ทุกคนในลานประลอง ต่างเงียบสงัดไม่มีใครส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว ทุกคนกำลังตกตะลึงอยู่ ผู้ที่คาดไม่ถึงว่าผลจะเป็นเช่นนี้มากที่สุด คือ ประมุขตระกูลหวัง ที่มีใบหน้าดำมืดอยู่ตอนนี้
เงียบสงบราวกับ เวลาได้หยุดเดิน และผ่านไปในไม่กี่ชั่วครู่ ก็ได้ยินเสียงเฮ ลั่นไปทั่วลานประลอง ยินดีกับการประลองครั้งนี้ ผู้คนมากมาย ต่างก็พูดคุยกันเรื่องของ ฟางหยวน รวมทั้งศิษย์สายนอกและใน ผู้อาวุโสอีกด้วย
" ไม่น่าเชื่อ ว่าเจ้านั่นมันชนะอันดับหนึ่งของรุ่นไปเสียได้ คาดไม่ถึงจริงๆ " ผู้คนกล่าวออกมาเป็นเสียงเดียวกัน " ม้า...ม้ามืดนี่มัน สุดยอดม้ามืดอันดับหนึ่งชัดๆ "
" เยี่ยม...นี่มันเยี่ยมจริงๆ..." เซี่ยวชิงกล่าวด้วยอารมณ์รู้สึกที่ซับซ้อน ปู่ของเซี่ยวชิงเห็นดังนั้นก็อดที่จะปลื้มไม่ได้ " อืม..อย่างน้อยมันก็ยังมีดีอยู่บ้างสินะ " ชายชุดขาวมือข้างหนึ่งถือร่มสีขาวสนิทไว้บนหัว มองไปที่ฟางหยวนที่กำลังยืนบนลานประลอง จากนั้นก็ยิ้มออกมา
แล้วก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยที่ไม่มีใครได้สังเกตุเห็นถึงตัวตนของชายชุดขาว ฟางหยวนตอนนี้ได้ยืนบนลานประลองที่ เต็มไปด้วยเสียงของผู้คนมากมาย "ข้า ทำได้แล้วสินะ... " ฟางหยวนกล่าวเบาๆกับตนเอง ก่อนที่จะกำหมัดของตนจนแน่น
เจ้าสำนักชิงหลง ฉางหลิวฟง เห็นการประลองตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็รู้ได้ทันทีว่า ฟางหยวนมีอะไรซ่อนไว้อยู่ แต่เลือกที่จะไม่พูดมันออกมา เขาได้เรียกชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่มีหน้ากาก สีเขียวเข้มและมีผมสีดำแซมขาว มาและบอกกล่าวอะไรบางอย่างก่อนที่
ชายสวมหน้ากากคนดังกล่าวพยักหน้าและเดินจากไป และในตอนนี้เอง ฉางหลิวฟง ได้ก้าวออกมาจาก ที่นั่งของตนเอง ก่อนที่จะปล่อยคลื่นปราณของตนที่คลุม รอบๆพื้นที่ นั่นทำให้ ทุกคนที่กำลังคุยกันอยู่หรือส่งเสียงนั้น
เงียบกริบไปโดนทันที ฟางหยวน เห็นฉางหลิวฟง ทำเช่นนี้ก็อดที่จะเลื่อมใสมิได้ " เจ้าสำนักชิงหลง นี่กำลังภายในและตบะ ลึกล้ำอย่างมาก ซักวันหนึ่ง ข้าจะต้องเหนือกว่านั้นให้ได้! "
" ข้า ฉางหลิวฟง เจ้าสำนักชิงหลง ขอประกาศให้ ผู้ที่ยืนอยู่เวทีตรงนี้คือ ผู้ชนะ อันดับ1แห่ง งานประลองเลื่อนขั้นศิษย์สายใน และมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ เด็กน้อยเจ้ามีนามว่าอะไร " ฉางหลิวฟง ได้ถามฟางหยวนถึงชื่อของตน
" ข้ามีนามว่า.. ฟางหยวน " " ดี ข้าจะจำมันไว้ " ฉางหลิวฟง กล่าวกับฟางหยวน ก่อนที่ตนเองและ ฟางหยวน จะหายตัวไปจากลานประลอง โดยทิ้งเสียงของผู้คนมากมายไว้เบื้องหลัง ...
ตอนนี้ฟางหยวนและ ฉางหลิวฟง ได้มาที่ สถานที่บางแห่งที่เขาไม่รู้จัก ฟางหยวนเลยเกิดเคลือบแคลงใจ เลยจะถาม ฉางหลิวฟง แต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้น ฉางหลิวฟง กลับบอกกับฟางหยวน ก่อนว่า " เจ้า เดินออกไปจากห้องนี้แล้วจะเจอประตูไม้ด้านขวา ให้เข้าประตูนั้นไป "
" แล้วเฝ้ารอจนกว่าจะมี คนมาหาเจ้า " สิ้นสุดเสียง ฉางหลิวฟง ได้หายตัวไป โดยไม่รอให้ฟางหยวน เอ่ยปากกล่าววาจาใดๆ... " เจ้าสำนักผู้นี้ช่างแปลกคนเสียจริง " ฟางหยวน ก็อดที่จะสงสัยในความประหลาด ของเจ้าสำนักผู้มิได้
ฟางหยวน ใช้เวลานี้ ในการพักฟื้นร่างกายและลมปราณของตน จนเวลาล่วงเลยผ่านไป ในที่สุด ประตูไม้หน้าห้องของฟางหยวน ได้ถูกเปิดออกมา ปรากฎให้เห็นถึงชายที่สวมหน้ากากสีเขียวเข้มผู้หนึ่งเข้ามา ฟางหยวน สัมผัสได้การมาชายผู้นี้จาก สัมผัสเซียนของตนอยู่แล้ว
เลยไม่ได้มีท่าทีอะไรมากมาย ฟางหยวนได้ลืมตาขึ้นมา " หลังจากนี้ ให้เจ้าเดินตามข้ามา ไปเรื่อยๆจนกว่า จะถึงที่หมาย และห้ามหยุดเดินเด็ดขาด " ชายสวมหน้ากากกล่าวกับฟางหยวน ก่อนที่จะออกจากห้องไปแทบจะทันที
ฟางหยวน เห็นดังนั้นจึงรีบตามชายสวมหน้ากากไปในทันที แต่ทว่าในตอนที่เขาได้ออกนอกห้องแล้ว เขากลับเห็นชายสวมหน้ากาก อยู่ห่างไกลจากเขาอย่างมาก นั่นทำให้ฟางหยวนตื่นตระหนกอย่างแท้จริงในความลึกล้ำ ด้านฝีมือฝึกปรือของชายคนนี้
" เขาพึ่งออกจากห้องได้ไม่กี่วินาที บัดนี้กลับ ไปไกลถึงเพียงนี้ ช่างมีตบะที่ล้ำลึกยิ่งนัก!! " ฟางหยวนเห็นดังนั้น ไม่รอช้า รีบตามชายสวมหน้ากากไปทันที แต่ว่า ยิ่งเขาเดินตามไปเท่าไหร่เขายิ่งเห็นว่า ระยะห่างระหว่างเขากับ ชายสวมหน้ากาก
ยิ่งมากเข้าไปทุกที บัดนี้ ฟางหยวน คิดวิตกกังวล " หากข้า ไม่ใช้วิชาตัวเบา บาทาไร้ลม ละก็ย่อมถูกเขาทิ้งห่างเป็นแน่ " ฟางหยวนไม่รอช้า รีบโคจรพลังตบะแล้วใช้วิชาตัวเบา บาทาไร้ลม ตามชายสวมหน้ากากไปอย่างรวดเร็ว
ชายสวมหน้ากาก เห็นฟางหยวน เหลือบไปเห็นฟางหยวน ที่กำลังตามมาด้วยความเร็วอย่างมาก แต่ตัวเองกลับไม่รู้สึกอะไร มันยังคงก้ามเดินต่อไป ฟางหยวน เร่งความเร็วมากที่สุดจนมาถึงขีดจำกัดของเขาแล้ว เขายังคงไม่สามารถตามชายสวมหน้ากากคนนี้ได้
บัดนี้ตัวเขากับชายสวมหน้ากาก อยู่ห่างกัน ประมาณ1ลี้เศษ " วิชาตัวเบาของชายสวมหน้ากากผู้นี้ช่างลึกลับยิ่งนัก ข้าใช้ตัวเบาเร่งความเร็วถึงขีดจำกัดแล้ว ยังคงไม่อาจตามได้ทันแม้แต่ ครึ่งลี้ " ฟางหยวน คิดไว้แล้วว่า ที่มาและตบะของชายคนนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ฟางหยวนจะยอมแพ้ในเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เขายังคงไม่ยอมแพ้ ใช้ความเร็วตาม ชายสวมหน้ากาก ไปเรื่อยๆ ตัวเขาตอนนี้ไม่ได้คิดเรื่องอื่นแล้ว เขาต้องการที่จะตามชายสวมหน้ากากผู้นี้ให้ทัน เวลาย่อมผ่านไป แต่นานเท่าไหร่ ฟางหยวกลับไม่ทราบ
แม้แต่สถานที่ เขาอยู่ตอนนี้คือที่ไหน ตัวเขาเองยังไม่รู้เพราะว่า ฟางหยวนได้ทุ่มเท ไปกับการตามติด ชายสวมหน้ากากผู้นี้อย่างเดียว โดยไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง ชายสวมหน้ากาก บัดนี้กลับหันหลังมามองฟางหยวน ชั่วครู่ ก่อนที่จะเดินต่อไป
ฟางหยวนยังคงไม่ยอมแพ้ ตลอดเวลาที่ตามชายสวมหน้ากาก นั่นทำให้ เขาต้องผลาญกำลังภายในของตนไปใช้สำหรับวิชาตัวเบา เป็นจำวนมาก นั่นทำให้ ฟางหยวนเริ่มอ่อนแรงแล้ว ตอนนี้ แต่ยังคงตามชายสวมหน้ากากต่อไป
เขายึดตามคำพูดของชายสวมหน้ากากที่ ให้ตามมาและห้ามหยุด ฟางหยวนจะยังพยายามตาม ชายสวมหน้ากากต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ชายสวมหน้ากาก ได้หยุดลง ฟางหยวนเห็นดังนั้นจึงหยุดตามเช่นกัน
ชายสวมหน้ากากได้กล่าวกับฟางหยวน " เจ้ามีความสามารถที่ดี งั้นจงตามข้ามา " สิ้นสุดเสียง ฟางหยวนก็ได้เดินตามชายสวมหน้ากาก ไปข้างหน้า ทะลุน้ำตกไป หลังจากทะลุน้ำตกมา สิ่งที่ฟางหยวน เห็นมันราวกับ เขาได้พบโลกใหม่เสียอย่างงั้น
ตอนนี้เขาได้อยู่ในที่ๆ มีแต่ผู้ฝึกตนขั้นสูง ที่ทั้งหมดนั้นเป็นศิษย์ภายในทั้งหมด ในที่แห่งนี้นั้นประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างสวยงามมายมาก ราวกับ วิหารเทพเซียน นี่ยิ่งทำให้ ฟางหยวน นั่นทึ่งอย่างมาก " นี่คือสำนักด้านในสำหรับศิษย์สายในสินะ "
ก่อนที่ฟางหยวนจะ ชมเชยไปมากกว่านี้ ชายสวมหน้ากาก โยนป้ายหยกสีเขียวให้ พร้อมอาภรณ์สีเขียวอ่อนประจำตัวของศิษย์สายใน " หลังจากที่เจ้าจัดการอะไรเรียบร้อยแล้ว ให้เจ้านั้น ไปที่ หลังหอตำราแล้วดีดนิ้วหนึ่งทีซะ " ฟางหยวนไม่เข้าใจความหมายของประโยค
ที่ชายสวมหน้ากากกล่าวออกมา แต่ก่อนที่จะได้ถามอะไร ชายคนดังกล่าวนั้น ได้หายตัวไปแล้ว ทิ้งความสงสัยไว้ให้ฟางหยวน ที่กำลังงุนงง