พื้นที่ทางเดินปราสาทเปลี่ยนไปกลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเสามากมายตั้งตะหง่านสูงเสียดฟ้า ทันทีที่มองหน้าขึ้นไปด้านบนเพื่อดูว่าอะไรเป็นสิ่งที่ปลดปล่อยมานาลงมากดทับตัวพวกเขา สองพี่น้องต่างย่นคิ้วพร้อมกันหลังจากเห็นว่าด้านบนที่พวกเขามองเต็มไปด้วยโซ่สีดำและร่างของสิ่งมีชีวิตที่ถูกมัดตรึงเอาไว้ด้วยโซ่พันเกี่ยวไว้กับต้นเสาที่ไม่รู้ว่ามีกี่หมื่นกี่แสนต้น
“พี่ นี่มันบ้าอะไรกัน” แอนเดอร์สันถามพี่ชาย จากแรงที่จับคอของเขาทำให้รู้ว่าพี่กำลังสนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างมากกว่า
“พื้นที่แท้จริงของเกทนี้”
“พื้นที่แท้จริง แล้วไหนล่ะสิ่งที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปได้”
แอนเดอร์สันกวาดตามองไปรอบๆ เขากลับไม่พบเข้ากับแหล่งพลังงานที่สามารถยกระดับนักเวทย์ได้เลยสักนิด พลังมหาศาลที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้มีเพียงแค่พลังที่ปลดปล่อยออกมาจากต้นเสาและโซ่สีดำที่กำลังมัดมอนสเตอร์และสิ่งมีชีวิตเอาไว้ แอนเดอร์สันจึงได้ใช้สายลมพัดไปทุกทิศทางเพื่อสำรวจทันใดนั้นเขากลับแสดงใบหน้าตื่นตกใจเพราะบนเสามีนักวิทยาศาสตร์รวมไปถึงทหารหน่วยที่หายไปถูกมัดเอาไว้บนต้นเสา
“พี่ 4 ดูนั่นก่อน”
นายน้อย 4 มองไปยังทิศทางที่แอนเดอร์สันชี้มือไป ปรากฎว่าเขาเจอเข้ากับนักวิทยาศาตร์และคนที่หายไป ถูกมัดเอาไว้แต่ที่ทำให้เขาสนใจคือพลังเวทย์ของนักวิทยาศาสตร์และทหารที่ถูกมัดเอาไว้บนเสา ตอนนี้พวกเขาไม่ได้เป็นนักเวทย์ 800 ปีอีกต่อไปแล้ว แต่ละคนที่มองเห็นกลายเป็นนักเวทย์ 900 ปีและมีหลายคนก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีไปแล้วก็มีเช่นเดียวกัน
เคล้ง!
แอนเดอร์สันย่นคิ้วเมื่อหนึ่งในโซ่ปลดปล่อยร่างของนักวิทยาศาสตร์ให้ร่วงตกลงมาบนพื้นดิน ทันใดนั้นทหารและนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่ถูกมัดเอาไว้ก็ถูกปลดปล่อยจนร่างร่วงลงมากระแทกพื้น แอนเดอร์สันไม่กล้าใช้พลังเข้าไปรับเพราะไม่รู้ว่าเกทแห่งนี้ต้องการทำอะไร ทันใดนั้นกลุ่มคนที่หลุดออกมาจากเสาก็ได้ฟื้นสติกลับขึ้นมาด้วยท่าทางงุนงงพลางมองออกไปรอบๆเห็นเสามากมาย
“ตื่นๆ ตื่นเร็วเข้า ตื่นๆ!”
ท่าทางตกใจแสดงออกมาจากคนที่ถูกปล่อยหลังจากถูกปลุกให้ตื่น แอนเดอร์สันและพี่ชายที่ได้มองจ้องนักวิทยาศาสตร์และทหารต่างก็พากันอยู่เงียบๆรอดูว่าคนเหล่านี้กำลังจะทำอะไร
“ตื่นเร็วเข้า!”
“ที่นี่ที่ไหน”
ท่าทางหลากหลายเผยออกมาจากนักวิทยาศาสตร์และทหาร หลายคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองถึงได้มาอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ทันใดนั้นทุกคนก็ได้มองเห็นชายสองคนห่างออกไปไม่ไกล
“เฮ่ พวกคุณเป็นทหารใช่ไหม”
บนร่างของนายน้อย 4 เต็มไปด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่น บนร่างของแอนเดอร์สันมีสภาพไม่ต่างกัน จากชิ้นส่วนเสื้อผ้าที่หลงเหลืออยู่นั้นทำให้นักวิทยาศาสตร์มั่นใจว่ามันเป็นของทหารอย่างแน่นอน
“นี่ ได้ยินพวกเราหรือเปล่า เราแค่อยากถามว่าที่นี่ที่ไหน”
เสียงตะโกนดังมาจากนักวิทยาศาสตร์ แอนเดอร์สันจึงมองหน้าพี่ชาย เขาพอจะคาดการณ์ได้ว่าคนกลุ่มนี้แปลกไป เขาจึงตอบคำถามของคนที่ถามโดยยังคงถูกพี่ชายจับคอเอาไว้
“นี่คือเกทระดับ 9 ที่ค่ายทหาร 12 สหพันธ์โคเวียต้องการกวาดล้าง”
นักวิทยาศาสตร์และทหารพยายามทำหน้าเข้าใจ ทันใดนั้นพวกเขาก็นึกออกว่าตัวเองได้รับภารกิจให้มาทำอะไรภายในเกทแห่งนี้ แต่ทุกคนกลับไม่รู้อยู่ดีว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“พี่คิดว่าพวกเขาแปลกไปไหม”
“ใช่ ฉันคิดว่าพวกเขาแปลกไป”
เคล้ง!
โซ่ที่อยู่บนยอดเสาส่งเสียงดังอีกครั้งก่อนจะมีร่างมอนสเตอร์และสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธ์ุที่ไม่เคยเห็นร่วงตกลงมาบนพื้นดิน ทันทีที่พวกมันได้สติกลับแสดงท่าทางที่ต่างจากนักวิทยาศาสตร์และทหาร สิ่งมีชีวิตและมอนสเตอร์ที่หล่นลงมาจากเสาแล้วกระจายตัวรอบๆพวกเขาเอาไว้นั้น เหมือนกับถูกควบคุมจิตใจจากพลังแปลกประหลาดภายในพื้นที่แห่งนี้
“พวกคุณมอนสเตอร์จะโจมตีแล้ว เข้ามารวมกลุ่มกันก่อน”
นักวิทยาศาสตร์ร้องตะโกนเรียกให้แอนเดอร์สันและพี่ชายเข้าไปรวมกลุ่มกัน พวกเขาทั้งสองกลับมองหน้ากันก่อนที่พี่ชายจะเป็นคนปล่อยมือ
“ครั้งนี้ฉันจะไม่ฆ่าแก”
“ผมก็จะไม่ฆ่าพี่เช่นกัน”
“แกนี่เป็นคนตลกดีนะ ยังคิดอยู่เหรอว่าจะฆ่าฉันคนนี้ได้”
“ถ้าผมไม่ตายโอกาสนั้นก็ยังมีอยู่ แล้วเราจะเอายังไงกับสถานการณ์ในตอนนี้”
มอนสเตอร์ค่อยๆขยับเคลื่อนไหวเข้ามาปิดล้อมพร้อมกับระเบิดพลังที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีออกมา ด้วยพลังที่เทียบเท่ากันทำให้นายน้อย 4 ต้องพึ่งแอนเดอร์สันในการเปิดทางหนี แอนเดอร์สันก็ต้องพึ่งพี่ 4 เช่นกันเพราะเขารู้ว่าการบินออกไปจากที่แห่งนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ โซ่ด้านบนที่มีอยู่มากมายเตรียมจะจับตัวของเขาไปมัดเอาไว้กับเสาอย่างแน่นอน
“เฮ่ พวกคุณรีบมารวมกลุ่มกันเร็วเข้า!”
นักวิทยาศาสตร์พยายามร้องตะโกนมายังทิศทางของแอนเดอร์สัน ทันใดนั้นพี่ 4 ก็ได้ร่ายเวทย์ธาตุมืดแล้วโยนไปยังทิศทางของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังพูดด้วยท่าทางเป็นห่วง ทันทีที่เวทย์ธาตุมืดระเบิดเป็นวงกว้างกลืนกินทุกอย่างในจุดที่นักวิทยาศาสตร์ยืน แอนเดอร์สันก็พบว่านักวิทยาศาสตร์และทหารที่พยายามจัดรูปแบบโจมตี กำลังยืนนิ่งเป็นตอไม้ ไม่ได้มีท่าทางกระตือรือร้นที่จะมีชีวิตรอดออกไปจากสถานที่แห่งนี้เหมือนแต่ก่อน
“พวกเขาไม่ใช่มนุษย์แล้วสินะ”
“ใช่ พวกเขาถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นทาสของเกทแห่งนี้แล้ว ดูท่านักวิทยาศาสตร์ที่ออกไปด้านนอกก็เหมือนกัน”
“แล้วเราจะเอายังไงล่ะพี่ชาย จากสภาพของเราสองคนในตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะรอดไปได้ยาก”
พลังของผู้ที่ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปีระเบิดออกมารอบข้าง กดดันให้แอนเดอร์สันรู้สึกเสียวสันหลัง เขาสามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตระดับนี้ได้ด้วยการ์ดปลิดชีพ เพียงแต่ว่าการ์ดนี้หายากเป็นอย่างมาก มันไม่สามารถซื้อได้ เขาจึงเหลือเก็บเอาไว้เพียง 1 ใบเท่านั้น ตอนนี้เหลือแค่คิดว่าเขาจะใช้งานมันกับใคร สำหรับพี่ 4 เขาสามารถฆ่าได้แน่นอน แต่เขากลับไม่กล้าใช้ กลัวว่าจะเจอพี่ชายคนใหม่ที่แข็งแกร่งกว่านี้ เขาจึงขอเก็บการ์ดเอาไว้ก่อน อย่างไรก็ตามเขายังคงมีแผน แอนเดอร์สันจึงเรียบเรียงการ์ดที่เขามีเก็บเอาไว้ เพื่อที่จะหนีออกไปจากที่แห่งนี้และทำให้เขาเดินทางกลับไปยังค่ายได้เร็วกว่าพี่ชาย
“แอนเดอร์สัน นายไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอ”
“แปลก อะไรแปลกอย่างนั้นเหรอพี่”
พี่ 4 เดินเข้ามาใกล้แอนเดอร์สันพลางสนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างแทนที่จะเป็นน้องชายตนเอง ตอนนี้สิ่งที่จะทำให้พวกเขารอดคือการร่วมมือกัน ระหว่างสังเกตรอบข้างแอนเดอร์สันก็ฟังพี่ชายของเขาที่สังเกตได้ถึงความผิดแปลก
“ระยะเวลาที่หน่วยเอทโฟและเอทไนน์สำรวจเกทหมดลงไปแล้ว ตอนนี้มันก็เลยผ่านมา 2 ชั่วโมงแล้ว แต่ฉันยังไม่เห็นหน่วยใดเข้ามาเลย”
พื้นที่ที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้เป็นพื้นที่เดียวกันกับปราสาทที่นำพวกเขาไปเจอเข้ากับคุกขังฟาร์เซล เพียงแต่ว่าคุกฟาร์เซลซ้อนทับที่นี่เอาไว้จึงทำให้พวกเขาเจอคุกฟาร์เซลแทนที่จะเป็นสถานที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามคุกได้หายไปแล้ว ใจกลางเกทที่แท้จริงจึงเปิดเผยตัวออกมา จากระยะทางที่ทหารใช้เดินทางมาที่นี่ ไม่น่าจะใช้เวลานานแต่อย่างใด ทว่าพวกเขากลับไม่พบทหารหน่วยใหม่ที่ถูกส่งเข้ามาที่นี่เลย
“คงจะเป็นเพราะนักวิทยาศาสตร์ที่ออกไป”
แอนเดอร์สันพูดสิ่งที่เขาสันนิษฐาน อาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นที่ค่ายและผู้ที่ลงมือน่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 10 ที่ออกไปจากเกทแห่งนี้ อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องตัดความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องออกแล้วคิดเพียงแค่หนทางหนีเพราะตอนนี้สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนเสาร่วงตกลงมาทั้งหมดแล้ว
“แอนเดอร์สัน แกมีของดีอะไรไหม”
“ไม่ ไม่มีเวทย์อะไรจะหนีไปได้นอกจากเปิดทาง ถ้ามีหนังสือเวทย์เคลื่อนย้ายก็น่าจะดี ยิ่งเป็นเวทย์มิติก็พอจะช่วยได้ พี่มีของอย่างนั้นไหมล่ะ”
แอนเดอร์สันถามพี่ชาย อย่างน้อยเขาก็น่าจะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในตอนนี้
“แกจะบ้าหรือไง เวทย์เคลื่อนย้ายไม่สามารถใช้ผ่านนักเวทย์ได้เพราะมันมีผลกระทบ ส่วนเวทย์มิติแกฝันไปเถอะ ในโลกของเราผู้ที่ใช้เวทย์มิติเคลื่อนย้ายมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นแหละ พวกเขาหวงเวทย์ยิ่งกว่าชีวิตอีก”
“แล้วพี่มีหนทางหนีไหมล่ะ”
“มี ถ้าแกสอนเวทย์ฟาร์เซลให้ฉัน”
“ผมว่าเอาลูกปัดฟาร์เซลให้ผมใช้งานจะดีกว่า”
สองพี่น้องพูดคุยกันด้วยท่าทางขำขัน ก่อนที่ทั้งสองจะยิ้มให้กันแล้วพุ่งไปยังทิศทางที่ใช้สำหรับเข้ามายังตำแหน่งนี้ ทันทีที่พวกเขาเคลื่อนไหวนักเวทย์ที่ถูกปล่อยออกมาจากต้นเสาก็ได้เปิดใช้งานพลังเคลื่อนตัวมาดักหน้า แอนเดอร์สันที่เห็นดังนั้นจึงได้เปิดใช้งานเวทย์สมุทรโหมกระหน่ำเพื่อพัดทุกอย่างออกไป แต่แล้วนักเวทย์มากมายกลับมีใครคนใดคนหนึ่งใช้เวทย์ระดับ 10 แช่แข็งเวทย์ของแอนเดอร์สันก่อให้เกิดก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่
“ก้ม!”
พี่ชายบอกให้แอนเดอร์สันก้ม เขาจึงทำตามอย่างรวดเร็วก่อนที่พี่จะกวาดเล็บออกไปรอบข้างเพื่อเปิดทาง ทันทีที่กรงเล็บสีดำส่งเวทย์ออกไปนี้เองนั้นแอนเดอร์สันได้เปิดใช้งานเวทย์แสงชำระล้างศักดิ์สิทธิ์ระดับ 9 หวังว่ามันจะทำให้นักเวทย์เหล่านี้ได้สติ แต่แล้วสิ่งที่เขาคิดกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด นักเวทย์มากมายกลับนิ่งสงบไม่มีท่าทางเจ็บปวดทรมาณ
“แอนเดอร์สันแกไม่มีเวทย์ที่ใช้ทะลวงเลยหรือไงกัน!”
“ไม่มี มีแต่เวทย์โจมตีหมู่ ถ้าอยากรอดก็เอาลูกปัดฟาร์เซลมา!”
“ฝันไปเถอะ”
แม้จะเกิดปากเสียงแอนเดอร์สันกับพี่ชายก็พยายามใช้เวทย์ร่วมกัน จุดมุ่งหมายของพวกเขานั้นคือการเปิดทางออกไปจากสถานที่แห่งนี้ ทันใดนั้นเสาปริศนาที่เคยปิดเส้นทางเข้าออกก็ได้ปรากฎ แอนเดอร์สันจึงร่ายเวทย์ฝนดาวตกและเพลิงแห่งการทำลายล้าง ส่งผลให้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยเวทย์มากมายที่กำลังหล่นลงมากทำลายพื้นที่แห่งนี้
“ฉันไม่อยากจะนึกเลยว่าแกมีมานามากแค่ไหน แต่ถ้าแกยังใช้ได้ก็รีบใช้มันออกมาอีกแอนเดอร์สันเพราะมันไม่สามารถต้านทานเวทย์ของนักเวทย์ได้!”
นายน้อย 4 ร้องตะโกนก้องพยายามปลดปล่อยพลังเวทย์ไปด้านหน้าเพื่อเปิดทางพลางมองไปยังเวทย์ของแอนเดอร์สันที่กำลังกระหน่ำโจมตีรอบข้าง ทันใดนั้นเวทย์ของแอนเดอร์สันที่กำลังพุ่งกระแทกพื้นนี้เองนั้นพวกมันก็ถูกเวทย์ของนักเวทย์หลายพันคนทำลายจนไม่มีอะไรหล่นลงมาถึงพื้นดิน
“ฟาร์เซล!”
เพลิงสีดำระเบิดออกไปรอบข้าง มันเป็นสิ่งเดียวที่แอนเดอร์สันสามารถพึ่งได้ในตอนนี้ แม้จะไม่สามารถฆ่านักเวทย์เหล่านี้ได้ก็ตามที เวทย์ฟาร์เซลกลับเป็นสิ่งที่ใช้เปิดทางได้ดีที่สุดสำหรับเขา
“ฟาร์เซล!”