ตอนที่27 ใจสลาย (2)
เขานำก้อนหินที่ทับถมกันนั้นออกด้วยมือเปล่าก้อนแล้วก้อนเหล่าจนกระทั่งได้พบกับแขนข้างหนึ่งที่ถูกดาบฟันจนขาดสะบั้น เพียงพริบตาเดียวมู่หลงซางฉีก็แทบจะคลุ้มคลั่งเขาทุบอกตัวเองและข่มกลั้นเสียงร้องคำรามในลำคอด้วยความปวดร้าว
เหตุใดถึงต้องทำกับหยางน่าของเขาเช่นนี้เพราะอะไร! ทำไมหยางน่าของเขาถึงต้องถูกทำร้ายเช่นนี้!
“หยางน่า ได้โปรดอย่าทิ้งข้า กลับมาหาข้าเถอะนะ” ฝ่ามือแกร่งทั้งสองข้างพยายามดึงเอาร่างไร้ิญญาที่นอนนิ่งอยู่ใต้พื้นดินเข้ามาไว้ในอ้อมแขนและร้องเรียกชื่อคนรักไม่หยุดราวกับ้าให้นางกลับคืนมา
ทว่าทุกอย่างก็ยังคงสงบนิ่งดังเดิมไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิดจนในที่สุดเขาก็เงยใบหน้าที่มีดวงตาแดงก่ำและคำรามออกมาด้วยความเสียใจที่ได้เห็นร่างไร้ิญญาของนางนอนอยู่บนพื้นที่เย็นะเืนี้เพียงลำพัง
แม้ใบหน้านั้นจะไม่ใช่ใบหน้าของโฉมสะคราญที่เขารักทว่าท่าทางที่จงรักภักดีของสัตว์เลี้ยงคู่ใจรวมถึงมือเล็กที่หายไปนั้นกลับเป็สิ่งที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจนดีแล้วเขายกร่างกายแข็งทื่อนั้นขึ้นมาแนบออกแล้วร้องไห้ออกมาจนสุดใจ
เหล่าองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังต่างพากันทำความเคารพศพของหญิงสาวและถอยหลังไปอย่างรู้งานเหลือเพียงแค่หลี่เซิงที่ยืนมองผู้เป็นายด้วยความเศร้าใจ
เขารู้ดีว่าองค์รัชทายาทมีความรักที่ลึกซึ้งต่อคุณหนูหยางน่ามากเพียงไรคิดไม่ถึงเลยว่าโฉมงามผู้มีใบหน้างดงามเป็เอก ทั้งยังเฉลียวฉลาดและมีจิตใจที่ดีงามจะต้องมาประสบพบเจอกับเื่ที่เลวร้ายเช่นนี้หากเป็เขาก็คงจะรับมันไม่ไหวเช่นกัน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำลงมาอีกครั้งมู่หลงซางฉีก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างยากลำบากเนื้อตัวของเขาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝันและคราบดินโคลนสกปรกแต่ถึงกระนั้นเขาก็หาได้สนใจไม่ ฝ่ามือใหญ่ที่เต็มไปด้วยาแลูบไล้ไปตามกรอบหน้าอัปลักษณ์ที่มีรอยกรีดจนไม่เหลือร่องรอยเดิมนั้นด้วยความเ็ปรวดร้าวดั่งหัวใจที่โดนฉีกทึ้งจนไม่เหลือเศษเสี้ยวใดๆ
แม้ในใจของเขาจะร่ำร้องอย่างบ้าคลั่งมากเพียงไรแต่ทว่าท่าทางของเขาในเวลานี้กลับดูเคร่งขรึมและสงบนิ่งลงไปมากดวงตาที่โศกเศร้าและสิ้นหวังนั้นทอประกายสังหารเหี้ยมโหด ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่เ็าออกมาตาไม่กะพริบ
หลี่เซิงรับคำสั่งการด้วยสีหน้าที่สงบนิ่งเขาหาได้ใกับสิ่งที่ผู้เป็นายสั่งการไม่ ทั้งยังเข้าใจหัวอกที่แตกสลายของผู้เป็นายก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับโดยมีผู้เป็นายหอบร่างที่ไร้ิญญาของคนรักกลับไปยังตำหนักเพื่อประกอบพิธีแต่งงานดังเดิม
ในยามจื่อ[1]อาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวไปตามแรงลมปลายเหมันต์ที่พัดผ่านแล้วมุ่งหน้าตรงเข้าไปในห้องบรรทมขององค์รัชทายาทอย่างเกรี้ยวกราดเหล่าองครักษ์คิดที่จะเข้าไปขัดขวาง แต่เมื่อเห็นขบวนของผู้มาใหม่แล้วพวกเขาก็รีบคุกเข่าลงทันทีและทำความเคารพผู้ที่มาใหม่ “ถวายบังคับฝ่าา”
“ผู้ใดมอบความกล้าให้เขาทำเื่เหลวไหลเช่นนี้กัน! ปะาข้ารับใช้ไม่ได้เื่พวกนี้ให้หมด!”ผู้เป็ใหญ่ของแคว้นตวาดพระสุรเสียงด้วยความโกรธกริ้วหลังจากที่ได้รับการรายงานว่าโอรสคนโตของเขาได้เข้าพิธีแต่งงานกับศพของหญิงสาวคนรักที่เพิ่งตายจากหากเื่นี้ลือไปถึงหูพวกขุนนางเ่าั้มีหวังได้กลายเป็เื่ใหญ่แน่!
แต่กว่าที่เขาจะมาขัดขวางการกระทำที่เหลวไหลนี้มันก็ได้สายไปเสียแล้ว
ยามนี้ร่างในอาภรณ์สีแดงมงคลได้เปิดประตูออกมาสีหน้าของชายหนุ่มดูสงบนิ่งไม่หวาดหวั่น เขาคุกเข่าลงต่อหน้าบิดาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น“เป็ความ้าของลูกเพียงผู้เดียวไม่เกี่ยวกับผู้ใด ขอเสด็จพ่อโปรดอภัยให้บุตรผู้โง่เขลาคนนี้ด้วย”
“เป็ความ้าของเ้าอย่างนั้นรึ ด้วยการแต่งงานกับศพคนตายเนี่ยนะ?! นี่เ้าโศกเศร้าจนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไรต่อให้เ้าทำเช่นนี้ก็ไม่เปลี่ยนความจริงเื่ที่หยางน่าตายไปแล้ว!”
“เสด็จพ่อ ข้ามีสติครบสมบูรณ์ทุกประการและรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ข้าไม่ได้้าเปลี่ยนความจริงอะไรทั้งนั้นข้าแค่้าแต่งหยางน่าเป็พระชายาเอกเพียงคนเดียวของข้าให้ศพของนางได้อยู่เคียงข้างข้าในสุสานหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
“เหลวไหล! ข้าเข้าใจว่าเ้ารู้สึกเ็ปต่อชะตาชีวิตของคนรักเ้าแต่คนก็ตายไปแล้วเ้าจะมัวยึดติดอยู่กับนางทำไมกัน ถือเสียว่าเป็เพียงฝันร้ายหนึ่งตื่นเท่านั้นชาตินี้พวกเ้าไร้บุญวาสนาต่อกันแล้ว ต่อให้มันจะเป็ความจริงที่เ้าไม่อยากจะยอมรับแต่เ้าก็ต้องยอมรับให้ได้!”
“ซางฉีเ้าเป็ถึงองค์รัชทายาท ชีวิตเ้ามีค่าต่อแผ่นดินมากเพียงไรเ้าก็รู้จงทำในสิ่งที่เ้าสมควรทำต่อไปและหากเ้า้าดำรงตำแหน่งนี้อย่างมั่นคงจงอย่าให้หัวใจมาอยู่เหนือสมองของเ้า จำเอาไว้ว่าหัวใจของเ้าไม่ได้สำคัญมากไปกว่าหน้าที่อย่างไรเ้าก็ไม่ได้เกิดมาเพื่ออุทิศตนให้สตรีเพียงคนเดียวยังมีชีวิตของราษฎร์อีกมากมายที่รอหวังพึ่งพิงเ้า สตรีเป็เพียงส่วนประกอบเล็กๆในชีวิต แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเ้า”
“ซางฉี ข้าเคยบอกเ้าแล้วว่าการเป็กษัตริย์ที่ดีคือเป็กษัตริย์ที่ไร้รักเมื่อเ้าไร้รักแล้ว เ้าจึงจะมองภาพต่างๆ ได้อย่างชัดเจนความรักนั้นมีแต่จะทำให้จิตใจของเ้าอ่อนแอ ข้าหวังว่าเ้าจะเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้และไม่ปล่อยให้มันควบคุมตัวเ้าได้อีกอย่ามัวเสียเวลากับเื่ความรักไร้สาระพวกนี้จงทำใจยอมรับมันให้ได้และกลับมาทำสิ่งที่ควรจะทำโดยเร็ว”
มู่หลงซางฉีมองดูผู้เป็บิดากล่าวถ้อยคำกล่าวนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยเขาทำได้แค่เพียงหัวเราะกับตัวเองเท่านั้นดูเหมือนว่าในชีวิตนี้จะมีแค่คนคนเดียวที่เข้าใจเขาทว่าตอนนี้คนผู้นั้นกลับทิ้งเขาไปเสียแล้วนางทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้เพียงลำพัง
ฉับพลันนั้นชายหนุ่มก็เงยหน้าหัวเราะออกมามันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่เปี่ยมสุข ตรงกันข้ามกลับเป็เสียงหัวเราะเยาะที่ฟังแล้วเศร้าใจยิ่งนัก
ท่าทางเหม่อลอยไร้สตินั้นยิ่งทำให้ผู้เป็ใหญ่ในแผ่นดินรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาก่อนจะตวาดพระสุรเสียงด้วยความโกรธกริ้วไปว่า “นี่เ้าเป็บ้าไปแล้วรึ ลองดูสภาพเ้าในตอนนี้สิบุตรชายที่ข้าภาคภูมิใจ ตอนนี้กลายเป็ตัวอะไรไปแล้วเ้าอ่อนแอเช่นนี้แล้วข้าจะวางใจให้เ้าครองบัลลังก์ต่อไปได้อย่างไรกัน”
แม้จะถูกตำหนิอย่างรุนแรงทว่ามู่หลงซางฉีกับทำแค่เพียงยิ้มเยาะมุมปากเท่านั้นและเอ่ยถามสิ่งที่เขารู้สึกสงสัยอยู่ในใจออกมา“หากเสด็จพ่อ้าให้ข้าไร้รักั้แ่คราแรก้าให้ข้าคำนึงถึงเพียงความผาสุกของราษฎร เช่นนั้นท่านมอบนางให้ข้าทำไมท่านสอนให้หัวใจดวงนี้รู้จักรักทำไม หนสุดท้ายกลับมาบอกให้ข้าลืมมันไปดั่งเช่นความฝันหนึ่งตื่น ข้าลืมไม่ลง...”
ถ้อยคำนั้นทำให้ชายวัยกลางคนในอาภรณ์สู่ศักดิ์หยุดชะงักไปเล็กน้อยจริงอยู่ที่คราแรกเขามอบเด็กสาวคนนั้นให้บุตรชายยามนั้นบุตรชายต่อต้านเขาเป็อย่างมากทั้งยังไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนใดๆมีเพียงเด็กสาวผู้นั้นที่เขาสามารถใช้ชักจูงให้บุตรชายดำเนินไปตามแบบแผนที่เขาได้วางเอาไว้
แต่ใครจะไปคิดว่าของเล่นชิ้นโปรดที่เขามอบให้ในวันนั้นจะกลายมาเป็สิ่งที่ทำร้ายบุตรชายของเขาในวันนี้ได้สุดท้ายเขาก็ได้แค่เพียงแต่ทอดถอนใจออกมาเบาๆ “หากข้ารู้ว่ามอบนางให้แล้วเ้าจะเป็อย่างนี้ข้าก็คงไม่มีทางมอบนางให้เ้าหรอก”
แม้อยากจะเอ่ยถ้อยคำบางประการแต่เมื่อเห็นท่าทางที่เหนื่อยล้าและทรุดโทรมเสื่อมราศีของบุตรชายแล้วเขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยแค่เพียงว่า “ตอนนี้เื่มันก็เกิดขึ้นแล้วต่อให้เ้าไม่อยากทำใจยอมรับมันเพียงไร แต่สุดท้ายก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้อยู่ดีเพราะฉะนั้นปล่อยวางเสียเถอะข้าจะยอมให้เ้าทำเื่เหลวไหลนี้เพียงวันเดียวเท่านั้นหากพรุ่งนี้เ้ายังคงตั้งสติไม่ได้ ข้าจะสั่งให้คนนำตัวนางไปเสีย”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อ ลูกรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
พอสิ้นเสียงพูดนั้นแล้วร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีแดงตัวยาวก็เดินกลับเข้าห้องไปอย่างสงบนิ่งและนอนเคียงข้างร่างไร้ิญญาของหญิงสาวจวบจนฟ้าสาง
แสงอาทิตย์สาดส่องไปทั่วท้องนภาสีครามที่สดใสท้องฟ้าเมื่อยามหลังฝนตกนั้นดูสว่างกระจ่างใสกว่าปกติปุยเมฆสีขาวสว่างลอยละล่องเหนือแผ่นดินที่เขียวชอุ่ม ผู้คนยังคงตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตของตัวเองกันต่อไปทุกอย่างแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลยสักนิดสิ่งที่เปลี่ยนก็คือคนที่เขารักไม่อยู่แล้ว
ชายหนุ่มเปิดเปลือกตาขึ้นมาอย่างสงบนิ่งและมองดูร่างไร้ิญญาในชุดมงคลสีแดงสดก่อนเป็อันดับแรกนางนอนอย่างสงบนิ่งอยู่ข้างกายเขาตลอดทั้งคืน แม้เขาจะคิดว่าการทำเช่นนี้สามารถช่วยเยียวยาจิตใจของเขาได้บ้างแต่เปล่าเลย ภายในนั้นมันกลับว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม
แม้คนข้างกายจะกลายเป็เพียงซากศพที่นอนตัวแข็งทื่อไปแล้วแต่เขาก็ยังคงกอดนางไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่รังเกียจจวบจนกระทั่งหัวใจของเขาสงบลงแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยๆเหยียดตัวลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ฝ่ามือแกร่งอุ้มร่างบางในอาภรณ์สีแดงมงคลขึ้นมาอย่างทะนุถนอมและขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังสุสานหลวง
เหล่านางกำนัลและฮองเฮาต่างก็ยืนส่งร่างที่คุ้นเคยทั้งสองจากไปด้วยความโศกเศร้าเื่ราวที่ได้รับรู้นี้ทำให้ฮองเฮาทรงชราภาพลงไปหลายปีพระนางไม่อาจทำใจมองภาพที่อยู่ตรงหน้าได้ก่อนจะล้มลงไปอีกครา
“รีบตามหมอหลวงเร็ว!”
เพียงชั่วพริบตาบรรยากาศภายในวังหลวงก็แปรเปลี่ยนเป็มืดครึ้มในทันใดเื่ที่เกิดขึ้นกับพระชายาเอกในองค์รัชทายาทได้กลายเป็เื่ต้องห้ามในวังหลวงไปแล้วผู้คนต่างก็พากันหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเื่ราวอันน่าสลดนั้นด้วยกลัวว่าผู้เป็นายหญิงของวังจะมีอาการทรุดลงกว่าเดิม ภาพเหล่านี้ได้อยู่ในสายตาของชายวัยกลางคนในอาภรณ์สีทองสง่าั้แ่ต้นจนจบก่อนที่เขาจะทอดถอนใจออกมาอย่างแ่เบาและเดินกลับไปยังห้องทำงานดังเดิม
ต่อให้พบเจอกับเื่สูญเสียมากเพียงไรคนที่ยังอยู่ก็ต้องใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป เขาได้แต่หวังให้โอรสคนโตที่เขาภาคภูมิใจผู้นั้นเข้าใจถึงหลักการดำรงชีวิตนี้ได้โดยเร็ว
มู่หลงซางฉีไม่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกเลยสักนิดเขาสนใจแค่เพียงร่างในอ้อมแขนเท่านั้น จวบจนเมื่อเขาได้มาถึงที่หมายแล้วชายหนุ่มก็ได้พาหญิงสาวไปส่งให้กับหมอเทวดาผู้หนึ่งที่เขาให้คนเชิญตัวมาเป็พิเศษ
ในเวลานี้เองหลี่เซิงก็ได้ก้าวเดินเข้ามาก่อนจะส่งมอบกล่องหยกล้ำค่าสองใบให้กับผู้เป็เ้านายมู่หลงซางฉีรับกล่องนั้นมาและเปิดออกดู กล่องแรกนั้นคือมือเล็กที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดีบัดนี้มือข้างนั้นได้รับการปรับแก้และแต่งเติมให้ดูงดงามเขามองดูด้วยความอาลัยก่อนจะส่งให้หมอเทวดาที่อยู่ข้างกาย เพื่อให้เขาเชื่อมผสานกลับสู่สภาพเดิม
มู่หลงซานฉีเบนสายตามายังกล่องหยกเย็นล้ำค่าใบที่สองเมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็ผิวเนื้อคุ้นเคยที่เพิ่งถูกลอกออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบถึงแม้เขาจะมองดูิันั้นด้วยดวงตาที่สงบนิ่งทว่าในใจกลับเ็ปร้าวร้านเหมือนโดนคนฉีกทึ้งหัวใจออกไปเขาปิดฝากล่องลงอย่างแ่เบา ก่อนจะมอบมันให้กับหมอเทวดาและพูดออกมาอย่างยากลำบากว่า“ทำให้นางกลับมาสมบูรณ์ที่สุด”
“พ่ะย่ะค่ะ” หมอเทวดาชราผู้นั้นพยักหน้าให้กับเด็กรับใช้ข้างกายก่อนที่ทั้งสองจะช่วยนำสิ่งที่เป็ของสตรีผู้นั้นกลับคืนสู่ร่างเดิม
[1]ยามจื่อหมายถึง่เวลาประมาณ 23.00-00.59 น.