ตอนที่ 40 ตกม้าตายในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่หลี่ซิ่วเจวียน เพราะนางคือคนที่เป็นธุระจัดการเรื่องนี้
แม่เฒ่าหลิวขมวดคิ้ว “หลี่ซิ่วเจวียน นี่มันเรื่องอันใดกัน? เจ้าไม่ได้บอกว่าจะให้ไปเป็นเจ้าสาวเด็กหรอกหรือ? เจ้าขายซานนีกับน้องสาวให้ใคร?”
หลี่ซิ่วเจวียนกลอกตาไปมา “เจ้าสาวเด็กจะได้ค่าตัวเยอะถึงเพียงนี้หรือ? ถ้าหากพวกนางไปที่นั่น พวกนางก็จะมีชีวิตที่ดี ได้อยู่ดีกินดีได้ ไม่ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินให้ลำบาก ไม่ดีหรืออย่างไร? ท่านแม่อย่าถามอันใดมากมาย รีบมาลงนามในสัญญา แล้วจัดการให้เสร็จไปเสีย เมื่อครอบครัวได้เงินพิเศษนี้ ก็จะมีชีวิตที่ดีไปได้สักพัก ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
หลิวต้าหลางไม่พอใจ เขาจ้องมองหลี่ซิ่วเจวียนด้วยความโกรธ “นังหญิงเลว ดูพูดมาได้ ตอนนี้ข้าไม่เชื่อสิ่งที่เจ้าบอกแล้ว”
จากนั้นเขาก็มองไปยังเถ้าแก่จ้าว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เจ้าทำงานอะไร? เจ้าคิดจะทำอะไรกับน้องสาวสองคนของข้า?”
เถ้าแก่จ้าวหัวเราะเยาะ “คนจากหอฉางเล่อฟาง เจ้าคิดว่าทำงานอะไรเล่า?”
ใบหน้าของหลิวต้าหลางแดงก่ำ ไม่ว่าเขาจะชั่วช้าแค่ไหน ก็ไม่เคยคิดจะขายน้องสาวตัวเองให้สถานที่โสมมเช่นนี้ เขารีบไล่ผู้มาเยือนออกไปทันที ปฏิเสธที่จะขาย แล้วจ้องมองไปที่หลี่ซิ่วเจวียนราวจะกินเลือดกินเนื้อ สิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดของคนปากร้ายคนนี้คือนางต้องการขายน้องสาวทั้งสองของเขาให้กับสถานที่สกปรกเช่นนี้
แม่เฒ่าหลิวก็มีสีหน้าโกรธจัดเช่นกัน “หลี่ซิ่วเจวียน เจ้าหลอกข้า เจ้าคิดจะหลอกแทงข้างหลังข้าใช่หรือไม่? คอยดูว่าข้าจะจัดการกับเจ้าอย่างไร ส่วนเจ้ารีบออกไปโดยเร็ว ข้าไม่ขายอีกต่อไป ไม่ขายแล้ว”
ใบหน้าของเถ้าแก่จ้าวมืดมน เขามองหลี่ซิ่วเจวียนด้วยสายตาเย็นชา “ไม่ขายแล้วหรือ?”
“เจ้าเอาเงินของข้าไปแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าบอกว่าไม่ต้องการขายแล้วงั้นหรือ? การขายเป็นไปตามความยินยอมร่วมกัน หากเจ้าไม่ขาย ข้าก็ไม่บังคับเจ้า แต่ตามสัญญา เจ้าไม่เพียงแต่ต้องคืนเงินยี่สิบตำลึงให้ข้า แต่ยังต้องชดเชยให้ข้าด้วยเงินอีกสองเท่า รวมเป็นสี่สิบตำลึง แล้วข้าจะออกไปทันที หลังจากได้รับเงินจากเจ้าแล้ว”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา สีหน้าของคนสกุลหลิวก็เปลี่ยนไปมาก
แม่เฒ่าหลิวตบหน้าหลี่ซิ่วเจวียน แล้วคำรามด้วยความโกรธว่า “นังสารเลว สิ่งที่เจ้าพูดไม่เป็นความจริงเลยสักอย่าง เจ้าโกหกข้า ทำเป็นบอกข้าว่าขายได้แค่ยี่สิบตำลึงเท่านั้น ให้ตายเถอะ นังสารเลว ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย”
เมื่อพูดจบ นางก็ไล่ตบตีหลี่ซิ่วเจวียน ไม่ว่าหลี่ซิ่วเจวียนจะอ้อนวอนมากแค่ไหน แม่เฒ่าหลิวก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะสอนบทเรียนให้นาง จนลานบ้านเละเทะไปหมด
หลิวต้าหลางก็อ้าปากค้าง สี่สิบตำลึง เยอะถึงเพียงนั้นเลยหรือ?
เถ้าแก่จ้าวใจร้อน จึงรีบห้ามพวกเขา แล้วให้พวกเขาเลือกสองทางว่าจะจ่ายเงินหรือให้พาคนไปแทน เขาไม่มีเวลาดูคนเหล่านี้เล่นกันที่นี่ ไม่เช่นนั้นเขาจะส่งทุกคนไปพบเจ้าหน้าที่
หลี่ซิ่วเจวียนสัมผัสบาดแผลที่ถูกทุบตี แล้วบอกให้เถ้าแก่จ้าวรอก่อน จากนั้นจึงคุกเข่าลงต่อหน้าแม่เฒ่าหลิว แล้วพูดพลางสะอื้น “ท่านแม่ ท่านขายพวกนางไปเถิด เงินอีกตั้งยี่สิบตำลึง เราจะไปหามาชดเชยได้อย่างไร”
“อีกทั้งฉางเล่อฟางก็เป็นสถานที่ที่ดีนะ ได้แต่งตัวดี ๆ ได้กินอิ่มทุกวัน ไม่ต้องทำงานหนัก มันดีจริง ๆ ท่านแม่เห็นด้วยหรือไม่?”
“ออกไปให้พ้น!” ใบหน้าของแม่เฒ่าหลิวซีดเผือด
“ท่านย่า ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” หลิวต้าหลางกล่าวด้วยสีหน้าเข้ม “เรื่องนี้จะทำให้คนในหมู่บ้านมองเราอย่างไรในอนาคต?”
หลี่ซิ่วเจวียนกัดฟัน “ข้าจะให้เงินแก่พวกเจ้าทั้งหมด ข้าไม่ต้องการเงินสักตำลึง ยกให้พวกเจ้าหมดเลย ตกลงหรือไม่? แล้วท่านแม่ ถ้าเรื่องนี้ไปถึงทางการ มันจะส่งผลกระทบต่ออนาคตของหลิวจวินกับหลิวอู่ ท่านจะทนได้หรือไม่?”
ตราบใดที่สามารถแก้สถานการณ์ยากลำบากตรงหน้าได้ ส่วนที่เหลือก็ค่อยไปวางแผนทีหลังได้ ให้ตายเถอะ ตกม้าตายในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานชัดๆ
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าหลิวอารมณ์เย็นขึ้น หลี่ซิ่วเจวียนก็พยายามพูดว่า “ท่านแม่ คนละยี่สิบตำลึงเชียวนะ มีบ้านไหนเคยขายลูกสาวได้ราคาสูงถึงเพียงนี้บ้าง? เป็นเพราะพวกนางหน้าตาสะสวย จึงคุ้มค่าเงิน พลาดแล้วพลาดเลยนะเจ้าคะ”
“ท่านแม่ ท่านต้องคิดให้ดี หากไม่ขายก็ต้องจ่ายเงินยี่สิบตำลึงเพื่อชดเชย ครอบครัวเราจะมีเงินมากมายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? อีกทั้งหลิวซานนีก็ไม่ได้มีใจนับถือท่านเลย ท่านแม่!”
แม่เฒ่าหลิวเริ่มใจอ่อน ด้วยเงินสี่สิบตำลึง นางสามารถสร้างบ้านหลังใหญ่กว่านี้ได้
“ท่านย่า ข้าไม่เห็นด้วย” หลิวต้าหลางคัดค้าน
“ต้าหลาง อย่าส่งเสียงดัง” แม่เฒ่าหลิวกัดฟันตัดสินใจ “ขายไปเถอะ ต้าหลาง นอกจากเงินสี่ตำลึงที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ประเดี๋ยวย่าจะสร้างบ้านหลังเล็กให้เจ้าด้วย เจ้ากับเมียจะได้อาศัยอยู่กัน เป็นอย่างไรบ้าง?”
หลิวต้าหลางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยกับบ้านที่จะเป็นของเขา
เมื่อหลิวอู่นีเห็นสีหน้าของพี่ชายคนโต นางก็หมดหวังอย่างยิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้ม รู้ว่าพี่ชายคนโตของนางจะต้องเห็นด้วยแน่นอน
แน่นอนว่าย่ากับหลานบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่หลี่ซิ่วเจวียนมอบเงินจำนวนยี่สิบตำลึงมาให้ พวกเขาก็ลงนามในสัญญาซื้อขายตัว แล้วมอบให้คนผู้นั้น
เถ้าแก่จ้าวมีสีหน้าเรียบเฉย ขณะสั่งให้คนของเขาอุ้มเด็กสาวทั้งสองขึ้นรถม้า เขาเคยเห็นเหตุการณ์ขายลูกหลานมาหลายครั้ง หัวใจของเขาจึงแข็งกระด้างเหมือนก้อนหินมานานแล้ว
หลิวอู่นีจ้องมองคนที่เรียกว่าญาติเหล่านี้ด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวและสิ้นหวัง แต่ไม่ว่านางจะดิ้นรนหรือจ้องมองอย่างไร พวกนางก็ถูกส่งขึ้นรถม้าอย่างไร้ความปรานี
จนกระทั่งรถม้าเริ่มออกเดินทาง หลิวอู่นีก็หัวใจสลาย ฮือๆ พวกนางถูกขายแล้ว
นางมองไปยังพี่สาวสามที่ยังหมดสติอยู่ข้างตน ฮือๆ พี่หญิงสามพูดถูก นางไม่ควรกลับมาเลย ฮือๆ!
หลิวต้าหลางมองรถม้าที่เคลื่อนตัวออกไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน รู้สึกเสียใจเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงบ้านที่จะเป็นของเขาในอนาคต ความเสียใจนั้นก็หายไปทันที
เมื่อหันกลับไป ก็เห็นย่าของเขากำลังสัมผัสเงินด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ความโลภเป็นประกายในแววตาเขา “ท่านย่า ตอนนี้ท่านไปหาคนสร้างบ้านให้ข้าได้แล้ว และมอบเงินสี่ตำลึงที่ตกลงกันไว้ให้ข้าด้วยนะขอรับ”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็คว้าแท่งเงินมาหนึ่งแท่ง
“ต้าหลาง!” แม่เฒ่าหลิวตกใจ “ต้าหลาง นั่นเป็นเงินห้าตำลึง เจ้าต้องจ่ายคืนให้ข้าหนึ่งตำลึง”
“ท่านย่า ไม่สำคัญหรอกว่าท่านจะให้ข้าอีกหนึ่งตำลึง อย่างไรเสีย ท่านก็ยังมีอีกตั้งสามสิบห้าตำลึง” หลิวต้าหลางยกยิ้ม แล้วเก็บเงินไว้ในแขนเสื้อ “ท่านย่า ข้าจะออกจากบ้านไปก่อน ขอตัวไปเล่นก่อนแล้วกันขอรับ”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป ด้วยเงินห้าตำลึงนี้ เขาสามารถอยู่เป็นสุขได้ชั่วขณะหนึ่ง
ทว่าเมื่อเขาหันกลับไป ก็เห็นหลิวเอ้อร์หลางยืนหอบหายใจอยู่ที่ประตู เขาจึงรีบหันหลังเดินไปอย่างรู้สึกผิด
เขารีบเดินหนีโดยไม่ได้ทักทายอีกฝ่าย ราวกับว่าไม่มีทางเลือก ดูเหมือนว่าช่วงนี้เอ้อร์หลางจะกินยาผิด เขาดูอารมณ์ไม่ดีตลอดเวลา จนเหมือนไม่อาจเข้าไปยุ่งได้ แต่คาดไม่ถึงเลยว่าหลิวเอ้อร์หลางจะยื่นมือออกมาขวางเขา
“พี่ใหญ่ ท่านช่วยท่านย่ากับคนอื่นขายซานนีกับอู่นีหรือ?” ดวงตาของหลิวเอ้อร์หลางเป็นสีแดงก่ำ ขณะที่รอหลิวต้าหลางตอบ
หลังจากที่ชิงหลานบอกว่าท่านย่าและพี่ใหญ่ของเขาจะขายซานนีกับน้องสาว เขาก็รีบกลับมาทันที แต่ไม่คิดว่าจะสายเกินไปเสียแล้ว
พวกนางขายน้องสาวสองคนไปแล้วใช่หรือไม่?
หลิวเอ้อร์หลางอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
หลิวต้าหลางเยาะเย้ย “เอ้อร์หลาง การขายพวกนางสองคนไปจะช่วยให้มีคนในครอบครัวน้อยลงอีกสองคน เราทุกคนก็จะได้กินอิ่มกันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี และพวกนางก็มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมด้วย ใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นสีหน้าของหลิวเอ้อร์หลางยิ่งแย่ลง เขาก็รีบหยิบเงินห้าตำลึงออกจากแขนเสื้อ แล้วจำใจพูดว่า “นี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ห้าตำลึง ข้าจะแบ่งให้เจ้าครึ่ง...”
“สามตำลึง ข้าจะให้เจ้าสามตำลึงเลย!” หลิวต้าหลางเปลี่ยนคำพูดอีกครั้ง แต่สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียดาย
ผัวะ!
หลิวเอ้อร์หลางทนไม่ไหวอีกต่อไป แล้วต่อยหน้าหลิวต้าหลาง “หลิวต้าหลาง ไอ้สารเลว เจ้ายังเป็นคนอยู่หรือไม่? เจ้าขายน้องสาวตัวเองเพื่อเงิน เจ้าไม่รู้สึกละอายเลยแม้แต่น้อย ข้าจะทุบตีเจ้าให้ตาย ไอ้สารเลว”
หลังจากพูดจบ เขาก็ชกหลิวต้าหลางอีกครั้ง
หลิวต้าหลางเจ็บปวด เมื่อเห็นว่าหลิวเอ้อร์หลางพยายามจะโจมตีเขาอีก เขาก็ต่อสู้กลับด้วยความโกรธ แล้วสองพี่น้องก็ต่อสู้กันเป็นพัลวัน
..............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
จะมีใครไปดักช่วยซานนีกับอู่นีกลางทางไหมนะ? หรือว่าชะตาน้องๆ จะต้องกลายเป็นนางโลมหอฉางเล่อฟางจริงๆ
โดนสักทีต้าหลาง ชกเรียกสติพี่ให้น่วมไปเลยเอ้อร์หลาง
ไหหม่า(海馬)