หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    สองผู้ยิ่งใหญ่

    เมื่อจัดแจงทุกสิ่งอย่างจนเสร็จสิ้น ชายหนุ่มก็พลังลงไปหาซีอวิ้นที่อยู่ชั้นล่างในทันที เวลานี้นางกำลังนอนหลับอยู่ในห้องขดตัวราวกับจิ้งจอกตัวน้อยผู้น่ารัก

     

    ลั่วอู่หลินเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะยกยิ้มอย่างอ่อนโยนไม่ได้ เขาค่อยเข้าไปหาภรรยาสาวจากนั้นก็นอนลงและโอบกอดนางเอาไว้ มือของชายหนุ่มพลันลูบไปที่หน้าท้องของนางอย่างแผ่วเบาค่อยๆเสริมพลังปราณหยินเข้าไปให้

     

    ลูกคนนี้ของเขาเกิดจากตัวตนที่เป็นหยินทั้งคู่ อีกทั้งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นหญิง ดังนั้นเมื่อได้ดูดซับปราณหยินของผู้เป็นบิดาเข้าไปนางก็คล้ายจะตอบสนองในทันทีโดยการดิ้นไปมา จนทำให้ซีอวิ้นผู้เป็นมารดาถึงกับรู้สึกตัวและหันมากอดชายหนุ่มในทันที

     

    "เจ้าเสริมพลังให้นางอีกแล้ว หากนางลืมตาดูโลกเกรงว่าจะติดพ่อเช่นเจ้ามากกว่าแม่อย่างข้าเป็นแน่แท้"

     

    "เช่นนั้นก็ดีนะสิ ข้าเป็นคนตามใจส่วนเจ้าเป็นคนตักเตือนแบบนี้เป็นอย่างไร"ลั่วอู่หลินกล่าวอย่างขบขัน ทำให้ซีอวิ้นทำหน้ามุ้ยขึ้นมาในทันใด

     

    "เจ้าคิดจะให้ข้าสวมบทบาทเป็นตัวร้ายต่อหน้าลูกแล้วเจ้าเป็นคนดีเนี้ยนะ เจ้าจะเอาเปรียบกันเกินไปแล้ว"มือเล็กๆของนางทุบไปที่อกของชายหนุ่มด้วยความหมั่นใส้

     

    "ฮ่าๆๆแค่หยอกเจ้าเล่นเท่านั้น พวกเราก็ช่วยกันดูแลนางนี่แหละ อีกทั้งข้าสัมผัสได้ว่าอีกไม่นานเหล่าน้องหญิงและพี่หญิงของเจ้าก็จะออกจากการปิดด่านแล้ว เมื่อนั้นเจ้าหญิงน้อยคนนี้ก็จะมีแม่ๆของนางอีกหลายคนคอยดูแล อีกทั้งข้ายังหาแม่ให้นางได้เพิ่มอีกสองคนแล้วด้วย"

     

    "หึ เจ้ามันคนชั่วร้ายของจริง อยากจะรู้เหลือเกินว่าใครกันที่ตกหลุมพลางเจ้า หญิงสาวสองคนนั้นช่างโชคร้ายเอาเสียมากๆ"นางกล่าวแกมหยอกล้อ

     

    ลั่วอู่หลินได้ยินก็ถึงกับกลั่นขำ "หากเป็นภรรยาของข้านับว่าโชคร้าย ดูเหมือนว่าในบรรดาภรรยาจิ้งจอกน้อยเช่นเจ้าคงจะโชคร้ายที่สุดกระมัง เพราะนอกจากจะเป็นภรรยาข้าแล้วยังมีลูกน้อยที่น่ารักให้ข้าอีกด้วย"

     

    "หืม ไม่พูดกับเจ้าแล้ว"ซีอวิ้นกล่าวอย่างแง่งอน และซุกหน้าเข้าที่อกของชายหนุ่มอันเป็นที่รัก ลั่วอู่หลินเองก็นอนเป็นเพื่อนนางอยู่สักพัก ก่อนที่จะออกจากหอคอยมหาสมบัติไป ปล่อยให้ศิษย์พี่ทั้งสอของเขาเริ่มทำการดูดซับแร่ปราณอยู่ในถ้ำบำเพ็ญของตนเอง

     

    หลังจากนั้นเป็นต้นมาลั่วอู่หลินเริ่มศึกษาเกี่ยวกับนิกายและตระกูลหลินโดยละเอียด เขาพบว่าในนิกายมีผู้อาวุโสสายนอกระดับวีรชนห้าดาวถึงเจ็ดดาวสิบคน ผู้อาวุโสสายในนั้นมีระดับวีรชนชนแปดดาวถึงจอมปราชญ์ห้าดาวจำนวนเจ็ดคน หนึ่งในนั้นคือหลินชิงหลวนอาจารย์ของเขา ผู้อาวุโสหลักของนิกายก็มีเจ็ดคนเช่นเดียวกันมีระดับจอมปราชญ์หกถึงเจ็ดดาวทั้งสิ้น และประมุขนิกายอย่างหลินฉีนับว่าเป็นตัวตนที่มากพรสวรรค์มีระดับถึงจอมปราชญ์เก้าดาวโดยอายุยังไม่ถึงพันปีด้วยซ้ำ

     

    ทางด้านของตระกูลหลินนั้น เขาเองก็สืบทราบมาได้เช่นกันว่ามีระดับจอมปราชญ์เก้าดาวอยู่เกือบยี่สิบคน แต่คนพวกนั้นกลับสยบและฟังคำสั่งแค่หลินเทียนซึ่งเป็นผู้นำตระกูลเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลที่ทำหน้าที่ดูแลกิจการต่างๆก็มีตบะพื้นฐานอยู่ที่วีรชนเก้าดาวทั้งสิ้น

     

    เมื่อได้เห็นข้อมูลเหล่านี้ลั่วอู่หลินถึงกับตกตะลึงนี่คือกองกำลังอันดับสามของดินแดนระดับสูงจริงๆหรือ หากไม่รู้มาก่อนชายหนุ่มอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกได้

     

    'เหอะๆแล้วข้าควรจะทำเช่นไรดีละเนี้ย'ลั่วอู่หลินคิดในใจเช่นนั้นอย่างช่วยไม่ได้ หากจะเข้าไปสร้างปัญหาในตระกูลเขาต้องผ่านด่านผู้อาวุโสไป อีกทั้งยังต้องผ่านจอมปราชญ์เก้าดาวที่ขึ้นตรงกับผู้นำตระกูล นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาทำได้เลยในตอนนี้

     

    หลังจากที่ลั่วอู่หลินกำลังนั่งครุ่นคิดอยู่นาน ในตอนนี้บนท้องฟ้าปรากฏร่างของหลินชิงหลวนลอยลงมา นางกวาดสายตาไปทั่วทั้งบริเวณก็พบว่าตอนนี้ลั่วอู่หลินอยู่คนเดียวจึงกล่าวถามไป

     

    "ศิษย์พี่ทั้งสองของเจ้าไปไหน?"

     

    "ท่านอาจารย์ ศิยษ์พี่กำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ขอรับ ท่านมาถึงที่นี่มีอะไรให้พวกเราไปทำหรือ"ลั่วอู่หลินลุกขึ้นและกล่าวตอบในทันที

     

    "อืม ก็ไม่มีอะไรมาก แค่นำเอาทรัพยากรของผุ้อาวุโสสี่มาให้พวกเจ้า แล้วก็ว่าจะพาพวกเจ้าไปงานฉลองวันเกิดของหลินเฉินหลานชายของข้า ในเมื่อเหมยกุ้ยกับหลี่อิงไม่ว่าง เจ้าละจะไปกับอาจารย์หรือไม่"

     

    ลั่วอู่หลินตาลุกวาว ดูเหมือนโชคชะตาจะยังไม่ทอดทิ้งเขาเสียทีเดียว ชายรีบตอบรับผู้เป็นอาจารย์ในทันที หลินชิงหลวนจึงนำอาภรณ์สำหรับที่เหมาะสมให้กับเขาได้ใส่

     

    ลั่วอู่หลินรับมาแล้วเข้าไปเปลี่ยนในทันทีในใจอดไม่ได้ที่จะขำขัน จากประสบการณ์ของเขาในราชวงศ์ โดยปกติคนที่แต่งกายสุภาพในงานจะเป็นแขกคนสำคัญเสียส่วนใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าตระกูลหลินนี้จะแตกต่างกันออกไปนี่ถึงขนาดกับให้ความสำคัญเรื่องการแต่งกายกับทุกคนไม่เว้นแม้แต่เขาที่เป็นศิษย์ธรรมดาๆเช่นเขา ช่างเป็นตระกูลที่เล่นใหญ่เสียจริง

     

    ชายหนุ่มเมื่อแต่งกายเสร็จสิ้นเขาก็พลันเดินออกมาทันที ลั่วอู่หลินในเวลานี้สวมอาภรณ์สีขาวลวดลายเปลวเพลิงสีฟ้า สามารถบอกได้เลยว่าชุดนี้ไม่ใช่ชุดปกติธรรมดา ทั้งการออกแบบและเนื้อผ้าเรียกได้ว่าวิจิตรยิ่ง สมแล้วที่เป็นชุดพิธีการของตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดในดินแดน

     

    หลินชิงหลวนเมื่อเห็นว่าลูกศิษย์ของตนออกมาก็พลันยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ลั่วอู่หลินในเวลานี้โดดเด่นเอาเสียมากๆ ทั้งรูปร่าง หน้าตา และพลัง สมแล้วที่เป็นศิษย์ของนาง

     

    "ไปกันเถอะงานจะเริ่มแล้ว"หลินชิงหลวนกล่าว ก่อนที่ทั้งสองศิษย์อาจารย์จะทะยานไปที่ตระกูลหลินในทันที

     

    ย้อนกลับไปเล็กน้อย ณ ดินแดนสวรรค์ ตระกูลราชามังกรอัสนีบาต บัดนี้เซียนมู่หรงได้ ลั่วหนิงซิน และเซียนหนิงซี กำลังคาราวะให้แก่ชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ของผู้นำตระกูล

     

    ฝ่ายชายใบหน้าคล้ายกับเซียมู่หรงแต่ดูเย็นชากว่ามาก ส่วนฝ่ายหญิงนั้นหน้าตาของนางคล้ายกับเซียนเยว่อิงแต่ทว่ากลับมีบุคลิกที่ดูอ่อนหวานและใจดี จะมีที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือเส้นผมของพวกเขาที่ขาวสนิทแสดงให้เห็นถึงการคงอยู่มานานและความอาวุโสของพวกเขา

     

    เมื่อทั้งเซียนมู่หรง ลั่วหนิงซิน และเซียนหนิงซีมาอยู่เบื้องหน้าตัวตนทั้งสองนี้ ความรู้สึกราวอยู่ตรงหน้าขุนเขาที่สูงชันไร้ขอบเขต แม้ว่าชายหญิงทั้งสองจะไม่ได้ปลดปล่อยพลังอะไรออกมาเลยก็ตาม

     

    "คาราวะท่านพ่อ/ท่านแม่" เซียนมู่หรงกล่าวออกมาเช่นนั้น ทั้งสองที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มองดูบุตรชายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น รอยยิ้มบางๆปรากฏบนใบหน้า

     

    "หรงเอ่อร์ โตขึ้นมากเลยทีเดียว นี่คงเป็นครอบครัวของเจ้าสินะ"เป็นหญิงสาวกล่าวขึ้น นางมีนามว่าหลิวอิงเอ่อร์ เป็นมารดาแท้ๆของเซียนมู่หรง

     

    "ขอรับ นี่ภรรยาข้าลั่วหนิงซิน และบุตรสาวเซียนหนิงซี"

     

    "คาราวะท่านพ่อท่านแม่เจ้าค่ะ/คาราวะท่านปู่ท่านย่าเจ้าค่ะ"เมื่อเซียนมู่หรงแนะนำ ทั้งสองจึงกล่าวขึ้นมาและทำความเคารพอย่างนอบน้อมจนถึงที่สุด แต่เพียงเสี้ยวลมหายใจเท่านั้น หลิวอิงเอ่อร์ พุ่งทะยานมารับการคาราวะของพวกนางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความเมตตา

     

    "ดีจริงๆ ถือว่าหรงเอ่อร์หาภรรยาได้ดีแม่ชื่นชอบมาก ส่วนหลานสาวคนนี้เองก็มีทั้งพรสวรรค์และความงดงามนับเป็นที่หนึ่งของแผ่นดิน"นางกล่าวอย่างพึงพอใจ ก่อนจะค่อยกอดหญิงงามทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักไคร่และเป็นกันเอง

     

    ทันใดนั้นประมุขตระกูลราชามังกรอัสนีบาตก็พลันลุกขึ้นและลอยมาอยู่ด้านหลังภรรยา เขามองไปที่ลั่วหนิงซินเป็นคนแรกและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เห็นได้ชัดเลยว่าทั้งสองคนยอมรับนางในฐานะภรรยาของเซียนมู่หรงด้วยความเต็มใจยิ่ง ทว่าเมื่อมองไปทางเซียนหนิงซีดวงตากับเปลี่ยนเป็นจริงจังอย่างช่วยไม่ได้

     

    "ราชามังกรอัสนีบาตสวรรค์"น้ำเสียงที่เรียบเฉยดังขึ้นมา ทำให้ทั้งครอบครัวถึงกับเคร่งเครียดในทันที

     

    "อิงเอ่อร์พาพวกนางไปดื่มชาพูดคุยกันด้านนอกก่อน ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับหรงเอ่อร์เล็กน้อย"หลิวอิงเออร์พยักหน้านางพาหญิงงามทั้งสองเดินออกไปในทันทีปล่อยให้พ่อลูกอยู่ด้วยกันตามลำพัง

     

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277