————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
เื่นี้หยกเปิดให้ อ่านฟรี!จนจบเลยค่ะ ~
แต่จะเป็การอ่านฟรีในแบบที่กำหนดนะคะ
โดยแต่ละตอนที่ลงไปแล้วจะเริ่มติดเหรียญในเวลา 00.00 น. ของทุกวันค่ะ
เพราะงั้นอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้ด้วยน้าจะได้ไม่พลาดตอนใหม่ ๆ กันนะคะ ^^'
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
“แต่ถ้ายังมีนั่นแปลว่าเราไม่จำเป็ต้องยอมขนาดนั้นหรือเปล่า อย่างน้อยก็ต้องรักตัวเองให้เป็ก่อน ถึงค่อยไปรักคนอื่นสิ”
“ขอบคุณนะคะ” ฉันยิ้มให้เขา แม้เ้าตัวจะไม่ได้หันมามองก็ตาม แต่ทุกคำตอบที่ได้รับมาจากผู้ชายคนนี้ทำให้ฉันที่มืดแปดด้าน และเอาแต่คิดโทษตัวเองกลับมีความรู้สึกใหม่ขึ้นมา
ความรู้สึกที่เอาแต่โทษตัวเองกำลังหายไป เพียงเพราะคำพูดจากคนตรงหน้าที่ไม่ได้สนิทกัน แต่เขากลับตั้งใจตอบฉัน และไม่ได้แสดงน้ำเสียงรำคาญออกมาเลยสักประโยค
เพราะแบบนั้นเลยทำให้ฉันรู้สึกอยากขอบคุณเขาจากใจจริง ไม่ใช่พูดขอบคุณเพียงเพราะเป็มารยาทที่ต้องทำ
“ขอโทษนะคะที่วันนี้ทำให้ลำบาก แถมเสื้อคุณก็...ต้องมาเลอะอีกแล้ว” ฉันเม้มปากแน่น เกือบลืมไปว่าตัวเองสร้างปัญหาให้คนตรงหน้า แถมยังให้เขามาส่งอีก เพราะมัวแต่เหม่อโทษตัวเองอยู่ จนลืมไปเลยว่าได้ไปทำความเดือดร้อนให้ใครเขาบ้าง
“...” เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะกลับไปทำหน้านิ่งต่อโดยไม่พูดอะไร จนทำให้ฉันไม่เข้าใจว่าผู้ชายคนนี้กำลังมีความคิด หรือมีความรู้สึกแบบไหนกันแน่
“จริงสิ! เื่นั้นจะเป็ข่าวหรือเปล่าคะ?!” จะว่าไปแล้วเกือบลืมเลย เพราะทั้งสองคนก็ค่อนข้างเป็ที่รู้จักด้วยสิ โอ๊ย ~ ฉันทำบ้าอะไรเนี่ย ไม่ใช่ว่าตอนนี้หน้าตัวเองบินว่อนไปทั่วโซเชียลแล้วหรือไงกัน
“พึ่งรู้ตัวหรือไง” เขาเนี่ยก็แอบกวนอยู่เหมือนกันนะ แล้วไอ้ท่าทางไม่เดือดร้อนอะไรหมายความว่าไง ทั้งที่เขาเองก็เสี่ยงเหมือนกันแน่ ๆ
“คุณก็อาจตกเป็ข่าวเหมือนกันนะคะ ทำไมยังใจเย็นได้อยู่อีก?” ด้วยความไม่เข้าใจก็เลยขมวดคิ้วเป็โบพร้อมถามเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนหาข่าวตัวเอง
“...” ทว่าฉันเลื่อนหาเท่าไรก็ไม่เจอ อีกฝ่ายเองก็เงียบไม่ตอบอะไร นอกจากขับรถต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน สุดท้ายก็คิดได้ว่าทางสังกัดของเขาคงจัดการไปแล้ว เพราะถ้าเป็ข่าวมันคงต้องเสียหายหนักแน่ มีเื่กันเพราะผู้หญิงด้วย และครอบครัวของคลื่นก็คงไม่ยอมให้เขาต้องมาเสียชื่อเสียงเพราะเื่พวกนี้หรอก
นี่ฉันลืมคิดไปได้ไงเนี่ย -*- ไม่น่ารีบตื่นเต้นไปเองเลย ก็ว่าแล้วทำไมเขาถึงดูสงบจัง เป็เพราะรู้อยู่แล้วนี่เอง แต่ก็ยังเลือกเงียบให้ฉันทำตัวเปิ่นอีกเนอะ แทนที่จะบอกกันหน่อยก็ได้แท้ ๆ
ฉันว่าผู้ชายคนนี้ร้ายลึก และดูอันตรายยังไงก็ไม่รู้แฮะ...
“เื่ออมไว้ถ้ารู้สึกดีขึ้นเมื่อไรก็ค่อยกลับไปสอนเธอแล้วกันนะ เดี๋ยวผมจะบอกน้องให้” หลังจากต่างคนต่างเงียบกันไปสักแป๊บ จู่ ๆ เขาก็เป็ฝ่ายพูดขึ้นมาถึงเื่ของน้องออม
“เื่นั้นไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ฉันยังสอนไหวอยู่ แต่แค่อาจจะต้องย้ายร้าน...”
“อืม...หึ!” น้ำเสียงที่ตอบกลับดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะออกแนวกลั้นขำยังไงก็ไม่รู้ หรือไม่ฉันคงคิดมากไปเองจนหูแว่วก็ได้
“ขอบคุณมากเลยนะคะ” ฉันพูดคำเดิมอีกรอบ เพียงแต่จุดมุ่งหมายที่ใช้แตกต่างไปจากตอนขอคำปรึกษาจากเขา
“เื่?”
“ที่ปกป้องฉัน ทั้งที่เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน” ฉันยกยิ้มดีใจและคิดว่าผู้ชายคนนี้นิสัยดี แตกต่างจากที่เคยได้ยินมา
“ถ้าอยากขอบคุณก็ไปขอบคุณออมเถอะถึงจะถูก เพราะเธอโทร. เรียกผมมา”
“แต่ฉันก็อยากขอบคุณคุณด้วยค่ะ ความจริงคุณไม่จำเป็ต้องมาก็ได้ถูกไหม...แต่คุณก็ยังมานี่นา ฉันคิดว่าคุณควรได้รับคำขอบคุณด้วยเหมือนกันนะ”
“...” เขาพยักหน้าให้เป็คำตอบ
“ว่าแต่เื่นั้นจะไม่ทำให้คุณกับคลื่นต้องมีปัญหากันเื่งานใช่ไหมคะ?” ฉันถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้ากังวล
“ไม่...เื่งานก็ส่วนเื่งาน เื่อื่นที่ไม่ใช่งานผมไม่ค่อยชอบเก็บมาคิด”
“ที่น้องออมเคยพูดไว้เป็เื่จริงสินะ”
“ขำอะไร?” คงเพราะเผลอหัวเราะมากเกิน เลยทำให้เขารู้ตัวจนหันมามองฉันจากนั้นก็หันกลับไปมองที่ถนนต่อ
“เปล่าค่ะ” ฉันไม่มีวันขายน้องออมหรอก แม้แต่กับพี่ชายของเธอก็ตามเถอะ แต่ก็เหมาะอยู่นะ คำว่า ‘บ้างาน’ เนี่ย
“แล้ว...ไม่เศร้าแล้วหรือไง?” คำถามของเขาทำเอาฉันเงียบไป เพราะพึ่งจะรู้ตัวว่าความเศร้าที่ควรเป็มันหายไปตอนไหนแล้วก็ไม่รู้
คงเพราะตอนนี้มีคนคุยด้วยหรือเปล่านะ ฉันถึงได้ลืมเื่เศร้าไป ก็ถ้าต้องอยู่คนเดียว ไม่มีคนให้ระบาย ป่านนี้คงจมอยู่กับตัวเองจนไม่มีแรงทำอะไร หรือไม่ก็อาจคิดทำอะไรบ้าบออยู่ก็ได้
สำหรับฉันคลื่นเปรียบเสมือนเป็แขนขาที่คอยอยู่ข้างกันมาตลอดตั้งที่ฉันไม่เหลือใครสักคนในชีวิต
“เพราะมีเพื่อนคุยก็เลยไม่ได้เศร้ามากมั้งคะ แถมยังได้ระบายอะไรหลายอย่างไปกับคุณโดยที่ไม่ได้ขออีก ฉันคงทำให้คุณรู้สึกรำคาญไม่น้อยแน่เลย” ฉันพูดติดตลกพร้อมหันหน้าชมวิวเมื่อความเศร้ากำลังกลับมาอีกครั้งหลังฉันนึกถึงคลื่นเมื่อกี้
“นิดหน่อย” ฉันพยักหน้ากับความตรงไปตรงมาของเขา
“แต่ไม่ใช่เพราะเื่นั้นทั้งหมดหรอก” ทว่าคำพูดต่อมากลับทำฉันเกิดความสงสัยว่าคำพูดของเขามีหมายความว่ายังไง
บ้านกล้วย อะพาร์ตเมนต์
“รอตรงนี้แป๊บหนึ่งนะคะ” ว่าจบฉันก็ปิดประตูรถพร้อมวิ่งขึ้นไปบนห้องตัวเองที่อยู่ชั้นบนด้วยความไวเหนือแสง ใช้เวลาไม่นานเกินรอฉันก็วิ่งหอบลงมาข้างล่างพร้อมถุงกระดาษในมือ
“เอ้า!?” ทว่ากลับต้องร้องออกมาแทน เมื่อตรงที่ควรมีรถคันเดิมจอดอยู่กลับเหลือเพียงความว่างเปล่า
“หนูเพลง ๆ พ่อหนุ่มเขาฝากโน้ตไว้ให้” ลุงกล้วยเ้าของอะพาร์ตเมนต์เดินมาหาพร้อมสายยางที่กำลังใช้รดน้ำต้นไม้ จากนั้นก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็กมาตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม
“ขอบคุณค่ะ” พออ่านข้อความจบฉันก็พลิกหาช่องทางติดต่อ แต่กลับไม่พบอะไรนอกจากบอกให้ฉันเอาเสื้อไปคืนเขาที่สนามซ้อมแทน เพราะมีเื่ด่วนเข้ามา เขาเลยต้องกลับไปก่อน
“หวังว่าฉันคงจะไม่ได้ทำให้คุณเดือนร้อนไปมากกว่านี้หรอกนะคะ” ฉันบ่นกับตัวเองเสียงเบา เพราะคิดว่าที่เขาต้องรีบกลับน่าจะเป็เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้
“ฝากน้องออมไปแทนน่าจะได้อยู่มั้ง”
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————