ในตอนเย็นครอบครัวใหญ่บ้านหลิวก็กลับมาบ้านกันพร้อม บ้านใหญ่หลิว ตอนนี้มีสมาชิกก็คือ คุณปู่ คุณย่าทั้งสองที่อยู่บ้านเดียวกับลุงใหญ่หลิวเฉียว ซึ่งก็คือลูกชายคนโตของครอบครัวหลิวนี่เอง และป้าสะใภ้ใหญ่ลู่เฉวี่ย มีลูกด้วยกันสองคนคือ พี่ใหญ่ลำดับหนึ่งพี่คนโต หลิวเฉิน เป็หลานที่คุณปู่คุณย่ารักที่สุด ซึ่งเป็คนซื่อๆ เหมือนลุงใหญ่ แต่งพี่สะใภ้เข้ามาแล้วชื่อหลี่ซิน มีลูกชายตัวน้อยอีก 1คน
ส่วนลูกสาวอีกคนของป้าสะใภ้ชื่อหลิวโหรว อายุราวๆ เดียวกับจิงจิง เกิดหลังจิงจิง ไปแค่1เดือน
หลี่ซินป้าสะใภ้ใหญ่เดินเข้ามาในบ้านก็ได้เดินเข้ามาหาคุณย่าการเจียน “คุณแม่คะ เมื่อกลางวัน ฉันเจอสะใภ้รองที่เก็บเกี่ยว สะใภ้รองบอกว่าวันนี้ตอนเย็นจะทำอาหารจานเนื้อมาให้คุณปู่กับคุณย่าทานค่ะ” หลี่ซินพูดไปก็คิดว่า บ้านน้องรองเป็อะไรกันแน่ถึงกลับบอกว่าจะเอาเนื้อมาให้กิน นี่ยังไม่ได้แบ่งเนื้อกันสักหน่อย
ย่าเจียนได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไรมาก คิดถึงเมื่อเช้าที่จิงจิงเอาซาลาเปามาให้กินไปแล้วอร่อยจนแทบกัดลิ้น หรือว่าเด็กคนนี้จะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ เนื้อที่พูดมาต้องเกี่ยวกับจิงจิงที่กลับมาคราวนี้แน่นอน
“งั้นเธอก็ไม่ต้องทำอาหารเยอะ รอบ้านรองเอาอาหารจานหลักมาก็พอ แล้วก็ซาลาเปาเนื้อนี่ จิงจิงเอามาจากในเมือง พรุ่งนี้เอาค่อยไปแบ่งเ้าใหญ่กับเด็กๆ กินกัน”
“อะไรนะซาลาเปาเนื้อ!! บ้านรองมีของแบบนี้ด้วยเหรอ บ้านรองไปรวยมาจากไหนถึงมีเงินซื้อซาลาเปากินแล้วเอามาแบ่งให้เราได้ ยังจะมีเนื้อมาอีก นี่คงเป็ไปไม่ได้ละมั้งคะ ครอบครัวนั้นถ้ามีของดีๆ จะเอามาแบ่งเราได้ยังไง..”
“หุบปากเถอะน่า จะเสียงดังไปไหนแค่กินๆ ไปก็พอ ส่วนเื่นี้รอเ้ารองมาก็รู้เื่แล้ว” สะใภ้ใหญ่เงียบไปทันที
พอทำอาหารง่ายๆตามคำสั่งของแม่สามีเสร็จ อีกสักพักบ้านรองของหลิวหย่งกับเยี่ยชิงก็เดินเข้ามาบ้านใหญ่กับถ้วยใบใหญ่หอมฉุยพร้อมเสียงแหลมที่เหนือกว่าของสะใภ้บ้านรอง “อั๊ยหยา พี่สะใภ้บ้านใหญ่ มารับอาหารชามเนื้อนี้ไปเร็วๆ เข้า ช่างร้อนจนจะลวกมือแล้วจริงๆ ”
“…” หลิวหย่ง ฉันต่างหากที่เป็คนถือ แล้วมันร้อนจนลวกมือตรงไหนกัน
สะใภ้บ้านใหญ่ก็ได้ยินเสียงสะใภ้บ้านรองมาก็มองไปยังเนื้อในชามอย่างตกตะลึง บ้านน้องรองมีเนื้อจริงๆด้วย แถมยังตัดใจส่งชิ้นใหญ่แบบนั้นมาให้คุณปู่คุณย่าอีก
สะใภ้บ้านรองพอเห็นหน้าสะใภ้บ้านใหญ่ใก็ทำสีหน้าได้ใจ จึงแสร้งพูดว่า “จิงจิงของเราช่างแสนดีจริงๆ อยู่ในเมืองร่ำเรียนอย่างหนักไม่พอ ยังทำงานหาเงิน ซื้อของมาให้ปู่ย่าอีก ช่างเป็หลานสาวที่กตัญญูอะไรขนาดนี้”
หึ หึ เป็ยังไงละ สะใภ้ใหญ่ลูกสาวเธอสู้ลูกสาวฉันได้ไหมล่ะ บอกว่าลูกสาวตัวเองขยันทำงาน ดูแลงานบ้านเป็อย่างดี แล้วลูกสาวเธอสามารถซื้อเนื้อ ซื้อซาลาเปา มาให้กินได้ไหมล่ะ? ไหนตอนนั้นพูดว่ายังไงนะ บอกให้ฉันสั่งสอนลูกสาวให้ดีๆ บ้างละ ตักเตือนลูกสาวฉันบ้างละ หึ เห็นหรือยังว่าลูกสาวฉันดีขนาดไหน
สะใภ้ใหญ่เห็นท่าทียโสของสะใภ้รองก็ทนแทบไม่ไหว ช่างเถอะ ก็แค่คนขี้อวดลูกสาวไปวันๆไม่ใช่หรือไง
ย่าเจียนเห็นท่าสะใภ้บ้านรองก็หันไปเรียกเ้ารองมาถาม “เ้ารองนี่มันเกิดอะไรขึ้นพวกแกมีเงินซื้อของมากมายขนาดนี้ได้ยังไงทำไมไม่เก็บออมบ้างละ”
“คุณแม่ นี่เป็ของที่จิงจิงบอกว่าทำงานในเมืองแล้วเก็บเงินมาได้จึงซื้อกลับมาให้ครับ”
สะใภ้ใหญ่ไม่เชื่อว่าจิงจิงที่ี้เีตัวเป็ขน ซีอิ๊วล้มยังไม่เก็บขึ้นมาจะทำงานหาเงินแล้วซื้อเนื้อมาได้ จึงโพล่งไปว่า "คงไม่ได้ทำงานอะไรไม่ดีหรอกนะ หรือจะผลาญเงินที่หลิวฮั่นส่งมาให้จนหมดแล้ว"
“ว่ายังไงนะ!! จิงจิงของฉันไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่นอน เงินที่หามาได้ก็หามาอย่างสุจริต” เยี่ยชิงะโเสียงแหลมออกมาทันที
“พอได้แล้วทั้งสองคน!!” ย่าเจียนเอ่ยขึ้นมาเสียงขรึม“เอาละวันนี้ฉันได้เห็นเด็กจิงจิงแล้ว เธอดูเป็ผู้เป็คนขึ้นมาแล้ว พรุ่งนี้ก็ให้จิงจิงมานั่งเล่นที่บ้านใหญ่แล้วกัน”
เยี่ยชิงไม่พอใจ หมายความว่ายังไงว่าดูเป็ผู้เป็คนขึ้นมาแล้ว จิงจิงของเธอสวยและเก่งแบบนี้มาั้แ่แต่ไหร่แล้วต่างหาก แต่ไม่มีใครเชื่อเธอ!!
หลิวหย่งรีบตอบ “ครับคุณแม่” แล้วรีบเอาชามเนื้อส่งให้ทันที ก่อนจะรีบดึงภรรยาของตัวเองกลับ
สะใภ้บ้านใหญ่ตอนนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจิงจิงของบ้านรองจะเป็ผู้เป็คนขึ้นมาแล้ว พรุ่งนี้ต้องจับตาดูให้ดี ไม่ใช่ว่าเธอเป็แบบนี้กับทุกคนหรอกนะ แต่ลูกสาวของบ้านรองคนนี้ไม่ไหวจริงๆ นิสัยแบบนั้น ช่าง..
พอหันกลับไปเห็นเนื้อชิ้นใหญ่ในชาม ก็อดน้ำลายไหลไม่ได้ นี่ไม่ได้กินเนื้อมานานขนาดไหนแล้วนะ