บทที่26 ด้ายแดงขาดสะบั้น
ระดับความรู้สึกดีของคุณของกับซูเหยียนลดลง 40ระดับความรู้สึกดีปัจจุบัน 0 ด้ายแดงขาดลงแล้ว
ไม่ใช่ด้ายแดงของเซี่ยเขอเข่ออย่างนั้นเหรอ
เย่จื่อเฉินแอบผิดหวังอยู่ในใจขึ้นมาเสียอย่างนั้นสาวโลลิต้าตัวน้อยคนนี้เย้ายวนสายตามากเลยนะโดยเฉพาะรูปลักษณ์ที่แปลกตานั่นก็กำลังเป็นที่นิยมมากด้วย
เดี๋ยวนะ
นี่ไม่ใช่ประเด็นหลัก
ด้ายแดงของซูเหยียนขาดแล้ว
เปิดไอคอนหีบสมบัติในโทรศัพท์อย่างลนลาน จริงๆ ด้วยในหีบสมบัติเหลือแค่ด้ายแดงของเซียวอี้เหม่ยเส้นเดียว
ด้ายแดงของซูเหยียนหายไปแล้ว
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ดีๆระดับความรู้สึกดีของซูเหยียนที่มีต่อเขาถึงลดเหลือศูนย์
หรือว่าเมื่อครู่นี้เธอจะเห็นเซี่ยเขอเข่อ...
เย่จื่อเฉินมองไปรอบๆ เพื่อต้องการหาร่างของซูเหยียน และทันใดนั้นถนนฝั่งตรงข้ามกับสถานีตำรวจ
ซูเหยียนโบกรถแท็กซี่คันหนึ่งก้าวขึ้นรถไป
"ซูเหยียน!"
เย่จื่อเฉินตะโกน แต่ประตูรถแท็กซี่ปิดลงแล้ว ก่อนจะขับออกไป
"ซูซูมาเหรอ?" เซี่ยเขอเข่อที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกะพริบตาปริบๆมองไปรอบๆ "ไม่มีนี่ ทำไมฉันไม่เห็นซูซูนายหลอนแล้วหรือไง"
"ฉัน...เมื่อกี้ซูเหยียนเห็นเธอจูบฉันแล้วระดับความรู้สึกดีของเขาที่มีต่อฉันเหลือศูนย์แล้ว"
"ระดับความรู้สึกดีเหลือศูนย์?" เซี่ยเขอเข่อทำหน้ามึนงงเย่จื่อเฉินยีผมตัวเอง ไม่รู้ว่าควรจะเปิดปากพูดยังไง
เขาไม่สามารถบอกเธอได้ว่าฉันมีด้ายแดงของผู้เฒ่าจันทราอยู่จึงรู้ความรู้สึกของซูเหยียน
"ช่างเถอะ กลับมหาลัยได้แล้ว"
"อื้ม"
เมื่อกลับมาถึงหอ รูมเมทก็ยังคงต่อสู้อยู่บนเลนแรกของเกมลีกออฟเลเจ็นดส์พึ่งเข้าห้องมาได้ รูมเมทก็รีบชวนเขาเล่นเกมทันที แต่กลับโดนเขาปฏิเสธไป
เล่นเกมบ้าบออะไรเล่า
เทพธิดาไปจากฉันแล้วเนี่ย
กดเปิดห้องแชทของผู้เฒ่าจันทรา เย่จื่อเฉินส่งสติกเกอร์หน้าตาโมโหไปเป็นแถวยาว
"เกิดอะไรขึ้นสหายเซียน?"
"ด้ายแดงของข้ากับซูเหยียนขาดแล้ว ท่านผู้เฒ่าจันทราท่านสามารถเชื่อมเราสองคนเข้าด้วยกันได้ไหม?"
"ข้าขอไปตรวจสอบดูก่อนสักครู่"
ไม่นาน ผู้เฒ่าจันทราก็ส่งข้อความมาอีกครั้ง
"ด้ายแดงขาดแล้วจริงๆแต่ด้ายแดงนี้ข้าก็ทำได้เพียงแค่เชื่อมมันไว้ด้วยกันเท่านั้นถ้าขาดไปแล้วแสดงว่าไม่มีวาสนาต่อกัน แตงไทยเบี้ยวไม่หวาน ข้าไม่สามารถ…"
"พอๆ เข้าใจแล้ว"
เย่จื่อเฉินหงุดหงิดจะตายอยู่แล้วแต่ผู้เฒ่าจันทรากลับส่งข้อความหนึ่งมาอีก
"สมบัติชิ้นนั้นที่สหายเซียนส่งมาให้ข้ามันหมดแล้ว ไม่ทราบว่า..."
สแกน
กดส่ง
ผู้เฒ่าจันทราได้รับอั่งเปาของคุณแล้ว
"เอาไปสูบ แล้วเลิกกวนข้า"
เมื่อผู้เฒ่าจันทราไปแล้ว เย่จื่อเฉินก็นั่งนิ่งไม่ขยับ
กว่าจะเชื่อมด้ายแดงกับซูเหยียนได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแต่แล้วมันกลับขาดสะบั้นลงอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ
เทพธิดาได้จากเขาไปแล้ว
ตอนนี้ใจของเย่จื่อเฉินมันพังทลายไปหมดแล้ว
ในเวลาเดียวกัน ที่หอพักของซูเหยียน
เซี่ยเขอเข่อวิ่งกระโดดโลดเต้นเข้ามาในห้องและเห็นซูเหยียนนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา
"ซูซู ทำอะไรอยู่?"
"กลับมาแล้วเหรอเขอเข่อ" ในตอนที่ซูเหยียนเห็นเซี่ยเขอเข่อดวงตาก็วาววับขึ้นมา
"ใช่แล้ว เมื่อกี้รออาเสี่ยอยู่ที่โรงพัก เหนื่อยแทบตายเลย"
เซี่ยเขอเข่อเตะรองเท้าไปข้างเตียงอย่างเคยชินแล้วล้มตัวลงบนเตียงนอนกลิ้งไปมาเล็กน้อยแล้วพูด
"เมื่อกี้อาเสี่ยบอกฉันว่าเห็นเธอที่โรงพักเมื่อกี้เธอไปโรงพักมาเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นเธอเลย"
"ไม่ได้ไป" ซูเหยียนส่ายหน้า
"ฉันว่าแล้วเชียว อาเสี่ยต้องหลอนไปเองแน่ๆ" เซี่ยเขอเข่อพลิกตัวบิดขี้เกียจ แล้วเดินไปนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์ "ต้องสู้ต่อแล้ว เหลืออีกตั้งหลายด่านที่ยังเล่นไม่จบ"
"เขอเข่อ" และทันใดนั้นซูเหยียนก็เปิดปากพูดขึ้นอีกครั้ง แต่กลับลังเลไม่ยอมพูดต่อ
เซี่ยเขอเข่อเลิกคิ้วมองเธอด้วยความสงสัย ซูเหยียนจึงกัดริมฝีปากแล้วพูด "เธอคิดว่าเย่จื่อเฉินเขาเป็นคนยังไง?"
"อืม" เซี่ยเขอเข่อกะพริบตาปริบๆแล้วทันใดนั้นก็ยิ้มออกมา "ดีมากเลยอยู่กับเขาแล้วรู้สึกปลอดภัย"
"งั้นเหรอ"
เมื่อได้ยินคำตอบของเซี่ยเขอเข่อ ใบหน้าของซูเหยียนก็ซีดขาวไปทันทีมุมปากฝืนยิ้มออกมา
จะอธิบายให้ซูเหยียนฟังดีไหมนะ
เปิดแชทของซูเหยียนขึ้นมา เย่จื่อเฉินลังเลอยู่นานแต่กลับไม่ได้ส่งไปแม้แต่คำเดียว
หงุดหงิดโว้ย!
เย่จื่อเฉินบีบคลึงขมับ นอนขมวดคิ้วมุ่นอยู่บนเตียงหลังจากที่เถียงกับตัวเองอยู่นับครั้งไม่ถ้วน เขาก็เลือกที่จะออกจากแชทไป
อธิบายไปแล้วจะทำอะไรได้ อธิบายไปก็เท่ากับว่าปิดบังกลบเกลื่อน
สมุดรายชื่อปรากฏข้อความสีแดงขึ้นมาหนึ่งข้อความ
เย่จื่อเฉินกดเปิดดู เพื่อนใหม่...
สุนัขพุดเดิ้ลขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน
หมาตัวนี้จะมาเพิ่มเพื่อนฉันทำไม!
ไม่สนใจต่อคำขอเป็นเพื่อนสุนัขตัวนี้แต่โทรศัพท์ของเย่จื่อเฉินกลับสั่นขึ้นมา
ยี่หนึงจินกุนขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน
นี่มันอะไรเนี่ย!
กดรับ
เพิ่งจะกดรับไป ในวีแชทของเย่จื่อเฉินก็มีข้อความปรากฏขึ้นมาทันที
ยี่หนึงจินกุน : เจ้านี่ช่างอวดดีนักนะทิ้งให้ข้าแห้งเหี่ยวอยู่ตั้งนาน
สมองมีปัญหาหรือไง
เพิ่งจะขอก็รับเลย จะมาแห้งเหี่ยวอะไร
เมื่อมองดูระดับความสนิท
0
เย็นชา
และทันใดนั้น ยี่หนึงจินกุนก็ส่งข้อความมาอีก
"ได้ เมินข้าใช่ไหม เชื่อไหมว่าข้าพาหมาพุดเดิ้ลไปพังบ้านเจ้าได้เชียวนะ"
...
เจ้าบ้านี่เป็นผู้หญิงปากร้ายไร้เหตุผลหรือไง!
มานึกๆ ดูแล้ว แต่ก่อนเวลามีเรื่องทะเลาะกันในกลุ่มก็เหมือนว่าจะเป็นยี่หนึงจินกุนที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนทั้งนั้น
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เย่จื่อเฉินคงกลัวหัวหดแน่นอน
แต่ตอนนี้เทพธิดาเพิ่งจากเขาไป อารมณ์เขาไม่ดีถึงขั้นมากที่สุด
"เจ้ามีธุระอะไร?"
"เหอะ ไม่เมินแล้วเหรอ?"
"มีอะไรก็ว่ามา อย่ามัวแต่พล่าม ข้ายุ่งมากไม่มีเวลามาสนใจเด็กน้อยอย่าเจ้าหรอกนะ"
"เจ้าช่างอวดดีนักนะ บอกไอดีเซียนมา คอยดูเถอะข้าจะจัดการเจ้าให้ฉี่ราดเลย"
"ประสาท"
พรึบ
เย่จื่อเฉินลบเขาไปแล้ว
ติ๊ง!
ยี่หนึงจินกุนขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน
ใครสนนายกัน
เย่จื่อเฉินกลอกตา
มีคน@คุณ
ยังไม่ถึงหนึ่งนาที เย่จื่อเฉินก็เห็นว่ายี่หนึงจินกุนไปแอดเขาในแชทกลุ่มแล้ว
ประสาท!
ขนทุกเส้นของเย่จื่อเฉินลุกพรึบขึ้นทันที
เจ้าบ้านี่ แค่ความเห็นไม่ตรงกันก็หาเรื่องกันเลยเหรอ
เปิดวีแชทกลุ่ม
ยี่หนึงจินกุน : @ไม่มีชื่อ เจ้าหนูเจ้ากล้าลบข้าอย่างนั้นเหรอ อย่ามาเมินข้านะ บอกไอดีเซียนมา
เทพสายฟ้า : ยี่หนิงจินกุนเริ่มทำการคุกคามอีกแล้ว
เจ้าแม่สายฟ้า : มามุง
นางฟ้าลูกท้อ : ไอหยาเดี๋ยวข้าต้องไปดูสวนแล้ว ไม่มีเวลาอ่าน เสียดายจัง
กระต่ายอี้ทู่ [1]: ขายหัวไชเท้า แรดิช หัวไชเท้าหัวใหญ่ๆ จ้า
กลุ่มเซียนออกมากันหมด ทุกคนต่างออกมามุงดูการทะเลาะกัน
ยี่หนึงจินกุน : @ไม่มีชื่อเมื่อครู่เจ้าเพิ่งอวดดีไปไม่ใช่เหรอ มาสิ เมินข้าเหรอ จะหดหัวอยู่ทำไม? บอกไอดีเซียนมา อย่ามาเมิน!
ยี่หนึงจินกุน : @ไม่มีชื่อ
ยี่หนึงจินกุน : @ไม่มีชื่อ
จากนั้นหน้าจอก็เต็มไปด้วยข้อความที่ยี่หนึงจินกุนแอดมาหาเย่จื่อเฉิน
ได้
ยี่หนึงจินกุนกำลังหาเรื่องกันอยู่สินะ
เขามีชื่อเสียงในโลกของเซียนมานานแม้แต่พระผู้เป็นเจ้ากับราชาวานรเขาก็สู้เสมอกันมาแล้วด้านการต่อสู้เขาไม่เป็นสองรองใคร
แต่ว่า...
ถ้าจะบอกว่าหาเรื่อง...
เย่จื่อเฉินมีประสบการณ์การอบรมสั่งสอนจากบ้านเกิดมาตั้งยี่สิบปี แค่อ่านข้อความพวกนี้ก็รู้แล้วว่ายังเด็กอยู่คิดว่าจะทำให้กลัวนายได้หรือไง?
ถ้าจะแกล้งกัน สู้มาเจอกันสักตั้งดีกว่า
___________________________________________________
[1] กระต่ายอี้ทู่ เทพตนหนึ่งตามความเชื่อของคนจีน เป็นกระต่ายหยกที่เทพธิดาฉางเอ๋อร์เลี้ยงเอาไว้บนดวงจันทร์โดยมีหน้าที่ตำยาอยู่บนดวงจันทร์ เพื่อเอาลงมารักษาโรคภัยให้กับชาวบ้าน