ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 36 ปล้นโจร

    อัสนีผ่านคนของแก๊งเฮยหลงทั้งยี่สิบคน ไปอย่างง่ายดาย แต่ละคนล้วนตายจนหมดสิ้น อัสนีกำลังจะเดินขึ้นไปชั้นสี่ทันใดนั้นเอง ก็มีชายวัยห้าสิบสองคน มายืนขวางเขาเอาไว้

    “ แกเป็นใครกล้าเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับแก๊งเฮยหลงของเรา”

    ชายชุดดำมีรูปเต๋าอยู่ตรงกลางในมือถือหยกกลมสีเขียวสองก้อนคลึงไปมา

    “ พี่ใหญ่ถามมันไปทำไม ฆ่ามันซะก็หมดเรื่อง”

    ชายชุดขาวมีรูปหยินหยางตรงกลางอกเช่นกัน แต่ในมือ กลับมีสนับเหล็กที่แหลมคมสวมที่มือขวาเรียบร้อย  อัสนีหรี่ตามองพวกมันสองคนเพราะคิดว่าพวกมันต้องไม่ใช่ชนชั้นธรรมดา อาจเป็นตัวตนที่สำคัญของแก๊งเฮยหลง

    “ มาก็ดีฉันก็อยากรู้ ว่าเจ้านายของแกเป็นใคร อยู่ที่ไหน”

    “แกคงยังไม่เคยตายน่ะซินะ ถึงได้กล้าพูดกับ ยมทูตขาวดำเช่นนี้”

    ยมทูตขาวที่สวมสนับมือเคลื่อนไหวเข้าหาอัสนี อย่างรวดเร็ว หากเป็นคนธรรมดาคงไม่ทันได้ตั้งตังคงถูกมันอัดเสยเข้าแล้ว

    แต่ว่าอัสนีนั้นไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเขาจับข้อแขนขวาของมันแล้วหักทันที

    พล็อค !!!  อ๊ากกกกกก !!!!!

    ยมทูตขาวร้องเสียงหลงก่อนที่มันจะใช้มืออีกข้างดึงมีดออกมาแทงใส่กลางอกของอัสนี แต่ถูกเขาจับได้แล้วดันมีดของมันเสียบเข้าที่กลางอกของมัน ไม่มีเสียงร้องเพราะเลือดไหลทะลักออกจากปาก ตายไปในทันที

    “ น้องพี่”  ยมทูตดำ ร้องออกมาอย่างตกใจมันขว้างหยกกลมเข้าใส่อัสนี ที่เท้า หยกกลมก็ระเบิดขึ้น ควันเต็มไปหมดแต่ไม่เห็นอัสนี

    ยมทูตดำมองซ้ายมองขวาเพื่อหาอัสนี มือขวากำหยกระเบิดอีกก้อนเอาไว้แน่น แต่มือซ้ายมันชักปืนสั้นออกมา

    ทันใดนั้นเองอัสนีที่ลอยตัวอยู่เหนือหัวของมันก็ใช้ฝ่ามือตบเข้าที่กลางกระหม่อมของมันทำให้หัวเข่าของมันถึงกับหักทรุดลงไปกองกับพื้นระเบิดและปืนตกลงพื้นไม่อาจใช้งานได้อีก ร่างของมันสั่นเทาไปทั้งร่างความทรงจำของมัน ก็ไหลเข้ามาสู่หัวของอัสนีจนหมด

    พอเขาปล่อยมือร่างของยมทูตดำ ก็ลงไปนอนกับพื้นตายคาที่

    “ ที่แท้หัวหน้าของแกอยู่ที่นี่เอง รออีกหน่อย พวกเราได้เจอกันแน่” อัสนีรู้แล้วว่าหัวหน้าของแก๊งเฮยหลง มันชื่อ หลงอู่พักอยู่ที่คฤหาสน์หรูใจกลางกรุง มันอาศัยอยู่กับ ภรรยาคนไทย ที่มีพ่อเป็นถึงผู้บังคับการตำรวจภาค 9

    อัสนีไม่รอช้าเขาขึ้นไปช่วยคนที่อยู่บนชั้นสี่ โดยทำลายกุญแจ

    ทั้งหมดแล้วบอกให้ทุกๆ คนรีบออกไปจากตึกแห่งนี้

    แล้วมาถึงห้องสุดท้ายมีเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ถูกจับเอาไว้ในกรงขัง ในสภาพเปลือยเปล่า พอเห็นอัสนีเข้ามาเขาก็ถึงกับคำรามแยกเขี้ยวเข้าใส่ เหมือนสุนัข

    “ หลิวซา ตั้งสติหลิวซีให้ฉันมาช่วยนาย”

    หลิวซา พอได้ยินคำว่าหลิวซี ถึงกับสงบลง ร่างกายสั่นเทาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

    อัสนีปล่อยเขาออกมาจากกรงขังสุนัขแต่เขายังไม่วางใจ พุ่งตัวเข้ามาเพื่อจะกัดแขนของเขา แต่อัสนีหาได้หลบหลีกไม่ ปล่อยให้เขากัดไปแล้วใช้มือขวาของเขาลูบไล้ไปที่ศรีษะของเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน

    “ หลิวซานายปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป ฉันจะพาเธอออกไป”

    หลิวซาได้ยินเช่นนั้นเขาก็ถึงกับน้ำตาไหล แล้วเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า

    “ เจ่เจ๊ เจเจ๊อย่าทำเจ่เจ๊”  หลิวซาร้องออกมาด้วยเสียงอันดังแล้วโผเข้ากอดอัสนีแน่น อัสนีไม่ต้องตรวจสอบความทรงจำของเขาก็รู้เลย ว่าหลิวซาต้องได้เห็นพวกคนร้าย ทำการย่ำยีหลิวซีมาก่อน สติของเขาถึงได้เป็นเช่นนี้

    “เจ่เจ๊ของนายไปสวรรค์แล้ว เขาฝากให้ฉันมาบอกว่า ต่อไปให้นายดูแลตัวเองให้ดีแล้วฝากนายดูแลพ่อกับแม่แทนเธอด้วย”

    หลิวซาพอได้ฟังก็สะอื้นให้ออกมาอย่างหนัก

    อัสนีให้หลิวซาใส่เสื้อผ้าแล้วพาออกไปจากตึกแห่งนี้ ด้านนอกก็เริ่มมีเจ้าหน้าที่มากันเต็มไปหมด

    “ ฉันต้องไปแล้วอย่าลืมทำตามที่พี่สาวของนายบอกล่ะ”

    “ พี่ชายคือใครครับ”หลิวซาคล้ายได้สติ รีบเอ่ยถามอัสนีทันที

    “ มีคนชอบเรียกฉันว่าหน้ากากมัจจุราช” อัสนีพูดจบ ก็พุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าหายไปท่ามกลางความมืดตำรวจเจ้าหน้าที่มากันเต็มไปหมด พบว่าสถานที่นี้ล้วนแต่มีเรื่องเลวทรามต่ำช้าทำผิดกฏหมาย ยิ่งพอค้นไปเรื่อยๆ พบว่ามีรถตู้เย็นอยู่1 คัน ติดเครื่องทิ้งไว้พอเปิดออกดู กลับพบซากศพอยู่ในตู้เกือบร้อยศพ แต่ละศพล้วนถูกผ่าตัดอวัยวะออกไปขาย ถามคนขับที่ยังคงอยู่ในรถก็บอกว่า กำลังจะนำไปเผาที่วัดแห่งหนึ่ง

    ณคฤหาสน์หรูย่านพระราม9 หมู่บ้านมหาเศรษฐี แต่ละหลังมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาทด้านในมีชายหนุ่มวัย 40 ปี กำลังคุยผ่านมือถือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

    “ใครกันช่างบังอาจยิ่งนัก”

    “ มันชื่อหน้ากากมัจจุราช ตอนนี้นายห้ามออกจากบ้านเป็นอันขาด และห้ามให้คนของนายเคลื่อนไหวทางเบื้องบนตอนนี้ไม่พอใจอย่างยิ่ง ฉันเองทำได้แต่เพียงมองดูอยู่วงนอก”

    “ ครับพ่อตาผมจะเชื่อฟังครับ”

    เป็นหลงอู่หัวหน้าแก๊งเฮยหลงนั่นเองตอนนี้มีภรรยาเป็นลูกสาวของผู้การตำรวจใหญ่ มีตำรวจเฝ้ายามอยู่หน้าบ้านสองนายด้านในยังมีบอดี้การ์ดของแก๊งอีก สี่คน

    หลงอู่หาได้ทำตามที่พ่อตาบอกไม่มันกำลังโทรหาเพื่อนคนจีน เพื่อให้ช่วยจัดการเรื่องการขนส่งยาให้ลูกค้าแทนมันแล้วให้หาข้อมูลของหน้ากากมัจจุราชทันที

    ระหว่างนั้นตำรวจที่เฝ้าหน้าประตูสองคน ก็ค่อยๆ รูดลงไปกองกับพื้นสลบไป

    และบอดี้การ์ดที่เดินรอบๆบ้านทั้งหมด ก็ค่อยๆ ล้มลงไปทีละคนจนหมด

    หลงอู่เห็นลูกน้องล้มลงไปต่อหน้าก็ตกใจยิ่ง รีบวิ่งเข้าไปที่โต๊ะคว้าปืนสั้นออกมาเพื่อป้องกันตัว

    ทันใดนั้นร่างของชายสวมหน้ากากมัจจุราชก็ปรากฏขึ้นต่อหน้ามัน

    “ หน้ากากมัจจุราช”

    มันพูดได้แค่นั้นฝ่ามือของอัสนีก็ตะปบไปที่หัวของมัน เลือดไหลออกมาจากดวงตา จมูก ปาก และรูหูตัวของมันสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ก่อนที่มันจะสิ้นใจตาย

    ภรรยาของมันก็ลงจากบ้านมาเห็นเข้าพอดี

    “ หยุดนะอย่าทำอะไรสามีของฉัน ไม่งั้นฉันยิง”

    ภรรยาของหลงอู่ถือปืนสั้นมั่นคง ราวกับฝึกมาอย่างดี เตรียมลั่นไก หากอัสนีไม่ยอมปล่อยสามีของนาง

    “ ความโฉดชั่วของมันไม่มีใครสามารถร้องขอชีวิตมันได้” อัสนีไม่สนใจ เขาได้ข้อมูลที่ต้องการหมดแล้วจึงบิดหัวของมันจนหมุนได้รอบ ตาของหลงอู่เหลือถลนตายไปอย่างไม่ยินดี

    เปรี้ยง เปรี้ยงเปรี้ยง  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  ๆ ภรรยาของหลงอู่ยิงใส่จนหมดแม๊กแต่กระสุนไม่อาจระคายผิวของอัสนีได้ เขาวาร์ปร่างเข้าไปใกล้แล้วใช้มือวางบนหัวของนาง ปืนที่ถืออยู่ก็ร่วงสู่พื้น ดวงตาของนางหลับลงแล้วก็ค่อยลงไปทรุดตัวกับพื้นหลับไปในทันที อัสนีเพียงใช้วิชาสยบวิญญาณเพื่อลบความทรงจำที่เกิดขึ้นทั้งหมดของนางเท่านั้น

    อัสนีเดินมาที่ประตูเก็บของใต้บันไดพอเปิดออกไป ก็ดึงพรมเช็ดเท้าออก พบทางเดินลงไปชั้นใต้ดิน  พอเดินลงไปก็พบว่า ด้านในเป็นที่เก็บทองคำแท่งมากมาย เขาตรวจสอบดูก็พบว่า มีอยู่ 1,000 บาทเป็นเงินก็ประมาณห้าสิบล้านบาท และยังมีธนบัตรดอลล่าร์อีก 1 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ นอกจากนั้นยังมี นาฬิกา และวัตถุโบราณอีกเป็นจำนวนมาก อัสนีกวาดทรัพย์สินเหล่านี้เข้าไปในแหวนมิติของเขาจนหมด

     นอกจากนี้เขายังพบว่า มีเงินคลิปโตของหลงอู่อีกซึ่งมีอยู่ถึงสองพันล้านบาทไทย ซึ่งเขารู้รหัสเรียบร้อยทำให้อัสนีโอนเงินคลิปโตเข้าบัญชีของเขาจนเกลี้ยง

    “นี่หรือที่ดวงตามัจจุราชบอกว่า เป็นรางวัลภารกิจนี่มันเหมือนว่าเรากลายเป็นโจรปล้นโจรไปซะแล้ว” อัสนีเดินออกไปในทันที

    อัสนียังคงไม่กลับบ้านเขามายืนอยู่ที่หน้าระเบียงห้องของคฤหาสน์ตระกูลเซี่ย

    เขาเคาะห้องกระจกเบาๆให้ได้ยินแค่เพียงคนในห้อง แสงจากภายนอกส่องผ่านเข้ามาชายร่างสูงใหญ่สวมหน้ากากในชุดผ้าคลุม ยืนมองมาในห้อง สตรีที่เห็นกลับไม่หวาดกลัวแต่กลับเดินออกไปเปิดประตูกระจกให้กับเขา

    “ หน้ากากมัจจุราช”  เป็นหมวยเล็ก หรือ คุณหนูตระกูลเซี่ยนั่นเอง

    “คุณไม่กลัวผมหรือครับ”

    “ ไม่ คนที่เจเจชอบแสดงว่าเขาต้องเป็นคนดี”

    “ตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง”

    “ เขาคิดถึงคุณทุกวันเขาให้ฉันตัดผ้าคลุม แล้วหาหน้ากากมาสวมให้เหมือนคุณ ตอนนี้เขานอนหลับหากเขารู้ว่า คุณมาหาต้องดีใจแน่ ฉันจะไปปลุกเขาให้นะคะ”

    “ อย่าเลยผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณ”

    “ เรื่องอะไรคะ”

    “ ผมรู้ว่าคุณมีความทรงจำบางอย่างหายไป หากว่าคุณอยากให้ความทรงจำนั้นกลับคืน ผมสามารถช่วยคุณได้”

    “ จริงหรือคะ”

    อัสนีมอบยาเม็ดหนึ่งให้กับหมวยเล็ก

    “ นี่คือยาฟื้นความทรงจำหากคุณอยากฟื้นความทรงจำก็กินมันไป แต่ผมต้องขอเตือนคุณก่อนความทรงจำของคุณที่ฟื้นคืนมา อาจเป็นความทรงจำที่โหดร้ายเป็นสิ่งที่คุณไม่อยากจำก็ได้ แล้วมันก็จะอยู่ในหัวของคุณไปชั่วชีวิต ไม่มียาที่ลบความทรงจำนั้นได้อีก  ลองตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะกินมันลงไป”

    “ ฉันจะลองคิดดู”

    อัสนีนำเหรียญจีพีเอสออกมา มันมีลักษณะคล้ายกับดวงตา มันคือ เหรียญส่งสัญญาณจีพีเอส หากกดปุ่มไปสัญญาณจะส่งไปหาเขาทันที

     “ ฝากให้เจเจด้วย หากเขาต้องการความช่วยเหลือก็กดมัน ผมจะมาช่วยเขาทันที”

    “ ทำไมคุณช่างดีกับเจเจเหลือเกินคะ”

    “เขาเหมือนลูกชายของผม” อัสนีเอ่ยแล้วกำลังจะบินจากไปแต่ถูกหมวยเล็กจับชายเสื้อเอาไว้ก่อน อัสนีหันกลับมามองด้วยความสงสัย

    “ฉัน..อยากเห็นหน้าคุณจะได้ไหมคะ?”

    “ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา แต่ผมให้สัญญาผมจะให้คุณเห็นอย่างแน่นอน”

    อัสนีคราวนี้พุ่งตัวขึ้นไปบนท้องฟ้าหายวับไปในทันที..........