เมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์!

    เล่มที่ 3 บทที่ 88 คณะกำลังสนับสนุนได้รับโชคลาภ

            ลานด้านล่างเวทีประลอง

            เหล่าอาจารย์จากสามคณะที่รวมตัวกันต่างเผยสีหน้าฉงนเมื่อเห็นคณบดีหลินเฟิงปรากฏตัว

            คณบดีนั้นประจำการอยู่ที่มหาวิทยาลัยปกติแล้วจะไม่ปรากฏตัวให้เห็นหากไม่มีเรื่องสำคัญ

            เหตุใดตอนนี้ถึงได้โผล่ออกมากะทันหัน?

            หรือว่า...เขาก็เห็นพรสวรรค์ของหวังเฉิน และอยากรับหวังเฉินเป็นศิษย์ด้วยเช่นกัน?

            เมื่อคิดไปถึงความเป็นไปได้นั้นหัวใจของอาจารย์ทั้งสามคณะก็พลันรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย

            ผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดลงมาแย่งคนเองแบบนี้ใครจะไปต้านทานไหวกัน?

            “แย่แล้ว!”

            “ท่านคณบดีเป็นถึงผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปด หากท่านเอ่ยปากเกรงว่าหวังเฉินคงไม่เลือกทางอื่นเป็นแน่”

            “ตอนนี้ทำได้แค่หวังว่าท่านคณบดีจะอนุญาตให้หวังเฉินฝึกฝนในคณะประจัญยุทธ์ของเรา”

            อาจารย์จ้าวคร่ำครวญอยู่ในใจสีหน้าดูราวกับหญิงสาวที่กำลังถูกเอาเปรียบ

            แต่…

            “เด็กน้อย นายปรารถนาจะรับฉันเป็นอาจารย์หรือไม่?”

            คำพูดของหลินเฟิงหลังจากนั้นกลับเป็นดั่งระเบิดลูกใหญ่ที่ทำให้เขาและอาจารย์อีกสองคณะรอบข้างถึงกับตะลึงงันไปตามๆกัน

            เป็นศิษย์อาจารย์?

            ผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดจะรับศิษย์ด้วยตัวเอง?

            ไม่ใช่แค่เป็นนักศึกษาแต่เป็นความสัมพันธ์แบบศิษย์อาจารย์ที่ใกล้ชิดกว่า?

            แค่คำว่า'ศิษย์' กับ 'นักศึกษา' ถึงแม้จะต่างกันเพียงสองคำ แต่ความหมายนั้นกลับห่างกันราวฟ้ากับเหว

            ในพริบตาเดียวหลังจากที่อาจารย์จ้าวและทุกคนตะลึงงันพวกเขาก็หันไปมองหวังเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา

            หวังเฉินผู้นี้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในชั่วพริบตาจริงๆ!

            ตอนนี้ขอเแค่เขาพยักหน้าเขาก็จะผูกพันกับผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดจะเป็นเกียรติยศที่โด่งดังในหลงกั๋ว อนาคตคงไม่มีใครกล้าขวางทางเขา

            ขณะที่ทุกคนตกตะลึงหวังเฉินเองก็รู้สึกประหลาดใจสุดขีดไม่ต่างกัน

            ผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดจะรับฉันเป็นศิษย์?

            นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป

            ‘ฉันเนื้อหอมขนาดนี้เลยเหรอ?’

            แม้ว่าจิตใจของเขาจะแข็งแกร่งดุจหินผาแต่ในขณะนี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะสงสัย

            ผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปด!

            ในหลงกั๋วบนดาวเคราะห์สีน้ำเงินนี้ ถือเป็นยอดฝีมือระดับสูงแม้แต่ในสมรภูมิสวรรค์ที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ ก็ยังนับว่ามีอำนาจและอิทธิพลอย่างมาก

            “เป็นอะไรไป? ไม่ยินดีหรือ?”

            อีกฝั่งคณบดีหลินเฟิงมองหวังเฉินที่ยืนตะลึงเล็กน้อย พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

            “ดูเหมือนว่าผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์อย่างนายจะดูถูกผู้ฝึกสัตว์อสูรธรรมดาอย่างฉันเสียแล้ว”

            “ไม่เลยครับ...”

            เมื่อได้ยินดังนั้นหวังเฉินก็รีบโบกมือปฏิเสธ

            ล้อเล่นน่า!

            นี่คือผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่หากได้พึ่งพิงก็จะสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้ในทันที!

            ยิ่งไปกว่านั้นคณบดีเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปด ซึ่งตรงสายกับเขาโดยตรง

            อาจารย์ที่เหมาะสมเช่นนี้มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะปฏิเสธ!

            “ท่านอาจารย์ โปรดรับผมเป็นศิษย์ด้วยเถอะครับ”

            หวังเฉินปรับตัวตามสถานการณ์ทำตามฉากที่เคยเห็นในโทรทัศน์ และโค้งกายคำรับหลินเฟิงอย่างนอบน้อม

            “ดี”

            หลินเฟิงเห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างยินดีเอื้อมมือไปประคองหวังเฉินขึ้นมา

            เห็นได้ชัดว่าการได้รับศิษย์ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก

            “พรุ่งนี้มาที่ห้องสำนักงานของฉันเลยนะ ฉันจะวางแผนการฝึกให้นายด้วยตัวเอง”

            หลินเฟิงตบไหล่หวังเฉินแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า

            ขณะพูดเขาก็หันไปมองซือถูอวี้ที่อยู่ข้างๆ “แม่หนูเธอทำสัญญากับหมาป่าจันทราเงินของฉัน ถือว่ามีวาสนากับฉันพรุ่งนี้มากับไอ้หนูนี่ด้วยนะ”

            สิ้นเสียงของเขา

            อาจารย์หลายคนรอบข้างที่มองซือถูอวี้ก็เผยแววตาอิจฉาอีกครั้ง

            แม้ว่าซือถูอวี้จะไม่ได้เป็นศิษย์โดยตรงของคณบดีแต่ถึงแม้จะเป็นเพียงนักศึกษาธรรมดา ก็ถือได้ว่าก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแล้ว

            ส่วนอีกฝั่งซือถูอวี้ถึงกับตกตะลึงไปเลยทีเดียว

            เธอ...ได้เป็นนักศึกษาของท่านคณบดีแล้วงั้นหรือ?

            ใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความไม่เชื่ออย่างเต็มเปี่ยม

            “...ขอบคุณค่ะอาจารย์!”

            หวังเฉินต้องเตะเธอเบาๆเธอถึงจะรู้สึกตัว

            “ดีๆ พรุ่งนี้พวกเธอสองคนอย่าลืมมารายงานตัวกับฉันนะ”

            คณบดีหลินเฟิงพยักหน้ากำชับหวังเฉินเล็กน้อยแล้วหันหลังเตรียมจากไป

            แต่ในเวลานั้นอาจารย์จ้าวจากคณะประจัญยุทธ์ก็รวบรวมความกล้าก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

            “ท่านคณบดีครับ ท่านคิดว่าหวังเฉินควรจะเข้าคณะไหนครับ?”

            อาจารย์จ้าวถามด้วยความคาดหวัง

            เมื่อได้ยินดังนั้นก่อนที่หลินเฟิงจะเอ่ยปาก อาจารย์จากอีกสองคณะก็เดินเข้ามาใกล้เช่นกัน

            “ให้เขาไปอยู่คณะกำลังสนับสนุนเถอะ ปีนี้พวกเธอสองคณะก็โดดเด่นมากพอแล้วถึงเวลาให้คณะกำลังสนับสนุนได้แสดงฝีมือบ้าง”

            หลินเฟิงมองทุกคนที่รายล้อมเข้ามาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน

            หา?

            ไปอยู่คณะกำลังสนับสนุน?

            อาจารย์จ้าวและคนอื่นๆได้ยินดังนั้นก็คร่ำครวญอยู่ในใจ

            หวังเฉินมีพรสวรรค์เหนือล้ำตอนนี้ยังได้รับการสั่งสอนจากผู้แข็งแกร่งระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นแปดด้วยตัวเองหากเขาเข้าร่วมคณะกำลังสนับสนุนละก็ อนาคตสามปีที่อยู่ในมหาวิทยาลัยคณะกำลังสนับสนุนก็จะไม่ยอมก้มหัวให้คณะประจัญยุทธ์และคณะเวทศาสตร์เลยกระนั้นหรือ?

            เมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอาจารย์จ้าวจากคณะประจัญยุทธ์และอาจารย์สาวสวยจากคณะเวทศาสตร์ก็อดไม่ได้ที่จะพยายามต่อสู้เพื่อแย่งชิงเขา

            แต่ก่อนที่พวกเขาจะเอ่ยปากอาจารย์จากคณะกำลังสนับสนุนหลายคนก็ผลักพวกเขาไปด้านหลังทันที

            “ขอบคุณท่านคณบดีมากครับ!”

            ทุกคนกล่าวพร้อมกันด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มราวกับดอกไม้บาน

            ครั้งนี้พวกเขาได้รับโชคลาภก้อนโตจริงๆ!

            “เอาล่ะ เรื่องของหวังเฉินที่จะเข้าคณะกำลังสนับสนุนพวกเธอก็จัดการตามขั้นตอนต่อไปเถอะ”

            หลินเฟิงพยักหน้าแล้วก้าวเท้าหายไปจากลานกว้างในพริบตา

            หลังจากเขาจากไปอาจารย์หลายคนจากคณะกำลังสนับสนุนก็หันไปมองคู่แข่งรอบข้างอย่างภาคภูมิใจแล้วพากันต้อนหวังเฉินและซือถูอวี้จากไป

            ...

            “คณะกำลังสนับสนุนนี่อลังการงานสร้างจริงๆ!”

            เมื่อยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หรูหราหวังเฉินอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

            ก่อนมามหาวิทยาลัยเหยียนหลงเขาเคยได้ยินมาว่าคณะกำลังสนับสนุนเป็นคณะที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสามคณะย่อยแต่ก็ไม่เคยคิดว่าจะอลังการงานสร้างถึงขนาดนี้

            พวกเขาจัดเตรียมคฤหาสน์เดี่ยวเป็นหอพักให้เขาในย่านที่ดินแพงระยับ

            คฤหาสน์หลังนี้สูงถึงหกชั้นมีพื้นที่กว่าหนึ่งพันตารางเมตร ด้านหน้ามีสวน ด้านหลังมีน้ำพุดูราวกับพระราชวังขนาดย่อมเลยทีเดียว

            “น่าอิจฉาชะมัด!”

            ขณะที่หวังเฉินกำลังอุทานเสียงที่เจือไปด้วยความอิจฉาก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

            ซือถูอวี้ยืนอยู่หน้าประตูหอพักของเธอใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา

            ในฐานะนักศึกษาอันดับสองบนกระดานจัดอันดับนักศึกษาใหม่หอพักของซือถูอวี้ก็อยู่ติดกับหวังเฉิน เป็นอาคารเดี่ยวสองชั้น

            เมื่อเทียบกับนักศึกษาใหม่คนอื่นๆสวัสดิการนี้ย่อมถือว่าหรูหราอย่างยิ่ง แต่...

            เมื่อเทียบกับคฤหาสน์หลังใหญ่ของหวังเฉินแล้วตึกเล็กๆ ของเธอก็ดูเล็กจ้อยลงไปถนัดตา

            “แหะๆ!”

            “อยากมาเยี่ยมชมคฤหาสน์ใหญ่ของฉันไหม?”

            เห็นซือถูอวี้มีสีหน้าอิจฉาหวังเฉินอดไม่ได้ที่จะแกล้งเธอ

            “เชอะ!”

            “ไม่เอาหรอก!”

            ซือถูอวี้ได้ยินดังนั้นก็เบะปากพร้อมทั้งส่งเสียงไม่พอใจ

            แต่เท้าของเธอก็ไม่ช้ารีบวิ่งมาข้างหวังเฉินในพริบตา

            คฤหาสน์หลังนี้ดูหรูหรากว่าบ้านเธอเสียอีก!

            หวังเฉินเหลือบตามองซือถูอวี้ที่พูดอย่างหนึ่งแต่ทำอีกอย่างหนึ่ง

            “วันนี้ฉันจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตาหน่อย”

            ขณะพูดเขาก็เอามือวางบนเครื่องสแกนประตูคฤหาสน์

            วินาทีต่อมาเสียงแจ้งเตือนของเครื่องจักรก็ดังขึ้น

            “ยืนยันสำเร็จ!”

            “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน คุณหวังเฉิน!”

             

    คล้ายกับเรื่องเมื่อทุกคนเปลี่ยนอาชีพ: สัตว์อัญเชิญของข้าล้วนเป็นขนาดยักษ์! ที่คุณอ่าน