หลังจากเ้าอินวิ่งไปปิดประตูหน้าต่าง ภายในก็ห้องมืดสลัว มีเพียงแสงจากตะเกียงดวงน้อย ๆ ตรงหน้าประตูเท่านั้นที่ให้ความสว่าง
“พวกเ้าจับเอาไว้ให้มั่น ต่อจากนี้ไปข้าจะเริ่มเอาจริงเสียที!” หลังเสียงะโสั่งการของผู้เป็อาจารย์ ทำให้ศิษย์หนุ่มทั้งสองใจสั่นระทึก
‘ท่านอาจารย์จะเอาจริงแล้ว?’ เ้าจันทร์พึมพำในใจ เขาเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาดุดันของชายหนุ่มตรงหน้าภายใต้แสงสลัว ท่าทางขึงขังจริงจังเช่นนั้น ยิ่งทำให้เขารู้สึกหลงใหลแปลก ๆ ชอบกล
ในบรรดาศิษย์หนุ่มทั้งสี่ มีเพียงเ้าจันทร์เท่านั้นที่มีใบหน้าหวานหยดย้อยคล้ายอิสตรี กิริยาท่าทางการพูดของเ้าจันทร์ก็ยังดูก้ำกึ่งระหว่างบุรุษเพศและสตรีเพศ อีกทั้งผิวพรรณเนื้อหนังของเขาก็เปล่งปลั่งงดงามเกินกว่าใคร เรียกได้ว่า... เมื่อยืนเทียบกับคนอื่นจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
“ช่วยด้วย!” ในระหว่างที่ศิษย์หนุ่มคนนี้กำลังคิดอะไรในใจ เพลิน ๆ จู่ ๆ เสียงที่ฟังดูเป็ปกติของหญิงสาวก็ดังขึ้นข้าง ๆ หู “พ่อ! แม่! ช่วยฉันด้วย!” เสียงะโร้องขอความช่วยเหลือของนาง ดังพอทำให้คนด้านล่างได้ยิน เสียงนี้เป็เหตุให้คนที่รออยู่ด้านล่าง ถึงกับต้องรีบวิ่งขึ้นบนเรือนด้วยความเป็ห่วง
“ลงไปให้หมด!” เสียงะโก้องของฐานฟ้าดังสนั่นจากห้องที่ปิดทึบ เขารู้ดีว่านี่เป็การกระทำของผีร้ายที่เสแสร้งแกล้งทำ มันหลอกลวงเอาความอ่อนแอของคนมาเป็ช่องโหว่กัดกินจิตใจ
“แต่ว่า…” เสียงพ่อคล้ายดังอยู่ตรงบันไดทางขึ้น เขาลังเลที่จะลงไปตามคำสั่งของฐานฟ้า “พ่อคล้าย เ้าลืมเื่ที่ศิษย์ข้ากำชับไปแล้วหรือ” แม้นเสียงนั้นจะอ่อนลงฟังดูสุภาพมากขึ้น แต่ฟังดูก็รู้ว่ามันคือคำขู่ชนิดหนึ่ง
ขวับ! ฐานฟ้าไม่สนใจคนด้านนอกอีกต่อไป เขาจับปลัดขิกแท่งยาวอันเท่าแขนไว้มั่น แล้วจับมันยัดไปที่ปากของหญิงสาวเพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องใด ๆ ออกมาอีก ส่วนปากของเขาก็บริกรรมคาถาเร็วถี่หลังจากนั้นก็ใช้นิ้วโป้งบดขยี้ไปที่กลางหน้าผากของนาง แล้วเขียนเป็อักขระเลขยันต์ตามตำราโบราณ
“โอม...” เสียงบริกรรมคาถาทุ้มต่ำดังสะท้านไปทั่วละแวกบ้านในยามค่ำคืนอันเงียบสงัด
ชาวบ้านที่อยู่รอบนอกทุกคนต่างรู้ดี ค่ำคืนนี้บ้านเศรษฐีของหัวเมืองพิษณุโลกกำลังมีพิธีสำคัญ ลูกเล็กเด็กแดงต่างถูกกล่อมเข้านอนแต่หัววัน ส่วนพวกผู้ใหญ่ที่เคยตั้งวงร่ำสุรา ก็แยกย้ายกันกลับบ้านั้แ่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน
ข่าวบุตรสาวเศรษฐีโดนผีเข้า ชาวบ้านต่างรู้กันถ้วนทั่ว ดังนั้นพวกเขาจึงทำตัวเช่นนี้ทุกครั้งที่มีหมอผีมาเยือน แต่ที่ผ่าน ๆ มาล้วนแล้วทำไม่สำเร็จสักราย
…
“ใครกัน! ใครมันกล้าลองดีกับข้า?” เสียงแก่ชราสบถออกมาท่ามกลางความเงียบ
ที่บ้านเรือนไทยหลังหนึ่งอยู่ติดกับชายป่า รอบบริเวณบ้านเต็มไปด้วยต้นไทรรกครึ้ม ต้นไทรเ่าั้ปล่อยรากยาวระพื้นดิน ด้วยเหตุนี้บริเวณบ้านหลังนี้จึงดูลึกลับชวนพิศวงยิ่งนัก
ในห้องขนาดใหญ่บนชั้นสองของตัวเรือน มีชายชราหนวดขาวผมยาวรกรุงรัง เขากำลังนั่งตาเบิกโพลงท่าทางใ สายตาคู่นั้นจ้องมองไปบนแท่นบูชาตรงหน้าด้วยความตื่นตระหนก
“ฮึ!” เสียงพ่นลมหายใจบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิด เขารับรู้ได้ว่าภูตผีทั้งสามที่ตนเป็คนปล่อยออกไป พวกมันกำลังตกที่นั่งลำบาก
“มันเป็ใคร?” ชายชราพึมพำกับตัวเองอย่างสงสัย เพราะในละแวกมณฑลพิษณุโลกนี้ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเขาอย่างแน่นอน
“ไม่ได้การ!” เมื่อเห็นท่าไม่ดีชายชรารีบจุดธูปเทียนบูชาครูบาอาจารย์ จากนั้นจึงหลับตานั่งสมาธิส่งญาณจิตอันล้ำลึกลอยล่องออกไปไกล
...
ในห้องอันมืดมิดมีเพียงแสงจากตะเกียงดวงน้อย เสียงบริกรรมคาถายังคงดังกังวานไม่จางหาย ฐานฟ้าหยิบต้นข่ายาวเมตรกว่าที่ปลุกเสกเตรียมเอาไว้ก่อนจะมา เขาใช้ต้นข่านั้นกระหน่ำฟาดลงบนร่างของหญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง การกระทำปราบผีอันบ้าระห่ำของเขาที่ไม่มีใครเหมือน จึงเป็เหตุให้เขาต้องสั่งผนึกห้อง เพื่อปิดบังไม่ให้คนด้านนอกได้เห็นขั้นตอนความรุนแรงเช่นนี้
เขาไม่กลัวว่าเหยื่อจะเ็ป เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเมื่อผีร้ายออกจากร่างไปแล้ว าแจะหายไปอย่างรวดเร็ว เพราะผู้ที่โดนฟาดเป็ผีร้ายหาใช่ร่างเนื้อของมนุษย์
“หืม! ช่างกล้าส่งจิตมาตรวจสอบ?” ในระหว่างทำพิธีฐานฟ้าจับสังเกตบางอย่างได้ เขารีบหลับตาสำรวจด้านนอกด้วยกระแสจิตอย่างรวดเร็ว “ไอ้เวร! มาทางไหนไปทางนั้น กล้าดีอย่างไรข้ามถิ่นมาถึงนี่!” เสียงแก่ชราดังก้องในหัวของเขาทันทีที่กระแสจิตถูกส่งออกไป
ทว่าฐานฟ้าไม่ได้โต้ตอบ เพราะเขารู้ดีว่านี่คือการขัดขวางพิธีกรรม
พรึบ! มีดหมอด้ามสั้นมีอักขระเลขยันต์บนพื้นผิว มันถูกชักออกมาจากย่ามผ้าอย่างรวดเร็ว ฐานฟ้ารีบเป่าพรวดเสกคาถาลงไปจนมีดเล่มนั้นส่องแสงสว่างเลือนราง
เมื่อมีดหมอด้ามสั้นถูกเตรียมพร้อมจากนั้นจึงจ้วงแทงเข้ากลางอกของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ปึก! แน่นอนว่าเขาไม่ได้แทงมัน
จริง ๆ แต่เป็การเอาปลายมีดทิ่มลงไปเบา ๆ เพียงเท่านี้ิญญาร้ายที่สิงสถิตอยู่ในนั้นก็เ็ปเจียนตายมากพอจะทานทน
‘หืม! ท่าทางเช่นนี้ สายเวทเช่นนี้…อย่าบอกนะว่ามันมาจากหัวเมืองเก่า?’ กระแสจิตของชายชราเห็นทุกสิ่งอย่าง เขาขมวดคิ้วนึกถึงเื่ราวในอดีตครู่หนึ่ง จากนั้นสายตาโกรธขึ้งที่มองลงมาก็เ็าทันที
ในเมื่อมิอาจช่วยผีสมุนทั้งสามได้ เขาจึงจำใจปล่อยเลยตามเลยจากไปอย่างไม่ไยดี “นายท่าน...อย่าทิ้งพวกข้าไป!” ผีร้ายทั้งสามรู้ตัวแล้วว่าพวกมันกำลังถูกลอยแพ ในเมื่อพวกมันโดนฐานฟ้าพันธนาการด้วยอาคมจึงไม่อาจหนีตามเ้านายของพวกมันไปได้
นี่เป็เื่ที่พวกมันมิอาจเรียกร้องใด ๆ ได้ ในเมื่อพวกมันยินยอมตกเป็ทาสรับใช้ เ้านายสั่งเช่นไรพวกมันก็ต้องปฏิบัติตามเช่นนั้น แม้นว่าจะสั่งให้ไปตายพวกมันก็ไม่อาจฝ่าฝืนคำสั่ง
เสียงร้องอ้อนวอนของภูตพรายทั้งสามดังแว่วกระจายไปตามสายลม ในท้ายที่สุดเสียงเย็นเยือกสายนั้นก็ล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดชั่วครู่ ก่อนที่จะค่อย ๆ จางหายไปจนทุกอย่างเงียบลงเป็ปกติดังเดิม
ภายในห้องไม้มืดทึบมีเพียงแสงไฟจากตะเกียงน้ำมัน เ้าอินกับเ้าจันทร์ศิษย์หนุ่มทั้งสอง พวกเขากำลังช่วยกันประคองร่างบางของหญิงสาวให้เอนกายนอนลงบนเตียง
อีกด้านหนึ่ง ฐานฟ้ายังคงบีบจับบางสิ่งในมือไม่ยอมปล่อย สายตาของเขาจ้องไปที่มือเขม็ง พร้อมกับส่งเสียงนุ่มลึกแต่เคร่งขรึมออกมา
“ไอ้สามตัวนี้จะเอาอย่างไร?” ฐานฟ้ามองดูดวงิญญาสามดวงในมือ เขารู้ดีว่าพวกมันถูกเสริมสร้างพลังจนแก่กล้า หากจะเอาถ่วงน้ำคงเอาไม่อยู่อย่างแน่นอนเขาย่อมตระหนักถึงข้อนี้ดี
ทว่าจะเข่นฆ่าให้ดวงิญญาแตกสลาย ถ้าหากไม่จำเป็เขาจะไม่ทำเช่นนั้น เพราะมันเป็การขัดขวางวัฏจักรของกรรมเวร แน่นอนว่าเขาเคยทำและทำได้ แต่ถ้าทำบ่อย ๆ เข้า ผลของการกระทำจะย้อนกลับมาสู่ตัวของเขาอย่างแน่นอน
หมอผีหนุ่มยืนครุ่นคิดหน้านิ่วคิ้วขมวดสองจิตสองใจ เขายืนชั่งใจตนเองอยู่นานในที่สุดก็ตัดสินใจเก็บพวกมันเอาไว้ใช้งาน เขาจะนำพวกมันทั้งสามกลับไปสำนักวิมาน์...
...
เมื่อพิธีการปราบผีในครั้งนี้จบลงอย่างทุลักทุเลไปนิด เ้าอิน เ้าจันทร์ สองศิษย์หนุ่มรู้งานของตน พวกเขาทั้งสองรีบเก็บข้าวของบนแท่นปะรำพิธี ส่วนฐานฟ้าในฐานะผู้นำ เขารีบเดินลงไปหากลุ่มคนด้านล่างด้วยใบหน้าอิดโรย “พวกท่านรีบเอาน้ำเอาข้าวไปให้นางกินเถอะ ข้าจะพักผ่อนชั่วครู่ พรุ่งนี้เช้าข้าจะเดินทางกลับ”
ฐานฟ้านั่งมองดูผู้พ่อแม่ของหญิงสาวที่ใจชื้นขึ้นมา พวกเขาต่างออกคำสั่งให้บ่าวไพร่ตระเตรียมอาหารจนวุ่นวาย แม้แต่คนรับใช้เ่าั้ก็มีสีหน้าดีใจที่ได้ข่าวว่านายหญิงของตนกำลังจะหายกลับมาเป็ปกติ
เพียงเห็นเื่ดี ๆ แค่นี้เขาก็หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้ง แน่นอนว่าค่าแรงในครั้งนี้เขาก็ได้ตอบแทนคืนมาไม่น้อย
หลังจากได้รับค่าตอบแทนจำนวนมหาศาล พวกเขาทั้งสามจึงเดินทางกลับทันทีเมื่อฟ้าสาง ฐานฟ้าไม่อาจปล่อยสำนักให้เ้ามั่นและ เ้าคงอยู่เฝ้าเพียงสองคน เพราะถึงอย่างไรศิษย์หนุ่มทั้งสองก็เป็เพียงคนธรรมดา หาใช่ผู้ที่ศึกษาประสาทวิทยาคมอย่างเช่นตัวเขา
“เ้าอิน...เร่งม้าอีกหน่อย เ้าจันทร์...เข้ามานวดให้อาจารย์ที” เสียงของชายหนุ่มดังลอดออกมาจากเก๋งไม้ “ครับ!” ทั้งสองคนตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
เ้าจันทร์รอโอกาสนี้มานานแล้ว เขารีบหยิบน้ำมันสมุนไพรที่เตรียมไว้แล้วละเลงลงบนฝ่ามือถูไปมาจนร้อนผ่าว จากนั้นก็เฟ้นนวดลงบนกายของชายหนุ่มอย่างเบามือ
เรือนร่างความเป็ชายของฐานฟ้าเมื่อโดนน้ำมัน ยิ่งแสดงให้เห็นมัดกล้ามจนเด่นชัด มันทำให้ความเป็ชายชาตรีของเขาดูมีเสน่ห์แปลกตาไปอีกแบบ ภาพอันงดงามเช่นนี้ทำให้เ้าจันทร์ที่อยู่ด้านข้างถึงกับใจเต้นโครมครามขึ้นมาอีกครั้ง
“ท่านอาจารย์...ข้า” จู่ ๆ เ้าจันทร์ก็พูดพึมพำแ่เบา แม้ว่า ฐานฟ้าจะหลับตางีบไปนานแล้วแต่เขารู้ดีว่าอีกฝ่าย้าจะ พูดอะไร ฐานฟ้าลืมตามองศิษย์หนุ่มด้วยแววตามีเลศนัยบางอย่าง จากนั้นก็เก็บซ่อนมันเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เขาแสร้งทำเป็หลับตาต่อจากนั้น ทว่าหว่างขาที่นุ่งด้วยผ้าแพรผืนบางกลับค่อย ๆ เปิดอ้าแล้วกางออก เขาตั้งใจทำอย่างแเีเพื่อให้อีกฝ่ายนวดเค้นได้อย่างเต็มมือ
เ้าจันทร์ไม่รู้ว่าสิ่งนี้ฐานฟ้าเป็คนแสร้งทำ ทว่าในตอนนี้มือของเขากำลังนวดเค้นตรงนั้นอยู่นานแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าครั้งก่อนอีกฝ่ายไม่ได้ต่อว่าตน ครั้งนี้เขาจึงใจกล้ามากยิ่งขึ้น
ในขณะนี้มือเรียวงามของเ้าจันทร์กำลังลูบไล้ผ่านรอยหยักตรงส่วนหัวภายนอกร่มผ้าอย่างเบามือ เขาบีบคลายอุ้งมือร้อนผ่าวเข้าออกอย่างเป็จังหวะ
“อืม...” เสียงครางแ่เบาดังมาจากลำคอของชายหนุ่ม แม้ว่าจะเบามากแต่เ้าจันทร์ที่อยู่ใกล้กลับได้ยิน เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยแล้วออกแรงมากขึ้นกว่าเดิม
‘… การถูกนวดเช่นนี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายเช่นกัน’ ฐานฟ้ากำลังคิดในใจ เขาไม่แยแสว่าอีกฝ่ายจะคิดอะไรเพราะการที่เป็บุรุษด้วยกันเขาจึงไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น
ทว่าทางด้านเ้าจันทร์กลับใจเต้นระส่ำไม่เป็จังหวะ ดุ้นเนื้อที่เคยนุ่มนิ่มในมือของเขา ในยามนี้มันเริ่มพองโตและแข็งขันขึ้นจนแทบกำไม่มิด
การที่มันตื่นตัวเช่นนี้เล่นเอาเ้าจันทร์ใบหน้าแดงก่ำอีกครั้ง
จู่ ๆ เด็กหนุ่มก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาลองกำสองมือซ้อนกัน ปรากฏว่าหัวหยักบานเบ่งของอีกฝ่ายยังคงโผล่พ้นออกมาจากกำมือ นี่มันเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากนัก เ้าจันทร์รู้สึกเสียวท้องน้อยวูบวาบแปลก ๆ ทันทีที่เห็น
ถึงแม้นว่าเขาจะไม่เคยเห็นดุ้นเนื้อในยามที่มันตื่นตัว แต่เ้าจันทร์มั่นใจได้ว่าในยามนี้เนื้ออ่อนส่วนหัวของมันต้องแดงระเรื่อมันเลื่อมอย่างแน่นอน เขากำลังจินตนาการไปไกล...
“หืม!” จู่ ๆ เ้าจันทร์ก็พบว่าตรงส่วนหัวมีน้ำใส ๆ ไหลเยิ้มซึมผ่านผ้าแพรออกมาจนชุ่มโชก เขาอายุสิบเก้าปีแล้วย่อมรู้เื่พวกนี้เป็อย่างดีเพียงแต่ว่ายังไม่เคยทดลองทำกับใครก็เท่านั้น เ้าจันทร์รู้ตัวเองดีอยู่เต็มอกว่าตนน่าจะมีความพึงพอใจในบุรุษเพศด้วยกัน ทว่าในยุคสมัยนั้นใครที่ทำเช่นนี้กับเพศเดียวกัน คงถูกมองว่าเป็ตัวประหลาดอย่างแน่นอน
เขาจึงไม่เคยลองกับใคร ดังนั้นที่ผ่านมาเขาจึงยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
ในระหว่างการเดินทางกลับ เ้าจันทร์ยังคงนวดเฟ้นฐานฟ้าต่อไปอย่างมีความสุข แม้นว่าการนวดของเขาจะพิสดารไปเสียหน่อยทว่ากลับไม่มีอะไรไปมากกว่านั้น
เหตุการณ์ชวนลุ้นระทึกระหว่างอาจารย์และศิษย์ก็จบลงเพียงเท่านี้
อย่างไรแล้วฐานฟ้าหาใช่นิยมชมชอบบุรุษด้วยกันอย่างเช่น เ้าจันทร์ เขายังคงพึงพอใจในรสชาติของอิสตรี กับบุรุษด้วยกันแล้ว ฐานฟ้าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นในหัวเลยสักนิด
...
สามเดือนผ่านไป
สำนักวิมาน์ยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาชื่อเสียงของฐานฟ้าและสำนักวิมาน์ยิ่งโด่งดังมากขึ้นกว่าเดิม จนทำให้สำนักหมอผีรายอื่น ๆ รายได้ลดน้อยลงอย่างผิดหูผิดตา
เรือนหลัก ลานรับแขก หน้าโต๊ะหมู่บูชา
“พ่อหมอเ้าคะ ผัวของอีฉันมันทิ้งไป มันไปอยู่กับอีตัวคนใหม่ที่พึ่งเจอกันได้ไม่กี่วัน…” ระหว่างที่ฐานฟ้านั่งรับแขก เขากำลังพูดคุยกับชาวบ้านอย่างออกรสออกชาติ จู่ ๆ มีเสียงร่ำไห้คร่ำครวญดังมาจากหญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ ที่นั่งหลบอยู่มุมหนึ่ง
คล้อยหลังเสียงของหล่อน ฐานฟ้าเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนเก็บสายตากลับแล้วปั้นหน้ายิ้มแย้มตามปกติ ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นหญิงสาวนางนี้มานานแล้ว แต่แสร้งทำเป็ไม่สนก็ใจเท่านั้น “เช่นนั้นเ้ารอเป็คนสุดท้าย เื่แบบนี้ต้องพูดคุยเป็การส่วนตัว” ฐานฟ้ารู้ว่าคำพูดของหญิงสาวนางนี้หมายถึงสิ่งใด เขาจึงรีบพูดดักทางเอาไว้ก่อนเพื่อเป็การบ่งบอกถึงความหมายแอบแฝงบางอย่าง
ทั้งสองมองตากันก็เหมือนรู้ใจ จุดประสงค์ของเธอคนนี้ไม่ได้มาเพราะเื่สามีอย่างแน่นอน เพราะการแต่งตัวที่รัดรูป บวกกับทรวดทรงองค์เอวอันเหลื่อมล้ำจนเกินหน้าเกินตา อีกทั้งยังทำท่าชม้อยชม้ายชายตาหาได้มีทีท่าเสียใจ กิริยาที่แสดงทั้งหมดนี้มีหรือผัวของนางจะทิ้งได้ลง
ฐานฟ้าไม่ได้พูดกับสตรีทุกนางที่เข้ามาด้วยจุดประสงค์เช่นนี้ บางคนเขาถึงกับออกปากไล่ตะเพิดด้วยตัวเองเลยก็มี แต่กับหล่อนคนนี้...เขาไม่อาจยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้เลยจริง ๆ
ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาหลังกลับจากการปราบผีที่แดนไกล เขาไม่เคยได้ระบายน้ำรักแม้แต่ครั้งเดียว ด้วยเหตุผลเื่งานทำให้เขายุ่งวุ่นวายจนไม่มีเวลาพัก และนี่จึงส่งผลให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเป็อย่างมาก อีกทั้งยังถูกเ้าจันทร์กระตุ้นส่วนนั้นอยู่บ่อยครั้งยามที่เรียกใช้ให้อีกฝ่ายมาบีบนวด แม้นว่าฐานฟ้าจะไม่ได้ห้ามปรามแต่เขาก็ยังไม่ไปถึงขั้นเสร็จสมอารมณ์หมายเลยสักครั้ง
จะว่าไปถ้าเกิดน้ำของเขาล้นทะลักต่อหน้าศิษย์หนุ่มละก็… ฐานฟ้าคงมองหน้าอีกฝ่ายไม่ติดอย่างแน่นอน ต่อให้เขาหน้าหนาแค่ไหนก็ต้องมีเขินอายกันบ้าง ดังนั้นเมื่อการนวดของเ้าจันทร์เริ่มร้อนแรงขึ้น เขาจะเป็ฝ่ายบอกให้หยุดนวดทันที เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ทว่าการรับแขกในวันนี้เพียงแค่หญิงสาวเอ่ยคำว่า ‘ผัวทิ้ง’ ออกมา ฐานฟ้าก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เขารู้ว่าตัวเองเืลมกำลังเดือดพล่านไม่อาจยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป
ตกบ่ายคล้อยเย็น ชาวบ้านที่นั่งเฝ้าก็เริ่มทยอยกลับกันทีละคนสองคน ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงแม่นางอกอิ่มเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ยังคงนั่งก้มหน้าอยู่มุมห้อง
“เ้าว่ามา...้าให้ข้าช่วยอะไร?” ฐานฟ้าแสร้งทำเสียงเข้มเอ่ยถามตามมารยาทพอเป็พิธี ส่วนมุมปากของเขากลับยกยิ้มอย่างมี เลศนัย ที่ผ่านมาเขาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ขอเพียงแค่เอื้อนเอ่ยออกมาว่าเป็โสดไร้คู่ครอง ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมให้มากความ ฐานฟ้าก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่าย้าอะไร
ขอเพียงแค่อีกฝ่ายเอ่ยปากยินยอม... เขาก็พร้อมจะสนองให้อย่างเต็มใจและเต็มกาย
คำถามของเขาก่อนหน้านี้ไร้ซึ่งคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ฐานฟ้าสูดลมหายใจแล้วเอ่ยปากถามออกไปอีกครั้ง เพื่อทำให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองไม่อึดอัดลงไปมากกว่านี้
“เ้าจะให้ข้าช่วยสักยันต์… ลงรักหรือไม่?” เพียงแค่เขายิงคำถามให้ตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น จากนั้นหญิงสาวก็พยักหน้าเบา ๆ อย่างเขินอาย
“ฮ่า ฮ่า... ถ้าเป็เช่นนั้นเชิญแม่นางอาบน้ำชำระล้างร่างกาย แล้วเข้าไปรอข้าในห้องนอนเถิด” ฐานฟ้าผายมือเชื้อเชิญนาง จากนั้นเขาก็พูดออกมาเบา ๆ ให้พอได้ยินกันแค่สองคน “ข้ารับรองว่า… การสักยันต์ในครั้งนี้ต้องได้ผลดีอย่างแน่นอน” รอยยิ้มชั่วร้ายในวัยหนุ่มตอนต้นของเขาเริ่มหวนกลับคืนมาอีกครั้ง
“เ้ามั่น! เ้าคง! พวกเ้าช่วยเตรียมน้ำอาบ และอย่าลืมทำการตรวจสอบร่างกายของนางก่อนที่จะส่งมายังห้องของข้า!” ฐานฟ้ามองไปยังศิษย์หนุ่มสองคนที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ พวกเขาทั้งสองรู้หน้าที่ของตัวเองดีจึงไม่ได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม
...
“ท่านอาจารย์รูปหล่อแถมยังหุ่นดีเช่นนี้ ข้าล่ะอิจฉาเสียจริง!” ในระหว่างที่พาหญิงสาวเดินไปด้านหลังของตัวเรือน เ้ามั่นเ้าคงแอบพูดคุยกระซิบกระซาบกันไปมา สิ่งที่พวกเขาพูดนั้นมันคือเื่จริง เหตุเพราะว่าหน้าตาและรูปร่างของฐานฟ้า จึงมักจะมีหญิงสาวรูปงามเข้ามาให้เขาได้เชยชมอยู่เป็ประจำ
“เชิญท่านอาบน้ำชำระล้างให้เรียบร้อย จากนั้นโปรดนุ่งเพียงผ้าขาวที่ข้าจัดเตรียมเอาไว้ให้ แล้วจากนั้นค่อยเข้าไปรอท่านอาจารย์ที่ห้องด้านใน” เสียงเรียบเฉยดังออกจากปากของเ้ามั่น การที่พวกเขาให้นางนุ่งผ้าขาวเพียงผืนเดียวเป็การป้องกันการปองร้ายอย่างหนึ่ง
อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ได้ว่าบนร่างกายของอีกฝ่ายปลอดอาวุธ และยังรู้ได้อีกว่า่เวลานี้หล่อนไร้ซึ่งฤดูของหญิงสาวที่ต้องมีประจำในทุก ๆ เดือน
ดังนั้น ผ้าขาวผืนนี้จึงเป็เครื่องตรวจสอบอย่างดี
...
ห้องนอนของฐานฟ้า
บรรยากาศรอบ ๆ ห้องในยามนี้ช่างเป็ใจยิ่งนัก ตะเกียงไฟที่ถูกจุดแขวนเอาไว้ตามมุมต่าง ๆ แสงสลัวของมันทำให้ภายในห้องดูสวยงามมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งกลิ่นอบอวลของกำยานที่หอมฟุ้งยังช่วยให้พวกเขาทั้งสองผ่อนคลายความตึงเครียดลง
บนเตียงไม้ที่ถูกปูด้วยฟูกหนา มีเพียงผ้าแพรสีทองปูทับเอาไว้อีกชั้น หญิงสาวนั่งจ้องชายหนุ่มร่างงามตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตะลึงอย่างปิดไม่มิด นางไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะรูปร่างงดงามเช่นนี้ยามไร้เครื่องนุ่งห่ม อีกทั้งใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้านางในยามนี้ มันช่างแตกต่างจากเมื่อตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง
มันเหมือนกับเ้าป่าหิวโซ ที่พร้อมออกล่าตะครุบเหยื่อตรงหน้าได้ทุกเมื่อ ทำให้สาวน้อยดูบอบบางเช่นนางถึงกับหลงใหลในรูปโฉมจนไม่ลืมหูลืมตา
“เ้า้าลืมสามีเก่าหรือไม่? ข้าทำให้เ้าได้ รับรองได้ว่าท่วงท่าที่ข้าบรรเลงสักลงไปไม่แพ้ชายใดอย่างแน่นอน” เสียงนุ่มลึกของฐานฟ้าเป็ดังมนต์สะกดใจ เขาก้มตัวลงกระซิบข้างหูของหล่อนอย่างแ่เบา ฐานฟ้าไม่พูดเปล่าสองมือของเขาค่อย ๆ ปลดเปลื้องกางเกงผ้าแพรของตนออกอย่างช้า ๆ
พรึบ! เมื่อกางเกงผ้าแพรเนื้อบางถูกปลดลง ทำให้ท่อนเนื้ออันแข็งแกร่งเหยียดตัวยาวหัวงัดขึ้นฟ้าดีดตัวออกมาสู่โลกภายนอกในทันใด แท่งเนื้ออวบอิ่มบวกกับหัวมันเลื่อมขนาดเกือบเท่าแขนผู้ใหญ่ ในยามนี้มันกำลังจดจ่อใบหน้าสะคราญของหญิงสาวในระยะประชิด มันส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกทั้งยังกระดิกหัว หงึก หงัก เป็การเชื้อเชิญอย่างยั่วยวน
ฐานฟ้ารู้ดีว่าเพียงแค่เขาแสดงส่วนนั้นของตนออกมาให้เห็น ไม่ว่าสาวน้อยสาวใหญ่เป็อันต้องตัวสั่นยอมศิโรราบ ไม่เคยมีใครกล้าขัดขืนเขาแม้แต่ครั้งเดียว...