บทที่ 75 ผู้มาใหม่
“ต้าพัง...ต้าพัง!”
เยว่หัวร้องตะโกนออกมาเสียงดังลั่น เด้งตัวลุกขึ้นมานั่งมองภาพรอบๆด้วยสายตาที่ตื่นตระหนก แต่หลังจากที่นางกะพริบตาถี่ๆ หลายครั้ง ก็สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้ตนเองตื่นขึ้นมาจากความฝันแล้ว
“ข้าฝันไปอย่างนั้นสินะ แต่ว่ามันคงจะไม่ใช่ความฝันธรรมดาธรรมดาแน่ เพราะไม่มีทางที่เจ้านั่นจะทำอะไรแบบนี้โดยเปล่าประโยชน์อย่างแน่นอน แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือทำไมต้าพังถึงไปอยู่ในความฝันนั้นได้ ตกลงว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่...”
เด็กหญิงพยายามใช้ความคิดของตัวเองหมุนวนอย่างเร็วจี๋ เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้วงแห่งความฝัน แต่ไม่ว่านางจะพยายามอย่างไร ก็เหมือนจะไม่เข้าใจอยู่ดี สิ่งที่มันยังจำได้แม่นก็มีเพียงแค่เรื่องของการฝึกฝนเคล็ดวิชาขั้นถัดไปเท่านั้น
อีกอย่างหนึ่ง
ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ยิ่งนางใช้ชีวิตในโลกนี้ผ่านไปนานเท่าไหร่ ความทรงจำของนางในโลกใบเดิมก็ยิ่งหายไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่นางเคยคิดว่านางสามารถจดจำ เรื่องราวเกี่ยวกับเพื่อนเก่าหรือตัวนางเองได้มากแค่ไหน แต่มันก็ราวกับว่านางแทบจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนเหมือนกับจำไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียวแล้วในตอนนี้
“ตกลงว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมเจ้าถึงให้ข้าได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจเรื่องราวที่ข้าไม่เข้าใจกัน แล้วไหนจะเรื่องที่ต้าพังไปอยู่กับเจ้าอีก ข้าไม่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดว่าเจ้าทำทั้งหมดนี่ไปเพื่ออะไร...”
ถึงจะบ่นไปแบบนั้น แต่นางก็ยังคงพยายามทบทวนเรื่องราวในความฝันให้มากที่สุด เพราะว่านางได้บทเรียนจากเรื่องราวเมื่อครั้งก่อน นางในตอนนี้รู้ดีว่าคำเตือนคำพูดของเพื่อนคนนี้ทุกคำ เป็นเรื่องที่นางจำเป็นต้องจำให้ได้ และเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์กับนางเป็นอย่างมาก
อย่างแรกที่นางพยายามทบทวนให้เร็วที่สุด ก็คือกระบวนการการฝึกฝน ความสัมพันธ์ระหว่างเคล็ดวิชาลมหายใจหนึ่งนิรันดร์ ที่เขาได้ทิ้งเอาไว้กับเคล็ดวิชาการฝึกจิต ที่เรียกว่าห้วงสำนึกสมบูรณ์ ที่ผ่านความคิดและจินตนาการอะไรสักอย่างนั่น
ต่อมาก็เป็นเรื่องของระฆังธรรมอะไรสักอย่าง ที่เป็นระฆังแก้วใสใส ซึ่งนางสามารถเรียกมันออกมาได้เพียงแค่ 3 ครั้ง ครั้งแรกตามที่เขาได้บอกเอาไว้ ว่าให้นางเรียกมันออกมาในค่ำคืนนี้ ในตอนที่หลังจากการจัดเลี้ยงเสร็จสิ้น เพื่อแสดงธรรมให้ศิษย์คนแรกของนาง
“คุณหนู...คุณหนูขอรับ”
แต่ในขณะที่นางกำลังทบทวนเรื่องราวต่างๆในความฝันอยู่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังเข้ามาจากด้านนอก ซึ่งเมื่อนางมองออกไปนอกหน้าต่าง ถึงจะได้รู้ว่าในตอนนี้ก็เป็นเวลาเช้าเสียแล้ว ทั้งๆที่นางพึ่งจะจำได้ว่านางฝันไปเพียงแค่ไม่นานเท่าไรนัก กลับกลายเป็นว่าความฝันที่นางรู้สึกว่าผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่นาที ได้กลืนกินเวลาทั้งคืนของนางไปเสียแล้ว
“มีอะไรหรือเจ้าคะ”
นางรีบออกมาจากห้องนอน เพื่อไปพบกับผู้มาใหม่ ซึ่งนางจำได้ว่าเขาเป็นผู้ช่วยคนหนึ่งของจางหลง ที่มักจะอยู่ติดกับหัวหน้าหมู่บ้านเป็นประจำ “ทำไมถึงได้ดูรีบร้อนแบบนั้น”
“ขออภัยจริงๆ ขอรับที่ต้องมารบกวนขนหนูตั้งแต่เช้า เพียงแต่ว่าในเวลาชั่วยามที่ผ่านมา มีผู้คนจากข้างนอกเข้ามาในหมู่บ้านขอรับ”
“... เอ่อ แล้วทำไมต้องมาตามข้าหรือเจ้าคะ มันไม่น่าจะเกี่ยวกับข้ามิใช่หรือ”
“ข้าก็ไม่แน่ใจขอรับแต่ท่านหัวหน้าให้ข้ามาตามคุณหนู”
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ท่านก็กลับไปก่อนเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าขอแต่ง เนื้อแต่งตัวสักครู่นึง เดี๋ยวข้าตามไป”
“ทราบแล้วขอรับ”
“ใครกันที่ฝ่าหิมะหนาๆ แบบนี้เข้ามาในหุบเขา แล้วยังเกี่ยวข้องกับข้าอีก ไม่ใช่ว่าข้าเป็นคนหัวเดียวกระเทียมลีบในที่แห่งนี้ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงมีคนมาหาข้าอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ซือหม่อจื่อเเล้วครั้งหนึ่ง แล้วนี่ยังมีใครอีกก็ไม่รู้...”
ถึงจะบ่นออกมาแบบนั้น แต่นางก็ยังคงเตรียมตัว แล้วขี่เจ้าสังเจ้าเก่าลงไปที่หมู่บ้านอย่างไม่อิดออด ซึ่งก็ได้พบกับจางหลงที่รอนางอยู่ก่อนแล้ว
“มาแล้วหรือขอรับคุณหนู”
“มีเรื่องอะไรกันหรือเจ้าคะ เห็นว่ามีผู้เข้ามาใหม่ 2 คน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าหรือ”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันขอรับ พวกเขาได้รับบาดเจ็บเข้ามาในหมู่บ้าน แล้วกล่าวคล้ายๆกับท่านพระอาจารย์ซือหม่อจื่อ ว่าพวกเขามาตามหาผู้ช่วยเหลือ ที่เป็นเด็กผู้หญิงอายุ 8 ขวบขอรับ”
“...” เย่หัว ถึงกับจนคำพูด เพราะว่านี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เกิดเรื่องราวแบบนี้
“แม้ว่าข้าจะไม่แน่ใจนักว่าคนที่พวกเขาตามหานั้นเป็นใคร แต่ทุกคนที่นี่ก็ลงความเห็นแล้วว่าถ้าหากเป็นเด็กผู้หญิงอายุ 8 ขวบ ก็คงจะไม่น่าเป็นใครอื่นนอกจากคุณหนูขอรับ”
“ท่านจึงให้คนไปตามข้าสินะเจ้าคะ”
“ใช่แล้วขอรับ ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณหนูโดยตรง ไม่ว่าคุณหนูจะตัดสินใจอย่างไร พวกเราก็เคารพการตัดสินใจของคุณหนูขอรับ”
“แล้วพวกเขาไปอยู่ที่ไหนแล้วเจ้าค่ะ”
“เนื่องจากว่าคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีกคนหนึ่งก็ยังสลบไม่ได้สติ ตอนนี้ทั้งคู่ถูกนำไปรักษาอยู่อีกที่หนึ่งขอรับ เพราะว่าพวกข้าไม่อยากให้พวกเขาสร้างความวุ่นวาย เพราะว่าไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครมาจากไหน และมีจุดมุ่งหมายอะไรขอรับ ชายคนนั้นที่คล้ายกับเป็นผู้คุ้มกัน กล่าวเรื่องราวทั้งหมดที่ข้าเล่าให้คุณหนูฟังแล้วหมดสติไป...”
“ถ้าอย่างนั้นพระข้าไปดูหน่อยได้ไหมเจ้าคะ”
“ทราบแล้วขอรับ”
..........................................
มาแล้วครับ สั้นไปนิดนึง ยังปวดหัวอยู่ครับ แต่จะรีบมาต่อให้ไวที่สุด
ตอนฟรียังเหลือตอนถัดไปอีกตอนจ้า