครโฟนไม่มีปัญหาเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ขอบคุณนักข่าวทุกคนที่เข้าร่วมการแถลงข่าวของเซียนเฟิงกรุ๊ปที่จัดในโรงแรมฮัวเหิง ผมคิดว่าทุกคนคงสงสัยในการแถลงข่าวครั้งนี้ แต่ผมสามารถอธิบายให้ทุกคนเข้าใจได้ว่าที่ผมเข้าร่วมงานแถลงข่าวครั้งนี้เป็นเพราะผมคือหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ เซียนเฟิงกรุ๊ป ที่เป็นบริษัทกลุ่มนักลงทุนภายในประเทศ ซึ่งโครงสร้างของผู้ถือหุ้นมันซับซ้อนมาก ผมจะไม่ขอเปิดเผย แต่ผมบอกได้ว่า บริษัทนี้มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนนั่นคืออุตสาหกรรมระดับชาติและการวิสาหกิจระดับชาติ เรามุ่งเป้าเน้นไปที่การลงทุนภายในประเทศ ดีกรีจึงไม่เทียบเท่ากับบริษัทลงทุนระหว่างประเทศ เพราะจุดประสงค์เงื่อนไขความร่วมมือของเราจึงไม่ใช่การถือครองและการกุมเศรษฐกิจในประเทศเหมือนบริษัทต่างประเทศ เราเน้นความร่วมมือโดยยึดหลัก win-win ทั้งสองฝ่าย นี่คือวิสัยทัศน์หลักการลงทุนของบริษัทนี้”
จากนั้นเสียงของฮัวเหิง ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขาพูดด้วยความเศร้าว่า “อย่างไรก็ตาม บริษัทนี้กลับประสบปัญหามากมายในการลงทุนกับจุดชมวิวภูเขาชุ่ยผิงในตำบลกวนซาน เทศบาลเมืองชางชาน จังหวัดไป่หยุน เรื่องนี้ขอให้คุณเถียนเซียนเฟิงประธานเซียนเฟิงกรุ๊ปเป็นคนชี้แจงถึงสถานการณ์และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายด้วยตัวเอง”
ก่อนแถลงข่าวเถียนเซียนเฟิงจงใจไม่ทำตัวเด่น แต่คนจากสื่อก็รู้จักเขา วันนี้ไม่มีใครคิดว่ายักษ์ใหญ่อย่างฮัวเหิง จะทำให้เถียนเซียนเฟิงปรากฏตัวขึ้นได้ ดังนั้นพวกเขาจึงมองไปยังเถียนเซียนเฟิงด้วยความชื่นชม
เถียนเซียนเฟิง เป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดา เขาไม่ตื่นเวทีแม้แต่น้อย เขาหยิบไมค์แล้วเล่าถึงประสบการณ์ที่เซียนเฟิงกรุ๊ปได้ประสบในกวนซาน เมื่อเขาพูดถึงเรื่องของโจวเหวินเชาและต่งเทียนปา ตามด้วยการถูกระงับโครงการใบหน้าของเขาก็มืดมน จากนั้นน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเจ็บแค้นแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “ผมไม่รู้ว่าบริษัทของทั้งคู่มีภูมิหลังอะไร แต่หลังจากที่พวกเขาพูดข่มขู่ ทางบริษัทของเราในถูกกวนซานและจิงหลินก็ถูกพักโครงการ ไม่สามารถดำเนินการมาเป็นเวลาสามวันแล้ว เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากปล่อยให้เวลาสูญเปล่า ดังนั้นผมจึงโกรธมาก ไม่รู้ว่าทางจิงหลิน และกวนซานกำลังคิดอะไรอยู่ ซึ่งเลขาธิการเซี่ยจากจิงหลิน และนายกหลิวจากกวนซานตั้งใจแก้ปัญหาต่างๆให้นักลงทุนอย่างพวกเรา แต่ทำไมถึงชอบมีคนคอยขัดแข้งขัดขา แสวงหาผลประโยชน์ใส่ตัวเองอยู่เสมอ”
พูดจบเถียนเซียนเฟิงก็พูดขึ้นเสียงดังอีกครั้ง “สิ่งที่ทำให้ผมโกรธมากที่สุดคือ ประธานของบริษัทนี้มีอำนาจทำให้กวนซานและจิงหลินเพิกเฉยต่อผลประโยชน์ของนักลงทุน หยุดเราไม่ให้ทำงาน ไม่ต่างไปจากจระเข้ขวางคลอง เป้าหมายของพวกเขาคือต้องการขายที่ดินที่เอามาจากมือประชาชนในละแวกใกล้เคียง โดยผ่านโครงการรวมที่ดินในราคา 400 ล้าน เพื่อกอบโกยจากนักลงทุนซึ่งถือเป็นการเอาเปรียบ ดังนั้นจึงมักมีเหตุการณ์ที่นักลงทุนจ่ายเงินให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ถึงแม้ผมจะไม่มีรูปถ่ายของทั้งสองคน แต่ผมมีบันทึกเสียงสนทนาของสองคนนั้น รวมถึงผู้จัดการเถิงเฟยและผม”
พูดแล้ว เถียนเซียนเฟิงก็หยิบ แฟลชไดร์ฟ ออกมาแล้วเสียบเข้ากับพอร์ต usb ในโน๊ตบุ๊คที่อยู่ตรงหน้า ไม่ช้าบทสนทนาระหว่าง เถิงเฟย เถียนเซียนเฟิงและพวกโจวเหวินเชาก็ดังขึ้น ดังนั้นนักข่าวจึงเงียบลงเพื่อฟังบทสนทนา
ขณะที่ไฟล์กำลังเล่นเถิงเฟยเสียงการเจรจาก็เริ่มขึ้น นั่นทำให้ผู้สื่อข่าวหัวเราะและชื่นชมต่อสติปัญญาของหญิงสาวคนนี้ แต่หลังจากฟังเนื้อหาไปจนจบ โดยเฉพาะคำขู่ของโจวเหวินเชา และต่งเทียนปา ใบหน้าของเธอก็ดูเศร้าลง และเมื่อร่วมกับที่เถียนเซียนเฟิงบอกว่าถูกพักโครงการมา 3 วันแล้ว มันทำให้ผู้สื่อข่าวต่างเดือดกันอย่างมาก
ในขณะนี้นักข่าวคนหนึ่งมองไปยังเถียนเซียนเฟิงแล้วพูดขึ้นว่า “ประธานเถียน ตอนนี้คุณตัดสินใจลงทุน แต่กลับต้องมาเจอกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ ประธานฮัวบอกว่าคุณได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้ว การตัดสินใจของคุณคืออะไรหรอครับ”
เถียนเซียนเฟิงยิ้มมองไปยังนักข่าวแล้วพูดว่า “นักข่าวคนนี้ ถามได้ตรงประเด็นมาก ในนามของเซียนเฟิงกรุ๊ป ผมขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า เนื่องจากเราไม่ได้รับความเป็นธรรมตามข้อตกลงในสัญญาที่ทำไว้กับจิงหลิน เราจึงขอระงับโครงการและจะขอถอนเงินลงทุน ซึ่งตามที่ระบุไว้ในสัญญาเงินก้อนนี้เราสามารถเรียกคืนจากเทศมณฑลจิงหลินได้ ผมต้องขอโทษ เลขาธิการเซี่ยเจิ้งเต๋อ และนายกหลิวชิงหยู่จริงๆ แม้ว่าทั้งสองจะช่วยเรามากมายตั้งแต่เริ่มต้น แต่ด้วยเหตุไม่คาดคิดจึงทำให้เราต้องสู้เพื่อความยุติธรรมและปกป้องสิทธิของเราตามกฎหมาย”
ฮัวเหิงประกาศเสียงดังลั่น “ทุกคน งานแถลงข่าววันนี้ขอจบลงแค่นี้ เรื่องนี้ค่อนข้างอ่อนไหว เถียนเซียนเฟิง กับ เถิงเฟยจะไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ อีก เพราะทุกคนคงได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้ว” หลังจากพูดจบ ฮัวเหิง เถียนเซียนเฟิงและเถิงเฟยก็เดินออกจากงานแถลงข่าวทันที
แม้ว่าพวกเขาจะจากไป แต่สถานที่แถลงข่าวก็ยังร้อนระอุ ผู้สื่อข่าวทุกสำนักต่างกำลังยุ่งกับการสนทนา จากนั้นพวกเขาก็เริ่มส่งรายละเอียดข่าวไปยังต้นสังกัดของตัวเอง ทำให้ต้นสังกัดรีบทำข่าวเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตและสถานีโทรทัศน์ ด้วยข่าวที่ว่า เซียนเฟิงกรุ๊ปขอถอนเงินลงทุนจากโครงการภูเขาชุ่ยผิงในจิงหลิน รวมถึงเสียงถ้อยคำข่มขู่ของโจวเหวินเชาและต่งเทียนปาที่ทำให้โครงการถูกระงับได้แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว แม้นักข่าวจากสื่อพิมพ์จะไม่สามารถลงหนังสือพิมพ์ได้ในทันทีแต่พวกเขาก็ติดต่อให้คนในไป่หยุนไปสัมภาษณ์สื่อเพื่อขอข้อมูลสำหรับตีพิมพ์ข่าวฉบับเต็มในวันรุ่งขึ้นแล้ว
เมื่อเทียบกับความล้าหลังของสื่อประเภทหนังสือพิมพ์ การแพร่กระจายข่าวสารของสื่อออนไลน์นั้นรวดเร็วมาก
หลังจากงานแถลงข่าวจบลงไม่ถึง 2 ชั่วโมงเว็บไซต์หลักต่างๆ ก็ได้โพสต์รายงานแถลงข่าว รวมทั้งบันทึกเสียงที่แพร่กระจายไปตามโลกโซเชียล ก่อให้เกิดคำถามว่า โจวเหวินเชาคือใคร ต่งเทียนปาคือใคร ทำไมพวกเขาถึงวางท่าใหญ่โตแบบนี้ ถึงขั้นขู่ว่าจะระงับโครงการ ที่สำคัญคือพวกเขาทำได้จริง ทำให้ทั้งสองถูกจับตามากขึ้น ชาวเน็ตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทั้งสองคนเป็นพวกชอบรีดไถชาวบ้าน
ต้องยอมรับว่าพลังของชาวเน็ตมีมากมายเหลือล้น ในไม่ช้า ตัวแทนคณะกรรมการผู้บริหารของบริษัทเชาปา ก็ถูกกระชากออกมา แต่น่าเสียดาย ที่คณะผู้บริหารไม่มีคนสกุล โจวหรือต่ง แต่กลับเป็นหวัง ชื่อของเขาหวังเสี่ยวหู่ดูเรียบง่ายแสนจะธรรมดา ต้องบอกว่าต่งเทียนปาและโจวเหวินเชารอบคอบเป็นอย่างมาก พวกเขารู้ดีว่าตัวตนของพวกเขาจะต้องไม่ถูกเปิดเผยออกไปต่อโลกภายนอก
พวกเขาฉลาดมาก แต่หลิวชิงหยู่คู่ต่อสู้ของเขาก็ไม่ได้โง่
ชาวเน็ตบางคนเดาได้ว่า โจวและต่งคือใคร พวกเขาคิดว่า ทั้งสองคือโจวเหวินเชา กับ ต่งเทียนปานั่นเองแต่ก็ยังไม่ได้รับการยืนยันจากผู้มีอำนาจ
ต่อจากนั้นข้อตกลงรวบรวมที่ดินหลายฉบับที่ลงนาม โดยโจวเหวินเชา ต่งเทียนปา และเหล่าผู้ใหญ่บ้านก็ได้ปรากฏลงบนอินเทอร์เน็ต