กลับจากสำนักคุ้มภัยสกุลเจียว โจวหยวนเฉิงก็ไม่ได้เข้านอนทันที เขาเข้ามิติไปวาดแผนที่เส้นทางเดินรถและจุดรับส่งของรถม้าประจำทาง เขาจะนำเื่นี้ไปปรึกษากับท่านแม่ทัพาุโจ้าวเพื่อให้ท่านพาเขาเข้าพบท่านเ้าเมืองหยิน
นอกจากนี้เขายังทำใบปลิวโปรโมชั่นของไหว้ปีใหม่ที่เขียนบอกรายการสิ่งของและราคาไว้อย่างละเอียด ด้านหลังใบปลิวเขาเขียนอัตราค่าบริการส่งสินค้าไว้อย่างละเอียดเช่นกัน เขาตั้งใจว่าจะให้บิดาและท่านลุงไปจ้างเด็กๆ ที่ทำงานอยู่ที่ท่าเรือเป็คนไปแจกใบปลิวตามบ้านและแหล่งชุมชนทั่วเมือง
“เ้ารอง เ้าเข้าไปอยู่ในห้องลับของเ้านานมาก”
“พี่ใหญ่เข้ามาในห้องข้านานแล้วหรือ”
“สักพักใหญ่แล้วล่ะ ข้าจะให้เ้าช่วยดูป้ายโฆษณาให้ข้าสักหน่อย ไม่รู้ว่าต้องเพิ่มเติมส่วนใดอีก”
โจวหยวนเฉิงเดินตามพี่ชายไปดูป้ายโฆษณา มันเป็ป้ายโฆษณาที่สวยงามและคลาสสิกมาก
“ท่านวาดภาพประกอบพวกนี้เองหรือ”
“ใช่น่ะสิ มันยังใช้ไม่ได้หรือ เ้ารอง ข้าต้องแก้ไขส่วนใดบ้าง” โจวหลี่เฉียงถามเสียงเครียด เขาอยากเอาป้ายโฆษณาไปติดไว้ที่หน้าร้านเร็วๆ
“มันสวยงามมากขอรับ เพียงแต่ข้าคิดว่าหากท่านระบายสีลงไปด้วย ป้ายโฆษณานี้ก็จะยิ่งน่าสนใจและสวยงามขึ้นอีกขอรับ”
โจวหยวนเฉิงหยิบสีน้ำออกมาจากมิติ แล้วเริ่มระบายสีลงไปบนภาพที่โจวหลี่เฉียงวาด ด้วยเทคนิคและความชำนาญในการลงไล่สีของโจวหยวนเฉิง ภาพที่ออกมาจึงสวยงามและสมจริงมากขึ้น
“เ้ารอง พอเ้าเติมสีลงไป ภาพที่ข้าวาดมันดูแตกต่างจากเดิมไปมากทีเดียว” โจวหลี่เฉียงทำเสียงตื่นเต้น
“ภาพที่ท่านวาดออกมามันดูดีอยู่แล้ว ข้าแค่เติมสีลงไปนิดหน่อย พี่ใหญ่ พรุ่งนี้เช้าสีพวกนี้ก็คงแห้งแล้วล่ะ ท่านให้คนงานเอาป้ายพวกนี้ไปติดไว้ที่หน้าร้านได้เลย วันนี้พวกเราไปพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เรายังมีงานต้องทำอีกมาก แล้วก็...พรุ่งนี้ท่านกับพี่เป่าจะต้องไปบ้านท่านแม่ทัพาุโกับข้าด้วยนะขอรับ” เมื่อเห็นโจวหลี่เฉียงพยักหน้าตอบรับ โจวหยวนเฉิงจึงเดินกลับห้องไปด้วยความเหนื่อย
“นี่คือป้ายโฆษณาที่เ้าว่าอย่างนั้นหรือ” โจวสือชวินดูอย่างสนใจ “มีรายละเอียดสินค้าและค่าขนส่งบอกไว้ชัดเจนมาก”
“รูปที่วาดออกมาก็สวยงามมาก สีสันก็สวย ข้ายังไม่เคยเห็นภาพสีที่สวยงามสมจริงอย่างนี้มาก่อนเลย” ลุงฝูเจาพูดอย่างตื่นเต้น
“ภาพวาดทั้งหมดเป็ฝีมือของพี่ใหญ่น่ะขอรับท่านลุง” โจวหยวนเฉิงบอก “ท่านพ่อขอรับ วันนี้ท่านพ่อไปจ้างเด็กที่ท่าเรือมาให้ข้าสักสิบคนนะขอรับ”
“เ้าจะจ้างพวกเขามาทำไมหรือตั้งสิบคน” โจวสือชวินถาม
“ข้าจะให้พวกเขาไปแจกใบปลิวโฆษณาของร้านเราน่ะขอรับ ท่านพ่อหาคนที่หน่วยก้านดีและมีไหวพริบสักหน่อยนะขอรับ ในอนาคตข้าจะสร้างโกดังเก็บสินค้าที่ท่าเรือ ข้าอาจจะจ้างพวกเขาไว้เฝ้าโกดังและขนสินค้ามาส่งที่ร้าน หากสินค้าของเราขายดีกว่านี้ ข้าก็จะไปที่โกดังเพื่อดึงสินค้าทั้งหมดออกมาเก็บไว้ จะให้คนงานมาขนสินค้าที่บ้านเราอย่างเดียวมันจะน่าสงสัยเกินไป”
“ทำไมล่ะที่บ้านของเราก็สะดวกดี ถ้าสร้างโกดังเพิ่ม เราก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก” ลุงฝูเจาถาม
“เพราะในแต่ละวันมีเรือขนส่งสินค้าเข้าออกหลายลำขอรับ ถ้าข้าไปดึงสินค้าออกมาเก็บไว้ที่โกดัง คนก็จะไม่เกิดข้อสงสัยว่าเราไปเอาสินค้ามาจากไหน” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“เป็อย่างนี้นี่เอง” ลุงฝูเจาพยักหน้าเข้าใจ
“ถ้าเช่นนั้นควรจ้างคนหนุ่มสักหน่อย เด็กเล็กอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่” โจวสือชวินบอกลูกชาย
“วันนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะพาพี่เป่าไปปรึกษาแผนธุรกิจที่บ้านท่านแม่ทัพาุโ เที่ยงนี้พวกข้าจะไม่กลับมากินข้าวที่บ้านนะขอรับ ท่านพ่อกับท่านลุงไม่ต้องรอ”
“เดี๋ยวพ่อจะไปหาเด็กที่ท่าเรือ แล้วเย็นนี้จะพาพวกเขามาพบเ้า ส่วนวันนี้งานที่ร้านจะให้อาฝูไปเดินตรวจความเรียบร้อยแล้วก็เอาป้ายโฆษณาไปติดไว้หน้าร้านเลยก็แล้วกัน”
เมื่อแบ่งงานกันเรียบร้อยโจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงก็เดินไปหาเจียวเป่าที่สำนักคุ้มภัยสกุลเจียว โดยเจียวเป่าได้เตรียมรถม้าไว้รอพวกเขาั้แ่เช้าแล้ว
“ลมอะไรหอบพวกเ้ามาหาปู่ถึงที่นี่รึ” ท่านแม่ทัพาุโจ้าวพูดอย่างดีใจที่เห็นสองพี่น้องสกุลโจว ท่านรู้มาว่าดินสอกับปากกาที่โจวหยวนเฉิงขายให้กับกองทัพนั้นมันใช้งานได้ดีและสะดวกมากเพียงใด เพราะท่านใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ในสนามรบ จึงทำให้รู้ว่าการส่งข้อมูลข่าวสารนั้นสำคัญเพียงใด
“พวกข้าคิดถึงท่านปู่ยังไงล่ะขอรับ” โจวหยวนเฉิงพูดเอาใจ
“เ้านี่นะ ช่างประจบจริงๆ วันนี้มีธุระสำคัญใดอย่างนั้นหรือ บอกปู่มาเถอะไม่ต้องเกรงใจ”
“ในเมื่อท่านปู่ถามมาตรงๆ ข้าก็จะไม่อ้อมค้อมแล้วนะขอรับ ข้าอยากปรึกษาแผนธุรกิจกับท่านปู่สักหน่อย ท่านปู่คงทราบแล้วว่าตงจื่อไม่อยากจะเข้าร่วมกองทัพเหมือนพี่ตงชาง แต่เขายังไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป ข้าจึงทำแผนธุรกิจคร่าวๆ มาให้ท่านปู่ดูขอรับ” โจวหยวนเฉิงส่งแผนธุรกิจให้ท่านแม่ทัพาุโดู
“ปู่ดูไม่รู้เื่หรอก เ้าค่อยๆ เล่าให้ปู่ฟังก็แล้วกัน”
“หยวนเฉิง เ้าทำแผนธุรกิจนี้มาเพื่อข้าโดยเฉพาะเลยหรือ” จ้าวตงจื่อถามอย่างตื่นเต้นหลังจากรับแผนไปดู
“ใช่ และมันเป็แผนการที่ใหญ่มาก ความรับผิดชอบของเ้าก็จะต้องมากตามไปด้วย เ้าพร้อมที่จะทำหรือไม่” โจวหยวนเฉิงทำเสียงจริงจัง
“เมื่อข้าตัดสินใจแล้วข้าย่อมทำได้” จ้าวตงจื่อยืดอกรับ
“ในเมื่อตงจื่อไม่อยากเข้ากองทัพ แต่ถึงอย่างไรตระกูลจ้าวก็ได้ชื่อว่าเป็ตระกูลนักรบ หากตงจื่อไม่อยากออกรบ เขาก็ควรทำการค้าเกี่ยวกับสินค้าที่จะใช้ประโยชน์ในกองทัพได้ขอรับ” โจวหยวนเฉิงหยุดแล้วพูดต่อ “ซึ่งนอกจากจะทำการค้าแบบซื้อมาขายไปแล้ว ข้าอยากให้เขาทำไร่เพาะปลูกเองด้วย เพื่อป้องกันการขาดแคลนสินค้าในอนาคตน่ะขอรับ”
“ปู่ยังไม่ค่อยเข้าใจกับสิ่งที่เ้าพูดเลย เ้าว่าต่อเถอะ”
“ข้าอยากให้ท่านปู่ซื้อที่ดินยิ่งมากยิ่งดี ที่ดินนี้จะเอาไว้ปลูกข้าว มันฝรั่ง หรือพืชผักต่างๆ ผลิตผลิตที่ได้จะค้าขายให้ประชาชนในแคว้นหรือต่างแคว้นก็ได้ ในยามคับขันเรายังส่งผลิตผลเหล่านี้ไปช่วยเหลือกองทัพได้อีกนะขอรับ อีกอย่างท่านปู่ยังสามารถช่วยเหลือทหารในกองทัพได้อีกด้วยนะขอรับ”
“ในยามคับขัน ถ้าเราส่งข้าวหรือพืชผักต่างๆ ให้กองทัพ เท่านี้ก็ถือว่าเป็การช่วยเหลือกองทัพแล้ว ยังมีความช่วยเหลือส่วนใดอีกอย่างนั้นหรือ” ท่านแม่ทัพาุโถามต่อ
“ทหารที่ออกรบบางคนได้รับาเ็และพิการ บางคนก็ถูกครอบครัวขับไล่ออกจากบ้านหรือแม้แต่ตัดความสัมพันธ์ ข้าคิดว่าถ้าตงจื่อทำตามแผนธุรกิจนี้ เขาจะสามารถจ้างทหารเ่าั้มาทำงานให้เขาได้ ทหารถึงแม้จะพิการ แต่พวกเขาล้วนเป็ชายชาตรี และมีความแข็งแรงมากกว่าคนทั่วไป การทำงานในไร่ก็จะไม่สร้างความลำบากให้พวกเขามากเกินไปหรอกขอรับ อีกอย่างทหารปลดประจำการบางคนที่ไม่อยากจะอยู่กองทัพต่อ ท่านปู่สามารถให้พวกเขามาทำหน้าที่ขนส่งสินค้าให้ได้นะขอรับ ฝีมือการต่อสู้ของเหล่าทหารกล้าคงดีกว่าสำนักคุ้มภัยอยู่แล้ว ทำอย่างนี้ท่านปู่ก็ไม่จำเป็ต้องจ้างสำนักคุ้มภัยอย่างไรล่ะขอรับ”
“หยวนเฉิง...เ้าคิดเื่พวกนี้ออกมาได้อย่างไร คราวแรกปู่คิดที่จะบังคับให้ตงจื่อเข้าร่วมกองทัพให้ได้ ถึงอย่างไรคนสกุลจ้าวก็ได้ชื่อว่าตระกูลนักรบ แล้วตงจื่อจะไม่เข้าร่วมกองทัพได้อย่างไร แต่พอเ้าพูดแผนธุรกิจนี้ขึ้นมา ปู่ก็คิดว่าแผนของเ้าก็เป็การช่วยเหลือกองทัพได้เหมือนกัน ทหารปลดประจำการกับทหารพิการ บางคนก็เดือดร้อนและไม่มีครอบครัวให้กลับไปเหมือนกับที่เ้าว่ามาจริงๆ ปู่เห็นด้วย...ปู่ไม่มีข้อโต้แย้งเลยแม้แต่น้อย ไหนเ้าลองบอกมาว่าจะให้ปู่เตรียมการเื่ใดก่อน”
“ลำดับแรกท่านปู่ต้องหาซื้อที่ดินเพื่อเพาะปลูกขอรับ ที่ดินฝั่งใต้ยังมีพื้นที่ว่างเปล่าอีกมาก และดินยังเหมาะสมกับการเพาะปลูกอย่างยิ่ง หลังจากนั้นท่านปู่ก็ต้องซื้อที่ดินแถวท่าเรือเพื่อสร้างโรงงานและโกดังไว้เก็บสินค้าขอรับ” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“ได้ ปู่จะทำตามเ้าว่า ส่วนเื่ทหารและคนงาน ปู่จะเขียนจดหมายไปบอกกับตงชางเพื่อให้เขานำเื่นี้ไปปรึกษาพ่อของเขาดูอีกที แต่ปู่ยังกังวลว่าตงจื่อยังไม่เคยทำการค้า แล้วเขาจะต้องทำอย่างไร”
“เื่นี้ไม่เป็ปัญหาขอรับ หลังเดือนสี่เมื่อพวกเราสอบระดับอำเภอเสร็จ ข้าจะให้ตงจื่อไปฝึกงานที่ร้านค้าของเรา ข้าจะให้ท่านพ่อกับท่านลุงเป็ผู้สอนงานเขาด้วยตัวเอง รวมถึงหลังจากที่ตงจื่อเริ่มเปิดกิจการ ข้าจะให้ท่านลุงมาสอนเขาทำบัญชีขอรับ”
“ดีๆๆ เ้าช่างวางแผนได้รอบคอบยิ่งนัก”
“ท่านปู่ขอรับ ท่านนี้คือพี่เจียวเป่าเป็บุตรชายของเ้าสำนักคุ้มภัยเจียว วันนี้ข้าพาเขามาขอความช่วยเหลือจากท่านปู่ เพื่อให้พาพวกเราเข้าพบท่านเ้าเมืองน่ะขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอกวัตถุประสงค์
“ได้สิ บ่ายนี้ปู่จะพาพวกเ้าไปพบเ้าเมืองด้วยกัน”
