กบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ

    EP-44 ต่างฝ่ายต่างระวัง

    ฝนด้านนอกราวกับจะต้อนรับการกระทำของตงเหริน คล้ายกับสามีรับรู้แล้ว

    “นายน้อยครับ...”

    วอดก้าเป็นห่วงรีบนำร่มในรถมากาง นอกจากนั้นเหตุการณ์วันนี้ยังทำให้พวกเขาประหม่า รู้สึกว่านายน้อยเนี่ยต่างไปจากเดิม ไม่ใช่ชายหนุ่มสมองเพี้ยนแล้ว แต่เป็นชายที่โหดเหี้ยมจนน่ากลัว แต่พวกเขาไม่กล้าถามมาก ต่างทำตัวเป็นสุนัขซื่อสัตย์

    เนี่ยฝานโบกมือว่าไม่เป็นไร

    “เรื่องนี้ห้ามบอกพ่อแม่ผม แค่บอกว่าผมช่วยเธอจัดการธุระเล็กน้อยของเธอเพราะชื่นชมในความสวยเท่านั้น”

    “เข้าใจแล้วครับ” วอดก้าและรัมพยักหน้ารับและไม่พูดอะไรต่อ

    สายฝนที่ตกลงมาค่อยๆ หยุด แต่ในบ้านหลังนี้ยังมีกลิ่นคาวเลือดคลุ้งไปหมด เนี่ยฝานไม่ได้อยู่ต่อแต่นั่งรถออกไปก่อน สำหรับการจัดการทำความสะอาดจะเป็นหน้าที่ของรัม ส่วนตงเหรินเตรียมเก็บของเพื่อที่จะไปหยูโจวกับเขา

    เนี่ยฝานมาถึงบ้านพักหลังเก่า ที่นั่นชิงฟ่านเองก็พร้อมที่จะกลับแล้ว เมื่อเห็นเนี่ยฝานกลับมาจากข้างนอกแล้วหล่อนจึงเหยียบรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาหาเขา

    “หมดเรื่องที่นี่แล้ว นายน้อยเนี่ยจะกลับเลยไหมคะ” ชิงฟ่านถาม ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

    “คงกลับเลยล่ะ แต่จะว่าไปอากาศที่จิ่วจงก็ดีจริงๆ น่าปลูกบ้านสักหลัง ไว้มาพักผ่อนเล่นตอนเบื่อเมือง”

    “ฮิฮิ นายน้อยเนี่ยคิดเหมือนฉันเลยนะคะเนี่ย เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะหาบ้านให้นะคะ ทำเลดีๆ และมีน้ำตกด้วย”

    “ขอบใจนะครับ แต่จะดีมากกว่านี้หากมีพี่สาวชิงอยู่ข้างๆ เช่นการลงแช่บ่อน้ำพุร้อนด้วยกัน”

    “นั่นมัน...”

    วงหน้าของชิงฟ่านเห่อร้อน แต่กลับไม่ได้ปฏิเสธ ดูเหมือนว่าหล่อนยอมรับกลายๆ แสดงให้เห็นว่าเนี่ยฝานยังมีโอกาส

    หลังจากเก็บของเสร็จแล้วเนี่ยฝานบอกกับเธอว่ากลับไปก่อนได้เลย เพราะเขาน่าจะแวะที่อื่นอีก ซึ่งความจริงแล้วนั่นกำลังโกหก เพราะตอนนี้กำลังรอตงเหรินเคลียร์ของที่บ้านต่างหาก

    “โอเคงั้นเราแยกกันตรงนี้ ถ้ายังไงกลับถึงบ้านแล้วโทรหาฉันด้วยนะคะ”

    เนี่ยฝานประหลาดใจไม่คิดเลยว่าชิงฟ่านซึ่งเย็นชามาโดยตลอดจะเป็นฝ่ายริเริ่มพูดคำหวานๆ แบบนี้ ราวกับความรักผลิบานของนักศึกษามหาวิทยาลัยแน่ะ แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธ แม้ว่าจะไม่มีระบบสุนัขเลียที่เพิ่มคะแนนด้วยการจีบสาวเหมือนกับนิยายหลายๆ เรื่อง ที่เคยวาดภาพประกอบให้ก็ตาม ไม่นานตงเหรินขึ้นรถอีกคันมาที่นี่ จากนั้นเปลี่ยนมานั่งคันเดียวกับเนี่ยฝาน แล้วขบวนรถจึงค่อยๆ ขับออกไปจากจิ่วจง

    .......

    อาคารสำนักงานหนังสือพิมพ์ ชั้นบนสุดรายล้อมด้วยคนในชุดสูท

    ชายซึ่งเหมือนกับประธานบริษัทนั่งดูรายงานการต่อสู้ของหนึ่งในกลุ่มกองโจรร้อยอสูรที่เพิ่งแพ้ไป ก่อนจะสบถคำหยาบ

    “กุ้ยจวินตาย คิมัวเองก็ตาย นานเท่าไหร่แล้วตั้งแต่ก่อตั้งกองโจรร้อยอสูร นี่คือการสูญเสียที่มากเกินไปสำหรับงานสกุลเหมา!”

    ประธานบริษัทที่มีผมสีเขียวอ่อนอารมณ์เสีย จิงซานอยู่ในวัยสามสิบ ภายนอกเหมือนนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แต่ใครจะรู้แท้จริงแล้วเขาเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำกองโจรร้อยอสูร

    “คุณจิงครับ การปะทะกับชิงฟ่านของบ้านประมูลไม่ใช่เรื่องง่าย ร่างกายของเธอเป็นเพชร นี่คือการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดก็ว่าได้ ดังนั้นต่อให้กุ้ยจวินจะมีร่างกายแข็งเหมือนวัวแต่มันไม่สำคัญ ต่อหน้าเพชรเราไม่มีทางชนะเลย นอกจากจะใช้จุดอ่อนอื่นของเธอ” เลขาแว่นกวนหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ให้คำแนะนำ

    “โอ้...แล้วนายคิดว่าจุดอ่อนของชิงฟ่านอยู่ที่ไหน” จิงซานเลิกคิ้วสูง รอให้เลขาคนสนิทพูดต่อ

    “จากข้อมูลชิงฟ่านเป็นลูกคนเดียว พ่อของเธอเป็นปริศนามาตลอดไม่มีข้อมูล ส่วนแม่เป็นนักธุรกิจที่บุกเบิกบ้านประมูลชิงเฟย แต่อยู่ๆ ข้อมูลตรงนี้ก็หายไป ปัจจุบันไม่ทราบที่อยู่ ดังนั้นภายใต้การสืบสวนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เราพบว่าหล่อนมีความสนิทสนมกับหลินตงซึ่งเป็นเลขา นอกจากนั้นยงมีนายน้อยคนเล็กของสกุลเนี่ย”

    “ผมไม่สนใจเลขานั่น แต่ต้องระวังเรื่องสกุลเนี่ย” จิงซานแสดงน้ำเสียงจริงจัง

    “เข้าใจแล้วครับ ดังนั้นการซื้อขายครั้งนี้ซึ่งไม่ประสบความสำเร็จกับสกุลเหมา จะถือว่าถูกระงับนะครับ” กวนหมิงแนะนำ การทำการค้าที่ไม่ได้กำไรมีแต่สูญเสียไม่คุ้มทุน อีกอย่างหนึ่งพวกเขาเสียคนไปถึงสองคน ไม่ใช่เรื่องฉลาดหากจะเข้าไปตอแยกับชิงฟ่านอีก

    “พักเรื่องนี้ไว้ก่อน ส่วนเรื่องสกุลเหมาแม้ว่าจะเข้ามาหาเรื่องเพราะคนของเขาก็เสียชีวิตแต่อย่าได้สนใจ สำหรับผีดิบพวกนั้นต่อให้จะมีอายุถึง 150 ปี แต่มันไม่ต่างจากหนูในท่อ สิ่งที่ควรระวังคือสกุลเนี่ย” จิงซานกล่าวเตือนหลังจากนั้นจึงเลิกประชุม

    ...........

    อีกด้านหนึ่ง บ้านหลังเก่าซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ตัวอาคารบ้านราวกับโลงศพ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่หลายร้อยปี ลึกลงไปใต้ดินที่มีสิ่งสกปรกและซากสัตว์เน่าตาย ภายในโลงศพโบราณ ชายที่อยู่ในชุดจีนโบราณซึ่งถูกมัดด้วยโซ่เหล็กกำลังคำราม ราวกับสูญเสียตัวตน ประหนึ่งสัตว์ร้ายกระหายเลือด

    “เฮ้อ...โซ่กำลังจะเอาไม่อยู่แล้ว เป็นบ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย หรือว่ายังไม่อิ่ม”

    เหมาป้ายยืนอยู่ไม่ไกลจากโลงศพ ใบหน้าไม่สบอารมณ์นักเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า คนของเขาวิ่งเหยาะๆ มาแต่ไกล แล้วกระซิบข้างหู ก่อนจะทำให้ใบหน้าของเหมาป้ายเปลี่ยนไป เล็บมือของเขาเพิ่มขนาดเหยียดยาวขึ้นแล้วแทงไปที่ช่องท้องอีกฝ่ายทันที

    “นายท่าน...” การโจมตีที่ไม่คาดฝัน ทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านี้ก่อนจะล้มลงบนพื้น

    เหมาป้ายเช็ดเลือดบนเล็บมือ แล้วสะบัดมือทีหนึ่ง

    “ขยะ! กลุ่มโจรร้อยอสูรเป็นแค่ขยะ กล้าดียังไงมาเรียกค่าเสียหายจากกสุลเหมาทั้งที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องสินค้าได้ นอกจากนั้นยังทำให้คนของฉันตาย หยกเลือดจักรพรรดิกลับไปอยู่ในมือของชิงฟ่าน แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ฉันจะได้อาศัยอยู่ในแสงแดดได้!”

    เหมาป้ายระบายความโกรธออกมา ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ พวกเขารีบถอยห่าง เพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงจนเสียชีวิต

    “พี่ใหญ่หากกลุ่มโจรร้อยอสูรมันขี้ขลาด ถ้าอย่างนั้นเราลงมือเองเลยดีไหม ยังไงซะร่างกายของเราก็เป็นอมตะอยู่แล้ว หากมันไม่รู้ถึงข้อนั้นของเราก็ไม่มีอะไรต้องกลัว” เหมาเอี้ยนผีดิบที่มีร่างสูง 2 เมตรแนะนำ เขาดูไม่ค่อยสมส่วน สูงแต่ผอมแห้ง แต่หากดูให้ดีจะเห็นว่าช่วงแขนเรียวยาวมาก คล้ายกับกิ่งไม้ใกล้ตาย

    เหมาป้ายหยุดอาละวาดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองน้องชายคนเล็กแล้วส่ายหน้า

    “จริงอยู่ที่เรามีข้อได้เปรียบ แต่หากเคลื่อนไหวมากเกินไปอาจารย์เจ็ดจะต้องรู้ ไอ้พวกบ้านั่นมันยังตามล่าเราไม่เลิก แม้ว่าจะผ่านไปหลายร้อยปีแล้วก็ตามแต่มันยังสั่งสอนศิษย์ของมันให้เกลียดตระกูลเหมามาตลอด!”

    “น่าเสียดาย โอ๊ะนั่นไม่ใช่หนูท่อหรือไง มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เหมาเอี้ยนบังเอิญเหลือบไปเห็นหนูอยู่ไม่ไกลจากปลายเท้า เหยียดแขนออกไปโดยไม่ต้องขยับตัว ทันใดนั้นแขนกลับยืดยาว ราวกับกิ้งไม้แหลมๆ เจาะเข้าไปในร่างหนู

    เหมาป้ายเหลือบไปเห็น จากนั้นกระโดดเข้าไปหาน้องชายแล้วแย่งเอาหนูท่อเข้าปาก

    “เดี๋ยวสิพี่ใหญ่ หนูตัวนี้ผมเจอมันนะ”

    “หุบปาก! ฉันเองก็ไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว แค่หนูตัวเดียวอย่าได้ทำเป็นหวง”

    เหมาเอี้ยนอยากจะร้อง ทำได้เพียงเลียนิ้วเปื้อนเลือดหนู

    ........

    เหวินจิงรู้ข่าวการกลับมาของเนี่ยฝานดังนั้นจึงมารออยู่หน้าวิลล่า เมื่อรถจอดหล่อนจึงเดินไปเปิดประตูให้ แต่ต้องผงะเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งมาด้วยข้างๆ เขาอันเป็นที่รัก เนี่ยฝานลงมาจากรถแล้วตีก้นเหวินจิง ทำเอาภรรยาสาวหน้าแดงก่ำ

    “ฮี่ฮี่ เดี๋ยวผมจะอธิบายตัวตนของตงเหรินนะ ตอนนี้เข้าไปในบ้านก่อน”

    “เข้าใจแล้วค่ะนายน้อย”

    เหวินจิงมีการคาดเดาบางอย่างเกี่ยวกับผู้หญิงสวยคนนี้อยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูด รอให้นายน้อยแนะนำด้วยตัวเองแล้วกัน

    โชคดีที่วันนี้สาวๆ อยู่กันพร้อมหน้า เมื่อเนี่ยฝานนั่งลงจึงแนะนำตงเหรินทันที สำหรับม่ายสาวเธอรู้อยู่แล้วว่าเขามีภรรยาหลายคนแต่ไม่รังเกียจ เพราะระหว่างนั่งรถมาด้วยกันเขาได้บอกเรื่องราวเกี่ยวกับที่บ้านคร่าวๆ

    ตงเหรินเป็นคนที่จริงจังกับคำสัญญา ดังนั้นเมื่อรับปากว่าจะสร้างครอบครัวใหม่กับเนี่ยฝานจึงไม่ยึดติดว่าเขาจะมีใครบ้างในบ้าน

    “สวัสดีพี่สาวตง ฉันอัลบายินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

    “ฉันยูบิน ยินดีต้อนรับนะคะ”

    สองสาวเริ่มแนะนำตัวเอง ก่อนจะหันไปมองเนี่ยฝานด้วยสายตาแปลกๆ ชายหนุ่มเกาศีรษะเก้อเขิน ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า

    “นี่ๆ ทุกคน ตงเหรินไม่ใช่คนธรรมดาพี่สาวคนนี้มีความสามารถในการมองวัตถุโบราณ นอกจากนั้นยังมองเห็นสีของหยกที่ซ่อนอยู่ในหิน ฮี่ฮี่ หลังจากนี้รับรองว่าการเปิดหินจะเป็นเรื่องง่าย”

    ได้ยินแบบนี้ยูบินถึงกับรีบเข้าไปพูดคุยกับตงเหริน ลืมความขุ่นเคืองที่มีต่อเนี่ยฝานโดยพลัน

    อัลบาอดไม่ได้ต้องหยิกแขนสามีวัยละอ่อนไปทีหนึ่ง

    “เจ้าเล่ห์นักนะ”

    “ผมน่ะนะเจ้าเล่ห์”

    “ก็ใช่น่ะสิ นายรู้ว่ายูบินชอบของพวกนั้นจึงจงใจพูดข้อดีของตงเหรินใช่ไหมล่ะ”

    “ฮี่ฮี่ โดนมองออกซะแล้ว”

    “ไม่รู้แหละไหนๆ ก็พาสาวเข้ามาในบ้านนายควรจะจัดงานเลี้ยงซะหน่อยนะ”

    “แน่นอน ผมจะจัดงานเลี้ยงภายในบ้านเอง”

    “อ้อ...ฉันอยากกินทุเรียนไทย ช่วยหาให้หน่อยสิ บังเอิญไม่กี่วันก่อนจ้าวหลิงหลิงนำมาให้ กินแล้วรู้สึกว่าถูกปาก แต่พอหาในท้องตลาดก็เจอแต่ทุเรียนจีนที่รสชาติแย่”

    คล้ายกับเรื่องกบของผมกลัวว่าผมจะตายจึงเดินทางทะลุมิติ ที่คุณอ่าน