“ เฮ่ ชาล็อตเลื่อนระดับเป็น 6 ดาวแล้วล่ะ ”
“ บ้าจริง การมีขุมอำนาจใหญ่หนุนหลังมันดีอย่างนี้นี่เอง ”
นักศึกษาคุยกันสองข้างทาง แอ็กเซลที่กำลังเดินทางไปใช้เครื่องสร้างรูหนอนได้ยินทุกอย่าง โดยข่าวที่กำลังถูกพูดถึงในเช้านี้คือการเลื่อนระดับของชาล็อต เธอคือคนที่ 6 ที่เลื่อนระดับไปยัง 6 ดาว ตอนนี้จึงมีเพียงแค่เขาที่ยังคงเป็น 5 ดาว
การเลื่อนระดับของ 7 มังกรและฟีนิกส์ มีเหตุผลอยู่หลายข้อเท่าที่เขาเห็นนักศึกษาวิเคราะห์กันตลอดคืนที่ผ่านมา
การเลื่อนระดับที่รวดเร็วยิ่งทำให้พวกเขาเป็นที่จับตามองของสหพันธ์มากยิ่งขึ้น ต่อให้จะเป็น 7 มังกรและฟีนิกส์ก็ตาม ยังไม่ได้หมายความว่าสหพันธ์จะให้สิทธิทุกอย่างแก่พวกเขา หากมองในระยะยาว ตำแหน่ง 7 มังกรและฟีนิกส์เป็นเพียงตำแหน่งที่สหพันธ์ตั้งเอาไว้เพื่อหาผู้ที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งในอนาคต หาก 7 มังกรและฟีนิกส์ไม่สามารถแข็งแกร่งได้ตามที่สหพันธ์ต้องการ โอกาสจะกลายเป็นแค่คนที่มียศทางทหารระดับสูงมีมาก การมียศทางทหารสูงไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีอำนาจเสมอไป
ในแต่ละปีจะมี 7 มังกรและฟีนิกส์เกิดขึ้นมาตลอด ถ้าพวกเขาไม่ยอมพัฒนาตนเอง ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะกลายเป็นแค่อดีตที่เคยถูกพูดถึงเท่านั้น
เพียงแต่ว่าแอ็กเซลไม่ต้องการเลื่อนระดับไล่ตามคนอื่นๆในตอนนี้เพราะเขามีจุดประสงค์ที่ชัดเจนอยู่หนึ่งอย่าง เขาต้องการเพิ่มธาตุให้ได้มากที่สุดแล้วค่อยไล่ตามคนอื่นๆไป เขาเชื่อว่าตนเองสามารถเลื่อนระดับไล่ตามได้เร็วพอด้วยสิ่งที่ตนเองมีอยู่
อย่างไรก็ตามการเลื่อนระดับที่ช้ากว่า 7 มังกรและฟีนิกส์คนอื่นๆก็มีผลดีกับแอ็กเซลเช่นเดียวกัน การถูกจับตามองจากกองทัพและผู้คนรอบด้าน ยิ่งเขาพัฒนาได้เร็วยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่คิดจะฆ่าเขา เพราะฉะนั้นการรั้งท้ายอยู่อันดับ 8 จึงเป็นประโยชน์มากกว่า หากมีการเปรียบเทียบกันระหว่างเขาและนักศึกษาคนอื่นๆ อย่างน้อยเขาที่เป็นนักศึกษาปี 2 เช่นเดียวกันกับชาล็อตก็ไม่ได้เลื่อนระดับเร็วเกินไปเพราะเธอจะกลายเป็นเครื่องวัดความเร็วในการเลื่อนระดับของเขา
เครื่องสร้างรูหนอนเปิดทำงาน จากนั้นแอ็กเซลก็ใช้ยานอวกาศเดินทางไปยังพื้นที่ระดับ 4 เมื่อมาถึงเขาก็ใช้นกบินผ่านเขตนี้เข้าสู่เขต 5 การล่าต่อจากนี้จะเป็นรูปแบบสุ่ม เนื่องจากว่าพื้นที่ที่มีมอนสเตอร์ธาตุไม้อาศัยอยู่จำนวนมากไม่มีอีกต่อไปแล้ว หากเขาอยากจะล่าพวกมันต้องอาศัยโชคลาภ ดังนั้นเขาจึงจะล่าตามที่ได้รับข้อมูลจากนักล่าคนอื่นๆ
หลังจากเข้าสู่พื้นที่ระดับ 5 ดาว แอ็กเซลจึงลงเหยียบพื้นจากนั้นก็เปลี่ยนลิงตัวหนึ่งให้กลายเป็นเขาตามด้วยการนำผ้าคลุมและหน้ากากให้มันสวม ในส่วนของเขาก็ทำเช่นเดียวกัน การเดินทางคนเดียวทำให้หลายคนสามารถคาดการณ์ได้ว่านี่คือเขา แอ็กเซลจึงต้องสร้างตัวตนขึ้นมา 2 เพราะเขาจะเข้าสู่จุดจอดยานเพื่อดักฟังการพูดคุยของคนที่นี่สักระยะหนึ่ง
ขณะที่กำลังก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้จุดจอดยานที่มีผู้คนมากมายอาศัยอยู่รวมกัน มีทั้งคนที่วางขายสินค้าที่ได้จากการล่าและมีทั้งคนที่รอรับซื้อพวกมัน แอ็กเซลกลับพบว่ามียานหลายลำบินเข้าและออกเขตที่อยู่ทางทิศตะวันตก ทางฝั่งนั้นคือทิศทางที่เขาทำให้ซากโบราณสถานถล่ม ดูท่าคนกลุ่มนี้จะพยายามตามหาโชคหล่นจากเหตุการณ์
กระเป๋าสัมภาระนำออกมาจากแหวนเก็บของ แล้วเริ่มตั้งเตาก่อกองไฟเล็กๆราวกับว่าเขาเดินทางกลับมาพักที่จุดจอดยาน ก่อนจะมาที่นี่แอ็กเซลได้พัดเกสรมาก่อนแล้ว ทำให้เขารู้ว่าตำแหน่งใดมีการเคลื่อนไหว การที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อแยกแยะว่าตนเองจะดักฟังทิศทางใดเพื่อไม่ให้เขาอยู่ที่นี่นาน
“ มาแล้วเหรอ มีบางอย่างเกิดขึ้นที่ทิศตะวันตกเมื่อ 2 วันก่อน ”
“ หืม มีอะไรงั้นเหรอ ”
กลุ่มคนที่เต็มไปด้วยระดับ 5 ดาวเดินลงมาจากยาน ชุดเกราะบนร่างของพวกเขาเสียหายไม่น้อย เพียงแต่ว่าไม่มีใครเสียชีวิตในการล่าครั้งนี้ เมื่อกลุ่มคนสวมใส่ผ้าคลุมสีแดงเดินลงมาจากยานเพื่อรวมทีมกับกลุ่มหลัก พวกเขาก็พบว่าอีกฝ่ายกำลังเอ่ยบางอย่างที่น่าสนใจ
“ ทิศตะวันตกมีการพังถล่มของซากโบราณสถาน ยังไม่มีใครทราบสาเหตุของการพังถล่ม ”
“ มีคนรอดชีวิตไหม ”
“ คนที่เข้าไปข้างในไม่มีใครรอดชีวิต แต่ก็ไม่มีใครถูกพบเป็นศพเช่นกัน ดูท่ามิติจะบีบอัดพวกเขาจนสลายหายไป ”
“ ก็คิดอยู่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เห็นยานบินไปทิศตะวันตกเยอะเป็นพิเศษ ดูท่าพวกเขาจะไปเก็บส้มหล่นสินะ แล้วมีใครได้อะไรบ้างไหมล่ะ ”
“ ไม่มีใครได้ของจากโบราณสถาน แต่คนที่เดินทางไปได้ของจากพื้นที่นั่นไม่น้อย ถึงจะเป็นแค่พืชกลายพันธุ์ที่ฝังอยู่ใต้ดินก็เถอะ ”
“ ไม่ได้ส่งคนไปล่า หมายความว่ามันไม่ได้เยอะสินะ ว่าแต่มีใครเห็นเหตุการณ์หรือเปล่า”
“ คนที่ตั้งแคมป์อยู่ด้านหน้าทางออกบอกว่ามีแผ่นดินไหว ก่อนที่พื้นจะยุบตัวเป็นสัญญาณบอกว่าซากโบราณสถานพังถล่มมีชายคนหนึ่งวิ่งออกมาจากด้านใน แต่ยังหาตัวเขาไม่พบ ตอนนี้จึงไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากจะตามหาตัวเขาคนนั้นได้ ”
“ มีคนรอดงั้นเหรอ น่าสนใจ แต่ดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะไม่ได้มาที่นี่หรอก เขาน่าจะหายเข้ากลีบเมฆไปพร้อมความจริงและของล้ำค่าแล้ว ”
“ น่าเสียดายจริงๆ ฉันล่ะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น ”
“ ช่างมัน ยังมีอีกหลายพื้นที่ให้ล่า ”
“ ว่าแต่พื้นที่ตรงนั้นเป็นยังไงบ้าง ”
“ ยังไปไม่ถึงไหนเลย มอนสเตอร์แข็งแกร่งมาก แม้จะไม่มีกลไกลับอะไรก็เถอะ หากใครกระโจนเข้าไปมีแต่จะตายกับตายเท่านั้น ”
แอ็กเซลนำอาหารออกมาอุ่นจากนั้นก็เก็บมันเอาไว้ในแหวนเก็บของ รอจนกระทั่งผ่านไป 1 ชั่วโมงเขาจึงเดินทางออกจากจุดจอดยาน การดักฟังเรื่องเล่าของพื้นที่ล่า หากเขาลุกพรวดออกไปในทันทีอาจจะเจอข้อมูลปลอมได้ และมันอาจจะทำให้คนที่เขาดักฟังรู้ตัว แอ็กเซลจึงแกล้งนั่งนิ่งทำเป็นไม่สนใจสิ่งใดจนเขาคิดว่าไม่มีใครจับตามองดูตนเองจึงเดินทางต่อ
แคว้กๆ!
“ ใช่ บินตรงไปเลย เดี๋ยวฉันจะบอกเองเมื่อถึงช่วงที่ต้องหยุดบิน ”
นกน้อยลากแอ็กเซลไปบนท้องฟ้ามุ่งหน้าไปยังทิศเหนือ จากการพูดคุยกันด้วยความเร็วของยานอวกาศเพียง 15 นาทีก็จะถึงพื้นที่ล่าแห่งใหม่แล้ว
ท่ามกลางป่าสีเขียวใต้เท้าสลับกับพื้นดินแห้งแล้งไปมา แอ็กเซลก็พบว่าด้านหน้าห่างออกไปไม่ไกลมากนักมีพื้นดินสีขาว เขาจึงบอกให้นกบินเข้าใกล้พื้นที่แห่งนี้เนื่องจากว่ามันคือพื้นที่ล่าต่อไป
สกิลกาฝากปิดการทำงาน จากนั้นแอ็กเซลก็เรียกมอนสเตอร์พันธะออกมา 5 ตัวเพื่อให้พวกมันช่วยตรวจสอบอันตรายและสิ่งผิดปกติอีกเช่นเคย เจ้าตัวน้อยที่เกาะอยู่ตามตัวแอ็กเซลกลับไม่คิดจะเหยียบเท้าลงไปบนพื้นที่กลายเป็นสีขาว
จากข้อมูลที่แอ็กเซลได้ฟังมา ทรายสีขาวเม็ดกลมเหล่านี้มีความสามารถที่น่ากลัวอยู่หนึ่งอย่างและมันเป็นสิ่งที่ทุกคนเตือนกันให้ระมัดระวัง ทุกครั้งที่ล่าจะต้องสวมใส่หน้ากากปิดมิดชิดไม่ให้สิ่งใดเข้าดวงตาและรูจมูก ไม่อย่างนั้นทรายพวกนี้จะดูดของเหลวภายในร่างออกมาทั้งหมดในเวลาไม่ถึง 10 นาที การถูกดูดของเหลวออกมาไม่ใช่เพียงแค่น้ำในร่าง เลือด ทุกๆอย่างที่มีความชื้นจะถูกดูดซับออกมาทั้งหมด เพียงแค่เม็ดเล็กๆผ่านจมูกลงสู่ปอดสามารถทำให้คนๆนั้นบาดเจ็บสาหัสได้
เจ้าตัวน้อยที่เกาะอยู่ตามตัวไม่เป็นอันตราย พวกมันสามารถสร้างเปลือกไม้เล็กๆคลุมตัวเองได้จึงรอดพ้นจากการถูกเม็ดทรายดูดของเหลว ถึงอย่างนั้นพวกมันกลับไม่อยากลงมาเดินเหยียบเช่นเดิมจึงเกาะอยู่บนตัวแอ็กเซล
ดวงตาทั้งสองกวาดมองออกไปรอบๆ เขามองเห็นพื้นที่แห่งนี้จากบนฟ้าแล้ว หากเดินไปอีกราว 2 กิโลเมตรจะเจอเข้ากับทางเดินลงไปยังซากโบราณสถาน การดักฟังยังไม่ดีมากพอทำให้เขาไม่รู้ว่าโบราณสถานเป็นเช่นไร แอ็กเซลจึงคิดว่าจะเดินไปยังจุดที่มีคนรวมกลุ่มกันเพื่อดักฟังข้อมูลก่อน
เมื่อก้าวเท้าเดินไปบนพื้นทรายเรื่อยๆแอ็กเซลก็พบเข้ากับเสาสูงใหญ่ กลางเสามีประตูกว้าง 10 เมตรใช้สำหรับเข้าไปในโบราณสถาน บนเสาที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินมีลวดลายประหลาด มันคือแผงวงจรที่เกิดจากเทคโนโลยีอีเธอร์เอล เพียงแต่ว่ามันถูกทำลายจากบางสิ่งบางอย่างจึงหลงเหลือเพียงแค่ส่วนน้อย
“ ติดตาม ”
เกสรสีเหลืองลอยไปตามลมตกกระทบลงไปบนพื้นทรายรอบๆเสา จากนั้นแอ็กเซลจึงเดินตามเกสรที่โปรยออกจากมือไปนั่งใกล้กับทางเข้า แล้วรอฟังผู้คนคุยกัน ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมโปรยเกสรเข้าไปในประตูทางเข้าซากโบราณสถานพร้อมด้วยฝากเวทมนตร์ไปกับพวกมัน ถึงแม้เวทมนตร์จะอยู่ได้ไม่นาน มันกลับทำให้เขาได้ยินเสียงคุยกันผ่านเกสรที่โปรยออกจากมือ
“ ไปเร็วเข้า รีบเข้าไปเปลี่ยน ”
“ พักก่อน เราเสียคนไป 2 คนจากการปะทะ ”
“ แย่แล้ว ฉันทำยาหล่นลงไป ”
เสียงมากมายส่งผ่านเวทมนตร์ที่ติดไปกับเกสร แต่ละทีมที่เข้าและออกซากโบราณสถานล้วนแล้วพูดคุยกันตลอดเวลาจนทำให้เขาทราบสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
จากเกสรที่โปรยลงไปนั้นทำให้เขารู้ว่าซากโบราณสถานที่กำลังจะเข้าไปเป็นเหมือนชั้นใต้ดินลึก แต่ละชั้นมีห้องโถงใหญ่อยู่เพียงแค่ 1 หากต้องการเดินทางไปยังชั้นถัดไปจะต้องผ่านห้องโถงแต่ละชั้น
ซึ่งห้องโถงที่ว่านั้นมีมอนสเตอร์มากมาย รูปร่างของพวกมันคล้ายกิ้งก่ามีส่วนหัวคล้ายไก่ ผิวหนังของมันสามารถสร้างสายฟ้าได้ ทุกครั้งที่พวกมันใช้ผิวหนังถูกันไปมาจะทำให้เกิดสายฟ้าฟาดพุ่งออกไปรอบตัว ส่งผลให้แชมเปี้ยนที่คิดจะลงไปสังหารพวกมันถูกสายฟ้าเล่นงาน
“ ไม่มีเขาวงกต ไม่มีกับดัก แต่สิ่งที่รออยู่ไม่ต่างจากตกลงไปในบ่อที่เต็มไปด้วยงูเลยสินะ ”
แอ็กเซลเปรียบเทียบสิ่งที่เขาสัมผัสได้ผ่านเกสร ซากโบราณสถานแห่งนี้ยังไม่ถูกสำรวจทั้งหมด ไม่ใช่เพราะมันมีกลไกลับยากจะผ่านไปได้ แต่จำนวนมอนสเตอร์ที่อยู่ตามห้องต่างๆมีเยอะมากเกินไป การส่งคนเข้าไปในห้องจึงไม่ต่างจากเข้าไปในบ่อที่เต็มไปด้วยงูมีพิษร้ายแรง
นอกจากจำนวนมอนสเตอร์จะมีมากมายมหาศาลแล้ว พวกมันยังสามารถขยายพันธุ์ได้จากการกินทรายเม็ดสีขาวที่สามารถหาได้ทั่วไป ตราบใดที่ทรายบนพื้นดินยังคงอยู่ พวกมันก็สามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้
ขณะที่กำลังดักฟังผู้คนมากมายคุยกัน แอ็กเซลกลับขมวดคิ้วเมื่อรับรู้ถึงเสียงพูดที่ส่งมาจากชั้น 7 ภายในชั้นแห่งนั้นมีการคุยกันนอกเรื่อง พวกเขาไม่ได้คุยเกี่ยวกับมอนสเตอร์หรือวิธีการฆ่าสังหาร คนที่อยู่ภายในห้องส่วนมากถามกันเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่บนผนัง แอ็กเซลไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเขียนเอาไว้ว่าอย่างไร แต่ที่เขารู้ได้คือสิ่งที่อยู่บนผนังคือส่วนหนึ่งของทักษะบางอย่างที่อีเธอร์เอลทิ้งเอาไว้
“ เอาล่ะ เราจะลงไปข้างล่างกัน ”.