ภายในตัวเมืองหลินตงกำลังเดินสำรวจถึงสถานที่ต่างๆอย่างประหลาดใจ เมืองรกร้างแห่งนี้ถ้าเทียบกับเมืองเหรินซานที่เขาเคยผ่านทางมาละก็มันกับมีความเจริญที่รุ่งเรืองมากยิ่งกว่าซะอีกแถมจากที่ดูด้้วยสายตาของตนเองนั่น อาณาเขตของตัวเมืองก็ยังกว้างใหญ่กว่าเมืองเหรินซานร่วมสิบเท่าเห็นจะได้ มันยิ่งทำให้ชายหนุ่มต้องตรวจสอบสิ่งต่างๆอย่างตื่นเต้น
ฝูนชนคนธรรมดามากมายที่ตั้งแผงขายของกันอย่างเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆที่อยู่ภายใต้สุสานแห่งทะเลทรายแห่งนี้
"เหอะๆ น่าสนใจจริงๆ ตอนนี้เราต้องไปหาข้อมูลก่อน"
ชายหนุ่มหัวเราะหึๆอยู่ภายใต้ผ้าคลุมของตนพลางปลดปล่อยห้วงจิตสัมผัสออกไป อย่างแรกที่เขาต้องทำตอนนี้เลยก็คือหาที่พักอาศัยก่อน การที่เขาตะลุยสัตว์อสูรอยู่หลายวันมานี้มันก็ทำให้ตัวของเขาแทบจะเหนียวเหนียวเหนอะหนะเลยก็ว่าได้ เลือดของสัตว์อสูรแมงป่องทะเลทรายสีเขียวเข้มถูกชะโชมไปทั่วทั้งตัวของเขา ต้องบอกเลยว่าถ้าเปิดชุดคลุมออกมาละก็คนที่ผ่านมาเห็นจะต้องตกใจกันอย่างแน่นอน
ผ่านไปชั่วครู่เดียวด้วยห้วงจิตสัมผัสที่ทรงพลังของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณก็ทำให้ชายหนุ่มสามารถรับรู้้อาณาเขตคร่าวๆของมันได้
เขาไม่รีรอที่จะก้าวเดินออกไปยังจุดหมายที่เขากำหนดเอาไว้และเพียงไม่นานหลินตงก็เดินทางมาถึงอาคารแห่งนึงที่สูงตระหง่าน มันบ่งบอกได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้คือที่พักอาศัยไว้ให้แขกคนอื่นๆมาเข้าพักผ่อนกัน
หลินตงเดินเข้าไปพร้อมกับสำรวจไปรอบๆ บรรยากาศภายในก็เป็นอย่างเช่นเคย ด้านในถูกตกแต่งไปด้วยความประณีตและมีเอกลักษณ์ ภายในอาคารเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ขนาดหลายร้อยเมตร มีฝูงชนเดินเข้าออกตลอดเวลาราวกับมดงานตัวเล็กๆ มีโต๊ะเก้าอี้อาหารมากมายพร้อมกับผู้คนที่นั่งสังสรรหรือพูดคุยกันอย่างสนุกปาก
เวลานั่นสายตาของชายหนุ่มก็กวาดไปเห็นถึงจุดที่รับเรื่องต่างๆ ดูเหมือนว่าระบบหรือวัฒนธรรมของทวีปชิงหลงนี้จะไม่ค่อยแตกต่างกันมากมายนัก ต่อให้จะเป็นเมืองที่เจริญน้อยกว่าหรือมากกว่าแต่ทว่าการที่มีโต๊ะดำเนินงานในทุกๆอาคารเช่นนี้มันก็เป็นอะไรที่สะดวกอย่างมาก
บนโต๊ะที่เหมือนกับเป็นจุดศูนย์กลางตอนนี้มีชายชราคนนึงที่ดูมีใบหน้าธรรมดากำลังนั่งอ่านหนังสือในมือของตนอย่างสงบนิ่ง
เมื่อเขาเห็นว่ามีแขกมาก็พับมันและวางลงอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีดำที่เฉียบคมสาดส่องไปยังร่างเงาของชุดคลุมดำที่อยู่เบื้องหน้า
"ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี้ยมรกร้าง ข้าคือเปาชิงเป็นเจ้าของโรงเตี้ยมแห่งนี้ ต้องบอกเลยว่าเจ้าตอนนี้โชคดีอย่างมากที่มาทันเพราะว่าห้องพักเหลือเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น ส่วนค่าห้องพักก็หนึ่งคืนต่อหนึ่งหินลมปราณยุทธระดับต่ำ ไม่ทราบว่าเจ้าสนใจกี่วันดี?"
ชายชราพูดขึ้นอย่างเสมือนกับว่านี้คือกิจวัตรที่เขาทำในทุกๆวัน ไม่ว่าแขกที่มาจะเป็นใครเขาก็จะพูดเช่นนี้แบบเดิมๆ ส่วนเรื่องราคาถ้าเทียบกับอาคารที่พักอื่นๆละก็ถือว่าแพงเป็นอย่างมากแต่ทว่าที่พักแห่งนี้ถือว่าดีสมราคาของมันอย่างแน่นอน
"ห้าวัน!!"
หลินตงโบกมือไปยังเบื้องหน้าพร้อมกับพูดขึ้น เขาเอาหินลมปราณยุทธสิบก้อนออกมากองไว้ตรงหน้าของชายชราอย่างรู้งาน ในใจถึงกับคิดว่าค่าที่พักแพงเป็นอย่างมาก หินลมปราณยุทธระดับต่ำก้อนนึงสามารถพักอาศัยในสถานที่แห่งนี้ได้หนึ่งคืนเองหรอเนี่ย เมืองรกร้างแห่งนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
เปาชิงพยักหน้ารับอย่างยินดีพร้อมกับเก็บพวกมันเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นหันหลังเดินไปยังกระดานขนาดใหญ่แผ่นนึง บนกระดาษนั่นมีพ่วงกุญแจที่ถูกแขวนอย่างมากมาย เขาค่อยกวาดตามองพลางเลือกกุญแจของห้องพักอย่างคล่องแคล่ว
หลินตงเมื่อเห็นว่าชายชราคนนี้มีพลังเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธปรับแต่งเท่านั้นก็ถึงกับประหลาดใจ เขาถึงกับคิดว่าไม่กลัวถูกปล้นฆ่าหรอถึงได้สวมแหวนมิติเช่นนี้ ต้องบอกก่อนว่าในเรื่องนี้ชายหนุ่มนั้นไม่ได้รับรู้ ด้วยสถานะของเขาที่เป็นถึงเจ้าของโรงเตี้ยมรกร้างแห่งนี้มันก็ไม่มีปัญหาที่จะใช้แหวนมิติ ต่อให้เขาจะเป็นคนธรรมดาแต่ที่เมืองรกร้างแห่งนี้มีกฏเกณฑ์ของมันอยู่จึงทำให้ใครหลายๆคนที่มาไม่กล้าที่จะทำอะไร
เพียงไม่นานชายชราก็เอากุญแจห้องพักมาให้กับชายหนุ่มพร้อมกับบอกเส้นทางที่จะไปห้องพัก
หลินตงเมื่อรับมันมาแล้วก็เอ่ยขอบคุณพลางเดินขึ้นบันไดของตัวอาคารไป ภายในอาคารแห่งนี้บอกได้เลยว่ามีชั้นถึงห้าชั้น ห้องของหลินตงอยู่บนชั้นสูงสุดโน่นเลยแน่ะ
และเมื่อเขามาถึงก็ไม่รีรอที่เปิดประตูห้องเข้าไป ด้านในเป็นห้องที่เรียบง่าย มีเตียงนอนกับชั้นวางอยู่ไม่กี่อย่างและที่สำคัญเลยก็คือมีห้องชำระล้างร่างกายอีกด้วย
"เฮ้อ ขออาบน้ำก่อนละกัน หลังจากนี้ก็ไปหาข้อมูลซักหน่อย"
หลินตงบ่นพึมพำไปมาพลางเอาชุดคลุมของตนออกและเดินไปยังห้องอาบน้ำในทันที ต้องบอกก่อนว่าหลินตงนั้นเป็นคนที่รักความสะอาดอย่างถึงที่สุด การที่เขาขลุกตัวอยู่กับเลือดสัตว์อสูรนับสิบวันมันเป็นอะไรที่แย่เป็นอย่างมาก
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆหลินตงกำลังนั่งอยู่ที่ด้านล่างของโรงเตี้ยมแห่งนี้พร้อมกับสั่งอาหารอย่างเช่นเดิม ช่วงเวลาเดียวกันชายหนุ่มก็ได้เป็นจุดสนใจของใครหลายๆคน ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลากับเส้นผมสีเงินยาวที่เป็นประกายมันเป็นที่สะดุดตาของใครหลายๆคนที่อยู่ภายในโรงเตี้ยมแห่งนี้ บางคนถึงกับบอกว่านี้คือนายน้อยจากขุมพลังใหญ่อย่างแน่นอน ก็ดูสิอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีก็มีพลังถึงจิตยุทธรวมเป็นหนึ่งแล้วซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นที่น่าหวั่นเกรงของใครหลายๆคนเลยทีเดียว
หลินตงก็ไม่ได้สนใจถึงเสียงที่ซุบซิบกัน เขานั่งหลับตาอย่างสงบนิ่งเพื่อรอคอยเพียงเท่านั้น
"มาแล้วขอรับ อาหารที่ท่านสั่งเอาไว้"
เด็กหนุ่มหน้ามลคนนึงที่ดูมีอายุไม่มากรีบยกอาหารมาเสริฟ์ให้กับชายหนุ่มมากมาย เขานั่นดูเหมือนจะชำนาญเป็นอย่างมาก ฝ่ามือหยิบจับวางอะไรก็รวดเร็วไปทั้งหมด
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆพลางสังเกตถึงเด็กหนุ่มเบื้องหน้าคนนี้ คนธรรมดาแถมไม่มีพลังยุทธอะไรเลย เขาที่เห็นก็ได้แต่สงสัยจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมา
"เจ้าน่ะ? ตอบคำถามอะไรข้าหน่อยนิแล้วเดียวข้าจะให้หินลมปราณยุทธก้อนนึงเป็นยังไง?"
เด็กหนุ่มที่เป็นผู้บริการเมื่อได้ยินก็หูผึ่งทันที มันรีบหันขวับมามองหลินตงพลางพยักหน้ารับรัวๆราวกับรู้งาน
หลินตงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จะดูสงสัย
"ทำไมเมืองรกร้างแห่งที่ตั้งอยู่อย่างเดียวดายบนสุสานทะเลทรายถึงได้มีผู้คนธรรมดาเช่นเจ้าเป็นจำนวนมากเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเมืองแห่งนี้มีอันตรายรอบด้านไม่ใช่หรอแล้วทำไมมันถึงได้เจริญกว่าบางเมืองที่อยู่ยังโลกภายนอกซะอีกละ"
เด็กหนุ่มเมื่อถูกถามก็พยักหน้ารับ ดูเหมือนว่านายน้อยคนนี้เพิ่งเคยมาที่เมืองรกร้างเป็นครั้งแรกจึงไม่ได้รู้ประวัติอะไรถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
เขาไม่รอช้าที่เอ่ยออกมา
"คือยังงี้นะขอรับนายน้อย เมืองรกร้างแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่จุดพักในการเดินทางระหว่างทวีป ในตอนแรกมันก็มีเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธเท่านั้นแต่ทว่าเมื่อพอเวลาผ่านไป เมืองแห่งนี้ก็เริ่มเจริญขึ้นจากที่กลายเป็นจุดพักผ่อนก็เริ่มกลายเป็นเมืองจริงๆจังๆขึ้นมา ผู้ฝึกยุทธบางคนที่เห็นว่าเมืองนี้น่าอยู่ก็เริ่มตั้งรกรากที่อยู่อาศัยกันนับแต่อดีตเป็นต้นมาและพอมันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้เกิดครอบครัวผู้คนมากมายตามขึ้นมา โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คนธรรมดาที่อยู่ภายในเมืองแห่งนี้จะเติบโตขึ้นมายังสถานที่แห่งนี้ขอรับ"
"ส่วนข้าน้อยมีชื่อว่าจู่หนานจิง มีพ่อเป็นผู้ฝึกยุทธ ส่วนแม่เป็นคนธรรมดา ตั้งแต่จำความได้ข้าน้อยก็เกิดและเติบโตขึ้นภายในเมืองแห่งนี้แล้ว ข้าน้อยก็หางานทำมาเป็นเด็กบริการของโรงเตี้ยมเพื่อหาเงินขอรับ ส่วนใหญ่อาชีพของผู้คนธรรมดาก็จะมีประมาณนี้เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ไม่มีปัญญาที่จะไปสังหารสัตว์อสูรที่อยู่นอกกำแพงเมืองได้"
หลินตงเมื่อได้ฟังก็พยักหน้าอย่างพอใจมิน่าละทำไมที่ใจกลางสุสานแห่งทะเลทรายถึงได้มีผู้คนธรรมดามากมาย ต้องบอกก่อนว่าสภาพอากาศหรือภูมิภาคของมันนั้นเลวร้ายเป็นอย่างมาก เพียงแค่ออกนอกกำแพงเมืองไปก็ทำให้คนธรรมดาต้องถูกพัดปลิวหายไปแล้ว ไม่สามารถต้านทานลมพายุที่รุนแรงได้อย่างแน่นอน