ไซเนอร์ถึงกับอึ้งให้กับความทะเยอทะยานของเจ้าเด็กคนนี้ ประโยคที่มันพูดออกมาชั่งเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ จะทำให้องค์กรสเปคเตอร์ทัดเทียมกับองค์กรไกรลอสอย่างงั้นหรอ อย่าลืมนะว่านั่นคือกองกำลังอะไร องค์กรของเหล่าวายร้ายที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดของจักรวาล พวกเขาเป็นศูนย์รวมสุดยอดตัวอันตรายที่เป็นภัยต่อทุกสิ่ง แต่ละคนครอบครองพลังริปเปอร์ที่ทรงพลังไร้เทียมทาน ยังไม่รวมที่ว่าพวกเขามีเทคโนโลยีวิทยาการที่ล้ำสมัยและกลุ่มคนมากมายที่แทรกซึมไปทั่วทั้งจักรวาล เครือข่ายของพวกเขานั่นกว้างใหญ่ไพศาลจนแทบจะไร้ที่สิ้นสุด อย่าว่าแต่ทัดเทียมเลย แม้แต่ในตอนนี้ก็มีเพียงแค่สมาพันธ์แห่งดวงดาวที่เพียงพอจะต่อกรกับพวกเขาได้ อย่าลืมนะว่าสมาพันธ์แห่งดวงดาวคือหน่วยงานที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยดวงดาวชั้นนำในจักรวาล ไม่เว้นแม้แต่ดวงดาวแห่งสงครามที่เจ้าเด็กนี้ได้เทคโนโลยีรีแอคชั่นมา พวกเขาทั้งหมดก็ทำได้เพียงตรึงกำลังกับองค์กรไกรลอสเท่านั้น
"ยอดเยี่ยมครับบอส นี่แหละคืออนาคตของพวกเรา องค์กรสเปคเตอร์จะกลายเป็นรากฐานของอาชญากรวายร้ายแห่งใหม่ ผมตั้งตารอให้ถึงวันนั่นเลยละ"
ไอรอนผงกหัวของตนเองรัวๆ ใบหน้ามันเต็มเปี่ยมไปด้วยความภูมิใจ มีเพียงแค่มันเท่านั้นที่เชื่อในคำพูดของเขา อนาคตของบอสไครเซอร์จะกลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ในจักรวาล มันเชื่อในอนาคตของตนเองที่ได้ฝากฝั่งไว้กับเขาทั้งหมด
"แม้แต่เจ้าไอรอนก็เป็นบ้าไปด้วยหรอเนี่ย?!!"
ไซเนอร์ครุ่นคิดขึ้นพร้อมกับอึ้งไปอยู่นิดๆ ในใจของเขาตกตะลึงอยู่ไม่น้อยกับเจ้าบ้าสองคนนี้ ความคิดของไครเซอร์ผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ถึงจะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่เพ้อฝันก็เถอะ แต่ผลลัพธ์ก็ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น อนาคตนั่นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน มันมีความคิดว่าชายหนุ่มคนนี้อาจจะทำได้จริงๆ อาชญากรไครเซอร์ที่ครอบครองพลังริปเปอร์และเทคโนโลยีอันยิ่งใหญ่
เมื่อคิดเช่นนั่นแล้วตัวของไซเนอร์ก็ได้หัวเราะขึ้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้านี่มันน่าสนใจจริงๆ ให้ตายเถอะ ข้ามาพบเจอกับอาชญากรที่สุดโต่งเข้าแล้วสิ ตอนแรกก็ว่าจะตรวจสอบดูอีกซักหน่อยแต่เมื่อมาได้ยินประโยคนี้เข้า ความคิดในหัวทั้งหมดก็หายวับไปในทันที"
ชายหนุ่มหัวเราะจนน้ำตาไหลอยู่นิดๆจากนั่นเขาก็ยกมือเช็ดน้ำตาของตนเอง เมื่อทำเสร็จตัวของไซเนอร์ก็ได้กล่าวออกมา
"น่าสนใจ ไม่ได่้ตื่นเต้นอะไรแบบนี้มานานแล้วสิ ถ้าเกิดว่าเจ้ากวาดล้างสมาคมจิ้งเหลนเพลิงได้จริงๆ องค์กรเงามืดของข้าจะควบรวมเข้ากับองค์กรสเปคเตอร์ของเจ้าและการบริหารงานทั้งหมดจะมีเจ้ายืนอยู่เหนือสุดขององค์กร หวังว่าจะเจ้าจะทำได้จริงๆนะไครเซอร์"
เมื่อพูดจบร่างกายของเขาก็ได้เริ่มจางหายไป เขาตอนนี้ตัดสินใจได้แล้วว่าจะเดินไปยังเส้นทางไหนต่อ อนาคตที่ไม่แน่นอนของมันในที่สุดก็จะได้เป็นจริง องค์กรสเปคเตอร์มีจุดประสงค์เพื่อจะขึ้นเป็นใหญ่ในจักรวาล มันย่อมแน่นอนแล้วว่าสมาพันธ์แห่งดวงดาวจะต้องกลายเป็นศัตรูของพวกเขา ถ้าองค์กรทั้งสองได้ผสานรวมกัน จุดหมายของมันที่จะทำลายล้างสมาพันธ์แห่งดวงดาวสาขาโลกก็จะยิ่งเข้าใกล้ขึ้นไปอีกขั้นเลยทีเดียว แต่ก่อนจะถึงวันนั่นตัวของมันจะรอคอยและจับตามองถึงเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น ไครเซอร์ผู้นี้จะเป็นบุคคลที่ทำให้มันยอมรับและติดตามรับใช้ได้หรือเปล่าก็แค่นั่น
"แน่นอน รอคอยได้เลย!!"
คำตอบของไซเนอร์ได้ทำให้ทั้งสองคนต้องอุทานมันออกมา ในที่สุดองค์กรสเปคเตอร์ของเขาก็จะได้รับผู้ทรงพลังคนใหม่ ไซเนอร์ผู้นี้อาจจะเป็นกำลังสำคัญให้กับองค์กรเลยก็ว่าได้ ทั้งขั้นพลังและพลังริปเปอร์ ทั้งสองสิ่งก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แต่ก่อนจะได้รับเขาเข้ามา พวกมันจะต้องลงมือทำลายล้างสมาคมจิ้งเหลนเพลิงให้สิ้นซากซะก่อน
"คิคิ ไอ้เจ้าคาน แกจงกลายเป็นบันไดให้กับพวกข้าซะเถอะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วชายหนุ่มจะต้องเพิ่มพลังของตนเองขึ้นอีก ด้วยแต้มตัวร้ายที่มีถึง30000แต้ม ย่อมแน่นอนแล้วว่าจะทำให้เขาทะลวงขึ้นสู่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3อย่างแน่นอน ถ้ามีสสารแห่งจักรวาลมากขึ้น พลังริปเปอร์หรือการปลดปล่อยพลังแรงโน้มถ่วงก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นไปอีกขั้น
"ไอรอน ที่นี้มีห้องฝึกฝนหรือเปล่า พอดีว่าจะเก็บตัวหน่อยน่ะ"
ไครเซอร์ได้เอ่ยถามไปยังไอรอนที่ยืนอยู่ไม่ไกล
"มีครับบอส ห้องฝึกฝนอยู่บนชั้นนี้แหละ มันเป็นห้องลับที่กระผมไว้ใช้ฝึกฝนในเวลาว่าง ภายในห้องมีเทคโนโลยีที่จะดูดกลืนสสารแห่งจักรวาลจากด้านนอกให้มันมาอัดแน่นอยู่ภายใน ยิ่งมีสสารแห่งจักรวาลมากก็ยิ่งทำให้ร่างกายซึมซับมันได้อย่างรวดเร็ว การฝึกฝนพลังภายในห้องนั่นจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าโลกภายนอกอยู่หลายเท่า"
ชายวัยกลางคนพยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่ดูจะภาคภูมิใจ ห้องฝึกฝนพลังนั่นถือเป็นสิ่งสำคัญที่รองลงมาจากของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับต่างๆ เพียงแค่มีมันก็ทำให้สามารถพัฒนาเซลล์ภายในร่างได้อย่างรวดเร็ว แค่เข้าไปนั่งสมาธิอย่างสงบนิ่ง ร่างกายก็จะดูดกลืนสสารแห่งจักรวาลโดยอัตโนมัติ ยิ่งห้องฝึกฝนมีระดับสูงมากเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมาก็ยิ่งดีมากเท่านั้น ส่วนห้องฝึกฝนของมันก็เป็นเพียงแค่ระดับ1เท่านั้นเอง แต่ถึงจะบอกว่าเป็นระดับ1 การจ้างผู้เชียวชาญให้สร้างมันขึ้นมาก็ใช้ถึง50,000เครดิตเลยทีเดียว ถือเป็นราคาที่มากมายซะจนนักสู้แห่งดวงดาวธรรมดานั่นเอื้อมไม่ถึง
เพียงไม่นานทั้งสองก็เดินมายังกำแพงผนังบริเวณนึง ชายวัยกลางคนใช้มือจิ๋มไปยังช่องว่างเล็กๆที่อยู่เบื้องหน้า
ครืนนนนนน!!
ทันใดนั่นกำแพงที่ปิดอยู่ก็ได้เลื่อนออกขึ้นอย่างช้าๆ ปรากฏให้เห็นห้องสีขาวโพลนที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ทั้งความกว้างและความสูงมีเพียงแค่ด้านละ5เมตรก็เท่านั้น บริเวณผืนห้องรวมถึงผนึงก็มีเส้นสีดำที่พาดไปมาทั้งสี่ด้าน ถ้าผู้ทรงพลังจ้องมองมาจะเห็นว่าเส้นสีดำที่ติดตั้งอยู่ภายในห้องแห่งนี้นั่นได้ดูดกลืนสสารแห่งจักรวาลจากด้านนอกให้เข้ามายังด้านในนั่นเอง ถือเป็นเทคโนโลยีระดับสูงเลยก็ว่าได้
"ดีจริงๆ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นห้องธรรมดาๆที่เงียบสงัดก็เท่านั้น แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะเป็นห้องฝึกฝนที่สามารถดูดกลืนอานุภาพพลังงานได้"
ไครเซอร์ก้าวเดินเข้าไปด้วยความตื่นเต้น จากนั่นเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อที่จะสัมผัสเข้ากับสสารแห่งจักรวาล ภายในห้องนี้เขารู้สึกได้ถึงสสารแห่งจักรวาลที่อัดแน่นไปทั่ว ร่างกายเบาสบายราวกับอยู่บนท้องฟ้า เซลล์ภายในร่างทั้งหมดเต้นไปมาอย่างคึกคัก ถ้าเทียบกับโลกภายนอกที่สัมผัสถึงมันไม่ได้แล้ว ห้องแห่งนี้ก็เป็นอะไรที่แตกต่างซะจริงๆ ไม่คิดเลยว่าจะมีวิธีการเพิ่มพลังในร่างกายด้วยวิธีการเช่นนี้ด้วย
"ขอเวลา2-3วัน หลังจากนี้คุณก็ไปเตรียมตัวและป่าวประกาศเรื่องราวทั้งหมดออกไปซะ องค์กรสเปคเตอร์ของเราสมควรที่จะทำให้เมืองไร้กฎหมายได้รับรู้ถึงมันแล้ว"
ชายหนุ่มพูดขึ้นพลางมองไปยังไอรอนที่กำลังรอคอยคำสั่ง
"เข้าใจแล้วครับ เมื่อออกมาบอสจะไม่ผิดหวังเลย"
ไอรอนโค้งคำนับชายหนุ่มอย่างเคารพ จากนั่นมันก็ได้ออกไปจากห้องฝึกฝนในทันที ตัวของชายวัยกลางคนตอนนี้กำลังกระตือรือล้นอย่างถึงที่สุด องค์กรมังกรดำได้แปรเปลี่ยนชื่อองค์กรสเปคเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชื่อขององค์กรนี้จะต้องถูกเผยแพร่ออกไปเพื่อให้อาชญากรคนอื่นๆได้รับรู้ ทั้งบอสคนใหม่ที่เข้าปกครองก็ด้วย ชื่อของท่านไครเซอร์จะโด่งดังในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ทุกคนจะต้องยำเกรงและเคารพยกย่องในตัวของท่านเท่านั้น
นี่ถ้าเกิดไครเซอร์รู้ว่าเจ้านี้ได้ทำอะไรเช่นนั่นออกไป ตัวของชายหนุ่มก็คงจะทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆออกมาอย่างแน่นอน
ภายในห้องฝึกฝนชายหนุ่มนั่งลงบนผืนดินที่เยียบเฉียบนั่นพร้อมกับสำรวจมองไปยังรอบๆ สัมผัสทั้งหมดที่อยู่ภายในร่างกายกำลังตื่นตัวขึ้นถึงขีดสุด มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่ได้กลืนกินของเหลวกระตุ้นเซลล์เลยเชียวละ
ขณะที่คิดอยู่นั่นเสียงของระบบก็ได้ดังขึ้นพร้อมกับเอ่ยชมอยู่ไม่น้อย
< ไม่เลว! ไม่คิดเลยว่าบอสขององค์กรธรรมดาๆเช่นนี้จะมีห้องฝึกฝนส่วนตัวด้วย ห้องฝึกฝนระดับที่1 ถึงจะบอกว่าเป็นระดับต่ำสุดแต่ราคาในการสร้างของมันก็ต้องใช้เครดิตถึง50,000เชียวนะ แสดงว่ารากฐานการเงินขององค์กรมังกรดำก่อนหน้านี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน >
ไครเซอร์แสยะยิ้มขึ้นอยู่นิดๆ ระหว่างนั่นตัวของชายหนุ่มก็เปิดหน้าต่างของระบบขึ้น นัยน์ตาจ้องมองไปยังแต้มที่ได้รับมากับหมวดหมู่ทรัพยากรเบื้องหน้า
"หึหึ ได้เวลาที่จะเพิ่มพลังของตนเองแล้ว 30,000แต้มตัวร้ายคงจะเพียงพอให้พัฒนาขึ้นสู่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3นะ แต่ถ้าเกิดไม่พัฒนาขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้ว"
...
วันนี้มีแค่2ตอนนะครับ ^^