หลังจากที่ก้อนหินขนาดใหญ่เคลื่อนจนสามารถเปิดปากถ้ำอสรพิษได้แล้วเหวยเหนียงที่มองเห็นสามีอยู่ปากถ้ำ นางก็รีบวิ่งไปกอดซูเยี่ยนด้วยความคิดถึง
ซูเยี่ยนถึงกับอึ้งเพราะเขาคิดว่าเหวยเหนียงตาบอดมาโดยตลอด พอเขากอดฮูหยินแล้วก็เลยว่า “นี่เจ้าไม่ได้ตาบอดอย่างนั้นหรือ”
“เราเป็นคนสับเปลี่ยนยาพิษของฮองเฮาเองดังนั้นเหวยเหนียงจึงได้รับยาปลอมไป ยานี้มีผลทำให้นางตาบอดแค่สิบวันเท่านั้นดังนั้นพอครบกำหนดสิบวัน นางก็คงจะหายดีแล้ว” องค์ชายหกทรงอธิบายแทน
“อย่างนี้นี่เองขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนรู้สึกดีใจที่เหวยเหนียงไม่ได้ตาบอดไปตลอดชีวิต
“ที่แท้! องค์ชายหกก็ทรงปลอมพระองค์เป็นกงกงฟูต้าเหตุใดหม่อมฉันถึงทำนายไม่ได้นะ หรือว่าพระองค์ทรงมียันต์บดบังอย่างนั้นหรือเพคะ”อดีตฮองเฮาหยุนฮวากล่าว
“ใช่! เรามียันต์บดบังจริงๆแต่เราคงไม่บอกหรอกนะว่าเราได้มายังไง” องค์ชายหกตรัส
“งั้นขอกระหม่อมคุยกับฮูหยินทางด้านโน้นนะพะย่ะค่ะ”ซูเยี่ยนกล่าวขอตัวชั่วคราว
“ตามสบาย! แล้วอย่าลืมสัญญาระหว่างเราล่ะ”องค์ชายหกทรงย้ำเตือน
“พะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนรับคำ
ซูเยี่ยนรู้สึกดีใจที่เหวยเหนียงหายเป็นปกติแล้วเขาจูงมือฮูหยินไปในที่ลับตาคนเพื่อที่ว่าจะได้คุยกันสองต่อสอง
ซูเยี่ยนดึงตัวฮูหยินเข้ามากอดและจูบหน้าผากเบาๆก่อนจะกล่าวว่า “ข้าดีใจที่เห็นเจ้าปลอดภัยนะ ฮูหยิน”
“ขอบคุณนะเจ้าคะที่ท่านพี่มาช่วย ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่รอด” เหวยเหนียงกล่าว
“เอ่อข้ามีเรื่องที่จะต้องบอกเจ้าข้าไปขอความช่วยเหลือจากท่านหยางสือที่ตอนนี้ผู้นำกระบวนการล้มอำนาจฝ่าบาทก็คือองค์ชายหกดังนั้นข้าก็เลยต้องขออนุญาตขอกำลังคนจากพระองค์โดยมีข้อแม้ว่าข้าจะต้องช่วยฝึกทหารและช่วยออกรบเพื่อการกอบกู้บัลลังก์ครั้งนี้ข้าคงไม่อาจกลับไปอยู่กับเจ้าตอนนี้ได้ตอนนี้ข้าทำได้เพียงขอร้องให้เจ้าช่วยกลับไปดูแลท่านแม่ของข้าเพื่อรอข้ากลับไปหากปฏิบัติการสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี พวกเราคงได้อยู่ด้วยกัน” ซูเยี่ยนอยากใช้ชีวิตอยู่กับฮูหยินอย่างสงบสุขแต่หน้าที่เพื่อแผ่นดินถือเป็นเรื่องสำคัญเขาไม่อาจละทิ้งหน้าที่เพราะความเห็นแก่ตัวได้
“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะข้ารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเรื่องราวต้องเป็นเช่นนี้ แต่ข้าก็ยังตกลงแต่งงานกับท่านพี่เพราะข้ารักท่านมากและเชื่อมั่นว่าท่านพี่จะสามารถช่วยองค์ชายหกกอบกู้บัลลังก์ได้สำเร็จเจ้าค่ะ”เหวยเหนียงพร้อมที่จะสนับสนุนสามีอย่างเต็มที่เพราะนางเข้าใจทุกการกระทำของเขา
“ข้าดีใจที่มีฮูหยินอย่างเจ้านับว่าสวรรค์นั้นมีเมตตาต่อข้ายิ่งนัก” ซูเยี่ยนดีใจที่มีภรรยาที่รักและเข้าใจเขา
“ท่านพี่ไม่รังเกียจที่ข้าตาบอดและรักข้าด้วยใจจริงนับว่าสวรรค์ก็มีเมตตาต่อข้าเช่นกัน” เหวยเหนียงแอบทดสอบสามีว่าหากนางตาบอดเขายังคงจะรับนางเป็นฮูหยินของเขาหรือไม่
“เจ้าจงรอข้านะ อย่าปันใจให้ชายอื่นเด็ดขาดไม่เช่นนั้นข้าคงใจสลาย” ซูเยี่ยนยอมมอบหัวใจทั้งสี่ห้องให้ฮูหยินไปแล้ว
“หัวใจข้าอยู่ที่ท่านพี่แล้วข้าไม่นอกใจท่านหรอก แต่ใจท่านต่างหาก อาจแปรเปลี่ยนไปได้หากพบหญิงอื่น” เหวยเหนียงแอบกังวลว่าหากห่างกันไกล หัวใจอาจแปรเปลี่ยนเข้าสักวัน
“จงเชื่อมั่นในตัวข้าข้าจะรักเจ้าคนเดียวตลอดไป ข้านั้นได้ผ่านประสบการณ์รักทั้งสองรูปแบบมาแล้วทำให้รู้ว่าการพบคนที่รักและจริงใจมันยากมากแค่ไหนหากพบแล้วก็ควรรักษามันไว้ยิ่งชีวิต” ซูเยี่ยนเห็นว่าเหวยเหนียงนั้นช่างต่างจากปิงปิงราวฟ้ากับเหวและคิดว่าการสูญเสียปิงปิงนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้พบรักใหม่ที่ดีกว่าเดิมหลายร้อยเท่า
“ข้าเชื่อมั่นในตัวท่านพี่เจ้าค่ะโปรดระวังตัวด้วย ศึกครั้งนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่ท่านคิดเพราะฝ่าบาททรงผ่านพิธีบูชายัญอันศักดิ์สิทธิ์มาแล้วอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพิธีนี้มีผลทำให้ไม่มีใครสามารถต่อกรหรือล้มอำนาจฝ่าบาทได้เว้นแต่ศิษย์พี่ของข้าหรือหยุนฮวาจะยอมบอกวิธีทำลายอิทธิฤทธิ์นั่นเท่านั้น”เหวยเหนียงเตือน
“แล้วนางยอมบอกหรือไม่” ซูเยี่ยนกังวล
“ต้องลองเกลี้ยกล่อมนางดูเจ้าค่ะ”เหวยเหนียงยังไม่ได้ขอร้องนาง
“เรื่องอื่นไว้ก่อนตอนนี้ข้าขอมัดจำไว้ก่อนนะ” ซูเยี่ยนค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากนั้นเขาก็ค่อยๆ โน้มตัวไปจุมพิตหญิงสาวอย่างดูดดื่ม
เหวยเหนียงยอมจูบกับสามีด้วยความเต็มใจโดยไร้ซึ่งการขัดขืนใดๆผ่านไปนานพอสมควรกว่าทั้งสองจะละจากกัน
ซูเยี่ยนจับข้อมือของฮูหยินแล้วสวมกำไลหยกให้กับนางและกล่าวว่า “เอ่อ พวกเรากลับไปหาพรรคพวกกันเถอะ”
เหวยเหนียงซึ่งหน้าแดงจัด ตอนนี้นางเขินมากนางก็เลยเดินนำไปก่อนเสียดื้อๆ
ซูเยี่ยนแอบยิ้มกับท่าทีของฮูหยินเขาก็เลยเดินตามนางไปที่หน้าปากถ้ำอสรพิษ
“พวกเรารอเจ้านานมากแล้วนะพวกเราก็เลยผลักหินกลับเพื่อปิดปากถ้ำ ไม่เช่นนั้นเหล่าสัตว์มีพิษคงได้ออกมากัดพวกเราแล้ว”องค์ชายหกทรงแซว
“ขอประทานอภัยพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนอยากใช้เวลาอยู่กับฮูหยินให้นานที่สุดแต่ทำไม่ได้
“เราล้อเล่นเจ้าบอกฮูหยินแล้วใช่หรือไม่” องค์ชายหกทรงแอบขำ
“บอกแล้วพะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“เราคงต้องยืมตัวสามีของเจ้าไปก่อนนะเหวยเหนียงพวกเราไปกันเถอะ” องค์ชายหกตรัส
“ช้าก่อนเพคะ! ขอหม่อมฉันเกลี้ยกล่อมศิษย์พี่ก่อนเพคะ” เหวยเหนียงต้องการคุยกับหยุนฮวา
“จะเกลี้ยกล่อมอะไรข้าไม่ทราบ”หยุนฮวากล่าวห้วนๆ
“ในเมื่อฝ่าบาททรงทำกับท่านถึงขนาดนี้แล้วท่านเลิกปกป้องฝ่าบาทเสียทีเถอะ ได้โปรดช่วยบอกวิธีทำลายอำนาจพิธีบูชายัญนั่นได้มั้ยเจ้าคะ”เหวยเหนียงขอร้อง
“ข้าไม่ได้ปกป้องชายไร้ใจคนนั้นแต่ข้าต้องการดูฝีมือของเจ้า ในเมื่อเจ้าเก่งนักเก่งหนาก็หาวิธีทำลายอิทธิฤทธิ์นั่นเองสิ” หยุนฮวากล่าวท้าทายเหวยเหนียงโดยที่ไม่ยอมสนใจส่วนรวมเลยสักนิด
“นี่คือความคงอยู่ของแคว้นฉินเลยนะเจ้าคะท่านเอามาเป็นเครื่องมือทดสอบฝีมือของข้าได้อย่างไร” เหวยเหนียงไม่พอใจ
“ช่วยไม่ได้นะเจ้าอยากเหนือกว่าข้าทุกอย่างเองนี่” หยุนฮวากล่าว
“เลิกขอร้องนางได้แล้วเราไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ เราเชื่อว่าสวรรค์จะต้องมีเมตตาต่อปวงชนแคว้นฉิน”องค์ชายหกทรงไม่อาจทนฟังได้อีก
“งั้นก็มาลองดูกันเพคะในเมื่อองค์ชายหกทรงหยิ่งทระนงถึงเพียงนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเสาะหาวิธีทำลายอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของพิธีศักดิ์สิทธิ์นั่นเลย”หยุนฮวากล่าว
“พวกเรากลับกันได้แล้ว” องค์ชายหกทรงรีบตัดบท
“เอ่อจะทิ้งหยุนฮวาไว้ที่นี่หรือพะย่ะค่ะ”ลูกน้องคนหนึ่งสงสัย
“นางเก่งนักเก่งหนาก็ให้นางหาทางไปเองสิ” องค์ชายหกทรงไม่สนพระทัยหญิงสาวเห็นแก่ตัวเช่นกัน
“เอ่อหม่อมฉันรู้ว่าพระองค์ทรงกริ้ว แต่ทรงอย่าถือสาผู้หญิงที่เจ็บช้ำเพราะรักเลยนะเพคะพวกเราควรพานางไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยก่อน การทำพิธีบูชายัญนั้นนางจะต้องแลกด้วยอายุขัยของตัวเองดังนั้นหลังจากนี้นางจะต้องประสบเคราะห์ภัยนานาชนิดเลยนะเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ไม่เห็นจะต้องสนใจเลยนี้นี่คือบาปกรรมที่นางจะต้องชดใช้” องค์ชายหกตรัส
“หากไม่ทรงเห็นแก่นางก็ทรงเห็นแก่เด็กในครรภ์ด้วยเถิดเพคะ” เหวยเหนียงขอร้อง
“เด็กคนนี้อาจเป็นพระโอรสของฮ่องเต้ชั่วหากองค์ชายหกทรงขึ้นครองราชย์ เด็กคนนี้อาจเป็นภัยในภายหลังได้นะพะย่ะค่ะ” ลูกน้องคนหนึ่งขององค์ชายหกกล่าว
“แต่เด็กคนนี้ก็ถือว่าเป็นหลานของพระองค์นะเพคะ”เหวยเหนียงค้าน
“เอาล่ะเลิกเถียงกันได้แล้วเราจะเป็นผู้คุ้มกันนางให้ไปอยู่ในที่ปลอดภัยเอง ยังไงลูกของนางก็เป็นหลานของเราหากเราปล่อยนางไปตามยถากรรม หลานของเราอาจไม่รอด” องค์ชายหกทรงเห็นแก่เด็กผู้บริสุทธิ์
“แต่ว่า….” ลูกน้องกำลังจะคัดค้านแต่องค์ชายตรัสแทรก
“เลิกพูดเถิด! หากเราปล่อยให้หลานตาย เราก็คงไม่ต่างจากฮ่องเต้พระองค์นี้เลยสักนิดแล้วพวกท่านจะมาสนับสนุนคนไร้จิตเมตตาอย่างเราทำไมกัน” องค์ชายหกทรงเห็นแก่มโนธรรม
“พะย่ะค่ะ” ลูกน้องเลยไม่พากันคัดค้านอีก
“ท่านซูเยี่ยน! ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” ผิงหลางยอมปรากฏตัว
“ผิงหลาง! เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าไม่ได้อยู่เมืองสุยไห่อย่างนั้นหรือ” องค์ชายหกทรงตกพระทัย
“หม่อมฉันลำเลียงอาหาร ยาและเครื่องนุ่มห่มไปส่งที่เมืองสุยไห่เรียบร้อยแล้วเพคะ และกำลังจะกลับเมืองหลวงแต่ได้รับจดหมายจากท่านซูเยี่ยนว่าให้รีบเดินทางมาที่เขาอสรพิษโดยด่วน” ผิงหลางอธิบาย
“ผ้าที่ห่อกำไลหยกที่เหวยเหนียงฝากให้บัณฑิตมอบแก่มารดาของกระหม่อมมีทั้งหมดสองชั้นผ้าผืนแรกเขียนด้วยตัวอักษรเลือดว่า อยู่กับอดีตฮองเฮา ส่วนผ้าผืนที่สองที่ห่อซ้อนกันได้เขียนว่าให้ผิงหลางตามมาด้วย พะย่ะค่ะ” ซูเยี่ยนอธิบายต่อ
“เหวยเหนียง! เจ้าให้ผิงหลางมาที่นี่ทำไมงั้นหรือ” องค์ชายหกทรงอยากรู้
“ผิงหลางมีดวงนำโชคเพคะเพราะมีนางพรรคพวกของพระองค์จึงสามารถมาช่วยหม่อมฉันได้ทันเวลาก่อนที่เหล่าสัตว์มีพิษจะกลับมาในถ้ำใหม่อีกครั้งเพคะ”เหวยเหนียงเชื่อเช่นนั้น
“แต่นางเพิ่งจะมานางจะนำความโชคดีมาให้พวกเจ้าได้อย่างไร” องค์ชายหกทรงเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหล
“เอ่อ หม่อมฉันมาถึงก่อนพระองค์เพคะแต่ก้อนหินยักษ์หนักเกินไป หม่อมฉันผลักออกไม่ไหวจริงๆ พอมีคนมาหม่อมฉันก็เลยหลบเพื่อดูสถานการณ์ก่อนเพคะ” ผิงหลางอธิบาย
“เจ้าเรียกผิงหลางมาเพื่อให้นางช่วยให้พวกเจ้าโชคดีรอดชีวิตจากสัตว์มีพิษอย่างนั้นหรือ” องค์ชายหกทรงสงสัย
“หม่อมฉันต้องการให้ผิงหลางคอยคุ้มกันหยุนฮวาจนกว่านางจะคลอดเพคะ”เหวยเหนียงยอมบอกวัตถุประสงค์ที่แท้จริง
“ไม่ได้เด็ดขาด! เราไม่ยอมให้คนรักของเราไปเสี่ยงอันตรายใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้หญิงที่มีจิตใจโหดร้ายอย่างหยุนฮวา”องค์ชายหกทรงคัดค้าน
“ต่อไป หยุนฮวาจะค่อยๆ สำนึกผิดบาปที่นางกระทำโปรดให้โอกาสหยุนฮวาด้วยเถิดเพคะ” เหวยเหนียงขอร้อง
“ให้คนอื่นคุ้มกันนางแทนสิ”องค์ชายหกตรัส
“ไม่ได้เด็ดขาดเพคะ! หากให้คนอื่นคุ้มกัน หยุนฮวาและเด็กในครรภ์อาจไม่รอดเพราะหยุนฮวามีเคราะห์หนักมาก จึงจำเป็นต้องให้คนมีดวงนำโชคอย่างผิงหลางคอยคุ้มกันเท่านั้นเพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“เราไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์”องค์ชายหกตรัส
“หม่อมฉันไม่อาจพิสูจน์ให้พระองค์ทรงทอดพระเนตรได้เพคะและไม่อาจเสี่ยงทดลองให้คนอื่นคุ้มกันหยุนฮวาจนนางและลูกได้รับเคราะห์ร้ายได้”เหวยเหนียงคิดว่าชีวิตคนมีชีวิตเดียว
“ทำไมเจ้าไม่ไปดูแลศิษย์พี่ของเจ้าเองล่ะ”องค์ชายหกทรงสงสัย
“หม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์หม่อมฉันจะปกป้องนางได้อย่างไรเพคะ” เหวยเหนียงกล่าว
“ในเมื่อเจ้าเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ทำไมไม่ประกอบพิธีคุ้มกันนางเองล่ะ” องค์ชายหกตรัสเพราะทรงต้องการปกป้องผิงหลาง
“องค์ชายหกเพคะ! เหวยเหนียงเป็นเพียงหมอดู นางไม่ใช่หมอคุณไสยนางทำพิธีอย่างที่พระองค์ว่าไม่ได้หรอกเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันเต็มใจที่จะคอยคุ้มกันหยุนฮวา หม่อมฉันสงสารนาง หากหม่อมฉันเป็นนางหม่อมฉันคงอกแตกตายที่มีสามีมากรักไปแล้วเพคะ” ผิงหลางช่วยพูด
“งั้นเราขอคุยกับเจ้าเป็นการส่วนตัว”องค์ชายหกทรงฉุดผิงหลางไปคุยที่หน้าผาด้วยกัน
*****************************
ทั้งสองเดินมาถึงที่หน้าผา
“จากเหตุการณ์ที่อดีตฮองเฮาประสบเจ้าก็เลยจะไม่ยอมให้โอกาสเราสินะ” องค์ชายหกทรงรู้ทัน
“หม่อมฉันไม่กล้าเชื่อพระทัยเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์เพคะ”ผิงหลางยอมเผย
“เราคงบังคับให้เจ้าเชื่อใจเราไม่ได้คงต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เท่านั้นสินะ เอาล่ะ เราจะมอบของให้เจ้า” องค์ชายหกทรงยื่นกล่องขนาดเท่าฝ่ามือให้
“นี่คืออะไรเพคะ” ผิงหลางสงสัย
“นี่คือกล่องบรรจุเข็มเงินให้เจ้าทดสอบอาหารและน้ำก่อนรับประทานเสมอ แหวนของหยุนฮวาบรรจุพิษไว้ด้วยจงสังเกตกิริยาของนางทุกขณะ หากนางไม่พอใจเจ้าขึ้นมา นางอาจวางยาพิษใส่เจ้าได้”องค์ชายหกทรงอธิบายเนื่องจากหลังจากที่พระองค์ทรงเคยปลอมตัวเป็นกงกงฟูต้าทำให้พระองค์ทรงทราบอุปนิสัยและการกระทำของหยุนฮวาเป็นอย่างดี
“แต่นางตาบอดนางคง…..” ผิงหลางกล่าวไม่จบ
“อย่าประมาท! แม้ว่าเจ้าจะมีดวงนำโชค แต่เจ้าก็เป็นเพียงมนุษย์ที่มีชีวิตเดียวเท่านั้น”องค์ชายหกทรงเตือน
“ขอบพระทัยเพคะ” ผิงหลางยอมรับมาแต่โดยดี
“หากเราได้ขึ้นครองราชย์จริงๆเราจะไม่บังคับให้เจ้ามาเป็นฮองเฮา เว้นเสียแต่เจ้าเต็มใจยอมเป็นเองแต่ถึงเราไม่บังคับเจ้า เจ้าก็ต้องเป็นองครักษ์ติดตามเราไปตลอดชีวิตเจ้ายอมหรือไม่” องค์ชายหกทรงรอคำตอบ
“ทำไมต้องติดตามพระองค์ตลอดล่ะเพคะ”ผิงหลางไม่เข้าใจ
“เราไม่อยากเสียเจ้าไปให้ชายอื่นถ้าเจ้าอยู่กับเราตลอดเวลา เจ้าจะมีเวลาไหนไปพลอดรักกับชายอื่นได้ล่ะ” องค์ชายหกทรงหวง
ผิงหลางแอบยิ้มขำกับพระดำริของชายสูงศักดิ์ความจริงนั้นนางก็รักพระองค์มาก แต่เพราะนางไม่อาจทนรับชะตากรรมอย่างหยุนฮวาได้นางก็เลยสร้างกำแพงและไม่ยอมให้ใครบีบบังคับให้นางมาเป็นฮองเฮาหรือพระสนมเด็ดขาดนางก็เลยว่า “ก็ได้เพคะ หากพระองค์ทรงเป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป หม่อมฉันจะยอมเป็นองครักษ์คอยอารักขาพระองค์ไปตลอดชีวิตเพคะ”
“โปรดรักษาสัจจะด้วย เราขอตัว”องค์ชายหกทรงหันไปเห็นเหวยเหนียงเดินเข้ามาพอดี ก็เลยว่า “เจ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ”
“หม่อมฉันอยากคุยกับผิงหลางเป็นการส่วนตัวเพคะ”เหวยเหนียงกล่าว
“ตามสบาย เราไปล่ะ” องค์ชายหกตรัส
เหวยเหนียงคารวะชายสูงศักดิ์แล้วรีบเดินไปหาสหายทันที
*****************************
“เอ่อข้าขอโทษที่ขอร้องให้เจ้าช่วยไปดูแลศิษย์พี่ของข้า ทั้งๆ ที่นางอาจทำร้ายเจ้าได้”เหวยเหนียงรู้สึกผิด
“นางประสบเคราะห์ภัยถึงขนาดนี้แล้วนางไม่ทำร้ายใครอีกหรอก ว่าแต่ เจ้าจะพานางไปอยู่ที่ไหนล่ะ” ผิงหลางรู้สึกเห็นใจ
“วัดซือต้า” เหวยเหนียงกล่าว
“ทำไมต้องอยู่ที่นั่นด้วยล่ะมันไกลเมืองหลวงมากเลยนะ” ผิงหลางไม่เข้าใจ
“ท่านซือไท่จะช่วยขัดเกลาจิตใจของหยุนฮวาให้เองและหากมีวันใดที่นางมีเมตตาจิตแล้ว นางจะยอมบอกวิธีทำลายอำนาจมนตราของพิธีบูชายัญศักดิ์สิทธิ์เองหากถึงวันนั้นให้เจ้ารีบบอกข้าทันทีไม่เช่นนั้นกองทัพฝ่ายองค์ชายหกต้องพินาศเป็นแน่” เหวยเหนียงกังวล
“ฝ่ายของฝ่าบาทองค์ปัจจุบันก็ไม่น่าจะเหลือใครที่น่ากลัวแล้วนี่ในเมื่ออดีตฮองเฮาก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว” ผิงหลางไม่เข้าใจ
“ผิดแล้วผิงหลาง! อำนาจมนตราของพิธีบูชายัญจะช่วยให้ฝ่าบาทพระองค์นี้ทรงโชคดีตลอดไปแม้ว่าพระองค์ทรงเพรี่ยงพร้ำขึ้นมา อยู่ดีๆก็จะมีคนช่วยและพลิกกลับเป็นฝ่ายชนะอยู่ดี หากไม่ทำลายมนตรานั่นฝ่ายของพวกเราอาจไม่เหลืออะไรเลยเป็นแน่” เหวยเหนียงอธิบาย
“เจ้าแก้ไม่ได้เลยงั้นหรือ”ผิงหลางกังวล
“นี้คือวิชาที่หยุนฮวาไปร่ำเรียนมาจากมารจันทน์ผาแต่ข้าไม่ได้เรียนเพราะมันเป็นวิชาที่ทำร้ายผู้อื่นข้าคิดว่ามารจันทน์ผาคงจะมอบตำราพิธีให้นางไปแล้วแต่ไม่รู้ว่าพอนางฝึกจนสำเร็จแล้ว นางได้ทำลายตำราไปเลยหรือเปล่า” เหวยเหนียงกล่าว
“อย่าห่วงเลยข้าจะดูแลหยุนฮวาและบุตรของนางให้ดีที่สุด หากวันไหนนางใจอ่อนข้าจะรีบส่งข่าวบอกเจ้าทันที” ผิงหลางกล่าวคำมั่น
“ขอบคุณมากผิงหลาง ฝากด้วยนะ”เหวยเหนียงคิดว่านี่คือความหวังเดียว
หลังจากนั้นซูเยี่ยนและเหวยเหนียงก็เลยแยกตัวจากพรรคพวกขององค์ชายหกซูเยี่ยนต้องการไปส่งฮูหยินให้ถึงที่บ้านของเขาเพื่อให้แน่ใจว่าฮูหยินนั้นปลอดภัยจริงๆส่วนองค์ชายหกทรงนำพรรคพวกไปส่งหยุนฮวาและผิงหลางที่วัดซือต้าตามคำแนะนำของเหวยเหนียงโดยผิงหลางได้ตัดสินใจอยู่คอยอารักขาหยุนฮวาจนกว่านางจะคลอดบุตรได้อย่างปลอดภัย
ทางด้านฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน พระองค์ก็ทรงถูกคุณไสยของฮองเฮาเหมยหลิงเล่นงานพระองค์ทรงเอาแต่อยู่กับฮองเฮาทั้งคืนทั้งวันไม่ได้ออกว่าราชการทำให้ขุนนางพากันเอือมระอาและเริ่มมีความคิดหาคนอื่นมาแทนที่ฝ่าบาทพระองค์นี้
*****************************
ข่าวที่ฝ่าบาททรงหลงฮองเฮาแพร่กระจายไปทั่ว ดังนั้นองค์ชายหกจึงทรงถือโอกาสยึดบัลลังก์ในตอนนี้เสียเลยกองทัพของพระองค์ทรงเคลื่อนมาถึงในวังหลวงอยู่แล้วเชียว แต่ทว่า….