บทที่ 2
ปัง!
ประตูไม้ถูกผลักออกอย่างแรง
ชายวัยกลางคนสวมหมวกทรงสูงสีดำและเสื้อคลุมดำคาดเข็มขัดแดง สวมรองเท้าบูทเดินเข้ามา เขามองหลี่ซื่อหานตามเป็มันและมองไปทางชามดินเผาที่มีข้าวสาลีผสมถั่วและยิ้มฟันเหลืองออกมา
“โอ้น้องหวังกินข้าวฟ่างจนเอียนแล้วก็เปลี่ยนรสชาติมากินข้าวสาลีผสมถั่วก็ใช่นะหนึ่งวันกินข้าวต้มข้าวฟ่างสามมื้อ คงขับถ่ายออกมาแห้ง ๆ และลำบากเป็แน่”
ในสมัยนี้หากบ้านไหนกินข้าวต้มข้าวฟ่างก็สามารถเอาไปอวดรวยได้แล้ว
รู้สึกเหมือนคนคุ้นเคยแต่หวังเทียนกลับนึกไม่ออกว่าเ้าของร่างเดิมเกี่ยวข้องอย่างไรกับเขา
“หัวหน้าหลิวจะอวดร่ำอวดรวยว่าบ้านเ้ามีเงินก็กลับไปที่หมู่บ้านตระกูลหลิวซะอย่ามาเที่ยวอวดเบ่งที่หมู่บ้านตระกูลหวังของพวกเรา!”
หวังอิงอิงเกลียดขี้หน้าหัวหน้าหลิวคนนี้มาก
กู้ชิงผู้งดงามมายืนขวางหน้าหวังหยวนไว้ราวกับว่าจะปกป้องเขา
“หัวหน้าหลิว” หวังเทียนนึกออกแล้ว
หลิวโหย่วไฉผู้ช่วยนายอำเภอและยังเป็หัวหน้าตำบลเป่ยผิงและหมู่บ้านใกล้เคียงอย่างหมู่บ้านตระกูลหลิวอีกด้วย
ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเก็บภาษีที่นาและภาษีเบ็ดเตล็ดของตำบลเป่ยผิงทั้งยังปล่อยเงินกู้ยืมให้กับชาวบ้านด้วยดอกเบี้ยโหด
ครอบครัวใครก็ตามที่ป่วย หรือไม่จ่ายภาษีที่นาเขาจะมาที่บ้านเพื่อให้หยิบยืมเงิน ด้วยวิธีการแบบนี้เขาสามารถยึดครอบที่ดินจากชาวบ้านที่ไม่มีเงินใช้หนี้ได้จนกลายเป็ผู้ถือครองที่ดินถึงสามร้อยหมู่ในระยะเวลาอันสั้น
“บ้านพวกเ้า? หึนี่มันบ้านของข้าต่างหาก รวมถึงสาวน้อยน่ารักอย่างเ้าด้วย เบิกตาดูให้ชัด ๆความจริงแล้วเ้าน่าจะรวมน้องสาวตัวน้อยหวังอิงอิงของเ้าไปด้วยนะถ้ารวมด้วยข้าจะลดเงินต้นให้เ้าสักสิบตำลึงเป็อย่างไร”
หลิวโหย่วไฉล้วงเอาหนังสือสัญญากู้ยืมเงินออกมาจากแขนเสื้อและคลี่มันออก
“บัณฑิตถงเซิงหวังเทียน จากหมู่บ้านตระกูลหวังยืมเงินสามสิบตำลึงจากหลิวโหย่วไฉแห่งหมู่บ้านตระกูลหลิวและจะคืนเงินต้นรวมดอกเบี้ยสี่สิบตำลึงในหนึ่งเดือนโดยใช้ที่ดินบรรพบุรุษจำนวนสิบหมู่ทางตะวันออกของหน้าหมู่บ้านและภรรยากู้ชิงเป็หลักประกัน...”
เมื่อมองไปที่กระดาษสัญญาที่เขียนชื่อลงไปความทรงจำบางอย่างก็ปรากฏขึ้นมา หวังเทียนก็กัดฟันด้วยความเกลียดชัง
ครั้งหนึ่งเ้าของร่างเดิมเคยเมาและถูกหลิวโหย่วไฉลากไปเล่นการพนันในบ่อนแล้วเกิดอิจฉาตาร้อนจน้ายืมเงินและเขียนสัญญากู้ยืมเงิน
เพิ่งพูดจาดี ๆ กับกู้ชิงไม่ทันไรเ้าของร่างเดิมก็ทำเื่งามหน้าไม่ต่างจากพายุฝนฟ้าร้องเลย
ความเป็อยู่ของผู้คนในเฉิงโจวนั้นยากจนและคนงานที่แข็งแรงสามารถหารายได้เพียงสามสิบหรือสี่สิบอีแปะต่อวันเท่านั้น
หนึ่งพันอีแปะเท่ากับหนึ่งตำลึงเงินสามสิบตำลึงเงินไม่นับว่าเป็ดอกเบี้ยคนใช้แรงงานที่แข็งแรงต้องทำงานเป็เวลาสามปี ไม่นับค่ากินดื่มค่าภาษีมหาโหดและการถูกเรียกเข้าเกณฑ์ทหารอีก
เงินจำนวนมากเช่นนี้ทำให้เขาที่มาจากศตวรรษที่24 ถึงกับต้องปวดหัว สองพี่น้องขมวดคิ้วมองหน้ากัน ถึงกับกุมขมับในใจ
หลิวโหย่วไฉหรี่ตามองกู้ชิง “สาวน้อยเ้าหย่าแล้วมาแต่งกับข้าข้ารับประกันได้เลยว่าเ้าจะกินดีอยู่ดีไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับผู้ชายเสเพลคนนี้อีก”
กู้ชิงหันกลับมามองหวังเทียนน้ำตาไหลอาบแก้มที่สุดแล้วนางก็พลาดหลงเชื่อสามีอย่างหวังหยวนอีกครั้งสามีข่มเหงรังแกนางอย่างไรก็ได้ แต่นี่เขากลับใช้นางเป็ทรัพย์สินค้ำประกันเงินกู้นางจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เขา้าให้นางตาย
ในตอนนี้หัวใจของนางเหมือนถูกมีดกรีดช่างเ็ปเหลือเกิน
หวังเทียนไม่รู้จะปลอบนางอย่างไรเขาขมวดคิ้วมองหลิวโหย่วไฉ “เอาหลักฐานการยืมเงินมาและออกไปซะ!”
“จิ๊ ๆ เ้าคิดจะหนีหนี้งั้นรึ? สารเลว”
หลิวโหย่วไฉโบกหลักฐานการยืมเงินในมือไปมา“เชื่อหรือไม่ว่าข้ากลับไปที่หมู่บ้านตระกูลหลิวและสั่งให้คนสักสองร้อยคนมากระทืบเ้าหลักฐานการยืมเงินแบบนี้เ้ากล้าที่จะหนีหนี้ เ้าอยากตายรึไง”
กู้ชิงดึงแขนเสื้อของหวังเทียนและเช็ดน้ำตา“ท่านพี่หนีหนี้ไม่ได้นะข้าจะกลับไปบ้านเดิมไปขอร้องขอยืมเงินที่บ้านมาจ่ายหนี้ให้ท่าน”
หนีหนี้จะต้องไปที่ว่าการอำเภอให้นายอำเภอตัดสินก่อนโบย ร่างกายสามีนางอ่อนแอแบบนี้จะไปทนไหวได้อย่างไร
“.....ชิงเอ๋อร์ไม่จำเป็ต้องกลับไปยืมเงินที่บ้านเดิม เชื่อข้า ข้าจัดการเื่นี้ได้”
หวังอิงอิงตกตะลึงคิดไม่ถึงเลยว่ากู้ชิงยังยอมที่จะช่วยเ้าของร่างเดิม
หลิวโหย่วไฉมองไปที่หวังหยวนอย่างเหยียดหยาม“ไอ้คนเสเพลอย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมาต่อรอง จัดการมันได้!ถ้าข้าไม่เห็นสี่สิบตำลึงในวันนี้ ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”
หวังหยวนชี้ไปที่วันที่ในหลักฐานการยืมเงิน“เปิดตาสุนัขของเ้าและมองให้ชัด ๆ ครบกำหนดหนึ่งเดือนแล้วหรือ?”
หลิวโหย่วไฉถึงกับสะอึกเขาได้ยินมาว่าหวังหยวนป่วยหนักจึงรีบมาทวงหนี้ที่บ้านทะเลาะกันจนลืมไปเลยว่ายังเหลืออีกสามวันถึงจะครบกำหนดสัญญา“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าไอ้คนเสเพลอย่างเ้า ในสามวันจะมีปัญญาหาเงินสี่สิบตำลึงมาได้”
หวังเทียนเลิกคิ้ว “ถ้าข้าทำได้ล่ะ?”
หลิวโหย่วไฉเผยสีหน้าเ้าเล่ห์“ถ้าเ้าทำได้ข้าจะไม่คิดดอกเบี้ยแต่...ถ้าทำไม่ได้เ้าจะต้องขายตัวเองเป็ทาสให้นายท่านของข้า ว่าอย่างไร?”
กู้ชิงหน้าถอดสี “ท่านพี่อย่ารับปากนะ”
ชายใจดำคนนี้้าให้เขาขายตัวเองเป็ทาสหวังเทียนโกรธมากแต่เขาเดินไปเขียนสัญญาสองฉบับและหยิบแผ่นหมึกสีแดงออกมา“เขียนชื่อและประทับนิ้วซะ!”
“ได้”
หลังจากเขียนชื่อด้วยลายมือน่าเกลียดและประทับลายนิ้วมือสีแดงแล้วหลิวโหย่วไฉก็เดินจากไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
บัณฑิตสอบตกคนนี้ที่ผ่านมาเขาทำตัวเสเพลมาเท่าไหร่ทุกคนล้วนรู้เขาไม่มีทางหาเงินสี่สิบตำลึงมาได้ภายในสามวันนี้แน่นอน
แม้ว่าครอบครัวของภรรยาจะร่ำรวยแต่พวกเขาก็อยากให้นางทิ้งคนไม่เอาไหนพรรค์นี้อยู่เสมอดังนั้นการยืมเงินคงจะเป็ไปไม่ได้แน่
การเดิมพันครั้งนี้ จะได้ทาสมาฟรี ๆและสามารถขายต่อได้ในราคาหลายสิบตำลึงด้วย
เข้าใกล้เป้าหมายที่ตระกูลหลิวจะที่ดินพันหมู่ไปอีกหนึ่งก้าว
สามคนยืนอยู่ในลานบ้าน
“ชิงเอ๋อร์”
หวังเทียนอยากจะปลอบนาง
กู้ชิงเช็ดน้ำตา และรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน
หวังเทียนและหวังอิงอิงมองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาอย่างจนหนทางเข้าใจว่านี่เป็การทำร้ายนางอย่างยิ่ง
“ท่านพี่”
ในพริบตาเดียวกู้ชิงก็วิ่งออกมาจากห้องนอนและฝืนเปิดถุงผ้าใบเล็กออกมา
“ไปที่อำเภอ และนำกำไลนี้ไปจำนำกำไลนี้น่าจะได้สักสี่สิบตำลึงอย่างแน่นอน”
หวังเทียนมองกำไลในมือกู้ชิงแล้วส่ายหน้าเขาจำได้ว่ากำไลนี้นางหวงแหนมากร่างเดิมเคยบังคับขู่เข็นหลายรอบแล้วที่จะเอากำไลนี้ไปขายแต่นางไม่เคยให้บอกว่ามันเป็ของสำคัญที่ท่านแม่ของนางมอบให้
“ชิงเอ๋อร์ เ้าวางใจสำหรับสี่สิบตำลึงนั้นข้าและอิงอิงจะหาหนทางเอง”
“ใช่เ้าค่ะพี่สะใภ้ไม่ต้องห่วงเื่นี้พวกเรามีหนทางแน่ ท่านเก็บกำไลนี้ไว้เถอะเ้าค่ะ”