คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    บ้านหลังใหม่

     [13 มีนาคม | 19:47 น.] 

    การเดินทางลัดเลาะไปตามคันดินของบ่อปลาและทุ่งนาใช้เวลาไม่นานนักสำหรับคนที่มีร่างกายตื่นตัวเต็มที่อย่างอคิน 

    โดยมีโบ้นำหน้าและสามเหมียวปิดท้ายขบวน

    เมื่อพวกเขาพ้นแนวป่าละเมาะเข้าสู่เขตที่โบ้เรียกว่า 'จุดหมาย' อคินก็ต้องหยุดฝีเท้าลงแทบจะทันที

    ลมหายใจของเขาขาดห้วง ดวงตาเบิกกว้างสะท้อนภาพเบื้องหน้า

    "นี่มัน... บ้าไปแล้ว..."

    เบื้องหน้าเขา คือสิ่งก่อสร้างที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากจินตนาการของผู้สร้างโลกแฟนตาซี

    มันไม่ใช่กำแพงอิฐ ไม่ใช่ลวดหนาม และไม่ใช่ค่ายทหารชั่วคราว

    แต่มันคือ "กำแพงต้นไม้" ที่สูงเสียดฟ้า

    ต้นไม้ยักษ์หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งยางนา ตะเคียน และมะค่าโมง ที่มีขนาดลำต้นหลายคนโอบ 

    ยืนต้นเรียงรายเป็นแถวหน้ากระดานสุดสายตา 

    ความสูงของพวกมันไม่ต่ำกว่า 30 เมตร ยอดไม้แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมท้องฟ้าราวกับหลังคาธรรมชาติ

    แต่สิ่งที่น่าตื่นตะลึงยิ่งกว่า คือ "เนื้อกำแพง"

    ระหว่างช่องว่างของต้นไม้ยักษ์เหล่านั้น ถูกถักทอด้วยเถาวัลย์สีเขียวเข้มขนาดเท่าท่อนแขน 

    พันเกลียวไปมาอย่างแน่นหนาจนไม่มีช่องว่างให้แม้แต่มดเดินผ่าน 

    หนามแหลมคมยาวเฟื้อยงอกออกมาจากเถาวัลย์เหล่านั้น สะท้อนแสงจันทร์วาววับราวกับใบมีด

    มันคือกำแพงที่มีชีวิต... กำแพงที่หายใจได้

    ที่ระดับความสูง 20 เมตร มีระเบียงทางเดินไม้สร้างวนรอบลำต้นและพาดผ่านเชื่อมต่อกันเป็นแนวยาว 

    ทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่บนนั้นพร้อมคบเพลิงและอาวุธที่ส่องแสงเรืองรอง

     

    [ตรวจพบโครงสร้างเวทมนตร์ระดับสูง]

     

    "สุดยอด..." อคินพึมพำ เขาไม่เคยเห็นอะไรที่ทรงพลังและงดงามขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

    โฮ่ง! โฮ่ง!

    เสียงเห่าของโบ้เรียกสติเขากลับมา

    ที่ด้านหน้าของแนวกำแพง มีต้นจามจุรียักษ์สองต้นโน้มกิ่งเข้าหากัน 

    รากไม้ของพวกมันสานตัวกันเป็นซุ้มประตูขนาดมหึมาที่ดูแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า

    "หยุด! นั่นใคร!"

    เสียงตะโกนดังมาจากป้อมยามบนต้นจามจุรี แสงไฟสาดลงมาจับที่ร่างของอคิน

    โบ้วิ่งออกไปข้างหน้า เห่าทักทายด้วยหางที่ส่ายดิกๆ

    "อ้าวเฮ้ย! ไอ้โบ้นี่หว่า!" 

    เสียงยามเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น 

    "เปิดประตู! เปิดประตู! โบ้กลับมาแล้วเว้ย!"

    ครืนนนนน...

    เสียงไม้เสียดสีกันดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูค่อยๆ เปิดออก 

    เปิดทางให้เห็นแสงไฟสีส้มอบอุ่นจากด้านใน

    'ด่าง' และ 'ขาว' สุนัขยามในชุดเกราะหนังวิ่งสวนออกมาจากประตูรากไม้ 

    พร้อมกับยามหนุ่มหน้าตาคมเข้มที่กระโดดลงมาจากรากไม้ด้วยความคล่องแคล่ว

    "หยุดก่อน!" 

    ยามคนนั้นยกมือห้าม 

    แต่สายตาเต็มไปด้วยความงุนงงเมื่อเห็นด่างกับขาววิ่งเข้าไปคลอเคลียกับหมาจรจัดสีน้ำตาล และดมกลิ่นชายแปลกหน้าอย่างสนิทสนม

    "นายเป็นใคร?" 

    ยามถามพลางลดหอกลงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าหมาของเขาไม่แสดงท่าทีดุร้าย 

    "ทำไมเจ้าด่างกับเจ้าขาวถึงดูรู้จักพวกนายดีขนาดนี้"

    "เอ่อ... ผมชื่ออคินครับ" 

    อคินรีบแนะนำตัว เขายกมือไหว้ด้วยความประหม่า 

    "เป็นผู้รอดชีวิตครับ... พอดีผมเจอเจ้าโบ้... เอ้ย หมาตัวนี้น่ะครับ มันพาผมมาที่นี่ บอกว่าที่นี่ปลอดภัย"

    ยามหันไปมองหน้าเพื่อนยามอีกคนที่อยู่บนป้อม ทั้งสองคนสบตากันก่อนที่ยามข้างล่างจะถอนหายใจ

    "หมาพามางั้นเหรอ... ฉลาดกันจริงๆ นะพวกนี้" 

    ยามหนุ่มพึมพำ ก่อนจะหันมาพูดกับอคินด้วยน้ำเสียงที่เป็นทางการขึ้น 

    "ผมชื่อไม้ครับ ยินดีต้อนรับสู่ 'เมืองหัวใจพฤกษา' ครับ... หรือที่พวกเราเรียกกันว่าบ้าน แต่ต้องขอโทษด้วยนะ ตอนนี้ฝ่ายทะเบียนปิดทำการแล้ว"

    "ปิดแล้วเหรอครับ?" อคินใจหายวาบ

    "ใช่ครับ ฝ่ายทะเบียนเปิดรับผู้รอดชีวิตหน้าใหม่ตอน 08:00 เช้า ถึง 19:00 น. เท่านั้น" 

    ยามก้มดูนาฬิกาข้อมือ 

    "นี่มันสองทุ่มครึ่งแล้ว เจ้าหน้าที่คงกลับไปพักผ่อนกันหมดแล้วครับ"

    "แล้ว... ผมต้องทำยังไงครับ" อคินถามเสียงอ่อย มองเข้าไปในความมืดหลังกำแพงที่มีแสงไฟวูบวาบ

    "ไม่ต้องห่วงครับ ท่านเจ้าเมือง 'เพทาย' มีคำสั่งให้ต้อนรับผู้รอดชีวิตทุกคน" 

    ยามยิ้มให้คลายกังวล 

    "คืนนี้นายไปพักที่ 'บ้านต้นไม้รับรอง' สำหรับผู้อพยพก่อน อยู่ตรงต้นยางนาต้นนั้น พรุ่งนี้เช้าค่อยไปลงทะเบียนเพื่อสัมภาษณ์เข้าเป็นพลเมืองตอนแปดโมงเช้านะครับ"

    ยามชี้ทางไปที่ต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่งที่มีบันไดวนพันรอบลำต้นขึ้นไปสู่บ้านไม้หลังเล็กที่สร้างอยู่บนกิ่งก้าน

    "ขอบคุณมากครับ" 

    อคินกล่าวขอบคุณด้วยความโล่งอก

    เขาเดินตามคำแนะนำของยาม พาตัวเองและเป้ใบเก่าเดินขึ้นบันไดไม้ไป 

    โดยมีแก๊งแมวสามตัว 'ส้มซ่า' 'ปลาเผา' และ 'บัวลอย' กระโดดตามขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว

    ส่วน 'โบ้' หยุดยืนอยู่ที่โคนต้นไม้ มันเห่าเบาๆ สองสามที 

    แล้วทิ้งตัวลงนอนเฝ้าอยู่ตรงบันไดขั้นแรก ราวกับจะบอกว่า 'คืนนี้ข้าจะเฝ้ายามให้เอง'

    ...

    ณ บ้านต้นไม้รับรอง 

    ภายในห้องพักเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน อคินวางเป้ลงบนฟูกนอน แต่ความกังวลใจทำให้เขานั่งไม่ติด

    "แย่แล้ว..." 

    อคินพึมพำกับตัวเอง เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดู

     

    [ระยะเวลาคงเหลือ: 05:57:42

     

    "ยามบอกว่าลงทะเบียนแปดโมงเช้า... แต่เวลาของฉัน... ฉันตื่นได้แค่หนึ่งทุ่ม ถึง ตีสาม"

    อคินกุมขมับ เขาเพิ่งตระหนักถึงปัญหาใหญ่ระดับชาติ 

    "เดี๋ยวสิ ฉันตื่นตอนกลางวันไม่ได้ ฉันจะลงทะเบียนเป็นพลเมืองได้ยังไง? แล้วถ้าไม่ลงทะเบียน ฉันจะอยู่ที่นี่ได้เหรอ? จะโดนไล่ออกไปไหมเนี้ย?"

    "ทำยังไงดี... หรือต้องแอบเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตอนดึก? ไม่สิ โดนจับข้อหาบุกรุกแน่"

    "เมี้ยว!"

    เสียงร้องของส้มซ่าเรียกสติเขา อคินหันไปมอง แมวลายส้มยืนอยู่บนขอบหน้าต่าง 

    หันมามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกระโจนออกไปในความมืด ตามด้วยปลาเผาและบัวลอย

    "เฮ้ย! เดี๋ยว! จะไปไหนกัน!" 

    อคินร้องเรียก แต่ไม่ทันเสียแล้ว

     

    [ส้มซ่าบอกว่า ไม่ต้องห่วงเจ้าทาส เดี๋ยวพวกเราจะไปคุยกับ 'เจ้านายใหญ่' ให้ เรื่องเวลาตื่นของนาย เดี๋ยวเคลียร์ให้เอง]

    [กรุณารักษาความลับเรื่องเงื่อนไขเวลา '19:00-03:00' ไว้ก่อน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยเจรจาพิเศษ]

     

    อคินกระพริบตาปริบๆ อ่านข้อความระบบแล้วก็ได้แต่เกาหัว

    "หน่วยเจรจาพิเศษ... เอาจริงดิ?"

    แต่เมื่อระบบบอกให้รอ เขาก็คงต้องรอ... ทว่าตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่มกว่า 

    เขายังเหลือเวลาอีกตั้งค่อนคืน จะให้นอนเฉยๆ ก็เสียดายเวลา 'การมีชีวิต' ที่มีค่า

    "ลงไปคุยกับพี่ยามดีกว่า อย่างน้อยก็ได้ข้อมูลเพิ่ม"

    อคินตัดสินใจเดินลงจากบ้านต้นไม้ โบ้ที่นอนเฝ้าอยู่กระดิกหางรับทันทีที่เห็นเขา และเดินตามมาติดๆ

    ที่หน้าป้อมยาม ยามคนเดิมที่ชื่อว่า 'ไม้' กำลังนั่งพักดื่มน้ำอยู่ พอเห็นอคินเดินมาเขาก็ยิ้มทักทาย

    "อ้าว นอนไม่หลับเหรอครับ?"

    "ครับ... ยังตื่นเต้นอยู่นิดหน่อย" 

    อคินตอบเลี่ยงๆ 

    "แล้วก็... หิวด้วยครับ แหะๆ"

    เขาหยิบเนื้อตากแห้งแข็งๆ ออกมาจากเป้ แล้วนั่งลงที่ขอนไม้ใกล้ๆ ป้อมยาม

    "โห กินเนื้อแห้งเลยเหรอ" 

    ไม้มองด้วยความเห็นใจ 

    "เสียดาย ครัวกลางปิดตอนสองทุ่ม ไม่งั้นนายคงได้กินข้าวนุ่มๆ กับแกงร้อนๆ ... อยู่ที่นี่อาหารการกินฟรีครับ ท่านเพทายดูแลเรื่องปากท้องดีมาก แต่ถ้าอยากได้เงินซื้อของใช้หรืออัปเกรดอุปกรณ์ ก็ต้องทำงานแลก หรือไม่ก็ออกไปล่าซากสัตว์อสูรมาขาย"

    "ต้องล่าด้วยเหรอครับ..." 

    อคินเคี้ยวเนื้อแห้งอย่างยากลำบาก

    "ไม่บังคับครับ ใครถนัดงานช่าง งานเกษตร ก็ทำในเมืองได้" 

    ไม้หัวเราะแห้งๆ 

    "อย่างผมเนี่ย... สารภาพเลยว่าขี้ขลาด ไม่กล้าออกไปบวกกับมอนสเตอร์ข้างนอก เลยมาสมัครเป็นยาม กะห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม เงินอาจจะไม่เยอะเท่าพวกฮันเตอร์ แต่ปลอดภัยกว่าเยอะ"

    ไม้ชี้ไปที่ 'ด่าง' ซึ่งกำลังหมอบเฝ้าระวังภัยอยู่อย่างเข้มแข็ง

    "แต่เจ้าพวกนี้สิใจกล้ากว่าผมเยอะ... ผมมีอาชีพสาย 'ผู้ฝึกสัตว์'  เลยทำสัญญากับเจ้าด่างเมื่อตอนกลางวันนี่เอง ส่วนเจ้าขาวนั่นทำสัญญากับยามกะดึกอีกคน"

    "ทำสัญญา... งั้นเหรอครับ" 

    อคินทวนคำ 

    เขาแอบเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาดูเมนูปาร์ตี้

     

     [ปาร์ตี้: นักล่าราตรี] 

     [อคิน เลเวล 24] 

     [โบ้ เลเวล 19] 

     [ส้มซ่า เลเวล 17] 

     [ปลาเผา เลเวล 13] 

     [บัวลอย เลเวล 13] 

     

    ชื่อของ 'ด่าง' และ 'ขาว' ที่เคยขึ้นเป็นสมาชิก หายไปแล้ว...

    อคินรู้สึกโหวงในอกเล็กน้อย เหมือนเพื่อนร่วมทางลงจากรถไฟไปแล้ว 

    แต่เมื่อเห็นด่างดูสง่าผ่าเผยในชุดเกราะ เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดี

    'ดีแล้วล่ะ... ที่พวกแกมีบ้าน มีเจ้านายดูแล' อคินคิดในใจ

    "แล้วหมาจรจัดตัวอื่นๆ ล่ะครับ?" อคินถามต่อ

    "อ๋อ พวกนั้นถูกส่งไป 'ค่ายเหนือ' ครับ ที่นั่นเป็นศูนย์ฝึกสัตว์ ท่านรองเจ้าเมือง 'ปกป้อง' แกเน้นเรื่องนี้มาก หมาแมวที่ไร้บ้านจะได้รับการรักษา ฝึกฝน แล้วจัดหาคู่หูที่เหมาะสมให้ครับ" 

    ไม้อธิบายอย่างภูมิใจ 

    "นายเก่งนะเนี่ย ที่รวบรวมพวกมันมาได้ขนาดนี้ เข้าใจภาษาพวกมันเหรอ?"

    "เปล่าหรอกครับ... แค่... พวกมันคงสงสารผมมั้งครับ" 

    อคินตอบถ่อมตัว

    ทั้งสองนั่งคุยกันแลกเปลี่ยนเรื่องราวโลกภายนอก 

    อคินได้รับรู้เรื่องราวของ 'เมืองหัวใจพฤกษา' มากขึ้น 

    ทั้งความเก่งกาจของท่านเพทาย และความเข้มแข็งของท่านปกป้อง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงห้าทุ่ม

    "ได้เวลาเปลี่ยนกะแล้ว" 

    ไม้ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ

    ชายหนุ่มอีกคนเดินตรงเข้ามาจากทางบ้านพัก 

    เขาดูตัวเล็กกว่าไม้แต่แววตาตื่นตัวตลอดเวลา 

    เจ้าขาวรีบวิ่งไปหาเขาทันที กระดิกหางรัวๆ

    "หวัดดีพี่ไม้ เหตุการณ์ปกติป่ะ?" 

    ยามคนใหม่ทัก

    "ปกติๆ เอ้อ นี่ 'อคิน' ผู้รอดชีวิตใหม่ มาถึงเมื่อหัวค่ำ...พี่กำลังเล่าเรื่องเมืองกับท่านเพทายให้เขาฟัง ฝาก 'ณัฐ' ดูแลต่อด้วยนะ อคินแกนอนไม่หลับน่ะ" 

    ไม้แนะนำ

    "หวัดดีครับคุณอคิน" 

    ณัฐยิ้มร่าเริง 

    "ผมนั่งเป็นเพื่อนคุยได้ยันเช้าเลยครับ ถ้านายไม่เบื่อเรื่องท่านเพทายซะก่อนนะ เพราะผมแฟนคลับตัวยงเลย!"

    ไม้ขอตัวกลับไปพักผ่อน โดยมีเจ้าด่างเดินตามไปส่งถึงที่พัก ส่วนอคินก็นั่งคุยกับณัฐต่อ

    ณัฐเป็นคนคุยสนุกและเทิดทูนท่านเจ้าเมืองมาก 

    เขาชี้ชวนให้อคินดูโครงสร้างของกำแพง เล่าว่าท่านเพทายใช้สกิล 'เร่งการเจริญเติบโต' และ 'บอนไซ' 

    สร้างมันขึ้นมาในคืนเดียวเพื่อปกป้องทุกคนจากการโจมตีระลอกใหญ่

    "กำแพงนี้น่ะ ไม่ใช่แค่ต้นไม้บังแดดนะ แต่มันมีชีวิต! รากของมันรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ไกลเป็นกิโล!" 

    ณัฐโม้ด้วยแววตาเป็นประกาย

    อคินนั่งฟังอย่างเพลิดเพลิน จนกระทั่งตัวเลขสีแดงในสายตาเตือนว่าใกล้หมดเวลา

     

    [ระยะเวลาคงเหลือ: 00:30:00]

     

    "ตีสองครึ่งแล้ว..." 

    อคินลุกขึ้นปัดฝุ่นกางเกง 

    "ผมคงต้องขอตัวไปนอนก่อนนะครับณัฐ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นสาย"

    "ได้เลยครับ พักผ่อนเยอะๆ ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะ" 

    ณัฐโบกมือลา

    อคินเดินกลับมาที่ต้นไม้ใหญ่ โบ้ที่นอนเฝ้าอยู่ลุกขึ้นเดินมาส่งเขาที่ตีนบันได

    "เฝ้าข้างล่างนะโบ้ ขอบใจมาก" 

    อคินลูบหัวมัน

    เมื่อเขาปีนขึ้นไปถึงห้องพัก 

    เขาก็พบว่าภารกิจของ 'หน่วยเจรจาพิเศษ' น่าจะเสร็จสิ้นแล้ว หรือไม่ก็พักยก... 

    เพราะเจ้าปลาเผาและบัวลอยกลับมานอนขดตัวกลมอยู่บนฟูกของเขาแล้ว

    อคินทิ้งตัวลงนอนข้างๆ พวกมัน ความอบอุ่นจากขนปุยๆ และเสียงครางครืดๆ ของแมวเป็นเหมือนยาวิเศษที่ขับไล่ความเหนื่อยล้า

    เขาหลับตาลงด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน... ความรู้สึกปลอดภัย

    "พรุ่งนี้... ค่อยว่ากันใหม่"

    ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบ คือรอยยิ้มของยามทั้งสองคน 

    และความยิ่งใหญ่ของกำแพงพฤกษาที่โอบล้อมเขาไว้... คืนนี้เป็นคืนที่ดีจริงๆ

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 00:00:01]

    [สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน