ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

ตอนที่ 191 พบกษัตริย์ฉีถังชุน

        “เรียนฝ่าบาทข้าพระองค์ไม่มีอาวุธระดับเงินหรือระดับทองติดตัวมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว  แต่ท่านปรมาจารย์หวังต้าคงจะมีอยู่บ้างยังไงพระองค์อยากเห็นความแข็งแกร่งและความคมของมันคงต้องรบกวนท่านปรมาจารย์หวังต้าแล้วพะยะค่ะ”

        “ท่านปรมาจารย์ท่านพอจะให้เราได้ชื่นชมอาวุธพวกนั้นได้หรือไม่?”

        “รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ”ปรมาจารย์หวังต้าสั่งให้คนนำอาวุธระดับเงินมาชิ้นหนึ่งและอาวุธระดับทองมาอีกชิ้นหนึ่งเพราะในท้องพระโรงแห่งนี้มีกฎว่าห้ามพกพาอาวุธใด ๆ เข้ามาอย่างเด็ดขาดจึงทำให้ทุกคนไม่สามารถนำอาวุธเข้ามาได้

        “ฝ่าบาทเชิญด้านนอกพะยะค่ะ ข้าพระองค์จะให้คนทดสอบอาวุธให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตร”

        เมื่อองค์กษัตริย์ออกไปจากท้องพระโรงขุนนางทุกคนต่างเดินตามออกไปในทันทีพวกเขาไปยังลานประลองขนาดใหญ่ภายในพระราชวัง ทุกอย่างได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว โดยคนของปรมาจารย์หวังต้า

        เหล็กธรรมดาๆ  หนาขนาดห้าสิบเซนติเมตร และเหล็กหลินลู่ก้อนใหญ่ขนาดยี่สิบเซ็นถูกวางตระหง่าอยู่บนลานประลอง  อีกทั้งยังมีอาวุธระดับทองของทั้งสามตระกูลวางอยู่ใกล้ๆ  พร้อมกับอาวุธระดับทองที่ไม่ได้สร้างจากเหล็กหลินลู่วางอยู่ใกล้ๆ

        หลังจากนั้นปรมาจารย์หวังต้าได้แนะนำอาวุธชนิดต่างๆ ให้กับองค์กษัตริย์ได้รับรู้เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้นดาบระดับทองสามารถผ่าเหล็กธรรมดาหนาขนาดห้าสิบเซนติเมตรได้อย่างง่ายดายแต่มันกลับไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับก้อนแร่เหล็กหลินลู่ได้เลยแม้แต่น้อย

        แต่เมื่ออาวุธระดับเงินที่สร้างจากเหล็กหลินลู่ตัดผ่านแร่เหล็กธรรมดามันเหมือนกับตัดกระดาษแผ่นหนึ่งเลยทีเดียวทำให้เหล่าขุนนางทั้งหมดรวมถึงองค์กษัตริย์ถึงกับอดทึ่งไม่ได้กับสิ่งที่พวกเขาเห็น

        “เยี่ยมเยี่ยมมาก ไม่คิดเลยว่ามันจะมีความคมมากถึงเพียงนี้”

        “ฝ่าบาทความสามารถของมันยังมีมากกว่าที่พระองค์ได้ทรงทอดพระเนตร” ท่านปรมาจารย์หวังต้าเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสัญญาณบางอย่าง

        ดาบระดับเงินนั้นถูกยกไปเสียบไว้ที่เหล็กหลินลู่ที่ดาบระดับทองทั่วไปไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อยสร้างความประทับใจให้กับองค์กษัตริย์เป็นอย่างมากอาวุธระดับทองของทั้งสามตระกูลถูกยกมาในทันที พร้อมกับปรมาจารย์หวังต้าได้ประกาศออกไป

        “อาวุธทั้งสามชิ้นนี้ถูกผลิตจากเหล็กหลินลู่โดยสามตระกูลใหญ่จากนี้ไปจะมีเพียงผู้ที่ฝ่าบาททรงประทานให้เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ครอบครองหากพวกท่านต้องการเป็นเจ้าของก็ไปประมูลเอาเองที่เมืองเจินหมิงแต่ว่ามันคงจะแพงน่าดู”

        “ฮ่าฮ่า ฮ่า  ท่านปรมาจารย์วันนี้ท่านทำให้เราพอใจเป็นอย่างมากท่านเจ้าเมืองเจินหมิง ในฐานะที่ท่านมีความสามารถข้าขอเลื่อนตำแหน่งให้ท่านอีกสามขั้น จากนี้ไปท่านคือขุนนางขั้นสองเมืองเจินหมิงของท่านสามารถเลื่อนระดับเป็นเมืองขนาดกลางและขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณา  เมื่อพวกท่านมีความพร้อมก็สามารถส่งรายงานมาให้ข้าโดยตรงได้เลย”

        “ขอบพระทัยฝ่าบาทแต่ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเด็กหนุ่มสองคนพะยะค่ะ ข้าพระองค์ไม่สามารถรับความดีความชอบครั้งนี้ได้หากไม่มีเด็กหนุ่มทั้งสองคนคอยสนับสนุนและสามารถทำให้ตระกูลใหญ่ทั้งสามตระกูลร่วมมือพะยะค่ะ”

        “เจ้าว่าอะไรนะเด็กหนุ่มเพียงแค่สองคนสามารถทำให้ตระกูลใหญ่ทั้งสามยอมร่วมมือได้ไม่ใช่ท่านหรอกหรือ?”

        “เป็นความดีความชอบของเฟยหลงและหวังจื่อเด็กหนุ่มที่สามารถพลิงวิกฤติของเมืองเจินหมิงจากความแห้งแล้งและไร้ผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ได้พะยะค่ะ”

        “เอาหละผลงานของเจ้านับว่าทำได้ดี รางวัลที่เจ้าได้รับแล้ว ถือว่าเป็นของเจ้าแต่เราอยากจะรู้จักเด็กหนุ่มสองคนที่ท่านเอ่ยถึง ยังไงเสียท่านก็พาพวกเขาทั้งสองมาพบข้าสักครั้งก็แล้วกัน”

        “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

        พระองค์เองก็สนใจในตัวของเด็กทั้งสองเป็นอย่างมากจึงได้สั่งการให้เจ้าเมืองเจินหมิงพาเด็กหนุ่มทั้งสองคนเข้าพบในวันต่อมา ซึ่งเฟยหลงและหวังจื่อเองก็ไม่ปฏิเสธคำเชิญขององค์กษัตริย์แต่เฟยหลงกลับมีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือ ขอพบองค์กษัตริย์เป็นการส่วนตัวเท่านั้นเขาไม่อยากให้เหล่าขุนนางทั้งหลายรับรู้เรื่องราวต่าง  ๆ มากนัก เพราะมีหลายคนที่เป้นคนของเสนาบดีถงและทุก ๆ เดือนเสนาบดีถงจะส่งคนของเขาไปประมูลดาบระดับทองทั้งหมดจากเมืองเจินหมิงมาเก็บไว้

        เฟยหลงและหวังจื่อรวมถึงปรมาจารย์หวังต้าและเจ้าเมืองเจินหมิงทั้งสี่คนถูกพาตัวมาพบกับกษัตริย์อาณาจักรถังเป็นการส่วนตัว

        “ถวายบังคมฝ่าบาท”

        “พวกท่านตามสบายเถอะนี่หรือเด็กหนุ่มที่พวกท่านพูดถึง ดูแล้วอายุยังน้อยอยู่เลยนะ”

        “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ชมพวกเราข้าน้อยเฟยหลง ส่วนคนนี้หวังจื่อพะยะค่ะ” เฟยหลงเอ่ยขึ้นมาแม้จะอยู่ตรงหน้ากษัตริย์อาณาจักรถังในดินแดนเทพสวรรค์แต่เขาก็ไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย”

        “เอาหละข้าไม่รู้หรอกนะว่าพวกเจ้ามาจากที่ไหนแต่ในเมื่อพวกเจ้าทั้งสองสามารถทำให้สามตระกูลใหญ่ของอาณาจักรถังของข้าให้ความร่วมมือได้เช่นนี้นับว่ามีความสามารถไม่น้อยข้าคิดว่าพวกเจ้าทั้งสองคนคงมาจากสำนักใด สำนักหนึ่งอย่างแน่นอนแต่ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อนเพราะความอยากรู้อยากเห็นของข้า ”

        “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเข้าใจพวกเรา”

        “ตอนนี้ข้าได้รับรายงานเรื่องของพวกเจ้าแล้วข้ายินดีสนับสนุนพวกเจ้าเพียงแต่ว่าข้าอยากจะรู้ว่าพวกเจ้าสองคนต้องการให้ข้าช่วยเหลือสิ่งใดหรือไม่?”

        กษัตริย์อาณาจักรถังกษัตริย์ฉีถังชุนเอ่ยถามตรง ๆ อย่างไม่อ้อมค้อม

        “พระองค์ทรงพระปรีชายิ่ง ข้าน้อยขอเพียงแค่กองกำลังทหารจำนวนห้าพันนายและสถานที่ฝึกซ้อม อยากจะสร้างกองกำลังที่สามารถปกป้องอาณาจักรถังแห่งนี้”เฟยหลงเอ่ยขึ้นมาตรง ๆ

        “ฮ่าฮ่า ฮ่า ได้ข้ายินดียกกองกำลังจำนวนห้าพันคนให้เจ้าแต่เจ้าคิดหรือว่ากำลังพลเพียงแค่ห้าพัน จะสามารถดูแลอาณาจักรถังของเราได้”กษัตริย์ฉีถังชุนเอ่ยขึ้นมาทัศนคติของเขาที่มองเฟยหลงและหวังจื่อตอนนี้ดูเหมือนเขาจะคาดหวังกับทั้งสองคนไว้มากเขาเองก็อยากจะรู้ความสามารถของทั้งสองคนว่าจะมีความสามารถมากเพียงใดอีกอย่างเขาไม่อยากจะเสียคนที่สามารถชักจูงตระกูลใหญ่ทั้งสามให้มาร่วมมือกันได้

        หลังจากนั้นเฟยหลงและหวังจื่อทั้งสองคนได้สนทนากับกษัตริย์ฉีถังชุนเป็นการส่วนตัวกษัตริย์ฉีถังชุนพอพระทัยกับเด็กหนุ่มทั้งสองเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ  ที่เขาคิดไม่ตกเฟยหลงสามารถช่วยเขาตอบโจทย์พวกนั้นได้อย่างง่ายดาย

        หลังจากตระกูลหวงได้ร่วมมือกับเสนาบดีถงพวกเขาได้รับแร่เหล็กหลินลู่จำนวนมากจากการทำเหมืองแร่ของเสนาถงเพียงแต่ว่าอาวุธที่พวกเขาหลอมกลั่นออกมาส่วนมากเป็นอาวุธระดับเงินส่วนระดับทองนั้นนาน  ๆถึงจะได้สักชิ้นหนึ่ง 

        แต่นั่นก็เพียงพอสำหรับการสร้างความพึงพอใจให้กับเสนาบดีถงเป็นอย่างมากเขาได้จ่ายเงินค่าสร้างอาวุธระดับเงินและระดับทองให้กับตระกูลหวังเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังส่งเสริมให้บุตรชายของผู้นำตระกูลหวังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นถึงระดับแม่ทัพภายในระยะเวลาเพียงแค่หกเดือนเท่านั้นทำให้ตอนนี้ตระกูลหวงมีอำนาจมากขึ้นเป็นอย่างมาก

        แตกต่างจากทางด้านของทั้งสามตระกูลใหญ่ที่ตอนนี้แม้พวกเขาจะสามารถสร้างอาวุธระดับทองได้เป็นจำนวนมากกลับถูกเฟยหลงรับซื้อไปจนหมด อีกทั้งยังให้พวกเขาเก็บเอาไว้เป็นความลับการประมูลในแต่ละเดือนจะมีอาวุธระดับทองออกมาประมูลเพียงแค่หนึ่งถึงสองชิ้นเท่านั้นแต่นั่นก็เพียงพอที่จะให้เมืองเจินหมิงมีชื่อเสียงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

        ทั้งสามตระกูลแม้จะไม่ได้เปิดเผยเรื่องอาวุธระดับทองที่พวกเขาสร้างขึ้นมาได้แต่พวกเขาก็ได้รับราคาที่เป็นอย่างมากอีกทั้งยังได้รับการยอมรับจากท่านปรมาจารย์หวังต้าช่วยรับรองทั้งสามตระกูลอีกทำให้พวกเขาพึงพอใจเป็นอย่างมาก

        อาวุธระดับทองทั้งหมดถูกส่งเข้าคลังหลวงอย่างลับๆ โดยฝีมือของเฟยหลงและท่านปรมาจารย์หวังต้า อาวุธระดับทองส่วนใหญ่ถูกส่งไปให้แม่ทัพใหญ่และแม่ทัพรวมถึงรองแม่ทัพ และนายกองทั้งหลายที่ซื่อสัตย์ต่อองค์กษัตริย์เสียเป็นส่วนใหญ่

        ยกเว้นอาวุธที่สร้างมาจากตระกูลอี้ทั้งหมดที่เป็นอาวุธระดับเงินขึ้นไปจะถูกเก็บเอาไว้ทั้งหมดซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตระกูลอี้สามารถสร้างอาวุธและชุดเกราะระดับทองและระดับราชันย์ได้เป็นจำนวนมาก

        กองกำลังที่เฟยหลงได้รับจากกษัตริย์ฉีถังชุนได้รับการฝึกฝนอย่างหนักเฉกเช่นเดียวกับผู้ฝึกยุทธ์อาวุธระดับเงิน ระดับทองและระดับราชันย์ถูกเตรียมไว้ให้กับกองกำลังชุดนี้สำหรับผู้ที่สามารถฝึกฝนจนระดับฝีมือที่เฟยหลงกำหนดไว้พวกเขาจะได้รับอาวุธระดับต่าง  ๆเป็นสิ่งตอบแทน กองกำลังของเฟยหลงได้ทำการฝึกฝนอยู่อย่างลับ ๆภายในตระกูลซานที่ตอนนี้คนภายในตระกูลส่วนใหญ่ถูกส่งไปดูแลเหมืองแร่เหล็กเฟ่ยผิงทำให้ภายในตระกูลซานนั้นมีคนอยู่เพียงไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นเด็กและคนแก่เจ้าเมืองเจินหมิงเลยใช้ข้ออ้างนี้ในการคุ้มครองและดูแลตระกูลซานเพื่อแอบฝึกกองกำลังพวกนี้ขึ้นมา

        อาณาเขตของตระกูลซานนั้นในตอนนี้เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับตระกูลใหญ่ตะกูลหนึ่งได้เลยทีเดียวดังนั้นการฝึกกองกำลังจำนวนเพียงแค่ห้าพันคนจึงเป็นเรื่องปกติที่ตระกูลใหญ่ ๆนิยมฝึกฝนเอาไว้เพื่อปกป้องตระกูลของพวกเขาเอง

        หลังจากระยะเวลาผ่านไปเพียงแค่หกเดือนจำนวนแร่เหล็กหลินลู่ภายในเหมืองของเสนาบดีถงนั้นเริ่มลดน้อยลงเป็นเพราะเสนาถงนั้นเกณฑ์คนมากถึงหนึ่งพันคนในการขุดแร่เหล็กออกมาทั้งวันทั้งคืน ตระกูลหวังนั้นต้องทำงานอย่างหนักตลอดหกเดือนนี้อาวุธที่พวกเขาสามารถสร้างออกมาได้นั้นเรียกได้ว่ามากกว่าสามตระกูลใหญ่สร้างขึ้นมาเสียอีกเพียงแต่ว่าอาวุธส่วนใหญ่ที่สร้างขึ้นมาได้นั้นเป็นเพียงอาวุธระดับเงินเสียเป็นส่วนมากอาวุธระดับทองนั้นมีเพียงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบชิ้นเท่านั้นแต่ด้วยความพยายามของเสนาบดีถงพวกเขาสามารถประมูลอาวุธระดับทองได้อีกสิบกว่าชิ้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน