ฝนด้านนอกราวกับจะต้อนรับการกระทำของตงเหริน คล้ายกับสามีรับรู้แล้ว
“นายน้อยครับ...”
วอดก้าเป็นห่วงรีบนำร่มในรถมากาง นอกจากนั้นเหตุการณ์วันนี้ยังทำให้พวกเขาประหม่า รู้สึกว่านายน้อยเนี่ยต่างไปจากเดิม ไม่ใช่ชายหนุ่มสมองเพี้ยนแล้ว แต่เป็นชายที่โหดเหี้ยมจนน่ากลัว แต่พวกเขาไม่กล้าถามมาก ต่างทำตัวเป็นสุนัขซื่อสัตย์
เนี่ยฝานโบกมือว่าไม่เป็นไร
“เรื่องนี้ห้ามบอกพ่อแม่ผม แค่บอกว่าผมช่วยเธอจัดการธุระเล็กน้อยของเธอเพราะชื่นชมในความสวยเท่านั้น”
“เข้าใจแล้วครับ” วอดก้าและรัมพยักหน้ารับและไม่พูดอะไรต่อ
สายฝนที่ตกลงมาค่อยๆ หยุด แต่ในบ้านหลังนี้ยังมีกลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปหมด เนี่ยฝานไม่ได้อยู่ต่อแต่นั่งรถออกไปก่อน สำหรับการจัดการทำความสะอาดจะเป็นหน้าที่ของรัม ส่วนตงเหรินเตรียมเก็บของเพื่อที่จะไปหยูโจวกับเขา
เนี่ยฝานมาถึงบ้านพักหลังเก่า ที่นั่นชิงฟ่านเองก็พร้อมที่จะกลับแล้ว เมื่อเห็นเนี่ยฝานกลับมาจากข้างนอกแล้วหล่อนจึงเหยียบรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาหาเขา
“หมดเรื่องที่นี่แล้ว นายน้อยเนี่ยจะกลับเลยไหมคะ” ชิงฟ่านถาม ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
“คงกลับเลยล่ะ แต่จะว่าไปอากาศที่จิ่วจงก็ดีจริงๆ น่าปลูกบ้านสักหลัง ไว้มาพักผ่อนเล่นตอนเบื่อเมือง”
“ฮิฮิ นายน้อยเนี่ยคิดเหมือนฉันเลยนะคะเนี่ย เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะหาบ้านให้นะคะ ทำเลดีๆ และมีน้ำตกด้วย”
“ขอบใจนะครับ แต่จะดีมากกว่านี้หากมีพี่สาวชิงอยู่ข้างๆ เช่นการลงแช่บ่อน้ำพุร้อนด้วยกัน”
“นั่นมัน...”
วงหน้าของชิงฟ่านเห่อร้อน แต่กลับไม่ได้ปฏิเสธ ดูเหมือนว่าหล่อนยอมรับกลายๆ แสดงให้เห็นว่าเนี่ยฝานยังมีโอกาส
หลังจากเก็บของเสร็จแล้วเนี่ยฝานบอกกับเธอว่ากลับไปก่อนได้เลย เพราะเขาน่าจะแวะที่อื่นอีก ซึ่งความจริงแล้วนั่นกำลังโกหก เพราะตอนนี้กำลังรอตงเหรินเคลียร์ของที่บ้านต่างหาก
“โอเคงั้นเราแยกกันตรงนี้ ถ้ายังไงกลับถึงบ้านแล้วโทรหาฉันด้วยนะคะ”
เนี่ยฝานประหลาดใจไม่คิดเลยว่าชิงฟ่านซึ่งเย็นชามาโดยตลอดจะเป็นฝ่ายริเริ่มพูดคำหวานๆ แบบนี้ ราวกับความรักผลิบานของนักศึกษามหาวิทยาลัยแน่ะ แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธ แม้ว่าจะไม่มีระบบสุนัขเลียที่เพิ่มคะแนนด้วยการจีบสาวเหมือนกับนิยายหลายๆ เรื่อง ที่เคยวาดภาพประกอบให้ก็ตาม ไม่นานตงเหรินขึ้นรถอีกคันมาที่นี่ จากนั้นเปลี่ยนมานั่งคันเดียวกับเนี่ยฝาน แล้วขบวนรถจึงค่อยๆ ขับออกไปจากจิ่วจง
.......
อาคารสำนักงานหนังสือพิมพ์ ชั้นบนสุดรายล้อมด้วยคนในชุดสูท
ชายซึ่งเหมือนกับประธานบริษัทนั่งดูรายงานการต่อสู้ของหนึ่งในกลุ่มกองโจรร้อยอสูรที่เพิ่งแพ้ไป ก่อนจะสบถคำหยาบ
“กุ้ยจวินตาย คิมัวเองก็ตาย นานเท่าไหร่แล้วตั้งแต่ก่อตั้งกองโจรร้อยอสูร นี่คือการสูญเสียที่มากเกินไปสำหรับงานสกุลเหมา!”
ประธานบริษัทที่มีผมสีเขียวอ่อนอารมณ์เสีย จิงซานอยู่ในวัยสามสิบ ภายนอกเหมือนนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แต่ใครจะรู้แท้จริงแล้วเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำกองโจรร้อยอสูร
“คุณจิงครับ การปะทะกับชิงฟ่านของบ้านประมูลไม่ใช่เรื่องง่าย ร่างกายของเธอเป็นเพชร นี่คือการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดก็ว่าได้ ดังนั้นต่อให้กุ้ยจวินจะมีร่างกายแข็งเหมือนวัวแต่มันไม่สำคัญ ต่อหน้าเพชรเราไม่มีทางชนะเลย นอกจากจะใช้จุดอ่อนอื่นของเธอ” เลขาแว่นกวนหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ให้คำแนะนำ
“โอ้...แล้วนายคิดว่าจุดอ่อนของชิงฟ่านอยู่ที่ไหน” จิงซานเลิกคิ้วสูง รอให้เลขาคนสนิทพูดต่อ
“จากข้อมูลชิงฟ่านเป็นลูกคนเดียว พ่อของเธอเป็นปริศนามาตลอดไม่มีข้อมูล ส่วนแม่เป็นนักธุรกิจที่บุกเบิกบ้านประมูลชิงเฟย แต่อยู่ๆ ข้อมูลตรงนี้ก็หายไป ปัจจุบันไม่ทราบที่อยู่ ดังนั้นภายใต้การสืบสวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เราพบว่าหล่อนมีความสนิทสนมกับหลินตงซึ่งเป็นเลขา นอกจากนั้นยงมีนายน้อยคนเล็กของสกุลเนี่ย”
“ผมไม่สนใจเลขานั่น แต่ต้องระวังเรื่องสกุลเนี่ย” จิงซานแสดงน้ำเสียงจริงจัง
“เข้าใจแล้วครับ ดังนั้นการซื้อขายครั้งนี้ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จกับสกุลเหมา จะถือว่าถูกระงับนะครับ” กวนหมิงแนะนำ การทำการค้าที่ไม่ได้กำไรมีแต่สูญเสียไม่คุ้มทุน อีกอย่างหนึ่งพวกเขาเสียคนไปถึงสองคน ไม่ใช่เรื่องฉลาดหากจะเข้าไปตอแยกับชิงฟ่านอีก
“พักเรื่องนี้ไว้ก่อน ส่วนเรื่องสกุลเหมาแม้ว่าจะเข้ามาหาเรื่องเพราะคนของเขาก็เสียชีวิตแต่อย่าได้สนใจ สำหรับผีดิบพวกนั้นต่อให้จะมีอายุถึง 150 ปี แต่มันไม่ต่างจากหนูในท่อ สิ่งที่ควรระวังคือสกุลเนี่ย” จิงซานกล่าวเตือนหลังจากนั้นจึงเลิกประชุม
...........
อีกด้านหนึ่ง บ้านหลังเก่าซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตัวอาคารบ้านราวกับโลงศพ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่หลายร้อยปี ลึกลงไปใต้ดินที่มีสิ่งสกปรกและซากสัตว์เน่าตาย ภายในโลงศพโบราณ ชายที่อยู่ในชุดจีนโบราณซึ่งถูกมัดด้วยโซ่เหล็กกำลังคำราม ราวกับสูญเสียตัวตน ประหนึ่งสัตว์ร้ายกระหายเลือด
“เฮ้อ...โซ่กำลังจะเอาไม่อยู่แล้ว เป็นบ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย หรือว่ายังไม่อิ่ม”
เหมาป้ายยืนอยู่ไม่ไกลจากโลงศพ ใบหน้าไม่สบอารมณ์นักเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า คนของเขาวิ่งเหยาะๆ มาแต่ไกล แล้วกระซิบข้างหู ก่อนจะทำให้ใบหน้าของเหมาป้ายเปลี่ยนไป เล็บมือของเขาเพิ่มขนาดเหยียดยาวขึ้นแล้วแทงไปที่ช่องท้องอีกฝ่ายทันที
“นายท่าน...” การโจมตีที่ไม่คาดฝัน ทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านี้ก่อนจะล้มลงบนพื้น
เหมาป้ายเช็ดเลือดบนเล็บมือ แล้วสะบัดมือทีหนึ่ง
“ขยะ! กลุ่มโจรร้อยอสูรเป็นแค่ขยะ กล้าดียังไงมาเรียกค่าเสียหายจากกสุลเหมาทั้งที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องสินค้าได้ นอกจากนั้นยังทำให้คนของฉันตาย หยกเลือดจักรพรรดิกลับไปอยู่ในมือของชิงฟ่าน แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ฉันจะได้อาศัยอยู่ในแสงแดดได้!”
เหมาป้ายระบายความโกรธออกมา ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ พวกเขารีบถอยห่าง เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงจนเสียชีวิต
“พี่ใหญ่หากกลุ่มโจรร้อยอสูรมันขี้ขลาด ถ้าอย่างนั้นเราลงมือเองเลยดีไหม ยังไงซะร่างกายของเราก็เป็นอมตะอยู่แล้ว หากมันไม่รู้ถึงข้อนั้นของเราก็ไม่มีอะไรต้องกลัว” เหมาเอี้ยนผีดิบที่มีร่างสูง 2 เมตรแนะนำ เขาดูไม่ค่อยสมส่วน สูงแต่ผอมแห้ง แต่หากดูให้ดีจะเห็นว่าช่วงแขนเรียวยาวมาก คล้ายกับกิ่งไม้ใกล้ตาย
เหมาป้ายหยุดอาละวาดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองน้องชายคนเล็กแล้วส่ายหน้า
“จริงอยู่ที่เรามีข้อได้เปรียบ แต่หากเคลื่อนไหวมากเกินไปอาจารย์เจ็ดจะต้องรู้ ไอ้พวกบ้านั่นมันยังตามล่าเราไม่เลิก แม้ว่าจะผ่านไปหลายร้อยปีแล้วก็ตามแต่มันยังสั่งสอนศิษย์ของมันให้เกลียดตระกูลเหมามาตลอด!”
“น่าเสียดาย โอ๊ะนั่นไม่ใช่หนูท่อหรือไง มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เหมาเอี้ยนบังเอิญเหลือบไปเห็นหนูอยู่ไม่ไกลจากปลายเท้า เหยียดแขนออกไปโดยไม่ต้องขยับตัว ทันใดนั้นแขนกลับยืดยาว ราวกับกิ้งไม้แหลมๆ เจาะเข้าไปในร่างหนู
เหมาป้ายเหลือบไปเห็น จากนั้นกระโดดเข้าไปหาน้องชายแล้วแย่งเอาหนูท่อเข้าปาก
“เดี๋ยวสิพี่ใหญ่ หนูตัวนี้ผมเจอมันนะ”
“หุบปาก! ฉันเองก็ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว แค่หนูตัวเดียวอย่าได้ทำเป็นหวง”
เหมาเอี้ยนอยากจะร้อง ทำได้เพียงเลียนิ้วเปื้อนเลือดหนู
........
เหวินจิงรู้ข่าวการกลับมาของเนี่ยฝานดังนั้นจึงมารออยู่หน้าวิลล่า เมื่อรถจอดหล่อนจึงเดินไปเปิดประตูให้ แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งมาด้วยข้างๆ เขาอันเป็นที่รัก เนี่ยฝานลงมาจากรถแล้วตีก้นเหวินจิง ทำเอาภรรยาสาวหน้าแดงก่ำ
“ฮี่ฮี่ เดี๋ยวผมจะอธิบายตัวตนของตงเหรินนะ ตอนนี้เข้าไปในบ้านก่อน”
“เข้าใจแล้วค่ะนายน้อย”
เหวินจิงมีการคาดเดาบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงสวยคนนี้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด รอให้นายน้อยแนะนำด้วยตัวเองแล้วกัน
โชคดีที่วันนี้สาวๆ อยู่กันพร้อมหน้า เมื่อเนี่ยฝานนั่งลงจึงแนะนำตงเหรินทันที สำหรับม่ายสาวเธอรู้อยู่แล้วว่าเขามีภรรยาหลายคนแต่ไม่รังเกียจ เพราะระหว่างนั่งรถมาด้วยกันเขาได้บอกเรื่องราวเกี่ยวกับที่บ้านคร่าวๆ
ตงเหรินเป็นคนที่จริงจังกับคำสัญญา ดังนั้นเมื่อรับปากว่าจะสร้างครอบครัวใหม่กับเนี่ยฝานจึงไม่ยึดติดว่าเขาจะมีใครบ้างในบ้าน
“สวัสดีพี่สาวตง ฉันอัลบายินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ฉันยูบิน ยินดีต้อนรับนะคะ”
สองสาวเริ่มแนะนำตัวเอง ก่อนจะหันไปมองเนี่ยฝานด้วยสายตาแปลกๆ ชายหนุ่มเกาศีรษะเก้อเขิน ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า
“นี่ๆ ทุกคน ตงเหรินไม่ใช่คนธรรมดาพี่สาวคนนี้มีความสามารถในการมองวัตถุโบราณ นอกจากนั้นยังมองเห็นสีของหยกที่ซ่อนอยู่ในหิน ฮี่ฮี่ หลังจากนี้รับรองว่าการเปิดหินจะเป็นเรื่องง่าย”
ได้ยินแบบนี้ยูบินถึงกับรีบเข้าไปพูดคุยกับตงเหริน ลืมความขุ่นเคืองที่มีต่อเนี่ยฝานโดยพลัน
อัลบาอดไม่ได้ต้องหยิกแขนสามีวัยละอ่อนไปทีหนึ่ง
“เจ้าเล่ห์นักนะ”
“ผมน่ะนะเจ้าเล่ห์”
“ก็ใช่น่ะสิ นายรู้ว่ายูบินชอบของพวกนั้นจึงจงใจพูดข้อดีของตงเหรินใช่ไหมล่ะ”
“ฮี่ฮี่ โดนมองออกซะแล้ว”
“ไม่รู้แหละไหนๆ ก็พาสาวเข้ามาในบ้านนายควรจะจัดงานเลี้ยงซะหน่อยนะ”
“แน่นอน ผมจะจัดงานเลี้ยงภายในบ้านเอง”
“อ้อ...ฉันอยากกินทุเรียนไทย ช่วยหาให้หน่อยสิ บังเอิญไม่กี่วันก่อนจ้าวหลิงหลิงนำมาให้ กินแล้วรู้สึกว่าถูกปาก แต่พอหาในท้องตลาดก็เจอแต่ทุเรียนจีนที่รสชาติแย่”