Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    บทที่ 92 สมบัติจากโครงกระดูก

                “ผู้อาวุโสหยาง!เป็นอย่างไรบ้าง” เสียงของเฉินหลินเจ้าสำนักเสียงสวรรค์กล่าวออกมาอย่างร้อนรนการต่อสู้ของหยางปิน จั่วหลิงจิน และกุ้ยหลงนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากจนกระทั่งผู้คนในเมืองฝูโจวสามารถสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากการต่อสู้และเปลวไฟที่เผาทำลายท้องฟ้าจนกลายเป็นสีแดงและทอง


                การต่อสู้ที่รุนแรงถึงเพียงนั้นย่อมทำให้สำนักเสียงสรรค์และสำนักแปดดารารับรู้เรื่องราวได้อยู่แล้วพวกเขาสามารถรู้ได้ในทันทีว่าได้เกิดปัญหากับทางเข้าแดนลับทะเลปีศาจเข้าแล้วในคราแรกพวกเขาคิดว่าอาจเป็นคนจากพรรคหรือสำนักอื่นเข้าต่อสู้อย่างหักหาญเพื่อบุกเข้าแดนลับเพราะหวังในทรัพยากรทรงคุณค่า


                คนในระดับสูงจากทั้งสองสำนักเร่งรีบเดินทางไปในทันทีโดยหนึ่งในนั้นก็คือเจ้าสำนักของสำนักทั้งสอง แต่เมื่อมาถึงแล้วพวกเขาก็ต้องตกใจเป็นอย่างมากที่พบเห็นสัตว์อสูรตนหนึ่งกดดันผู้อาวุโสทั้งสองได้แทบจะเบ็ดเสร็จ


                ในตอนนั้นเมื่อเฉินหลินพบเห็นเปลวเพลิงของเนตรไฟทองคำกลับรู้สึกเจ็บปวดที่ตนมาช้าไปจนผู้อาวุโสหยางปินต้องเสี่ยงตายเช่นนั้นแต่อีกใจหนึ่งเขาก็วางใจว่าการต่อสู้ในครั้งนี้พวกตนเป็นฝ่ายชนะสัตว์อสูรนั้นแล้ว แต่อย่างน้อยเฉินหลินก็สามารถเร่งรีบเดินทางไปเพื่อรักษาชีวิตของผู้อาวุโสหยางหลังจากใช้เนตรไฟทองคำด้วยยาวิเศษที่เคยได้จากถังจิวหลงผู้อาวุโสตำหนักที่สองได้


                แต่เรื่องราวทั้งหมดกลับพลิกผันเมื่อสัตว์อสูรตนนั้นกลับมิใช่สัตว์อสูรธรรมดา!ในตอนที่พวกเขาเริ่มเข้าใกล้บริเวณสถานรบที่ผู้อาวุโสหยางปินกำลังใช้เพลิงทองคำออกมาอย่างหักหาญชั่วพริบตานั้นเองที่สัตว์อสูรมังกรมารตนนั้นกลับกลายร่างเป็นมนุษย์ภายใต้เกราะภูษาอสูรสัตว์อสูรตนนั้นกลับกลายเป็นปีศาจซีเซี่ยที่เป็นศัตรูคู่แค้นของชนชาติซื่อหลิงไปได้แต่เมื่อเขารู้ตอนนี้ก็สายเกินไปเสียแล้ว! เฉินหลินได้แต่มองภาพของหยางปินและจั่วหลิงจินถูกทุบทำลายโดยไม่อาจทำอะไรได้เลย!


                คนจากสองสำนักที่พึ่งเดินทางมาถึงไม่อาจช่วยผู้อาวุโสทั้งสองได้ทันแต่โชคดีนักที่คนซีเซี่ยคนนั้นไม่ได้ลงมือสังหารผู้อาวุโสทั้งสองแต่จากไปเสียอย่างนั้นและเมื่อคนจากสองสำนักมาถึงก็ได้ทำการช่วยเหลือผู้อาวุโสทั้งสองและศิษย์ที่ถูกปกป้องไว้โดยโล่ของจั่วหลิงจินด้วยความช่วยเหลือของเฒ่าจั่วจึงทำให้ไม่มีศิษย์คนไหนตายแม้แต่คนเดียวซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก


                เฉินหลินเร่งรีบเข้าไปหาหยางปินในทันทีเขาได้นำเม็ดยาล้ำค่าออกมาและป้อนใส่ปากของหยางปินในทันที เมื่อเม็ดยานั้นเข้าสู่ปากของหยางปินก็ได้ละลายจนกลายเป็นของเหลวในทันทีตัวยาที่กลายเป็นน้ำเหล่านั้นได้แทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายในของหยางปินและกระตุ้นการฟื้นตัวของอวัยวะต่างๆขึ้นมาในทันที


                เฉินหลินได้นั่งลงบนฟื้นและใช้ลมปราณดึงร่างของหยางปินขึ้นมาเขาบังคับควบคุมให้ร่างของหยางปินนั่งลงเบื้องหน้าของเขาในท่านั่งสมาธิ เฉินหลินได้วางฝ่ามือทั้งสองของตนเองลงตรงกลางแผ่นหลังของหยางปินและโคจรลมปราณของตนเข้าสู่ร่างของหยางปินในทันทีเขาได้ชักนำตัวยาเหล่านั้นและกระตุ้นการทำงานของปราณในร่างของหยางปินโดยเฉพาะดวงตาทั้งสองข้างของหยางปิน


                ดวงตาทั้งสองของหยางปินร้อนดุจเตาเผาพลังปราณแห่งเพลิงธาตุทองยังคงหลงเหลือและพยายามจะทำลายดวงตาทั้งสองข้างของหยางปินเฉินหลินจำเป็นต้องเร่งรีบขับไล่เพลิงธาตุทองที่หลงเหลืออยู่ออกไปเสียให้สิ้นเพื่อรักษาดวงตาของหยางปินไว้ไม่เช่นนั้นดวงตาทั้งสองรวมถึงร่างทั้งร่างของหยางปินอาจกลายเป็นเชื้อไฟให้แก่เพลิงธาตุทองเพราะพลังที่ไม่อาจควบคุมนี้


                เฉินหลินใช้ความพยายามอย่างสูงในการชักนำยารักษาของถังจิวหลงไปตามจุดต่างๆที่ได้รับบาดเจ็บอีกทั้งยังถูกธาตุทองทำร้ายหากถังจิวหลงได้เดินทางมาด้วยคงจะง่ายกว่านี้มากนัก หากจะนำพาร่างของหยางปินกลับไปที่สำนักก็กลัวจะช้าเกินไปอีกทั้งเขายังได้ส่งข่าวกลับสำนักไปแล้วว่าให้ถังจิวหลงได้เดินทางมาเพื่อรักษาผู้คนที่บาดเจ็บจากการต่อสู้แต่ไม่ทราบว่าถังจิวหลงจะมาได้ทันกาลหรือไม่ เฉินหลินยังคงโคจรปราณเพื่อช่วยชีวิตของหยางปินต่อไปไม่หยุดหย่อน


                เฉิยหลินทุ่มเทลมปราณของตนเองในการต่อชีวิตของหยางปินจนไม่รับรู้สิ่งรอบข้างว่าผ่านไปนานเท่าใดแล้วแต่ในชั่วขณะนั้นเองที่เขารับรู้ถึงพลังแห่งความเย็นที่ชะล้างเข้ามาภายในร่างกายของเขาเฉินหลินได้ลืมตาขึ้นมามองก็พบว่ามีมือของคนผู้หนึ่งสัมผัสอยู่บนไหล่ของตน


                มือข้างนั้นเป็นของถังจิวหลงนั่นเองในที่สุดหมอก็ได้มาถึงแล้ว! ถังจิวหลงเร่งรีบนั่งลงบนพื้นเบื้องหลังของเฉินหลินและย้ายฝ่ามือของตนไปวางไว้บนกลางแผ่นหลังของเฉินหลินอีกทั้งยังประทับฝ่ามืออีกข้างไปบนนั้นด้วย


                สีหน้าของถังจิวหลงกลับปรากฏความกังวลขึ้น‘เพลิงทองทำลายล้าง…พลังธาตุอันพิเศษที่หลอมรวมสองธาตุที่พิฆาตกันจนก่อให้เกิดพลังทำลายล้างอันจำเพาะหากจะขับไล่ออกไปโดยสมบูรณ์ควรจะต้องใช้ธาตุน้ำเพื่อพิฆาตธาตุไฟ แต่หากใช้ธาตุน้ำเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจสยบโดยสมบูรณ์ธาตุทองจะเกิดการปะทุขึ้นและจุดธาตุเพลิงขึ้นมาขึ้นครั้งหนึ่งจนกลายเป็นเพลิงทองทำลายล้าง….’


                ถังจิวหลงโคจรปราณและผลักดันเข้าสู่ร่างของเฉิยหลิน‘เจ้าสำนักใช้ปราณและยารักษาของข้าในการสะกดข่มเพลิงทองไว้นี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า…ก่อนอื่นต้องชักนำปราณของเจ้าสำนักออกจากร่างของผู้อาวุโสหยางเพื่อความปลอดภับของเจ้าสำนักจากนั้นจึงค่อยสยบเพลิงทองโดยสมบูรณ์….’


                ปราณของถังจิวหลงได้ชักนำให้ปราณของเฉินหลินถอยห่างออกจากร่างกายของผู้อาวุโสหยางอีกทั้งยังเป็นการใช้ปราณธาตุน้ำเข้าไปผสมในร่างของผู้อาวุโสหยางเพื่อเป็นการสยบปราณเพลิงทองคำเป็นการชั่วคราว จากนั้นปราณของเจ้าสำนักจึงค่อยๆถูกถอดถอนออกจากร่างของผู้อาวุโสหยางอย่างรวดเร็ว


                และก่อนที่เพลิงทองจะปะทุขึ้นมาอีกครั้งถังจิวหลงก็ได้ดึงร่างของเจ้าสำนักออกไปและเข้าไปนั่งแทนที่มือข้างหนึ่งของเขาถ่ายทอดปราณเข้าสู่ร่างของผู้อาวุโสหยางด้วยปราณธาตุน้ำเพื่อสยบธาตุเพลิงมืออีกข้างของถังจิวหลงยืนออกไปด้านข้างจากนั้นร่างของถังจิวหลงจึงได้บังเกิดละอองปราณพวยพุ่งออกมาละอองปราณเหล่านั้นปรากฏร่างเป็นจิตวิญญาณอสรพิษมรกตจากนั้นมันจึงค่อยสลายร่างและหลอมรวมไปอยู่บนฝ่ามือของถังจิวหลงบนนิ้วของชายชราได้บังเกิดเข็มเล่มหนึ่งบนนั้น


                อาวุธจิตวิญญาณระดับสามเข็มเพลิงพิษ! เข็มเล่มนั้นปรากฏขึ้นระหว่างนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือของผู้อาวุโสถังจิวหลงตัวเข็มนั้นเป็นโลหะสีเขียวดำที่เปล่งประกายและสะท้อนแสงสีเขียวที่ดูลึกลับทันใดนั้นเองที่เพลิงสีเขียวได้ถูกจุดขึ้นมาและลุกไหม้อยู่บนเข็มเล่มนั้นนี่คือเพลิงพิษที่เป็นความพิเศษอันจำเพาะของสายเลือดสกุลถัง


                ถังจิวหลงเร่งเร้าปราณของตนขึ้นและใช้ปราณธาตุน้ำเข้าสะกดข่มเพลิงทองทำลายล้างอีกครั้งแม้ธาตุทองจะหนุนเสริมธาตุน้ำแต่ก็เป็นปฏิปักษ์ต่อธาตุไฟซึ่งธาตุไฟก็ทำลายล้างซึ่งธาตุทอง พลังธาตุอันน่าสบสนราวกับทำลายล้างกันเองอย่างไม่สิ้นสุดแม้จะสะกดข่มได้ชั่วคราวก็ไม่อาจขับไล่ให้หายไปโดยสมบูรณ์


                ในตอนนั้นเองที่เข็มเพลิงพิษได้ปักเข้าสู่ร่างของผู้อาวุโสหยางอย่างรวดเร็ววงจรการทำลายล้างและก่อเกิดที่สลับสับเปลี่ยนไปมาของธาตุพิเศษอย่างเพลิงทองถูกเพลิงอีกชนิดหนึ่งเข้ารบกวนจนได้! เพลิงพิษของถังจิวหลงถูกถ่ายทอดเข้าสู่ร่างของผู้อาวุโสหยางราวกับน้ำป่าไหลหลาก


                อ๊ากกกกกกกกก!


                ผู้อาวุโสหยางร้องออกมาอย่างเจ็บปวดภายในร่างของเขาราวกับกลายเป็นสนามรบของเพลิงพิเศษทั้งสอง ถังจิวหลงโยกย้ายเข็มเพลิงพิษเพื่อปล่อยเพลิงสีเขียวอันลี้ลับนั้นไปตามจุดชีพจรต่างๆทั่วทั้งร่างเพื่อตามสยบเพลิงทองอีกทั้งปราณธาตุน้ำของถังจิวหลงยังจู่โจมเพลิงทองในจุดที่ไม่ซ้ำกับเพลิงพิษและไม่ขัดกันเองระหว่างปราณธาตุน้ำและเพลิงพิษกลายเป็นการร่วมจู่โจมภายใต้การบังคับอย่างแม่นยำ


                ถังจิวหลงที่อยู่เบื้องหลังการควบคุมอันพิสดารนั้นมิได้ทำได้โดยง่ายเขาจำต้องทุ่มเทสมาธิไปอย่างมากกับวิธีการรักษาเช่นนี้ใบหน้าของเขาเปียกโกไปด้วยเหงื่อที่หลั่งไหลออกมาไม่หยุดหย่อน พลังปราณของเขาถูกสูบกลืนไปด้วยอัตราที่รวดเร็วการรักษายังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องพร้อมกับที่เพลิงทองถูกทำลายให้หายไปเรื่อยๆ


                หลังจากผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามในที่สุดเพลิงทองทั้งหมดก็ถูกทำลายลงส่วนเพลิงพิษที่ถูกปลดปล่อยเข้าสู่ร่างของหยางปินก็ได้หักล้างกับเพลิงทองไปจนอ่อนแอถึงขีดสุดและถูกปราณธาตุน้ำของถังจิวหลงดับไปเสียสิ้นแล้วอีกทั้งปราณธาตุน้ำที่หลงเหลือยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บจากธาตุไฟอันร้อนแรงอีกหลายส่วนด้วย


                แม้ตอนนี้เพลิงทองจะถูกกำจัดไปแล้วแต่อาการของหยางปินก็ยังคงน่าเป็นห่วงอยู่มากนักถึงอย่างไรร่างของผู้อาวุโสหยางก็ถูกพลังเพลิงเผาจากภายในกาย แม้จะเคยฝึกเนตรไฟทองคำมาแต่ก็ยังไม่สำเร็จวิชานี้โดยสมบูรณ์อาการบาดเจ็บจากเพลิงทองทำลายล้างและเพลิงพิษจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้


                กลับกันหากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นที่ไม่เคยแม้แต่ฝึกเนตรไฟทองคำหรือแม้แต่วิชาเกี่ยวกับธาตุเพลิงมาก่อนเลยก็อาจถูกเพลิงทั้งสองเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วก็ได้ซึ่งถังจิวหลงก็เข้าใจในจุดนี้เป็นอย่างดี เขาเร่งรีบนำสมุนไพรและยารักษาในประเภทวารีธาตุออกมาและใช้กับหยางปินโดยไม่เสียดาย


                เมื่ออาการส่วนใหญ่ดีขึ้นแล้วถังจิวหลงก็ได้นำเม็ดยาสีขาวออกมามันส่งกลิ่นอายหอมกรุ่นและไอเย็นแสนสบายออกมาเขาได้ทำการบดเม็ดยานั้นและพอกลงไปบนดวงตาทั้งสองข้างของหยางปินจากนั้นจึงได้นำเข็มขัดผ้าของหยางปินมาพันรอบดวงตาเพื่อให้ยาเหล่านั้นพอกตัวอยู่บนดวงตาทั้งสองข้างได้โดยไม่ตกหล่น


                 “เท่านี้ก็คงพอแล้วละ….” ถังจิวหลงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าเขาทิ้งร่างของตัวเองลงกับพื้นและนอนหงายอย่างหมดแรงเมื่อหันกลับไปมองทางด้านหยางปินที่นอนอยู่บนพื้นเขาก็รู้สึกมีความสุขอยู่บ้างไม่มากก็น้อยอย่างน้อยเขาก็ยังคงรักษาชีวิตรวมถึงดวงตาทั้งสองข้างของหยางปินไว้ได้


                 “หยางปิน…เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งหนแล้วนะ….” ถังจิวหลงกล่าวเพียงเท่านั้นก่อนที่จะหลับตาของตนลงด้วยความเหนื่อยล้าที่ทนมานานรักหว่างการรักษาเขาได้หลับพักผ่อนไปอย่างสงบเมื่อเห็นเช่นนั้นเฉินหลินจึงได้สั่งให้คนของสำนักนำพาถังจิวหลงและหยางปินกลับไปสำนักอย่างระวัง


                เฉินหลินได้หันกลับไปมองยังทิศทางที่กุ้ยหลงได้บินจากไปพร้อมกับใบหน้าที่เคร่งเครียดเป็นอย่างมากการปรากฏตัวของชาวซีเซี่ยในแผ่นดินซื่อหลิงมิใช่เรื่องปกติสามัญทั่วไปอีกทั้งชาวซีเซี่ยที่ปรากฏตัวในครั้งนี้กลับเก่งกาจถึงขั้นที่จะสามารถสยบสองผู้อาวุโสของสำนักเขาได้อย่างง่ายดายและจากไปโดยไม่มีผู้ใดสามารถรั้งหรือตามทันได้คนผู้นี้เก่งกาจเกินไป อยู่ในขอบเขตที่สูงเกินไป


                ชาวซีเซี่ยคนนี้กลับทำให้เฉินหลินกลับนึกถึงนามของคนผู้หนึ่งขึ้นมาได้ชาวซีเซี่ยที่สามารถเดินทางไปทั่วทั้งซื่อหลิงโดยไม่มีผู้ใดหยุดได้ สมญานามราชาปีศาจแห่งหกจอมยุทธ์…แต่เฉินหลินกลับส่ายหน้าของตนเพื่อไล่ความคิดไร้สาระนั่นออกไปหากเป็นราชาปีศาจมาเยือนเองเรื่องคงไม่จบเพียงเท่านี้แน่ บางทีฝูโจวอาจจะถูกลบหายไปจากแผนที่เสียด้วยซ้ำไป


                 “จงแจ้งแก่ทางการให้ทราบเสียว่า…ชาวซีเซี่ยบุกมาถึงเจียงหนานแล้ว”เฉินหลินกล่าวคำสั่งของตนออกไปต่อผู้อาวุโสผู้หนึ่งก่อนที่เขาจะสะบัดแขนเสื้อและเดินจากไปเขาได้ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่อึมครึมราวกับมีเมฆดำได้มาปกคลุมจิตใจบรรยากาศรอบตัวเขาดูแตกต่างไปจากเดิม “หน้าด่านที่แคว้นหัวเปยสมควรที่จะเกิดความวุ่นวายขึ้นอีกครั้งแน่…ไม่ทราบว่าสงครามของสองแผ่นดินจะเกิดขึ้นเมื่อใด…”

             


                 “นี่มัน….” เสียงของชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าวขึ้นกลางอารามรกร้างโบราณที่อยู่ภายในแดนลับทะเลปีศาจเสียงนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากถังเฟยหู่ ชายหนุ่มเมื่อเข้ามายังอารามรกร้างนั้นก็ต้องพบกับรูปสลักขนาดใหญ่ภายในแต่เพราะความเสียหายจากกาลเวลาอันเนิ่นนานทำให้รูปสลักนั้นทรุดโทรมและผุพัง


                สิ่งที่เหลืออยู่ของรูปสลักบูชานั้นคือรูปลักษณ์ของชายผู้หนึ่งในชุดมังกรคล้ายกับของฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดินส่วนใบหน้าของรูปสลักนั้นเสียหายจนไม่สามารถมองออกว่ารูปลักษณ์เดิมนั้นเป็นเช่นไรเบื้องหลังของรูปสลักนั้นคือรัศมีเปลวเพลิงซึ่งสลักขึ้นมาจากวัสดุเดียวกับรูปเคารพเบื้องหน้าอีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ของภูติผีปีศาจจำนวนมากอยู่ล้อมรอบรูปสลักนั้น


                “รูปสลักนี้….” ถังเฟยหู่วิเคราะห์รูปสลักเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจเขาคิดว่ารูปสลักนี้อาจจะใช้เพื่อสักการะเทพเจ้าของผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้บางทีอาจจะเป็นผู้สร้างแดนลับทะเลปีศาจแห่งนี้ไม่ก็เป็นผู้ก่อนตั้งของนิกายปีศาจบางแห่งที่เร้นกายมาอยู่ในดินแดนลับแห่งนี้ก็ได้


                แต่ข้อมูลที่มีอยู่ในตอนนี้ยังน้อยจนเกินไปถังเฟยหู่จึงไม่สามารถทราบได้ว่ารูปสลักนี้คือบุคคลใดกันแน่แต่ไม่ทราบว่าทำไมเมื่อเขามองรูปสลักนี้เท่าไหรเขาก็ยิ่งมีความรู้สึกแปลกประหลาดมากขึ้นเท่านั้น เขารู้สึกคุ้นเคยกับรูปลักษณ์ของรูปสลักตรงหน้าเป็นอย่างมากเหมือนกับว่าเขาเคยเห็นบุรุษตรงหน้านี้ แต่เขากลับนึกไม่ออกว่าเขาพบเจอที่ไหนทั้งๆที่เขาควรมีความทรงจำเป็นเลิศ


                แต่ถังเฟยหู่ก็ได้เลิกคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนั้นบางทีเขาเพียงแค่อาจจะคิดไปเองก็เท่านั้น เขายังคงเดินเข้าไปสำรวจภายในอารามนั้นไปเรื่อยๆบนกำแพงของอารามนั้นวาดไว้ด้วยภาพภูติผีปีศาจเป็นจำนวนมาก ภาพเหล่านั้นเต็มไปด้วยปีศาจที่มีรูปลักษณ์คล้ายปลาและมังกรบางทีอาจบอกถึงเผ่าพันธุ์ต่างๆที่อยู่ในแดนลับทะเลปีศาจ


                ถังเฟยหู่ยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆจนมาถึงเบื้องหน้าของรูปสลักที่ตรงนั้นมีอาสนะเก่าแกวางอยู่อีกทั้งยังมีร่างกายที่ไร้ชีวิตหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น มือข้างหนึ่งของศพนั้นได้เอื้อมไปด้านหน้าในทิศทางที่อาสนะเก่าแก่วางอยู่ร่างนั้นน่าจะเสียชีวิตมาเป็นเวลานานแสนนานแล้ว


                ถังเฟยหู่เดินไปที่ศพนั้นและสำรวจร่างกายที่ไร้ชีวิตนั้นร่างนั้นหลงเหลือเพียงแต่กระดูกเท่านั้น เสื้อผ้าที่ศพนั้นสวมใส่อยู่มีร่องรอยการฉีกขาดราวกับถูกวัตถุที่มีความแหลมคมบางอย่างฟันใส่ร่างถังเฟยหู่ได้ทำการถอดเสื้อผ้าของโครงกระดูกนั้นออกเพื่อสำรวจร่างนั้นได้อย่างละเอียดมากขึ้น


                ชายหนุ่มได้ค้นพบร่องรอยบาดแผลการถูกฟันปรากฏขึ้นบนกระดูกของศพนั้นอีกทั้งกระดูกสั้นหลังของโครงกระดูกยังมีร่องรอยการแตกหัก ถังเฟยหู่ได้ลองประทับมือของตนลงไปยังส่วนที่แตกหักบนกระดูกสันหลังนั้นเขาค้นพบว่าร่องรอยนั้นดูมีขนาดที่พอๆกับฝ่ามือเขาคิดว่านี่อาจจะเป็นการถูกฝ่ามือซัดจนกระดูกแตกหักไป


                เขาคิดว่าบาดแผลที่ทำให้ถึงตายอาจจะเป็นฝ่ามือที่ซัดทำลายกระดูกสันหลังของศพนี้ก็ได้เขาได้หันกลับไปสำรวจยังสิ่งของที่อยู่บนตัวศพนั้นแทน เสื้อผ้าของศพนั้นแม้จะทำจากผ้าเนื้อดีแต่ก็ฉีกขาดด้วยรอยฟันจากวัตถุมีคมจำนวนมากนั่นจึงทำให้เสื้อผ้าของศพนี้กลับกลายเป็นไร้ค่าไปเสียสิ้น


                นอกจากเสื้อผ้าของศพนั้นแล้วก็มีเพียงแค่กำไลเหล็กบนข้อมือของศพเท่านั้นที่ยังดูพอมีค่าบ้างอีกทั้งยังมีน้ำเต้าใส่สุราที่อยู่บนเอวของโครงกระดูกนั้น ในตอนนั้นเองที่สีหน้าของถังเฟยหู่กลับเปลี่ยนไปเขาค้นพบร่องรอยของอาคมบางอย่างบนของทั้งสองสิ่งที่เหลือบนตัวโครงกระดูกนั่น


                ถังเฟยหู่ได้ถอดกำไลเหล็กโบราณบนข้อมือของโครงกระดูกนั้นออกมาถือไว้ในมือของตนจากนั้นจึงได้เดินลมปราณเข้าไปในกำไลนั้นเพื่อกระตุ้นอาคมภายในให้ทำงานขึ้นมาในทันใดนั้นเองที่ภายในจิตใจของเขาบังเกิดการรับรู้บางอย่างขึ้นราวกับภายในความคิดของเขาสามารถมองเห็นกล่องขนาดกว้างยาวประมาณหนึ่งจั้งขึ้นมาเขาสามารถรับรู้ถึงสิ่งของที่บรรจุภายในกล่องนั้น


                ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ทราบแล้วว่ากำไลเหล็กนี้คือสิ่งใดมันคือวัตถุซึ่งมีอาคมมิติกำกับไว้ภายในภายในสิ่งของประเภทนี้จะมีช่องว่างเอกเทศซึ่งมีขนาดเล็ก เจ้าของวัตถุนั้นๆสามารถทำการนำสิ่งต่างๆเข้าไปเก็บไว้ภายในนั้นได้ซึ่งมีความสะดวกเป็นอย่างมากในการเดินทาง


                สิ่งนี้ก็คือกำไลมิติ…เดิมทีสิ่งนี้นับว่าหาได้ยากเป็นอย่างมากในพื้นที่ห่างไกลเช่นมณฑลฟูเฉียนหากจะนับรวมๆแล้วภายในสำนักระดับใหญ่ของมณฑลอาจจะมีไว้ในครอบครองเพียงสองถึงสามชิ้นเท่านั้นและวัตถุอาคมมิติแต่ละชิ้นมักจะถูกครอบครองโดยผู้มีอำนาจและผู้เยาว์ที่มีอนาคตอันรุ่งโรจน์ของสำนักเท่านั้น


                นั่นจึงทำให้ถังเฟยหู่ตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ค้นพบสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ในอารามรกร้างแห่งนี้เขาถึงกับเผยรอยยิ้มอย่างพึ่งพอใจออกมาพร้อมกับนำกำไลนั้นสวมเข้าไปบนข้อมือของตนเองในทันทีเขาลูบกำไลนั้นพร้อมกับใช้จิตสัมผัสในการสำรวจสิ่งที่หลงเหลืออยู่ภายในนั้นจากเจ้าของคนเก่า


                ภายในกำไลนั้นมีเนื้อที่ไม่มากนักส่วนใหญ่เป็นทรัพยากรในการฝึกฝนจำพวกธาตุวารีเสียเป็นส่วนใหญ่ ภายในกำไลข้างนั้นกลับไม่พบของวิเศษจำพวกอาวุธหรือพวกคัมภีร์ยุทธ์ใดๆถังเฟยหู่ได้ทำการนำทรัพยากรทั้งหมดภายในกำไลนั้นออกมา


                ในตอนนั้นเองที่กลางอากาศเบื้องหน้าของถังเฟยหู่ได้ปรากฏของจำนวนมากออกมาจากกลางอากาศพวกมันก็คือสิ่งของที่หลงเหลืออยู่ภายในกำไลข้างนั้น ของเหล่านั้นมีทั้งพืชพันธุ์และเม็ดยาธาตุเหมันต์หลากหลายประเภทแต่ของพวกนั้นแทบทั้งหมดหลงเหลือสรรพคุณยาเพียงแค่เศษเสี้ยวด้วยกาลเวลาที่ผ่านมาอย่างเนิ่นนานอีกทั้งกำไลมิติอันนี้ยังมีความสามารถในการรักษาวัตถุดิบภายในน้อยเป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างไรของพวกนั้นก็ยังมีประโยชน์กับถังเฟยหู่อยู่ดี


                “ของพวกนี้เป็นประโยชน์ต่อการฝึกฝนปราณเก้าเยือกแข็งเป็นอย่างมากบางทีของพวกนี้อาจทำให้สามารถทะลวงขั้นหกระดับสุดยอด…หรือไม่ก็ขั้นเจ็ดก็ได้หรืออีกหนทางหนึ่งในการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ก็คือการใช้มันเพื่อมาฝึกฝ่ามือธุลีจันทราที่พึ่งได้รับมา… ” ถังเฟยหู่คิดหนทางเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรเหล่านี้


                โดยหลังจากที่ไตร่ตรองโดยถี่ถ้วนแล้วเขาจึงได้แบ่งทรัพยากรตรงหน้าของเขาทั้งหมดออกเป็นสิบส่วนเท่าๆกันโดยเจ็ดส่วนแรกมีไว้เพื่อเพิ่มพูดขอบเขตของปราณเก้าเยือกแข็งและอีกสามส่วนเพื่อฝึกฝนฝ่ามือธุลีจันทราเหตุผลที่เขาตัดสินใจแบบนี้ก็เพราะลมปราณเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการต่อสู้


                หากเป็นกระบวนท่าและวรยุทธ์ต่างๆเป็นยอดอาชาพลังปราณก็เปรียบเสมือนอาหารของอาชาทั้งหลาย แม้นจะมีสุดยอดอาชาแต่หากไร้ซึ่งอาหารและการเลี้ยงดูที่ดีพอก็อาจทำให้อาชาเหล่านั้นแพ้พ่ายให้แก่อาชาธรรมดาดาษเดื่อนทั่วไปก็ได้


                แต่นั่นคือกรณีทั่วๆไปของวรยุทธ์แต่โลกของวรยุทธ์กล่าวกันว่าทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้เช่นกัน เช่นเคล็ดการฝึกกระบวนท่าของสุดยอดวรยุทธ์บางประเภทเมื่อฝึกจนถึงขั้นสมบูรณ์พร้อมอาจทำให้ก่อเกิดลมปราณเฉพาะตัวของชุดวิชานั้นๆขึ้นมาภายในร่างกายของผู้ฝึกวิชาจึงทำให้ไม่จำเป็นต้องฝึกปราณใดๆอีกทั้งปราณประเภทนั้นยังมีความเข้ากันได้กับวรยุทธ์นั้นๆจนถึงขั้นสูงสุด


                กลับมาทางด้านถังเฟยหู่ชายหนุ่มได้กลับมาให้ความสนใจกับน้ำเต้าสุราในมืออีกครั้ง บนพื้นผิวของน้ำเต้าสุรานั้นดูไปแล้วก็เหมือนน้ำเต้าสุราปกติทั่วๆไปไม่มีความพิเศษแม้แต่น้อยพื้นผิวของน้ำเต้ามีสีน้ำตาลอ่อนที่ดูไปแล้วคือเนื้อไม้ของผลน้ำเต้าธรรมดา ที่คอคอดบริเวณกลางน้ำเต้าสุราได้มีเชือกเก่าๆเส้นหนึ่งผูกเอาไว้เพื่อใช้สำหรับพกพาชายหนุ่มยังคิดไม่ออกแม้แต่น้อยเลยว่าสิ่งนี้จะมีอาคมประเภทไหนกันแน่


                เขาได้ลองโคจรปราณของตนเข้าสู่น้ำเต้าในมือแต่ก็ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นแม้แต่น้อยราวกับว่าน้ำเต้าอันนี้เป็นเพียงวัตถุธรรมดาไร้ค่าเพียงเท่านั้น เขาได้เลิกสนใจน้ำเต้าสุรานั่นและส่งความคิดความต้องการของตนเองไปยังกำไลมิติบนข้อมือในตอนนั้นเองที่รอบน้ำเต้าสุราได้เกิดการสั่นไหวราวกับมิติที่บิดพลิ้วทันใดนั้นเองที่น้ำเต้าสุราในมือของเขาได้หายไปมันได้เข้าไปอยู่ในกำไลมิติของเขาเป็นที่เรียบร้อย


                ถังเฟยหู่ได้หันกลับไปมองยังกองทรัพยากรที่อยู่ตรงหน้าและเริ่มสำรวจพวกมันอีกครั้งโดยละเอียดแม้ของพวกนั้นจะหลงเหลือสรรพคุณยาไม่มากแต่ก่อนหน้านี้เมื่อครั้งอดีตมันเคยเป็นทรัพยากรชั้นสูงมาก่อนแม้ผ่านกาลเวลาที่ยาวนานจนเหลือพลังเพียงเศษเสี้ยวแต่ก็ยังนับว่าเป็นของวิเศษสำหรับผู้ที่อยู่ในขอบเขตปราณ


                เขาได้หยิบเม็ดยาสีฟ้าเม็ดหนึ่งจากกองทรัพยากรเบื้องหน้าขึ้นมาเขาได้มองสำรวจยาเม็ดนั้นอย่างสนใจ “ยาเม็ดนี้มีความคล้ายกับยาบำรุงปราณชีพของสำนักแต่สรรพคุณของมันเหนือกว่ามากนัก…แต่ยาเม็ดนี้กลับเน้นการดูดกลืนพลังวิญญาณในธาตุวารีเหมันต์โดยเฉพาะช่างน่าอัศจรรย์นัก…ไม่ทราบว่าในอดีตตอนที่เม็ดยานี้สมบูรณ์พร้อมจะน่ากลัวขนาดไหน…บางทีอาจถึงขั้นที่เมื่อคนในขอบเขตปราณกินเข้าไปอาจจะดึงดูดพลังวิญญาณที่เกินจะรับได้เข้ามาจนตายก็ได้….”


                ถังเฟยหู่มองเม็ดยานั้นอีกครั้งก่อนที่จะโยนมันใส่เข้าปากของตนในทันทีจากนั้นเขาก็ได้เข้าไปนั่งบนอาสนะเบื้องหน้ารูปปั้นขนาดใหญ่ตรงหน้าในตอนนั้นเองที่ยาเม็ดสีฟ้านั้นเริ่มออกฤทธิ์พลังวิญญาณในธาตุวารีได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างรวดเร็วราว ถังเฟยหู่เองก็ได้เริ่มโคจรปราณเก้าเยือกแข็งต่อไปในทันที…

    คล้ายกับเรื่องLegend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า ที่คุณอ่าน

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810