ความเงียบงันกลับมาปกคลุมโรงเตี๊ยมรักพักใจอีกครั้งหลังจากเสียงกีบม้าของแม่นางเหยาและคู่หมั้นจางหายไปในม่านหมอกยามเช้า บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมยังคงดูสงบราบเรียบประดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่าในมุมมืดของห้องพักชั้นบนสุด ซึ่งเป็ห้องพักรับรองพิเศษที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรักอันวิปริตมา กลิ่นอายของ "ความปรารถนา" และ "ความอัปยศ" ยังคงอบอวลจางๆ ผสมกับกลิ่นกำยานนิทรานิรันดร์ที่เหลือเพียงควันเบาบาง
อาหลาง ในชุดเสี่ยวเอ้อสีมอซอเดินกลับเข้ามาในห้องนั้นอย่างช้าๆ เขาไม่ได้เร่งรีบทำความสะอาดห้องเหมือนคนรับใช้ทั่วไป ทว่าเขากลับเดินตรงไปยังเตียงไม้ที่ยับย่น ฝุ่นผงแห่งความใคร่ยังคงติดตรึงอยู่บนผ้าปูเตียงสีทองที่บัดนี้มีรอยยับย่นและคราบหยาดเหงื่อเป็วงกว้าง
เขาหย่อนกายลงนั่งบนขอบเตียง หลับตาลงสูดดมกลิ่นอายที่ทิ้งไว้ประหนึ่งนักชิมสุราเลิศรสที่กำลังละเมียดละไมกับหยดสุดท้ายในจอก กลิ่นหอมหวานของแม่นางเหยายังคงอบอวลอยู่บนผ้าปูเตียง ผสมกับกลิ่นเหงื่อที่เค็มจัดจากการดิ้นรนภายใต้เชือกไหมปีศาจ และกลิ่นอันเฉพาะของความปรารถนาที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่อาจควบคุม
ดวงตาของเขาเลื่อนไปมองจุดต่างๆ บนเตียง ตรงนั้นคือจุดที่นางถูกผูกมัดไว้ด้วยท่าทางที่เปิดเผยที่สุด ตรงนี้คือจุดที่นางส่ายเอวตอบรับการรุกรานของเขาอย่างเร่าร้อน และตรงโน้นคือจุดที่นางกรีดร้องด้วยความสุขสมสูงสุดจนเสียงแหบพร่า
เขาล่วงมือเข้าไปในอกเสื้อ ค่อยๆ หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาอย่างทะนุถนอม... "ศิลาเนตรมาร"
บัดนี้ ศิลาสีนิลที่เคยดูหม่นแสงกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด พื้นผิวของมันที่เคยขรุขระเริ่มเรียบเนียนประดุจหยกเนื้อดี และที่กึ่งกลางของศิลานั้นมีประกายแสงสีม่วงทองหมุนวนอยู่ภายในประดุจดวงตาของปีศาจที่กำลังลืมตาตื่น แสงนั้นส่องสว่างวาบขึ้นทุกครั้งที่อาหลางปลดปล่อยกระแสพลังมารเข้าไปกระตุ้น
ศิลาเนตรมารไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับการล่า แต่มันคือ "ภาชนะบรรจุิญญา" ที่สามารถเก็บเกี่ยวและกลั่นกรองพลังงานจากความอัปยศของเหยื่อได้ ยิ่งเหยื่อมีศักดิ์ศรีสูงส่งเพียงใด ยามที่ศักดิ์ศรีนั้นถูกเหยียบย่ำ พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาก็ยิ่งบริสุทธิ์และเข้มข้นมากเพียงนั้น
ในคืนที่ผ่านมา ศิลาได้ดูดซับไม่เพียงแต่ความปรารถนาของแม่นางเหยา แต่ยังดูดซับ "ความสิ้นหวัง" ที่นางรู้สึกเมื่อตระหนักว่าร่างกายของนางกำลังทรยศต่อจิตใจ ดูดซับ "ความอัปยศ" ที่นางรู้สึกเมื่อพบว่าตัวเองตอบสนองต่อการถูกครอบงำอย่างเร่าร้อน และดูดซับ "ความผิดหวัง" ที่นางรู้สึกต่อตัวเองที่ไม่อาจต่อต้านความสุขสมที่เขามอบให้
อาหลางประคองศิลาไว้ในอุ้งมือ พลางโคจรพลังปราณมารให้ไหลเวียนผ่านปลายนิ้ว ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก็เริ่มฉายซ้ำออกมาจากศิลาประดุจภาพมายาที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ภาพของแม่นางเหยาที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกไหมปีศาจ ภาพใบหน้าของนางที่บิดเบี้ยวด้วยความอัปยศขณะที่ปากต้องทำหน้าที่ปรนเปรอเสี่ยวเอ้อต่ำต้อย และที่สำคัญที่สุดคือ "ความรู้สึก" ของนางที่ถูกศิลาดูดซับไว้
ภาพมายาแสดงให้เห็นถึงขณะที่นางพยายามจะต่อต้าน แต่ร่างกายกลับเริ่มตอบสนอง ใบหน้าที่เคยเ็าเริ่มแดงก่ำด้วยความปรารถนา ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวเริ่มพร่าเลือนด้วยความหลงใหล และริมฝีปากที่เคยแน่นขบเริ่มเปิดออกเพื่อส่งเสียงครางที่เต็มไปด้วยความ้า
"อา... ช่างเป็หยาดน้ำค้างที่หวานล้ำเหลือเกิน" อาหลางพึมพำ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าด้วยความพึงพอใจ
ศิลาเนตรมารไม่ได้ดูดซับเพียงพลังกาย ทว่ามันดูดซับ "เศษเสี้ยวิญญา" ที่พังทลายลงในยามที่ศีลธรรมถูกตัณหาเข้าครอบงำ ความอัปยศของจอมยุทธหญิงที่สูงศักดิ์คือน้ำหล่อเลี้ยงชั้นเลิศของมารร้าย ยิ่งนางมีความทะนงตนมากเพียงใด ยามที่ถูกฉุดลงสู่ตม พลังงานที่ปลดปล่อยออกมาก็ยิ่งมหาศาลมากเพียงนั้น
ภาพมายาเปลี่ยนไปเป็่ที่นางเริ่มยอมจำนน ขณะที่เสียงครางของนางเปลี่ยนจากความเ็ปเป็ความสุขสม จากการต่อต้านเป็การขอร้อง ศิลาเนตรมารสั่นะเืในมือของอาหลาง ดูดซับพลังงานจากความพังทลายของศักดิ์ศรีอย่างตะกรุมตะกราม
แสงสีม่วงทองในศิลาเริ่มขยายวงกว้างออกไปจนคลุมทั่งทั้งห้อง อาหลางรู้สึกได้ถึงกระแสพลังที่ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่างกายของเขา มันไม่ใช่พลังที่หยาบโลนทว่ามันคือพลังที่ละเอียดอ่อนและล้ำลึก พลังนี้เริ่มเข้าไปชำระล้างเส้นชีพจร และยกระดับตบะมารของเขาขึ้นไปอีกขั้น
เขารู้สึกได้ถึงประสาทััที่ขยายออกไปไกลกว่าเดิมหลายสิบลี้ เขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจของแมลงที่ซ่อนตัวอยู่ในกำแพง ได้ยินเสียงลมหายใจของคนครัวที่อยู่ชั้นล่าง และเห็น "เส้นด้ายแห่งโชคชะตา" ที่ถักทออยู่รอบตัว
พลังงานที่ไหลเข้ามาไม่ใช่เพียงแค่พลังกายหรือพลังปราณธรรมดา แต่เป็พลังงานที่กลั่นกรองมาจาก "ความสิ้นหวัง" และ "การยอมจำนน" ของเหยื่อ มันคือพลังงานที่เกิดขึ้นเมื่อจิติญญาที่เคยแข็งแกร่งถูกทำลายลงจนแหลกสลาย เมื่อศักดิ์ศรีที่เคยสูงส่งถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือซาก
นี่คือการ "ยกระดับขั้น" ที่เขาเฝ้ารอคอยมานาน หลังจากที่ล่าเหยื่อจอมยุทธหญิงมานับไม่ถ้วน เหยื่อรายที่สามอย่างแม่นางเหยาคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เติมเต็มความกระหายของศิลาเนตรมารจนสมบูรณ์
ขณะที่พลังงานไหลเวียนผ่านร่างกายของอาหลาง เขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใน กล้ามเนื้อของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่แค่ในแง่ของพลังกาย แต่เป็การแข็งแกร่งในระดับที่ลึกซึ้งกว่า เส้นเืใต้ิัเริ่มเปล่งแสงสีม่วงจางๆ เป็สัญญาณของการที่พลังมารเข้าไปผสมผสานกับเืเนื้อของเขาอย่างสมบูรณ์
ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีน้ำตาลธรรมดาเป็สีทองแดงที่เปล่งประกายในความมืด ความสามารถในการมองเห็นของเขาขยายออกไปจนสามารถเห็นผ่านกำแพงหนาได้ เขามองเห็นอู๋ซวงที่กำลังเตรียมยาปรุงในห้องใต้ดิน เห็นคนครัวที่กำลังหลับใหลอย่างไม่รู้เื่ราว และเห็นแม้แต่นกที่กำลังบินผ่านไปในท้องฟ้าที่ห่างออกไปหลายลี้
การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดเพียงแค่ร่างกาย จิตใจของเขาก็ขยายออกไปเช่นกัน เขาสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ห่างไกล รู้สึกถึงความกลัว ความปรารถนา ความโกรธแค้น และความสิ้นหวังของผู้คนที่อยู่ในรัศมีหลายสิบลี้ ความสามารถนี้ทำให้เขาเหมือนกับแมงมุมที่นั่งอยู่กลางใยแห่งอารมณ์ของมนุษย์ทั้งหมด
อาหลางปิดตาลง ปล่อยให้ความทรงจำเมื่อคืนไหลเวียนกลับมาอย่างชัดเจน เขาจำได้ทุกรายละเอียด ทุกเสียงครางที่แม่นางเหยาส่งออกมา ทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายนางที่ตอบสนองต่อการััของเขา
เขาจำได้ถึง่แรกที่นางยังพยายามต่อต้าน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและการปฏิเสธ แต่เมื่อเขาเริ่มใช้เทคนิคการััที่ละเอียดอ่อน การเลียไปตามจุดที่อ่อนไหวของนาง ใบหน้านั้นก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ
"อืม... ไม่... ไม่ต้อง..." เสียงแรกที่นางพยายามจะปฏิเสธ แต่เสียงนั้นกลับสั่นเครือด้วยความรู้สึกที่เริ่มตื่นขึ้นมา
เขาจำได้ว่าเมื่อเขาใช้ลิ้นเลียไปตามลำคอของนาง นางสั่นะเืไปทั้งตัว ร่างกายที่เคยแข็งกร้าวเริ่มอ่อนนุ่มลง เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามิัที่เนียนนวล และลมหายใจเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ
"หยุด... ขอร้อง... หยุดเถอะ..." นางอ้อนวอน แต่เสียงนั้นไม่มีพลังแห่งการต่อต้านเหลืออยู่แล้ว
ความทรงจำที่หวานหอมที่สุดคือ่ที่นางเริ่มยอมจำนน เมื่อเขาเลื่อนมือลงไปััจุดที่อ่อนไหวที่สุดของนาง นางกรีดร้องด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน ความอัปยศปะปนกับความสุขสมที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน
"อา... อะไรนี่... ทำไม... ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้..." นางครางออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า
เขาจำได้ว่าเมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไหวภายในร่องรักของนาง ใบหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเกลียดชังกลายเป็ดวงตาที่พร่าเลือนด้วยความหลงใหล ริมฝีปากที่เคยแน่นขบกลายเป็ริมฝีปากที่เปิดออกเพื่อส่งเสียงครางที่เต็มไปด้วยความปรารถนา
"เร็วขึ้น... ขอร้อง... เร็วขึ้นหน่อย..." เสียงอ้อนวอนที่นางส่งออกมาใน่ท้ายยังคงก้องอยู่ในหูของเขา
ความทรงจำหวานหอมถูกขัดจังหวะเมื่อศิลาเนตรมารเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรงในมือของเขา แสงสีม่วงทองเปลี่ยนเป็สีแดงฉานประดุจโลหิต ภาพมายาของแม่นางเหยามลายหายไป แทนที่ด้วยภาพนิมิตที่บิดเบี้ยวและทรงพลัง
ในขณะที่อาหลางกำลังจมดิ่งอยู่ในกระแสพลังที่พลุ่งพล่าน ทันใดนั้น ศิลาเนตรมารในมือก็เกิดการสั่นะเือย่างรุนแรง แสงสีม่วงทองเปลี่ยนเป็สีแดงฉานประดุจโลหิต ภาพมายาของแม่นางเหยามลายหายไป แทนที่ด้วยภาพนิมิตที่บิดเบี้ยวและทรงพลัง
อาหลางเห็นเงาร่างหนึ่งที่พร่าเลือน เงาร่างนั้นสวมชุดนักพรตสีขาวสะอาดตาทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็นประดุจน้ำแข็งขั้วโลก นางไม่ได้ขี่ม้าทว่าเดินมาด้วยเท้าเปล่า ทว่าทุกย่างก้าวที่นางเหยียบลงบนพื้นดินกลับมีดอกบัวทองคำผุดขึ้นมารองรับ รัศมีพลังปราณรอบตัวนางบริสุทธิ์และแกร่งกล้าจนแม้แต่นิมิตจากศิลาเนตรมารยังแทบจะทนรับน้ำหนักของพลังนั้นไม่ได้
"นี่มัน..." อาหลางขมวดคิ้ว เหงื่อกาฬเริ่มซึมตามไรผม
เงาร่างนั้นค่อยๆ ชัดเจนขึ้น... ใบหน้าที่งดงามประดุจเทพธิดาผู้ไร้โลกีย์ ดวงตาที่นิ่งสงบประดุจมหาสมุทรที่ลึกเกินหยั่งถึง นางคือ "ปรมาจารย์หญิงชิงเหลียน" แห่งสำนักเมฆาพิสุทธิ์ ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็หนึ่งในสามเสาหลักของฝ่ายธรรมะ ผู้ที่บำเพ็ญตบะบริสุทธิ์จนมีกายทิพย์ที่ยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง
ในนิมิตนั้น ปรมาจารย์หญิงหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูโรงเตี๊ยมรักพักใจ นางเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะมองทะลุผ่านมนต์มายาทุกรูปแบบที่เขาและอู๋ซวงสร้างขึ้นมา
"ปรมาจารย์หญิง... ผู้มีตบะแก่กล้าที่สุดในใต้หล้า" อาหลางเอ่ยชื่อของนางออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวล
นี่ไม่ใช่เหยื่อทั่วไปที่เขาจะใช้เพียงกำยานนิทรานิรันดร์หรือเหล้าผสมสมุนไพรจัดการได้ การบำเพ็ญตบะของนางกลั่นกรองจิตใจจนปราศจากกิเลสหยาบหนา เชือกไหมปีศาจอาจจะรัดรึงร่างกายนางได้ แต่หากจิตใจของนางไม่หวั่นไหว ศิลาเนตรมารก็ไม่อาจทำงานได้โดยสมบูรณ์
อาหลางลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสว่างในห้องกลับคืนสู่สภาวะปกติ ทว่าศิลาเนตรมารในมือยังคงอุ่นรุ่มประดุจถ่านไฟที่ยังมอดไม่สนิท ความทรงพลังของเหยื่อรายต่อไปทำให้หัวใจของเสี่ยวเอ้อหนุ่มเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
อาหลางเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปทางทิศตะวันออกที่ซึ่งนิมิตบอกว่านางกำลังมุ่งหน้ามา เขาเริ่มวางแผนการล่าที่สลับซับซ้อนที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา การล่าครั้งนี้จะไม่ใช้เพียงพละกำลัง ทว่าต้องใช้ "จิตวิทยา" และการทำลายความศรัทธาในตัวเองของนางทีละชั้น
"ข้าจะทำให้ดอกบัวบริสุทธิ์อย่างนาง... ต้องมาเบ่งบานในตมของโรงเตี๊ยมเรา ข้าจะทำให้ตบะหมื่นปีของนางต้องมอดไหม้ด้วยเพลิงแห่งตัณหาที่นางพยายามกดทับไว้"