ในตอนนั้น ทานาทอสเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เขารู้สึกว่าพลังของหอกกุงเนียร์นั้นทวีความรุนแรงมากเกินกว่าที่คาดคิดได้
ดาบปีศาจของเขาสั่นสะเทือน ราวกับไม่อาจทานทนพลังของหอกศักดิ์สิทธิ์นั้นได้อีกต่อไป
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นจากดาบในมือของเขา และในที่สุด ดาบปีศาจของทานาทอสก็แตกหักออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย
“เป็นไปไม่ได้?!!”
ทานาทอสนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ร่างของเขาสั่นสะท้านเมื่อเห็นดาบของตนที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายกลายเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ขณะที่หอกกุงเนียร์ยังไม่ได้หยุดความรุนแรงลง ตัวมันพุ่งเข้ามาด้วยพลังอันมหาศาลและทะลวงผ่านแขนของทานาทอสอย่างไร้ความปรานี
โลหิตสีดำข้นสาดกระเซ็นออกมาจากบาดแผล ร่างของเขาเซถอยหลังไปหลายก้าวพร้อมกับความเจ็บปวดที่ท่วมท้น
“ทานาทอส!”
เมื่อเห็นเลือดของลูกชายไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด นิกซ์ผู้เป็นมารดาซึ่งยังคงถูกยูไลกดทับไว้ด้วยฝ่ามือศักดิ์สิทธิ์ก็เบิกตากว้าง
เธอกัดฟันแน่น ร่างกายของเธอสั่นด้วยความโกรธและความเจ็บปวดที่เห็นลูกของตนได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ ทว่าเมื่อเธอพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยทานาทอส ยูไลก็ยืนขวางเบื้องหน้าเธอ ฝ่ามือสีทองยังคงกดทับเธอไว้ราวกับโซ่ตรวนที่ไม่อาจขัดขืน
ยูไลหันมามองนิกซ์ด้วยสายตาเยือกเย็น
“เจ้าไม่ควรเข้าแทรกแซง”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สงบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคงดั่งศิลา พร้อมกับตบฝ่ามือยูไลออกไปอีกหลายชุด
“ศึกนี้เจ้าควรจะเฝ้ามองและยอมรับผลของการกระทำของเจ้าเอง”
นิกซ์ได้ยินเช่นนั้นก็ตะโกนด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ใช้ดาบยักษ์ในมือฟาดฟันประกายแสงสีทองจนแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“ปล่อยข้า!ไปนะไอ้แก่หัวโล้น”
“ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายลูกของข้า!”
ตัวของเธอพยายามดิ้นรน
สายตาเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตและความเจ็บปวดที่เห็นทานาทอสถูกทำร้าย แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ของยูไลที่กำลังกดทับและถาโถมเข้าใส่ มันมั่นคงและแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะละสายตาไปได้
“นี่คือผลลัพธ์ที่กล้าลงมือกับผู้สืบทอดของข้า กล้าเข้าแทรกแซงอาณาเขตของเรา.. ”
“เจ้ามันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”
“ดังนั้นเจ้าจะต้องชดใช้!”
โอดินยืนมองทานาทอสที่เซถอยหลังด้วยเลือดที่ไหลนอง ใบหน้าของเขาแสดงความเย็นชา
“ไอ้แก่โอดิน.. กล้าดียังไงมาทำลายดาบปีศาจของข้า!”
ทานาทอสพยายามทรงตัวด้วยความเจ็บปวด สายตาของเขายังคงเปล่งประกายความอาฆาต แต่ความเจ็บที่แขนซึ่งถูกหอกกุงเนียร์ทะลวงผ่านนั้นเกินกว่าที่จะทนได้ เขารู้สึกถึงพลังที่ถูกกดทับอย่างรุนแรง ร่างกายสั่นสะท้านราวกับใกล้จะพังทลายลงทุกเมื่อ
เมื่อเห็นทานาทอสถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส ความโกรธแค้นของนิกซ์และเหล่าลูกๆของเธอทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
พลังแห่งความมืดที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขานั้น เกรี้ยวกราดดั่งพายุที่พร้อมจะทำลายทุกสิ่ง พลังมหาศาลของพวกเขาผสานรวมกันเป็นคลื่นแห่งอารมณ์และความโกรธที่ล้นทะลักจนรอบบริเวณเต็มไปด้วยไอปีศาจดำทะมึน
ก่อให้เกิดแรงกดดันมหาศาลทั่วสนามรบ ขณะที่อาเธน่า เทพีแห่งสงครามได้ฟาดฟันเข้าสู่สนามด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง
เธอถือดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือซึ่งเปล่งประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ เปลวแสงสีทองแผ่ซ่านจากดาบแห่งเทพีสงคราม ฟาดใส่โมมอส เทพแห่งการเย้ยหยัน และโมรอส เทพแห่งชะตากรรมแห่งวิบัติ ที่พยายามตอบโต้แต่ไม่อาจหลบหลีกได้ทัน
“อึก! เทพีอาเธน่า!!”
โมมอสและโมรอสถูกฟันเข้าใส่บริเวณหน้าอกอย่างรุนแรง เลือดสีดำของปีศาจสาดกระเซ็นออกมาจากบาดแผล
ร่างของพวกเขาสั่นสะท้าน ดวงตาทั้งสองเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แสงศักดิ์สิทธิ์จากดาบสงครามของอาเธน่าราวกับจะชำระล้างความมืดมนในร่างกายของพวกเขา เธอก้าวเข้ามาใกล้ จ้องมองทั้งคู่ด้วยสายตาที่เยือกเย็น
“ตาต่อตาฟันต่อฟัน!.. ต่อให้ไม่ทำอะไรพวกแกก็จะมาแว้งกัดพวกเราอยู่ดี”
ดาบยกขึ้นเตรียมฟาดฟันอีกครั้ง ราวกับจะไม่ปล่อยให้เทพปีศาจทั้งสองได้มีโอกาสตั้งตัว
ขณะที่การต่อสู้ระหว่างเทพและปีศาจดุเดือดขึ้นทุกขณะ
ในอีกมุมหนึ่งของสนามรบ เนเมซิส เทพีแห่งการล้างแค้นกำลังฟาดฟันกับวีรชนแห่งวัลฮาล่านับหมื่นที่รายล้อมรอบตัวเธอ
เคียวของเนเมซิสสะบัดไปมาด้วยความเร็วและแม่นยำ นักรบแต่ละคนที่เข้าใกล้เธอต่างถูกคมเขี้ยวของเธอฟันขาดกระเด็นเป็นชิ้นๆ
ร่างของเธอถูกโอบล้อมด้วยออร่าแห่งการล้างแค้น ความเกลียดชังในดวงตาของเธอเปล่งประกายออกมาราวกับจะทำลายล้างทุกสิ่ง
ทันใดนั้นเอง เนเมซิสรู้สึกถึงบางสิ่ง เธอสัมผัสได้ถึงพลังอันคุ้นเคยที่อยู่ด้านหลัง
และเมื่อหันกลับไปก็เห็นเอริส ผู้เป็นพี่น้องและเทพีแห่งความขัดแย้งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบงัน เอริสยืนอยู่ในชุดสีดำ ดวงตาจับจ้องไปยังเนเมซิสด้วยสีหน้าที่เยือกเย็นและนิ่งเฉย ท่าทางของเอริสดูแฝงไปด้วยความลับที่น่าสงสัย
“เอริส เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ข้าเข้าใจว่าเจ้ากำลังต่อสู้อยู่กับเฟรย่าเสียอีก!”
เนเมซิสที่กำลังตะลึงอยู่รีบถามด้วยความงุนงง เอริสยิ้มที่ถูกถามก็ยิ้มบางๆ
ก่อนจะตอบเสียงเรียบว่า
“จัดการเฟรย่าไปแล้ว ข้าจึงมาที่นี่เพื่อช่วยเหลือสมทบเจ้าอีกแรง!”
เนเมซิสรับฟังก็ยิ้มอย่างพอใจ หัวเราะเบาๆด้วยความยินดีที่เห็นว่าพี่น้องจัดการศัตรูได้
“เข้าใจแล้ว งั้นพวกเรามาสังหารพวกมันให้มากๆกันเถอะ”
และบัดนี้พร้อมจะร่วมมือกันทำลายเหล่าวีรชนที่รายล้อมอยู่ แต่ในขณะที่เธอกำลังหันกลับไปมองเหล่าวีรชนเพื่อเตรียมสังหารพวกเขาอย่างไร้ปรานี ในวินาทีนั้นเอง เธอกลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เฉียบพลันแผ่ซ่านขึ้นมาจากด้านหลัง ราวกับมีบางสิ่งทะลวงเข้าไปในร่างของเธอ
“เอิ๊อก?!!”
เนเมซิสเบิกตากว้าง ร่างของเธอสั่นสะท้าน ขณะที่ดาบแหลมคมพุ่งแทงทะลุจากด้านหลังออกมาจากหน้าอกของเธอเอง
โลหิตสีดำข้นกระเซ็นออกมาอย่างรุนแรง เธอพยายามหันกลับไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและตกตะลึง และเมื่อหญิงสาวได้หันกลับไป เธอก็เห็นว่าผู้ที่แทงเธอนั้นไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือเอริส พี่น้องของเธอเอง
“ทะ..ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้..”
เนเมซิสเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา
เธอกัดฟันแน่น พยายามกลั้นความเจ็บปวดและค่อยๆเอื้อมมือออกไปหาเอริส
“ฮ่าฮ่าฮ่า โดนต้มเข้าแล้วละเจ๊!”
แต่ในจังหวะนั้น เสียงหัวเราะก็ดังออกมาอย่างชอบใจ พร้อมกับที่ร่างของเอริสเริ่มแปรเปลี่ยน กลายเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าและรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาคือโลกิ เทพเจ้าแห่งการหลอกลวง ชายหนุ่มในชุดเกราะสีเขียวเข้มที่แฝงไว้ด้วยเล่ห์เพทุบาย
ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความเยาะเย้ย ขณะที่ชายหนุ่มจ้องมองเนเมซิสที่บัดนี้ถูกแทงด้วยคมมีดของเขาเอง
“สมแล้วที่เป็นเนเมซิส..”
“เจ้าก็ยังโง่เหมือนเดิม!”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอันยียวน รอยยิ้มแสยะปรากฏบนใบหน้า
“ละ..โลกิ?!!”
“ไอ้เจ้าสารเลว!”
เนเมซิสได้ยินเช่นนั้นก็รู้ทันทีว่าตนเองหลงกลเข้าเสียแล้ว ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ เธอกัดฟันแน่นด้วยความโกรธ ก่อนจะฟาดมือกวาดไปด้านหลังเพื่อโจมตีโลกิ แต่โลกิที่รู้ทันก็รีบถอยออกจากความวุ่นวายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“ข้ารู้ดีว่าเจ้ามองข้าเป็นเพียงแค่ตัวตลก”
“แต่เจ้าจงระวังไว้ให้ดี เนเมซิส.. เจ้าจะต้องพ่ายแพ้ด้วยความโง่เขลาของเจ้าเอง!”
โลกิเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเยาะเสียงดัง
ก่อนที่ร่างของเขาจะหายวับไปท่ามกลางความวุ่นวายของสนามรบ
“อึก? ไอ้เวรนั้น..”
เนเมซิสทรุดตัวลงกับพื้น มือข้างหนึ่งกุมบาดแผลที่ถูกแทงซึ่งยังคงมีโลหิตไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง ความเจ็บปวดในร่างกายไม่อาจเทียบได้กับความโกรธแค้นที่ก่อตัวอยู่ในจิตใจ
หญิงสาวกัดฟันแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นและความสับสน
เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตนเองจะหลงกลกับเล่ห์เพทุบายของโลกิได้ถึงเพียงนี้
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของโลกิยังคงก้องสะท้อนอยู่ในจิตใจของเธอ ราวกับเป็นเสียงที่ย้ำเตือนถึงความผิดพลาดของเธอเอง
เนเมซิสลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก สายตาของเธอจ้องไปยังทิศทางที่โลกิจากไป พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะเอาคืนเขาให้ได้
...
ไอ้นี่มันเหลี่ยม 555+