ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 159 ปฏิเสธ
“พี่ชายช่างน่าเลื่อมใสนัก ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด!” เด็กหนุ่มชุดเหลืองทรุดตัวลงกับพื้น คุกเข่าต่อหน้าชายหนุ่มชุดฟ้า เปล่งเสียงที่ดูมุ่งมั่นแน่วแน่ออกมา
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จินก็งุนงงไปชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองรอบตัว
โชคดีที่ตอนนี้เป็นเวลาบ่าย ผู้คนไม่ค่อยพลุกพล่านมากนัก ไม่เช่นนั้นหากผู้คนมากมายมาเห็นฉากนี้ จินเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องปั้นหน้าอย่างไรดี
“ลุกขึ้นๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องมาคุกเข่าให้ข้าเช่นนี้” ชายหนุ่มในชุดคลุมสีฟ้ารีบดึงร่างของเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น แม้อีกฝ่ายจะแข็งขืนอยู่บ้างแต่ก็ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี
“ท่านไม่ยอมรับข้าเป็นศิษย์เช่นนั้นหรือ?” เด็กหนุ่มดวงตาสั่นไหว มองมาที่จินด้วยความกังวล
พลังอำนาจที่จินแสดงให้เห็นนั้นทำให้เด็กหนุ่มเลื่อมใส อย่างน้อยที่สุดผลประโยชน์ก็คือได้รับคุ้มครองจากอีกฝ่าย และไม่แน่ว่าในอนาคตตัวมันอาจจะพัฒนาได้อย่างว่องไวเหมือนชายหนุ่มตรงหน้า
ในอดีตมันเคยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่กับพ่อของมัน และฝึกฝนทุกอย่างมาจากบิดา น่าเสียดายที่บิดาของมันจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้มันต้องพยายามเลี้ยงดูตนเองต่อไป
ด้วยอายุเท่านี้แต่มาได้ถึงอเวกระดับห้า นับว่ามันมีพรสวรรค์ไม่แย่ ทว่าการที่ผู้ปกครองเพียงคนเดียวได้ตกตายไปแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่จะหาผู้คนมาช่วยชี้แนะให้กับตนเอง หนทางการฝึกฝนนับจากนี้คงลำบากไม่น้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มที่มากไปด้วยความสามารถ และน่าจะมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ ทำไมมันถึงจะไม่เกาะต้นขาชายผู้นี้ไว้ให้แน่นๆ เล่า?
เด็กหนุ่มจ้องมองไปที่คนตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นไหว แต่มันยังคงมีความหวังภายในใจ พี่ชายตรงหน้าค่อนข้างใจดี ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายอาจจะอยากรับศิษย์อยู่ก็เป็นได้
จินจ้องมองไปที่อีกฝ่ายนิ่งๆ ไม่รู้จะตอบรับเช่นไร ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“ข้าไม่รับศิษย์” น้ำเสียงของชายหนุ่มดูอ่อนใจ เด็กหนุ่มตรงหน้ามีศักยภาพที่ดีก็จริง แต่ความสนใจของเขามีเพียงการดูแลตระกูลและตามหาภรรยาผู้เป็นที่รัก ไม่มีเวลามาเสียกับการดูแลลูกศิษย์ หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ช่วงเวลานี้
“นี่...” เด็กหนุ่มค่อยๆ ลดสายตาลง ก้มหน้าต่ำ แม้จะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้ว และอีกฝ่ายก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างอ่อนโยน แต่การปฏิเสธอย่างเด็ดเดี่ยวนั้นก็ทำให้รู้สึกผิดหวังไม่น้อย
การที่เขาไม่สามารถเกาะติดไปกับผู้ที่มีอำนาจได้ นั่นหมายความว่าอนาคตของเขาจะถูกจำกัดอย่างยิ่ง อาจจะเติบโตและแก่ตายอยู่ภายในชุมชนสายฟ้าฟาดแห่งนี้ หรืออาจจะถูกผู้แข็งแกร่งสังหารทิ้งตั้งแต่ยังหนุ่ม อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก
จินมองท่าทีเช่นนี้ของอีกฝ่าย จริงๆ จินก็รู้สึกเสียดายไม่น้อย คนที่ซื่อตรง ทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งเช่นนี้ไม่เลวร้ายเลย แต่เขาไม่อาจรับศิษย์ได้จริงๆ เพราะไม่อยากแบ่งความสนใจไปดูแลสิ่งอื่น
ขณะที่กำลังจะพูดปลอบใจอีกฝ่าย จินก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ ตระกูลพีไรซ์ในตอนนี้กำลังเติบโตขึ้น มีหลายสิ่งที่สมาชิกตระกูลพีไรซ์ก็จัดการด้วยตัวเองไม่ไหว จำเป็นต้องจ้างคนภายนอกเข้ามาช่วยเหลือ
ด้วยลักษณะของเด็กหนุ่มที่ทั้งซื่อตรง ขยันขันแข็ง และมีพรสวรรค์ไม่ต่ำตม หากเข้าทำงานในตระกูลพีไรซ์ย่อมช่วยเหลือสมาชิกในตระกูลได้มาก ตอนนี้หลายตำแหน่งยังขาดอยู่ หากส่งอีกฝ่ายไปเป็นกำลังเสริมของตระกูล นี่น่าจะทำให้ตระกูลพีไรซ์แข็งแกร่งขึ้นพอสมควร
จินมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความลังเล ก่อนจะเปิดปากพูดต่อไป
“ข้าไม่รับเจ้าเป็นศิษย์ แต่เจ้าสามารถทำงานกับตระกูลของข้าได้” จินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูล่อลวง
“อ๊ะ! ทำงานกับตระกูลของท่าน?” แววตาของเด็กหนุ่มที่หม่นหมองไปแล้วกลับมาเป็นประกายอีกครั้งหนึ่ง
ถึงแม้นั่นจะฟังดูแย่กว่าการเป็นศิษย์ของชายหนุ่ม แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะเต็มไปด้วยโอกาส ลองคิดดูว่าตระกูลที่บ่มสร้างชายหนุ่มอัจฉริยะให้ไปถึงอเวกระดับเก้าขั้นสูงสุดได้ก่อนอายุสามสิบปีจะแข็งแกร่งขนาดไหน
ผู้อาวุโสในตระกูลของชายหนุ่มจะต้องเป็นตัวตนที่ทรงพลัง อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีคนไปถึงขอบเขตอีโวลหลายคน ไม่แปลกใจเลยที่หัวหน้ากลุ่มหมาป่าเวหาจะเกรงกลัวชายหนุ่มตรงหน้ามาก นี่แสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังของชายหนุ่มชุดฟ้าจะต้องสูงส่งจนน่าหวาดหวั่น การทำงานภายใต้ตระกูลที่แข็งแกร่งเช่นนี้จึงมีแต่โอกาสให้ไขว่คว้า มองอย่างไรนี่ก็เป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลย!
เด็กหนุ่มคิดไปไกล วาดฝันถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง แน่นอนเมื่อใครเห็นชายหนุ่มเช่นจินที่มีความสามารถสูงล้ำ ก็ต้องนึกว่าเป็นเพราะภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ทำให้จินมาถึงระดับนี้ทั้งนั้น ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วจินต่างหากที่เป็นภูมิหลังของตระกูล และเป็นผู้ผลักดันให้ตระกูลเติบโตมาไกลถึงขนาดนี้
“ใช่ทำงานกับตระกูลของข้า เป็นกำลังให้กับตระกูลของข้า เชื่อได้เลยว่าคนในตระกูลของข้าจะต้องดูแลเจ้าอย่างดี” จินมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ พร้อมกับพูดเชิญชวน
“เป็นไปได้จริงๆ ใช่หรือไม่ ความสามารถอย่างข้าพอจะทำงานให้กับตระกูลของท่านจริงๆ หรือ?” เด็กหนุ่มมองจินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ดูตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ยิน
อย่างน้อยการทำงานให้กับตระกูลใหญ่ที่ทรงพลังก็ไม่เลวเลย แต่ตัวมันจะมีกำลังพอที่จะทำงานให้ตระกูลที่ทรงพลังระดับนั้นจริงๆ หรือ? นั่นคือสิ่งที่กาวิลคิด มันไม่ได้รู้เลยว่าตระกูลของจินไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่มันคาดเดา
เมื่อเห็นสายตาที่กระตือรือร้นของเด็กหนุ่ม จินก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายมีความเข้าใจผิดบางอย่าง แต่แน่นอนจินจะไม่แก้ไขความเข้าใจผิดนั้น
จริงอยู่ที่ตระกูลพีไรซ์ตอนนี้ไม่แข็งแกร่ง แต่นี่ก็เป็นเรื่องในปัจจุบันเท่านั้น ในอนาคตใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้การนำของจิน ตระกูลพีไรซ์จะก้าวหน้าไปได้มากเท่าไหร่ และแน่นอนว่าการเติบโตนั้นจะต้องไม่เล็กน้อย
“แน่นอน ด้วยความสามารถและอายุของเจ้า เหมาะสมที่จะทำงานภายใต้ตระกูลของข้ายิ่ง” จินมองเด็กหนุ่มก่อนจะกล่าวต่อ “นี่ถือเป็นการทดสอบของเจ้า จงเดินทางไปยังเมือง B-24 ในสหพันธรัฐเขต B ตามหาตระกูลพีไรซ์ให้พบ เพียงเอ่ยนามของข้า จิณณ์ พิไร ไม่มีทางที่สมาชิกในตระกูลจะปฏิบัติต่อเจ้าไม่ดี”
“ตระกูลพีไรซ์ เมือง B-24 สหพันธรัฐ พี่ชายจิณณ์...” เด็กหนุ่มทวนซ้ำข้อมูลที่ได้ยิน พยายามจดจำสิ่งเหล่านั้นให้ขึ้นใจ
ที่จินไม่ได้พาเด็กหนุ่มไปด้วยกัน ความจริงแล้วมีเหตุผลอื่น หนึ่ง เขามีธุระไปที่อื่นต่อ สอง มิติประดิษฐ์ประดิษฐ์เป็นความลับของเขา น้อยคนนักที่จะรู้ สาม เมื่อครบกำหนดเวลา จินจะกลับไปอยู่ในสภาพวิญญาณ การที่ให้คนอื่นรู้ความลับภายในตระกูลมากเกินไปไม่ใช่เรื่องที่ดี
“อืม โปรดจงอย่าลืมความต้องการอันแรงกล้าของเจ้าในวันนี้ ข้าเชื่อมั่นว่าตระกูลพีไรซ์จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ หวังว่าเจ้าจะไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อน” จินพูดเตือนอีกฝ่ายเอาไว้ หากคาดหวังมากเกินไปจะกลายเป็นผิดหวังได้ อย่างน้อยก็ทำให้อีกฝ่ายไม่ลืมว่าตนเองเคยคิดอยากเข้าร่วมกับตระกูลพีไรซ์มากขนาดไหน
“ขอบคุณความกรุณาของท่าน! ข้าจะมุ่งหน้าตามหาตระกูลพีไรซ์ จะไม่ทำให้พี่ชายผิดหวัง!” กาวิล เด็กหนุ่มชุดเหลืองประสานมือคำนับให้กับจิน ในเมื่อเป็นการทดสอบ เขาก็จะทำ!
ชายหนุ่มในชุดสีฟ้าจ้องมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะยกมือขึ้น ชี้ปลายนิ้วไปจรดกับหน้าผากของอีกฝ่าย
ภาพบางอย่างถูกส่งเข้าสู่จิตใจของเด็กหนุ่มโดยตรง มันเป็นภาพวิธีการฝึกฝนบางอย่าง ที่ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องในปัจจุบันของเขาได้ รวมถึงข้อมูลบางอย่างที่สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เด็กหนุ่มหลงทางในการฝึกฝน
บัดนี้จินได้พัฒนามาสู่อีโวลเรียบร้อย จิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมไม่รู้กี่สิบเท่า การส่งข้อมูลบางอย่างผ่านจิตใจไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพียงมีการเชื่อมโยงบางอย่างต่อกัน จินก็สามารถส่งข้อมูลจำนวนหนึ่งไปสู่เป้าหมายได้ง่ายๆ กับการแนะนำการฝึกฝนให้ผู้อื่นเช่นนี้ ก็ช่วยร่นระยะเวลาไปได้มากทีเดียว
จินมองเห็นข้อบกพร่องหลายอย่างบนร่างกายและในการฝึกฝนของเด็กหนุ่มอยู่แล้ว ด้วยสายตาของอีโวลระดับหนึ่ง และด้วยประสบการณ์การเป็นอเวกมาทั้งสองชีวิต แค่มองปราดเดียวจินก็รู้ได้ถึงข้อบกพร่องของอเวกระดับห้าตรงหน้า ซึ่งวิธีแก้ไขก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก
ข้อมูลที่จินส่งให้อีกฝ่าย เป็นข้อชี้แนะเพื่อหลีกเลี่ยงวิธีฝึกฝนที่ผิดพลาด และแนะนำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมมากกว่าให้อีกฝ่าย หลังจากที่เด็กหนุ่มทบทวนข้อมูลเหล่านี้ การฝึกฝนของเขาจะราบรื่นขึ้นมาก และการพัฒนาจากระดับห้าไปยังระดับที่หกก็จะเร็วขึ้น
แม้จินจะไม่ได้รับอีกฝ่ายเป็นศิษย์ แต่แค่ชี้แนะการฝึกฝนในระดับที่ตนเองมีประสบการณ์มาแล้วถึงสองครั้งสองหน ไม่ได้ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยอะไร
เด็กหนุ่มชุดเหลืองหลับตา รับข้อมูลที่เข้ามาในหัวอย่างเต็มที่ ทบทวนมันไปมาซ้ำๆ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น
“สิ่งนี้? สุดยอดอะไรเช่นนี้” ไม่ว่าจะเป็นการชี้แนะจากจิน หรือวิธีการที่จินส่งผ่านความรู้ให้กับตน ทั้งสองอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เด็กหนุ่มคาดไม่ถึง
วิธีการส่งผ่านความรู้เพียงแค่สัมผัสเช่นนี้... กาวิลพบเจอผู้แข็งแกร่งมามากมาย แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีใครทำสิ่งนี้ได้มาก่อน แม้แต่อีโวลเอง กาวิลก็ไม่เคยได้ยินว่าทำได้
แน่นอนว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว อีโวลส่วนใหญ่บนโลกล้วนฝึกฝนร่างกายเป็นหลักและละเลยด้านจิตวิญญาณ เป็นไปได้ยากมากที่พลังทางด้านจิตใจของอีโวลเหล่านั้นจะตามทันกายเนื้อที่เต็มไปด้วยพละกำลัง อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นอีโวลระดับที่ห้าหรือระดับที่หกถึงจะมีจิตวิญญาณยิ่งใหญ่พอจะทำสิ่งเดียวกับที่จินทำได้
ส่วนการชี้แนะของจินก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน คำแนะนำทุกอย่างมีความละเอียดมาก ทำให้เด็กหนุ่มสามารถหลบเลี่ยงเส้นทางที่ผิดพลาด และเดินมุ่งหน้าไปสู่ระดับถัดไปได้โดยตรง หากฝึกฝนตามคำแนะนำนี้ เชื่อได้เลยว่าเด็กหนุ่มกาวิลจะต้องพัฒนาเป็นอเวกระดับที่หกได้ภายในปีครึ่ง
เด็กหนุ่มอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบก้มหัว โค้งคำนับจินทันที ปากก็พร่ำขอบคุณจินยกใหญ่
จินฟังเสียงเจื้อยแจ้วของอีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะบอกลา และไม่ลืมย้ำสถานที่ตั้งของตระกูลพีไรซ์ให้อีกฝ่ายฟัง จากนั้นจึงรีบพุ่งตัวหายไปนอกเขตชุมชนทันทีโดยที่เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้สรรเสริญจนเสร็จ
กาวิลมองทิศทางที่จินจากไป แม้เขาจะไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลพีไรซ์มาก่อน แต่นั่นคือเป้าหมายใหม่ที่เขาจะต้องมุ่งหน้าไปให้ได้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น!
เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง ไม่นานเขาก็เดินอย่างมุ่งมั่นหายเข้าไปในแนวร้านค้า บางทีคงจะไปเตรียมตัวเพื่อเดินทางไกลกระมัง?
…
ร่างชายหนุ่มในชุดสีฟ้าพุ่งตัวออกมาด้านนอกเขตชุมชนสายฟ้าฟาด แม้การเยินยอจากบุคคลอื่นจะน่าฟัง แต่การที่มันมากเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน จินหาโอกาสที่ดีพุ่งตัวออกมาทันทีหลังจากร่ำลาอีกฝ่ายเสร็จ
ไม่นานเขาก็มาถึงจุดที่ตนเองทิ้งมิติประดิษฐ์เอาไว้ สายใยที่เชื่อมโยงตนเองกับแกนกลางมิติปรากฏให้เห็นในลานสายตา
ด้วยกระแสจิตที่ส่งออกมาเพียงเล็กน้อยก็ทำให้มิติประดิษฐ์ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าทำงาน ประตูมิติสีดำสนิทเปิดกว้าง ก่อนที่จะปิดลงทันทีหลังจากที่จินพุ่งร่างเข้าไป ตอนนี้เขากำลังจะจากไป ไม่จำเป็นต้องสนใจอีกว่ามันจะไปสะดุดตาใครเข้าหรือเปล่า
ร่างชายหนุ่มมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าลูกแก้วดวงโต ก่อนจะสั่งการมิติประดิษฐ์ทั้งหมดให้เคลื่อนตัวออกจากพื้นที่นี้ทันที