หลังได้ยินคำตอบของหยุนฉางตง ฟงเอ่อร์เผยสีหน้าขมขื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมา แน่นอน! นางรู้ตัวเองดีว่าสิ่งที่ตนทำเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย แต่หากย้อนเวลากลับไปได้ นางก็ยังคงเลือกที่จะทำเช่นเดิมเพราะมันคือหน้าที่ของนาง
“ไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ถ้าหากกองทัพอาณาจักรมังกรสีชาดชนะสงคราม ข้าเองก็พร้อมยอมสละความดีความชอบทั้งหมดของตนเองเพื่อช่วยเหลือท่าน” พูดจบ! ฟงเอ่อร์หันหลังให้ชายหนุ่มอย่างหมดหวัง
หยุนฉางตงเหลือบสายตามองโฉมสะคราญ “ช่วยเหลือข้างั้นหรือ เมื่อถึงตอนนั้นมันจะไปมีประโยชน์อะไร หากข้าต้องมีชีวิตกลับไปเพียงผู้เดียว ข้าขอทำสงครามจนตัวตายเลยจะดีกว่า”
ฟงเอ่อร์ก้มหน้าก้มตา แต่กลับมิได้เอื้อนเอ่ยวาจาอะไรออกมาเลยสักคำ ดวงเนตรคู่งามของนางจู่ๆก็มีน้ำใสๆไหลรินจนเปื้อนหน้า
“โอ่ว ในฐานะคนรัก ท่านไม่ไปปลอบประโลมนางหน่อยหรือ” เย่หยุนซีเมื่อมองเห็นภาพนี้ก็พลันเอ่ยวาจาหยอกเย้าเหยี่ยนลี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ทำให้โดนนางถลึงตาใส่อย่างดุร้ายในทันที
“หากเจ้ากล้าพูดอะไรเหลวไหลอีก ต่อให้ข้าต้องตายที่นี่ข้าก็จะพาเจ้าไปลงนรกด้วยกัน!” นางเค้นเสียงเย็นชาดุดัน
เย่หยุนซียกยิ้มบางพลางส่ายศีรษะเบาๆ “สร้างความอับอายเพิ่มให้ตนเองเปล่าๆ แค่กษัตริย์ขั้น 9 เอาชนะข้าไม่ได้หรอกนะ”
“หึ! งั้นลองดูไหมล่ะ แน่จริงก็ปล่อยข้าแล้วมาสู้กันให้รู้แล้วรู้รอดไป” เหยียนลี่มิอาจทนมองท่าทางราวกับผู้เหนือกว่าของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าได้ นางจึงเลือกที่จะเอ่ยวาจาท้าทายออกไปเช่นนั้น
เย่หยุนซีส่ายศีรษะอีกครั้ง “ไม่เอาหรอก การต่อสู้กับท่านไม่เห็นมีประโยชน์เลยสักนิด”
“นะ นี่!!”
องค์หญิงแห่งสงครามรู้สึกโมโหสุดขีด ทว่ากลับทำได้เพียงก่นด่าเด็กหนุ่มอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง นับตั้งแต่นางเกิดจวบจนมาถึงปัจจุบัน ตัวนางพึ่งจะเคยพบเจอบุรุษที่กวนประสาทและน่าหมั่นใส้เช่นนี้เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ
ตัดกลับมาทางฝั่งของหยุนฉางตงและฟงเอ่อร์ที่กำลังยืนนิ่ง บรรยากาศรอบตัวของทั้งสองตอนนี้เรียกได้ว่าน่าอึดอัดเป็นอย่างมาก
“ถ้าหากไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะ” เป็นหยุนฉางตงที่เอ่ยปากกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชาเช่นเคย ก่อนจะเดินไปหาน้องเขยซึ่งอยู่ไม่ไกล
“อ๊ะ จริงสิ! ในฐานะที่เคยเป็นสหาย ข้าขออวยพรให้เจ้ากับองค์หญิงมีความสุขและครองคู่กันไปนานๆ”
เมื่อสดับรับฟัง! ดวงเนตรคู่งามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของฟงเอ่อร์พลันสั่นสะท้าน นางรีบหันขวับไปหาชายหนุ่มที่กำลังเดินจากไปในทันที
“เดี๋ยวสิ! ที่ท่านพูดเช่นนี้ หมายความว่ายังไง?”
หยุนฉางตงหยุดชะงักฝีเท้าอย่างฉับไว “ก็เจ้ากับองค์หญิงแห่งสงครามเป็นคนรักกันไม่ใช่หรือ”
“หือ!!”
ทั้งฟงเอ่อร์ เหยียนลี่ แม่ทัพต้วนอี้ และเหล่าทหารที่ได้ยินถึงกับนิ่งอึ้งจนบรรยากาศเงียบงัน หลากหลายสายตาจับจ้ององค์หญิงแห่งสงครามและสาวใช้ของนางสลับกันไปมา ถึงแม้พวกมันจะอยู่ในสถานะเชลยศึก แต่ต้องยอมรับจริงๆว่าข่าวนี้มันช่างสะเทือนขวัญ
“มิน่าล่ะ องค์หญิงของเราถึงปฏิเสธการหมั้นหมายทุกครั้ง ไม่ว่าบุรุษผู้นั้นจะมีพรสวรรค์และหน้าตาหล่อเหล่าแค่ไหนก็ตาม”
“ใช่ๆ แม่นางฟงเอ่อร์เหมือนกัน” เหล่าทหารเชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตทุกอย่าง ซึ่งมันประติดประต่อกันได้อย่างน่าประหลาด
“ยะ อย่ามาพูดอะไรเหลวไหลนะ!!” เหยียนลี่โกรธเกรี้ยวจนใบหน้าและดวงตาแดงก่ำ ทำเอาเหล่าทหารตัวสั่นเทาเพราะความหวาดกลัว
“เห้อ ก็ตัวท่านเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่ารักไคร่แม่นางผู้นั้น อย่าโกรธไปเลยน่า ถึงอย่างไรความรักก็เป็นสิ่งสวยงาม อีกทั้งการชมชอบสตรีด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือแปลกอะไร” เย่หยุนซีร่ายยาวอย่างไม่ใส่ใจ
ทว่าคำพูดของเขามันกลับทำให้สติของเหยียนลี่ขาดสะบั้น นางฟาดฝ่ามือใส่เย่หยุนซีเต็มแรงโดยพลัน แต่ฝ่ามือนั้นก็ถูกกรงเคลืออเวจีทมิฬป้องกันเอาไว้
“ปั้ง!”
“ไอ้เด็กบ้า! ปล่อยข้าออกไป ข้าจะขอสู้ตายกับเจ้าตรงนี้!!”
“เห้อ อุตส่าห์พูดเพราะความหวังดี พี่ชายหยุนข้าไปก่อนนะ พอดีมีเรื่องต้องทำ” ไม่สนใจความเกรี้ยวกราดของนาง เย่หยุนซีกล่าวก่อนจะหันหลังเดินจากไปท่ามกลางสายตาอาฆาตของมังกรสาว
“หยุดเดี๋ยวนี้! ไอ้เด็กบ้า ข้าขอท้าประลองเป็นตายกับเจ้า!!” เหยียนลี่ยังคงตะโกนราวกับคนเสียสติ จนกระทั่งเย่หยุนซีจากไปไกลลิบตา
“องค์หญิงแห่งสงคราม ข้าขอแนะนำว่าอย่าไปหาเรื่องเขาให้มากจะดีกว่า เพราะหากเขาถือสาขึ้นมาอาณาจักรมังกรสีชาดอาจจะเหลือเพียงแค่ชื่อก็เป็นได้.........เอาล่ะ ถึงเวลาต้องไปแล้ว ข้าเองก็ต้องขอลาแต่เพียงเท่านี้” หยุนฉางตงแนะนำด้วยความหวังดี จากนั้นก้าวเท้าเดินจากไปเช่นกัน
“เดี๋ยวสิ! พวกท่านจะสร้างความเข้าใจผิดแล้วจากไปเช่นนี้ไม่ได้นะ พวกข้าไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้น!!” ฟงเอ่อร์ที่นิ่งเงียบอยู่นานตะโกนไล่หลัง แต่ทว่ากลับไม่ทันการณ์เพราะหยุนฉางตงอยู่ห่างมากจนไม่ได้ยินเสียงใดๆ
“ปั้ง!”
“บัดซบ! สักวันข้าจะทำให้ไอ้เด็กบ้านั่นได้รับความอับอายบ้างให้ได้!” เหยียนลี่ซัดหมัดใส่กรงเพื่อระบายอารมณ์โกรธในใจ
“องค์หญิงเจ้าคะ เหล่าทหารเข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเราไปกันใหญ่ พวกเราต้องให้ความกระจ่างกับพวกเขาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอาจจะมีผลกระทบภายหลัง” ฟงเอ่อร์รีบเดินเข้ามาหาผู้เป็นนายแล้วกล่าวออกมาเช่นนั้น
องค์หญิงแห่งสงคราม เหยียนลี่ สูดลมหายใจเข้าออกช้าๆอยู่หลายครั้งเพื่อสะกดกลั้นความโกรธระคนอับอายนี้เอาไว้ ก่อนที่นางและฟงเอ่อร์จะหันไปชี้แจงกับกองทัพนับแสนที่กำลังพูดคุยเรื่องของผู้เป็นนายอย่างสนุกปาก