เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 42

    ทุกคนเข้ามาดูอาการของท่านประธานในทันที เรื่องที่เกิดขึ้นมันช่างหนักหนาเกินจะแก้ไขแล้วจริงๆ แต่ทุกคนกลับลืมคิดไปเลยว่าจุดเริ่มต้นมันเกิดจากเพียงแค่ ‘การจอดรถ’ ในพื้นที่ผู้บริหารเท่านั้นเอง“สวัสดีครับ ผมขออนุญาตแนะนำตัวสักเล็กน้อย ผมมีชื่อว่า เกียรติไกร เป็นเอเจนซี่ด้านการเงินของคุณอนุวัฒน์.. ผมขอแจ้งให้ท่านประธานทราบว่า ผมกำลังจะโอนสายของคุณให้กับคุณอนุวัฒน์ และผมไม่แน่ใจว่าเขามีปัญหาทางด้านใด แต่จากที่คาดการณ์ไว้ คงจะมีปัญหาเกี่ยวกับห้างสรรพสินค้าโดยตรง.. พร้อมนะครับ..”เกียรติไกรไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้กล่าวอะไรเลยสักคำ เขาไม่ต้องการให้คุณอนุวัฒน์รอสายนานเกินไป เขาต้องพูดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ชัยวัฒน์ที่ฟังก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ฝ่ายบริหารเองก็สงสัยเช่นกัน แต่พวกเขายังไม่ทันตั้งตัวใดๆ ไม่ทันได้คิดอะไรเลยทั้งนั้น สายก็ถูกโอนไปแล้ว“ต้องขออภัยคุณอนุวัฒน์ที่ให้รอสายนานครับ ผมประชุมสายกับประธานเครือ NPC เรียบร้อยแล้วครับ” เกียรติไกรรายงานกับไอซ์“สวัสดี.. ผมชื่ออนุวัฒน์ และถ้าหากว่าคุณกำลังดูข้อมูลอยู่ คุณจะทราบว่าผมซื้อหุ้นของห้างเครือ NPC เอาไว้เป็นจำนวน 7.5 เปอร์เซ็นต์ แน่นอนว่าผมที่เป็นหนึ่งในเจ้าของห้าง ผมมีสิทธิ์ที่จะรายงานความไม่เหมาะสมของผู้ดูแลห้างสรรพสินที่จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่” ไอซ์กล่าวอย่างใจเย็น ส่วนหนึ่งสาวที่ได้ยินไอซ์กล่าวก็เริ่มหน้าซีดขึ้นมา เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอกำลังพบเจอกับใคร“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์ ผมชื่อว่าชัยวัฒน์ และผมได้ดูข้อมูลตามที่คุณกล่าวมา แน่นอนว่าคุณเป็นหนึ่งในเจ้าของห้างของเรา ไม่ทราบว่าคุณกำลังพบเจอปัญหาใด หรือความไม่เหมาะสมใดของผู้ดูแลห้างของเราครับ โปรดแจ้งกับผมได้เลย” ชัยวัฒน์กล่าวถามกับไอซ์อย่างสุภาพ“เรื่องที่ผมต้องการแจ้งเหตุนั้นก็คือ เรื่องเกี่ยวกับพื้นที่พิเศษในการจอดรถ และผมก็ได้อ่านรายละเอียดอย่างดีแล้วทราบว่า ผมสามารถจอดได้อย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ผมกลับพบปัญหากับการจอดรถของผม โดยภรรยาของผู้ดูแลห้างสรรพสินค้า เธอชื่อว่าเกศรา และเธอต้องการให้ผมย้ายรถของผมออกไป เรื่องนี้คุณคิดว่าอย่างไรบ้างครับ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับจิกตามองไปที่เกศราโดยเฉพาะ หน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนก็เหงื่อไหลเป็นทางด้วยเช่นกัน“ผมทราบดีว่าปัญหาที่คุณได้พบเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ผมสามารถจัดการให้กับคุณได้” ชัยวัฒน์กล่าว แต่สำหรับไอซ์แล้วมีบางเรื่องที่ใครก็ตามไม่สามารถมาพูดกับเขาได้ และมันเป็นกฎอันดับหนึ่งที่อยู่ในใจเขาเสมอๆ นั่นคือเรื่องของครอบครัว“ต้องขอโทษด้วย ผมมีกฎของผม ใครจะด่าผมว่าไอ้โง่ หรือ ด่าผมเป็นคนชั้นต่ำผมไม่เคยโกรธ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขาต้องการใครสักคนที่จะกล่าวด่า กล่าวว่า ให้ร้ายกับครอบครัวของผม มันจะไม่มีคำว่าให้อภัย หรือ ให้โอกาส.. และผมจะแจ้งให้กับคุณทราบว่าผมไม่ต้องการถือหุ้นของเครือ NPC แล้ว.. คุณเกียรติไกรจัดการให้ผมทันที” ไอซ์กล่าวกับประธานด้วยน้ำเสียงที่แสนจะเย็นชา“ครับ.. ทำการขายหุ้นของเครือ NPC ทั้งหมดเรียบร้อยแล้วครับคุณอนุวัฒน์” เกียรติไกรกล่าวขานรับคำสั่ง เสียงจากการเปิดลำโพงก็ทำเอาฝ่ายบริหารทุกคนก็ต่างตกใจ เพียงแค่เรื่องพื้นที่จอดรถเท่านั้น พวกเขาถึงกับต้องเสียผู้ถือหุ้นไปถึง 7.5 เปอร์เซ็นต์คืนให้กับธนาคารผู้ดูแล“ท่านประธานครับ..” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา หลังจากที่เขาเห็นว่าตัวเลขหุ้นมีการเปลี่ยนแปลง ก่อนจะเอาขึ้นจอใหญ่ ชัยวัฒน์มองตัวเลขบนจอแสดงผล มันรายงานว่าหุ้นเครือ NPC ของเขาได้กลับคืนสู่ธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ผมขอแจ้งให้กับท่านประธานเครือ NPC ทราบ ทางธนาคารของเราไม่สามารถถือหุ้นใดๆที่เกี่ยวข้องกับเครือ NPC ได้อีกแล้ว กรุณาติดต่อกับธนาคารเพื่อชำระหนี้สิน และรับหุ้นของพวกคุณกลับคืนไป” เกียรติไกรกล่าวแทรกขึ้นมา เพื่อแจ้งให้กับประธานเครือ NPC“เดี๋ยวก่อนนะครับ ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ..ผมสามารถแก้ไขได้จริงๆนะครับ” ชัยวัฒน์ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงแต่เสียเงินทุนของผู้ถือหุ้นก็ว่าแย่แล้ว แต่มันยังมีผลกระทบถึงระบบธนาคาร และการเงินของเครืออีกมหาศาล เขาไม่คิดว่าธนาคารจะเอื้อให้กับคุณอนุวัฒน์มากขนาดนี้เกียรติไกรทำการแจ้งข่าวอย่างรวดเร็วกับทางต้นสังกัด แม้ว่าฝ่ายบริหารของธนาคารจะเสียดายกับผลกำไรของเครือ NPC แต่มันก็เทียบไม่ได้กับธุรกิจของตระกูลหลินที่มีคุณอนุวัฒน์เป็นเจ้าของกว่าครึ่งได้“ผมหมดธุระแล้ว ผมคงต้องขออนุญาตวางสายก่อน.. อ๋อ!! จริงสิ ผมขอแจ้งให้กับคุณทราบว่าบริษัทหลินกรุ๊ปของเรา จะขอยกเลิกการร่วมมือกับทางห้างเครือ NPC ทุกประเภท ห้างร้านในเครือทั้งหมด งานแสดงโชว์สินค้า ทุกๆอย่างจะถือว่ายกเลิก และจะเสร็จสิ้นภายใน 3-5 วัน ขอให้คุณโชคดี” ไอซ์กล่าวพร้อมกับกดวางสายในทันที“เดี๋ยวก่อนครับ.. เออ คุณอนุวัฒน์ครับ..” ตอนนี้เขาแทบจะกลายเป็นบ้าเลยทีเดียว วิกฤตครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับกิจการของเขาแล้ว ความสิ้นหวังกำลังเกาะกินอยู่ในหัวใจ เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี แต่เมื่อเห็นว่าสายยังติดอยู่ เขาก็ไม่อายใครทั้งนั้นในตอนนี้ เอ่ยถามกับเกียรติไกรในทันที“คุณเกียรติไกรครับ คุณพอจะช่วยเหลือผมในครั้งนี้ได้ไหม.. อย่างน้อยก็ช่วยบอกสักหน่อยว่าคุณอนุวัฒน์เขาเป็นใครกันแน่.. ผมจะได้ไปกล่าวขอโทษเรื่องนี้ได้ถูกคน ถูกที่ เข้าได้ถูกทาง” ชัยวัฒน์กล่าวออกมาอย่างร้อนรน ข้อมูลที่เขามีในตอนนี้อนุวัฒน์เป็นเพียงแค่ชายหนุ่มไม่ได้มีพื้นหลังอะไรทั้งนั้น เพียงแค่การกล่าวปฏิเสธจากเขา ทำไมถึงทำให้เขาสูญเสียได้มากขนาดนี้“เห้อ!!.. คุณชัยวัฒน์ เรื่องนี้ผมเองก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรคุณได้เช่นกัน แต่อย่างน้อยคุณก็ควรที่จะได้ทราบ.. ผมจะบอกให้ คุณอนุวัฒน์เป็นคนสนิทของคุณเทียนหลง คำพูดของเขาคือคำพูดของคุณเทียนหลง นอกจากนี้คุณอนุวัฒน์ยังเป็นเจ้าของเครือบริษัทหลินกรุ๊ปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยหุ้นในเครือประเทศไทยทั้งหมด 60 เปอร์เซ็นต์ ทั่วโลกอีก 10 เปอร์เซ็นต์ และยังมีอีกหลายธุรกิจที่เขาเป็นเจ้าของร่วม หนึ่งในนั้นคือ StarPonit Entertainment จะว่าไปคุณก็ยังถือว่าโชคดีไม่น้อยเลยทีเดียว ที่เขาไม่ได้ประกาศผ่านระบบดันเจี้ยน ไม่อย่างนั้นการแบนครั้งใหญ่จะปรากฏให้คุณได้เห็นอีกครั้ง” เกียรติไกรกล่าว ก่อนที่เขาจะวางสายไป ทั้งห้องประชุมในตอนนี้ทุกคนที่อยู่ถึงกับนิ่งเงียบ หลังจากที่ได้ยินคำตอบแล้ว ในใจของพวกเขาคิดได้เพียงอย่างเดียวคือ ‘จบสิ้นแล้ว’ เลขาประจำตัวของชัยวัฒน์ก็ได้แต่วิ่งเข้ามาสอบถามกับคำตอบที่ควรจะให้กับผู้ดูแลห้าง หุ้นส่วน เพราะพวกเขาไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น จู่ๆร้านในห้างจำนวนไม่น้อยเลยที่กำลังเลื่อนประตูเลื่อนลง และยังกล่าวว่าปิดทำการ จำนวนมันไม่ใช่น้อยๆ มันตีได้เป็นหนึ่งในห้าของจำนวนร้านทั้งหมด นับว่าหลินกรุ๊ปมีอิทธิพลมากจริงๆ และถ้าหากร้านอีกหลายร้านรู้ว่าห้างของพวกเขามีปัญหากับคนของคุณเทียนหลง พวกเขาจะทำยังไง บางทีทั้งห้างอาจจะเหลือแค่รปภ.เท่านั้นที่เดินตรวจตรา“ไอ้หมอนั่นมันเป็นใคร เอาชื่อมันมา เดี๋ยวนี้!!.. ส่วนแก ทำยังไงก็ได้ ติดต่อกับคุณอนุวัฒน์ให้ได้.. เกิดวิกฤตขนาดนี้ พวกแกยังจะมัวนั่งนิ่งกันอีกหรือไง คิดหาทางช่วยกันสิ...” ประธานเริ่มอาละวาดกับที่ประชุม เขายื่นพร้อมกับชี้หน้าด่าทุกคนเรียงตัว ก่อนที่จะปวดศีรษะเนื่องจากความเครียดกินสมองอย่างฉับพลัน“ท่านประธาน ครับ/คะ.. เรียกรถพยาบาลเร็วเข้า..”