“ขาดข้าไปสักคนคงไม่เป็ไร”
ณ หอโคมแดงที่เฟื่องฟูที่สุดในเทียนตงสถานที่แห่งนี้เป็อันรู้ดีว่ามีไว้เพื่อปลดปล่อยความใคร่ให้แก่บุรุษเพศนับโมงยามด้วยการคาดคะเน พิธีสวมกวานน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว
ตอนนี้ชิงเจ๋อกำลังนั่งไขว้เท้า จิบชาด้วยสีหน้าผ่อนคลาย สตรีที่อยู่ต่อหน้าสวมชุดแดงงดงาม โฉมหน้าโสภาผุดผ่อง จิ่วเมิ่งหยวน นางสังคีตที่งามที่สุดในหุบเขาเมื่อถังเซ่าเวยปรากฏตัวขึ้นลำดับความงามของจิ่วเมิ่งหยวนน่าจะลดหลั่นไปอยู่ที่สองได้แล้วกระมัง
มู่หรงชิงเจ๋อคุ้นเคยกับจิ่วเมิ่งหยวนมากทั้งคู่ไม่ใช่คนรู้ใจ ไม่ใช่คนรัก ไม่ใช่มิตรสหายทั้งคู่ไม่เคยให้คำจำกัดความกับสถานะ
“เ้าหุบเขาเปลี่ยนตัวผู้สืบทอดกะทันหันคุณชายไม่กังวลหรือ”
จิ่วเมิ่งหยวนเติมชาลงจอกยื่นให้คุณชายรองมู่หรงชิงเจ๋อนางลอบมองเขาด้วยสายตาเ้าเล่ห์ สมแล้วที่เป็สตรีในหอคณิกาใช่ว่าบุรุษทุกคนจะจ่ายเงินแล้วเข้ามานั่งเฉย ๆ เหมือนมู่หรงชิงเจ๋อ ต่อให้คนทั้งเมืองตัดสินว่ามู่หรงชิงเจ๋อเป็ชายเ้าสำราญที่รักสนุกไปวันๆแต่มุมมองนี้จิ่วเมิ่งหยวนกลับชื่นชมว่าเขาคือคนที่สุภาพและให้เกียรติสตรีที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา
ชิงเจ๋อยกชาขึ้นดื่ม จากนั้นกล่าวว่า
“ตำแหน่งผู้นำตระกูลจะเป็ของผู้ใดได้หากไม่ใช่ข้า”
มู่หรงชิงเจ๋อมั่นใจเต็มสิบส่วน ว่าหลังจากมู่หรงจิ้นฟางพี่ชายของเขาถูกปลดด้วยลำดับบุตรคนที่สอง ผู้สืบทอดก็จะตกมาเป็ของตนไปโดยปริยายไม่มีทางที่ท่านพ่อจะยกให้มู่หรงซือเฉิน เ้าปีศาจร้ายที่เพิ่งอายุครบยี่สิบปีส่วนมู่หรงซ่างเสินเป็ลูกอนุ เขาไม่มีสิทธิ์ได้เป็หัวหน้าตระกูล
เวลานี้ไม่มีเื่อะไรให้ชิงเจ๋อต้องกังวลในห้วงความคิดของเขานึกถึงแต่ใบหน้างาม ๆ ของถังเซ่าเวย
มันน่าโมโหนักที่เด็กรับใช้คนสนิทปรากฏตัวขึ้นหากรู้แต่แรกว่าเป็เื่เปลี่ยนตัวผู้สืบทอดคงไม่เสียเวลาปลีกตัวแยกจากเซ่าเวยเป็อันขาด
ป่านนี้นางจะกำลังทำอะไรอยู่...
แผลบนลำคอของนางจะทุเลาลงบ้างหรือยัง?
อาหารพวกนั้นจะถูกปากนางหรือไม่?
จริงอยู่ว่าชิงเจ๋อเป็คุณชายเ้าสำราญชอบพบปะผู้คนและชอบความรื่นเริง แต่เขาก็ไม่เคยยิ้มมากเท่านี้มาก่อนความรู้สึกพวกนี้แน่ชัดแล้วว่า มู่หรงชิงเจ๋อจะต้องถังเซ่าเวยให้ได้!
*****
สิ้นสุดพิธีสวมกวานซือเฉินรีบตรงไปที่เรือนพำนักของตนเอง
ทว่าเมื่อกลับถึงที่หมายนอกจากจะไม่เห็นเงาของถังเซ่าเวย เ้าเม่นน้อยในกรงทองหายไปด้วย คงไม่ใช่ว่า…ถังเซ่าเวยหยิบติดมือไปด้วยกระมัง
เ้าของสัตว์เลี้ยงถอนหายใจ
“ข้าน่าจะหักคอนางเสียั้แ่คืนนั้น!”
ฮัดเช้ย!!
เซ่าเวยจามเสียงดังขณะนั้นฟันหน้าสองซี่เสียบคาอยู่กับผลท้อ นางขมวดคิ้วมุ่นหงุดหงิด
ั้แ่กลับจากเรือนนอนของซือเฉินจามนับครั้งไม่ถ้วน แต่ช่างเถอะ!
หญิงสาวเปลี่ยนไปสนใจลูกท้อจำนวนมากที่ห้อยอยู่เหนือหัวนางหย่อนเท้าพาดกิ่งไม้สบายใจ
ผลที่หนึ่ง บิด แล้วซ่อนไว้ในเสื้อผลที่สอง บิด…แล้วซ่อนไว้อีก ผลที่สาม…
อื้อ! หลุดมือแล้ว
ใครอยู่ใต้ต้นไม้แย่แล้วผลท้อหล่นโดนหัวของเขาด้วย
เซ่าเวยก้มลงไปมองส่วนเขาคนนั้นแหงนหน้าขึ้นมามอง
“ข้าขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจนะเจ็บมากใช่หรือไม่”
ถังเซ่าเวยถูกทุบตีมาเป็เวลานานแม้ว่านางจะคุ้นชินกับความเ็ปแล้วแต่ความเ็ปพวกนั้นหยั่งรากลึกในใจนางไม่อาจลบเลือนด้วยเหตุนี้เซ่าเวยจึงรู้สึกผิดมากที่ทำให้คนอื่นเจ็บตัวยิ่งเห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้านางเป็แค่เด็กคนหนึ่ง เซ่าเวยยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่
คาดเดาด้วยสายตาคนผู้นี้น่าจะอายุราวสิบสี่ปี แต่ใบหน้าของเขาดูไม่เป็มิตรเลย
เซ่าเวยเดินเข้าไปใกล้ เขย่งเท้า…
“หยุดนะ! เ้าจะทำอะไร?”
ถังเซ่าเวยไม่สนใจคล้ายคนหูหนวกแม้ว่าใบหน้าของหนุ่มน้อยดูอ่อนกว่านาง แต่ส่วนสูงของเขาใหญ่โตกว่านางมากเซ่าเวยเขย่งเท้าด้วยความลำบาก นาง้าดูรอยฟกช้ำบนตีนผมของเขา
เ็ามาก ไม่ช่วยก้มเลยสักนิด
อย่างนั้นเซ่าเวยทำได้แค่ถอนมือกลับมาจากนั้นย่นปากจู๋เข้าหากัน เป่าลมอุ่น ๆ อังที่นิ้วมือแล้วค่อยเอื้อมกลับขึ้นไปลูบตีนผมให้เขา
“หายเจ็บแล้วนะ ไม่เป็ไรแล้ว”
สิ้นเสียงพูดดวงตาแสนเ็าของเด็กหนุ่มเปลี่ยนแปลงทันที เขาหันกลับมามองนางด้วยความสงสัย
นางเป็ใครกัน?
“ข้าไม่ใช่เด็ก ไม่ต้องมาโอ๋ข้ามีแค่พวกขี้แยเท่านั้นที่ให้สตรีปลอบ” วาจาของเขาร้ายกาจยิ่งนัก
อันที่จริงซ่างเสินไม่ได้อยากต่อต้านจริงจังขนาดนั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่มีคนห่วงใยและปลอบประโลมเขา ซ่างเสินเริ่มสนใจในตัวนางแต่ก็ต้องถือตัวเอาไว้บ้าง มิเช่นนั้นคนอื่นจะไม่ให้ความสนใจ
ถังเซ่าเวยไม่โกรธ นางยิ้มออกมาเพราะความคิดของเด็กชายนั้นผิดไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สมควรได้รับความอ่อนโยนกันทั้งนั้น
เด็กชายไม่ชอบใจนักแววตาของเขาหรี่แคบในทันที
“เ้ากล้าเหยียดยิ้มเย้ยหยันคุณชายสี่แห่งเทียนตงงั้นหรือ?”
เซ่าเวยหุบยิ้ม -...-“เขาคือมู่หรงซ่างเสินคนนั้น!!”
ไม่แปลกที่ซ่างเสินจะมีนิสัยหยิ่งทะนงตนแบบนี้เขาเป็เพียงลูกอนุที่พี่ชายทั้งสามไม่ใส่ใจ ไม่มีใครอยากผูกมิตรกับเขา คนรอบข้างล้วนเพิกเฉยเช่นนั้นเพื่อเรียกร้องความสนใจเขาจึงต้องทำตัวก้าวร้าวเกกมะเหรกเกเรไม่เคารพผู้อื่นทำทั้งหมดนี้ก็แค่้าความรักและความใส่ใจมิใช่หรือ
“เ้าสินะ สามีคนที่สี่ของข้า”
มู่หรงซ่างเสิน -...-
เด็กชายรีบมองรอบตัวจากนั้นเป็ฝ่ายโค้งตัวเข้าหา
เซ่าเวย มือที่ไม่ค่อยหยาบเท่าไหร่อุดปากนางไว้จากนั้นน้ำเสียงแ่เบาดังผ่านหลังหู “อย่าได้พูดซี้ซั้วเลือกสามีได้คนเดียว”
ถังเซ่าเวยได้ยินแล้วดวงตาของนางเบิกกว้าง มือสองข้างรีบแกะนิ้วที่อุดปากออกใบหน้าของนางออกอาการดีใจอย่างไม่ปิดบัง น้ำเสียงใสกังวานดังลอดขึ้นมา“เช่นนั้นก็ไม่ต้องแต่งกับปีศาจซือเฉินแล้ว”
มู่หรงซ่างเสินเกือบจะอุดปากนางอีกรอบทันทีที่ได้ยินคำว่าปีศาจซือเฉิน หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่หัวแม่เท้านางไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันคือคำต้องห้าม หากมู่หรงซือเฉินได้ยินเข้าคงตามมาดื่มเืของนางแน่
“ระวังคำพูดด้วย”ซ่างเสินหายใจไม่ทั่วท้อง
“ข้าเคยเจอเขาแล้วเขากัดข้าดื่มเืข้า ข้าเคยทุบหัวเขา”
ทุบหัว!!! O.Oใช่! ฟังไม่ผิด ทุบหัวมู่หรงซือเฉิน
มู่หรงซ่างเสินใจนลืมความเจ็บบนหัวไปเลยไม่อยากเชื่อว่านางจะทำอย่างนั้น ระหว่างพี่สามและนางต้องมีอะไรผิดปกติแน่นอน
ทันใดนั้นสาวใช้คนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาเซ่าเวยด้วยอาการหอบเหนื่อยเสียงของนางดังนำมาก่อน
“ฮูหยินน้อย เกิดเื่แล้วเ้าค่ะ”
อย่านะ อย่าไปเด็ดขาดเด็กชายรีบคว้าข้อมือเซ่าเวยไว้ เขาอยากปกป้องนาง สำหรับคนที่เรียกร้องความสนใจอยู่ตลอด จะไม่มีวันปล่อยเซ่าเวยไปเด็ดขาด
สีหน้าประหม่าของซ่างเสินทำราวกับล่วงรู้อนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนาง
ถังเซ่าเวยร้อนใจไม่ใช่เล่นนางรีบตามสาวใช้กลับไปยังเรือนของตน
ไหนบอกว่าเกิดเื่?ทุกอย่างก็ปกติดีไม่ใช่หรือ?
ยังไม่ได้เดินเข้าไปในเรือนก็ด่วนสรุปเสียแล้ว
แค่บานประตูถูกผละออกเท่านั้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเหลือเพียงความว่างเปล่า
ถังเซ่าเวยถอดสีหน้าออกอาการกระวนกระวายหุบเขาเทียนตงเข้มงวดกวดขันขนาดนี้ มีขโมยด้วยหรือ
สาวใช้ถอนหายใจออกมา เหลือเชื่อในความไร้เดียงสาของฮูหยินน้อย
“ไม่ใช่ขโมยเ้าค่ะ”
หญิงสาวครุ่นคิดด้วยสีหน้าว่างเปล่าไม่ใช่ขโมยแล้วจะเป็ผู้ใด หรือว่ามีคนจงใจกลั่นแกล้ง
ด้วยสถานะของถังเซ่าเวยในตอนนี้คือฮูหยินน้อยเพียงหนึ่งเดียวในหุบเขาเทียนตงนางไม่ใช่เด็กบ้านนอกที่จะยอมให้ใครรังแกได้อีกแล้ว
เซ่าเวยนิ่งใช้ปัญญาไปครู่หนึ่งดวงตาเหลือบไปเห็นแผ่นกระดาษวางทาบอยู่บนโต๊ะ ้าเขียนอักษรแค่ไม่กี่ตัว
แต่สามารถทำให้ถังเซ่าเวยออกอาการกระตือรือร้นได้และรู้ได้ในทันทีว่าเป็ฝีมือใคร