“อะไรนะ! ผมถูกไล่ออกได้ยังไงกัน!!”เสียงตะโกนด้วยความตกใจดังลั่นห้องเจ้าของเสียงในเวลานี้ตัวสั่นไปหมดแล้ว
ยังไม่ทันทีเขาจะได้ไปไหนก็พบว่าบริษัทได้โทรมาว่าได้ทำการไล่เขาออกเป็นที่เรียบร้อยแล้วแบบนี้เขาจะทำยังไงดีล่ะ ?
“เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในคลิป ?มันไม่ใช่นะครับ มันเป็นคลิปตัดต่อ ไม่ใช่คลิปเต็มด้วยซ้ำตอนนี้ผมก็อยู่สถานีตำรวจให้พวกเขาเป็นพยานก็ได้ เดี๋ยวก่อนสิครับท่านประธานเดี๋ยว...”เหอจุนพยายามจะกล่าวอธิบายออกมาแต่ก็เหมือนจะสายไปเสียแล้วเพราะปลายสายทำการวางแล้วนั่นเอง
ไม่ว่าเขาจะพยายามต่อสายใหม่อีกกี่ครั้งก็พบว่าสายไม่ว่างสักทีดูเหมือนอีกฝ่ายจะทำการบล็อคเบอร์เขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“บัดซบ! ฉันจะฟ้องพวกแกให้หมดมาไล่ฉันออกไม่มีเหตุผลแบบนี้”เหอจุนสบถออกมาด้วยความหัวเสีย
แล้วแบบนี้เขาจะทำยังไงต่อดีนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน ? พวกรองสารวัตรกำลังจัดการไอ้เย่เซวียนให้ไม่ใช่รึไงทำไมบริษัทของเขาถึงได้รีบแสดงท่าทีแล้วไล่เขาออกแบบนี้ล่ะหรือมันจะเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ
แกร๊ก ปั้ง!
มีใครบางคนบิดลูกบิดประตูก่อนจะใช้เท้าถีบเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทำให้เหอจุนสะดุ้งจนต้องหันไปมองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นรองสารวัตรเขาก็ค่อยใจเย็นลงได้หน่อย
แต่ทำไมพี่เชียงถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ? เหมือนอยากจะฆ่าคนยังไงก็ไม่รู้
“มีอะไรรึเปล่าครับพี่ ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหม” เหอจุนกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้นการที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาแบบนี้แสดงว่าเรื่องของเย่เซวียนน่าจะเรียบร้อยแล้ว
สมน้ำหน้ามัน! ตอนนี้คงถูกขังคุกไปแล้วแน่ ๆ อยากมาทำร้ายเขาก็ต้องโดนแบบนี้แหละ!!
เผี๊ยะ! เผี๊ยะ!เผี๊ยะ!
“พี่เชียง! พี่ตบผมทำไม??”เหอจุนร้องออกมาเสียงหลงหลังจากถูกอีกฝ่ายตบที่หน้าอย่างแรงถึงสามทีการตบแต่ละครั้งทำให้ใบหน้าของเขาหันไปตามทิศทางที่มือของอีกฝ่ายตบพร้อมกับมีรอยช้ำเกิดขึ้นทันทีบ่งบอกว่าอีกฝ่ายตบแรงขนาดไหน
“ฉันไม่ฆ่าแกก็บุญแล้ว! แกไม่รู้รึไงว่าแกทำอะไรลงไป!!” รองสารวัตรคำรามออกมาด้วยความโกรธ
ทำไมเขาถึงได้โง่ไปเชื่อไอ้เวรตรงหน้านี้ได้นะ! ในตอนนี้เขาได้แต่ภาวนาว่าอีกฝ่ายจะไม่เอาเรื่องเขาแล้วปล่อยผ่านไปเท่านั้นหลังจากนั้นก็ค่อยทำเรื่องย้ายไปอยู่สถานีอื่นอีกทีให้เรื่องมันซาลงค่อยว่ากันใหม่
“อะไรกัน มีอะไรเหรอพี่ บอกผมหน่อยได้ไหม ?” เหอจุนรีบกล่าวออกมาด้วยความลนลาน
การที่อีกฝ่ายซึ่งเป็นถึงรองสารวัตรทำตะคอกและทุบตีเขาแบบนี้แสดงว่าต้องเกิดเรื่องเลวร้ายอย่างมากขึ้นแล้วเพราะไม่งั้นด้วยผลประโยชน์ที่มีร่วมกันมาเสมออีกฝ่ายไม่มีทางแสดงออกแบบนี้กับเขาแน่นอน
“แกไม่รู้ใช่ไหมว่าคนที่แกไปหาเรื่องเป็นใคร ?” รองสารวัตรเค้นเสียงออกมาอย่างอดทนเขาพยายามจะห้ามมือห้ามเท้าไม่ให้ซัดเข้าใส่อีกฝ่าย
“ก็เย่เซวียนไอ้บ้านนอกยากจนที่บังเอิญรวยขึ้นมาไม่ใช่เหรอพี่ ?”เหอจุนตอบกลับไปด้วยความไม่เข้าใจหรือไอ้เย่เซวียนมันมีเบื้องหลังยิ่งใหญ่อะไรสักอย่าง
บรรพบุรุษหรือต้นตระกูลมันร่ำรวยมีอำนาจมากในเมืองหลวง? หรือมันเป็นทายาทอภิมหาเศษรฐีอะไรแบบนั้นรึไง ?
เผี๊ยะ! เผี๊ยะ!
ครึ่งหลัง
“ไม่ใช่โว้ย ! ไอ้นั่นมันไม่มีอะไรหรอกแล้วแกไม่รู้ใช่ไหมว่าผู้หญิงตัวเล็กที่อยู่กับเย่เซวียนเป็นคนของตระกูลฮวา!!” รองสารวัตรตวาดออกมาอย่างเหลืออดพร้อมกับตบหน้าอีกฝ่ายไปอีกสองที
“ตระกูลฮวา! ตระกูลฮวานั่นเหรอครับ??” เหอจุนทวนคำของอีกฝ่ายด้วยความตกใจ
ทำไมเขาจะไม่รู้จักตระกูลฮวากันนั่นเป็นตระกูลระดับสูงของจังหวัดนี้เลยนะแค่ตระกูลนั้นขยับตัวนิดเดียวบริษัทที่เพิ่งจะไล่เขาออกก็ล่มสลายได้แล้ว
ถึงว่าทำไมทางบริษัทถึงได้รีบไล่เขาออกโดยไม่สนใจว่าจะโดนเขาฟ้องหรือไม่ขนาดนี้
“เออสิวะ! นั่นเป็นคุณหนูฮวาหวู่หลิงหลานคนโปรดของผู้นำตระกูลฮวานะโว้ย!” รองสารวัตรกล่าวออกมาอีกครั้งคราวนี้เขาควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้จนตะโกนออกมาเสียแล้ว
“.... แล้วเราจะทำยังไงกันดีครับพี่” เหอจุนนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา
“เอาเป็นว่าฉันจะจับกุมแกเอาไว้ก่อนทำเป็นว่าเราทำตามขั้นตอนกฎหมายพอถึงเวลารอเรื่องเงียบค่อยแยกย้ายกันอีกที”รองสารวัตรกล่าวออกมาก่อนจะยื่นเอกสารให้เหอจุนกรอก
“เอกสารอะไรครับ...ยินยอมรับความผิดที่ก่อขึ้นแต่ถ้าผมเซ็นไปเท่ากับว่าผมจะมีประวัติเสียเลยไม่ใช่เหรอครับ” เหอจุนรับเอกสารมาก่อนจะอ่านอย่างละเอียด สักพักหนึ่งเขาก็กล่าวออกมา
เนื้อหาใจความของเอกสารระบุไว้ว่าตัวของเขาเหอจุนเป็นผู้แจ้งความเท็จทำให้ตำรวจเคลื่อนไหวไปจับกุมเย่เซวียน ฮวาหวู่หลิง และกลุ่มบอดี้การ์ดซึ่งตัวเขาได้ทำการสารภาพและยอมรับทุกกรณี
“แล้วยังไง ? แกมีวิธีที่ดีกว่านี้ ?” รองสารวัตรกล่าวออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
เขาหาวิธีช่วยก็ดีแค่ไหนแล้วยังจะเรื่องมากอีก ?
“ไม่ครับ พี่ว่ายังไงผมก็ว่ายังงั้นแหละ” เหอจุนได้แต่ยอมรับอย่างไม่อาจทำอะไรได้ ในเวลานี้เขาต้องยอมไปก่อนแล้วค่อยหอบเงินเก็บหนีให้เร็วที่สุดเพราะเขาไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ยิ่งไปมีเรื่องกับตระกูลฮวายังไงก็จบไม่สวยแน่นอน
...
“นี่บ้านนายเหรอ ?”ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาด้วยความแปลกใจ
หลังจากที่พวกเขาขับรถมาตามการบอกทางของเย่เซวียนเป็นเวลากว่าสองชั่วโมงก็ได้เข้ามายองซอยถงเหอซึ่งเป็นซอยเล็กๆ แทบไม่มีผู้คนผ่านไปมาสักเท่าไหร่ซอยถงเหออยู่ชานเมืองทิศตะวันตกของจังหวัดชางโจว
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาก็คือร้านค้าขนาดประมาณ40 ตรว. มีขนาดทั้งหมดสองชั้นชั้นแรกที่ได้เห็นเป็นแบบเปิดกว่างมีบานพับเหล็กปิดอยู่หลังจากเย่เซวียนเดินไปไขกุญแจที่ล็อคเอาไว้เขาก็เปิดบานพับเหล็กขึ้นไปจนได้เห็นกับสภาพภายในร้าน
“ใช่แล้วเป็นทั้งร้านขายของเก่าแล้วก็บ้านของฉันเอง”ชายหนุ่มกล่าวออกมาพลางเดินไปเปิดสวิตซ์ไฟ ในตอนนี้ก็เวลาหกโมงเย็นแล้วรอบบริเวณจึงเริ่มที่จะมืดลง
“ขอฉันเดินดูหน่อยได้ไหม ?” ฮวาเสี่ยวชิงที่เพิ่งจะลงมาจากรถกล่าวถามออกมา
“เชิญตามสะดวกได้เลยครับของทุกชิ้นมีคุณภาพเกินจากที่ตาเห็นแน่นอน ผมรับรองได้เลย”ชายหนุ่มหันมายิ้มให้ก่อนจะกล่าวออกมา ถึงมันจะฟังดูเกินจริงไปหน่อยก็เถอะ
“เอ๊ะ แจกันอันนี้...”ฮวาหวู่หลิงเดินเข้าไปหยิบแจกันอันหนึ่งขึ้นมาดู
มันเป็นแจกันเซรามิกเก่าๆ ที่มีสีขาววาดลวดลายดอกไม้และภูเขาเอาไว้ ดูภายนอกก็คงเหมือนแจกันธรรมดาทั่วไป
“เธอนี่ตาถึงจริง ๆแจกันนี่เป็นถึงแจกันโบราณจากจิตรกรสมัยราชวงศ์ชิงเลยนะ หายากมากเลยล่ะ” ชายหนุ่มรีบบรรยายสรรพคุณออกมาอย่างเต็มที่ส่วนมันเป็นของจริงหรือไม่นั้น เขาก็ไม่ทราบเหมือนกันรู้แค่ว่าปู่ของเขาบอกมาแบบนี้
“จริงเหรอ ? แล้วราคาเท่าไหร่ล่ะ” ฮวาหวู่หลิงทำหน้าตาเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะเอาไว้ก่อนจะถามออกมา
“แค่ห้าแสนหยวนเท่านั้นเอง ! ปกติขายกันหลายล้านหยวนเลยนะแต่เห็นว่าเป็นเพื่อนกันฉันเลยลดให้พิเศษ” เย่เซวียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงใจเหมือนกับว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นเป็นความจริงทุกประการ
“ห้าแสนเองเหรอถูกมากเลยนะเพราะล่าสุดคุณยายฉันซื้อแจกันโบราณมาตั้งห้าสิบล้านหยวนแหนะนายใจดีมากจริง ๆ”ฮวาหวู่หลิงกล่าวออกมาทำให้พี่สาวของเธอที่กำลังเดินดูของในร้านอยู่หันมามองด้วยความสนใจ
“ชะ.. ใช่ไหมล่ะ ฉันลดให้พิเศษอยู่แล้ว” เย่เซวียนที่ไม่คิดว่าแจกันมันราคาแพงได้ถึงขนาดนั้นก็เริ่มลนลานออกมา
ทำไมแจกันที่ปู่ซื้อมาถึงขายถูกนักล่ะหรือมันเป็นของปลอมกันแน่นะ ?
เนื่องจากชายหนุ่มปิดใช้งานดวงตาเที่ยงแท้เอาไว้เพราะมันแสดงรายละเอียดของทุกสิ่งในระยะสายตามันทำให้เขาปวดหัว ดังนั้นเขาจึงเลือกปิดใช้งานการแสดงรายละเอียดของสิ่งต่าง ๆเอาไว้แทน
ในตอนนี้เขามองเห็นแค่พวกวิญญาณและพลังงานประหลาดๆ ตามอากาศเท่านั้น
“ทำไมนายถึงชอบสะสมของปลอมจังเลยฉันล่ะไม่เข้าใจ”แต่คำตอบของหญิงตัวเล็กกลับไม่เป็นไปดั่งที่ชายหนุ่มคิด
เขารู้สึกเหมือนกับว่าถูกฟ้าผ่าลงที่กลางใจไม่มีผิดของปลอม.... ของปลอมอย่างนั้นเรอะ!!