ตอนที่หนึ่งร้อยสิบสอง ความลำบากของการมีคลำ
การชมจันทร์ของผมบนเรือเหาะก็ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร
ถึงจะไม่ได้เท่และโรแมนติกอย่างที่เราหวังกันเพราะการใช้เรือเหาะที่มีผีสิงนั้นมีข้อเสียคือการมีผีสิงจะทำให้สุนัขทุกตัวในบริเวณนั้นที่สัมผัสผีได้นั้นหอนออกมาก็ตาม
เป็นปัญหาที่เฮลิคอปเตอร์ธรรมดาไม่น่าจะต้องเจอในเรื่องนี้
บาบู บาบอน ไอ้ห้อยไอ้โหนอาจารย์คงก็เมาเต็มที่
“ ฮา ฮา ฮา เสียดายที่เอ็งมีคลำห้ามสุราฮา ฮา ฮา น่าสงสารเอ็งเสียจริง”
อาจารย์คงแซวผมที่ทานแต่ข้าวกับเนื้อธรรมดา
“อย่างนั้นข้าต้องทานเผื่อเอ็งแล้ว ฮาฮา ฮา”
อาจารย์คงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแม้ตามปรกติแกก็ดื่มเหล้ามากกว่าคนธรรมดาหลายเท่าอยู่แล้วก็ตาม
ผมคิดว่าอย่างน้อยมีคนหนึ่งที่ขับเรือเหาะแบบไม่เมาน่าจะดีต่อความปลอดภัยของทุกคนบนยานพาหนะมากกว่า
แต่ท่าทางอาจารย์คงจะไม่คิดเช่นนั้น
กฎเรื่องความปลอดภัยท่าทางจะไม่ได้มีอยู่ในหัวของอาจารย์คงเลยแม้แต่น้อย
“ขอบคุณ นายจ๋า มากจะ ที่เลี้ยงเนื้อเลี้ยงสุราพวกฉานขนาดนี้”
“ทุ๊ จ๊า”
บาบูบาบอนกล่าวขอบคุณผมที่ช่วงนี้มาอยู่กับผมพวกเขาดูมีไขมันมากขึ้นและผิวขาวขึ้นเล็กน้อยเพราะผมเลี้ยงอาหารพวกเขาตามแบบที่คนปรกติยุคปัจจุบันควรจะมีกันคืออาหารสามมื้อผลไม้และของว่างตามปรกติ
แต่สำหรับคนที่อดมื้อกินมื้อแล้ว
เท่ากับทำให้พวกเขาคิดว่าตนเองอยู่อย่างฟุ่มเฟือยทีเดียว
แบบเดียวกับการให้เด็กในยุคปัจจุบันทานซาลาเปาหรือเกี๊ยวน้ำ
เด็กในปัจจุบันก็อาจจะมองไม่อยากทานเพราะเบื่อ
แต่สาวชาวสวนแม่ลูกสามให้ลูกชายทั้งสามที่อดอยากขาดแคลนอาหารทานซาลาเปาและเกี๊ยวน้ำ
ก็จะรู้สึกว่าอร่อยที่สุด
ทั้งที่ยุคปัจจุบันนั้นคือยุคที่อาหารการกินผลิตได้มากที่สุดแล้วแท้ๆแต่คนเรากลับโหยหาคืนวันเก่าๆไปเสียได้
ผมไม่อยากมาอยู่ในยุคที่หาน้ำตาลยังยากจนต้องเอาน้ำผึ้งมาปรุงอาหารพวกเนื้อแทนอย่างนี้เลย
แต่บาบูและบาบอนกลับดูดนิ้วอย่างมีความสุข
พวกเขารู้สึกเหมือนกับได้อยู่ในงานเลี้ยงทุกครั้งที่ได้ทานอาหารกับเจิดลูกชายของกำนันแจ่ม
ที่อาหารทุกมื้อไม่ขาดพวกเนื้อหรือสุราเลย
ในขณะที่อาหารของคนทั่วไปที่หากมีกับข้าวมากกว่าหนึ่งอย่างก็กลับกลายเป็นการฟุ่มเฟือยแล้ว
ทำไมการกินอาหารมีไข่หรือมีเนื้อกลับกลายเป็นความฟุ่มเฟือยหรือความผิดบาปไปได้?
ในยุคที่ขาดแคลนคนรวยก็ยังมีชีวิตอยู่ห่างจากความลำบากของทุกคน
อาหารที่คนรยคิดว่าไม่มีอะไรแค่ไก่กับเนื้อธรรมดาคนจนจะคิดว่า
“โอ้มีเนื้อทานทุกวันเลยหรือนี่?”
แต่นี่ล่ะคือยุคหกศูนย์ล่ะ
ยุคที่เราเอาระเบิดนิวเคลียร์ไปฆ่าคนต่างทวีปคนละซีกโลกได้จำนวนนับแสน
ผ่านมายี่สิบปีพวกเรายังมองการใช้ไฟฟ้าเป็นของมหัศจรรย์ในดินแดนแห่งนี้
ทำให้ผมที่เป็นสายเทคโนแครตยังต้องยอมแพ้ในการหาทางสร้างไฟฟ้าให้กับชาวบ้านเพราะสิ่งก่อสร้างพ้นฐานเช่นการสร้างถนนนั้นเราไม่สามารถทำเองได้หากไม่ผ่านการอนุญาตของทางรัฐบาล
อย่าว่าแต่ไฟฟ้า
ทำให้ผมต้องคิดว่าหากผมได้โรงงานมาทำโรงไฟฟ้าผีสิงได้แต่คงต้องขึ้นอยู่กับว่าผมใช้แรงงานไอ้ฉ่อยและพวกผีต่างๆได้มากแค่ไหน
หากพวกนี้มันสามารถสร้างโรงไฟฟ้าผีสิงได้จริง
ผมก็พร้อมที่จะเลี้ยงอาหารมันทุกวันพระจริงๆนั่นล่ะมองว่าคือค่าใช้จ่ายเพื่อการผลิตไฟฟ้า
แต่เอาแค่นี้ก่อน
ผมไปมองนางตะเคียนทองที่มองผมอย่างเปี่ยมด้วยความรักทำให้ผมคิดว่าต้องนึกถึงจุดจบของพวกThousand Son ใน Warhammer ไว้ดีดีว่าคนที่ใช้งานผีปีศาจนั้นมีจุดจบอย่างไร
แต่ท่าทางเราคงต้องทำตามแบบ White scar ดื่มยาพิษไปครึ่งหนึ่งไม่ดื่มทั้งหมด
เพื่อจะได้รอดชีวิตต่อไปโดยที่ยังมีพลังพิเศษอยู่
มันคือหนทางที่ต้องระวังตนเองตลอดเวลาและคลำมีไว้เพื่อการนั้น
ผมจึงไม่เสียใจที่จะไม่ดื่มเหล้าอะไร
เพราะความลับของคนดื่มเหล้าทุกคนพวกเขารู้ว่ารสชาติมันห่วยแตก
พวกเขาแค่อยากเมาเท่านั้นล่ะ
การมีคลำไม่ใช่แค่เรื่องของการมีไว้เพื่อให้ตนเองมีพลังเวทย์เท่านั้นยังเป้นเรื่องของการเตือนจิตตนเองเสมอด้วยว่าเรายุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตราย
“อ้ามจ๊ะ ดาร์ลิงก์ “
นางตะเคียนทองยังคงป้อนเนื้อหมักน้ำผึ้งให้กับผม
สร้างการเป่าปากและหัวเราะจากแต่ละคนอย่างดีใจเพราะการมีผีวิญญาณจำนวนมากคอยรับใช้นั้นแสดงความเกงกาจของหมอผีคนหนึ่งมากตามไปด้วย
โดยเฉพาะผีมีฤทธิ์มากอย่างนางตะเคียนทองที่ไม่ว่าใครก็ต้องหวาดเกรง
“เอาล่ะคืนนี้พอกันแค่นี้เถอะ”
เมื่อสุราอาหารลดน้อยลงพอสมควรและผมเริ่มง่วงจากการบินไปมาบริเวณหมู่บ้านตามพื้นที่ต่างๆ
ก็ถึงเวลาขับเรือเหาะมาแบบช้าๆกลับบ้าน
ที่ผมคงไม่กล้าขัยม้ามาตอนกลางคืนแน่ๆเพราะต้องกังวลเกี่ยวกับพวกเสือที่คอยดักปล้นหรือพวกผีเก็งกอยหรือผีปอบเสือสมิงต่างๆ
แต่เมื่ออยู่บนฟ้ามีแต่ผีที่บินได้อย่างกระหังกระสือหรือเปรตที่ตัวสูงพอเท่านั้นถึงจะเล่นงานผมได้
เป็นความได้เปรียบของการบินบนฟ้าอบ่างหนึ่ง
ผมจอดเรือเหาะลงได้อย่างปลอดภัยบริเวณบ้านผมได้อย่างมีมีปัญหาที่หากผมเมาคงจะลำบากแน่ๆ
ผมได้ทำลานจอดเรือเหาะเอาไว้เป็นสนามหน้าบ้านอย่างดีมีตะเกียงเจ้าพายุที่ชาวบ้านธรรมดาต้องใช้แต่ตะเกียงกระป๋องนมแขวนไว้บนเสือเป็นสัญลักษณ์ของรันย์เวย์การบินและการลงจอดของผม