ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่314 พิธีชำระล้าง 1

  ในช่วงเวลานี้ อี้เฉิน อยากจะรู้สถานการณ์ของเขาในยามนี้เป็นอย่างมาก ครั้นคิดจะเอ่ยถาม เจ้าเจดีย์น้อยที่อยู่ในทะเลความรู้ ในยามนี้ก็คงยังไม่เหมาะ เมื่อเห็นเด็กหญิง นามว่า เจียวหยาง จ้องเขม็งมาที่เขาอย่างไม่วางตา ดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความ บ้าดีเดือดไม่น้อย


 

  แต่มันก็ทำให้อี้เฉินอดที่จะชื่นชม หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้ ผู้คนภายในหมู่บ้าน ส่วนใหญ่ มักฝึกยุทธ์ เป็นสิ่งสำคัญ ขั้นพลังของพวกเขาเองก็ไม่ถือว่าต่ำกันเลย หากเมื่อเทียบกับหมู่บ้านที่เขาจากมา แม้แต่ผู้นำหมู่บ้านชรายังอยู่ในขั้นพลัง กษัตริย์ ถึงอายุอานาม ของเขาจะไม่น้อยแล้วก็ตาม ก็สามารถบ่งบอกได้ว่า ทวีป รกร้างชางไห่ แห่งนี้ เต็มไปด้วยผู้เยี่ยมยุทธ์


 

ในใจลึกๆ รู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย ไม่รู้หลินเฟย นางจะปลอดภัยดีหรือไม่ ไม่รู้ตัวนางจะถูกส่งไปยังสถานที่แห่งใด 'เฝ้าภาวนาลึกๆ ขอให้นางอยู่รอดปลอดภัย หากมีโชควาสนา คงได้พานพบกันอีกครา'

 


อี้เฉินที่นั่งหลับตา บำเพ็ญเพียร อยู่นานสองนาน จู่ๆ เขาก็ถึงกับหยุดชะงัก ครั้นได้ยินกองหนังสัตว์ถูกตีขึ้นมาหลายครั้ง ประหนึ่งกองศึกสงคราม ถูกตีขึ้น มันจึงอดไม่ได้ ที่เขาจะลืมตาตื่นขึ้นมา


 

เจียวหยาง นางเองก็บำเพ็ญเพียร เช่นกันครั้นเมื่อนางสัมผัสได้ว่า อี้เฉินลืมตาตื่น นางส่ายหัวออกมาน้อยๆ "พิธี ชำระล้าง ผลัดเปลี่ยนไขกระดูกใกล้เริ่มแล้วสินะ" ก่อนนางจะค่อยๆ หลับตานั่งบำเพ็ญเพียรต่อไป


 

อี้เฉิน ที่รู้ว่านั้นเป็นสัญญาณ งานพิธีเขาจึงค่อยเบาใจนึกว่าภายนอก มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นเสียอีก ดวงตาที่เหลือข้างเดียว อดไม่ได้ที่จะสำรวจกายาเด็กน้อยที่อยู่ตรงหน้า เหมือนว่านางน้อยผู้นี้ จะยึดมั่นถือมั่นไม่น้อย ที่จะพัฒนาตนเอง


 

แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะทำให้อี้เฉินตกใจไม่น้อย ครั้นเห็นเด็กอายุ12ปี มาอยู่ในขั้นก่อกำเนิด ระดับปลายได้ หากอยู่ยังโลกเบื้องล่าง เด็กคนนี้จะต้องเป็น ผู้มีพรสวรรค์ อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นางนั้นกลับยังไม่ได้ ผลัด เปลี่ยนไขกระดูกแม้แต่ครั้นเดียว มันจึงทำให้อี้เฉินอดส่ายหัวไม่ได้


 

อาจจะเนื่องด้วยปราณพลังของโลกใบนี้หนาแน่นกว่าดินแดนเบื้องล่างไปมาก การฝึกปรือจึงเรียบง่ายกว่าดินแดนเบื้องล่าง


 

แม้แต่ธรรมชาติรอบๆ ตัวยังดูแข็งแกร่งขึ้น ไม่เปราะบางเช่นแต่ก่อน ก้อนหินที่ บีบมือ เบาๆ ก็สลายกลายเป็นผงธุลี แต่ในยามนี้กลับแข็งแกร่งกว่ามาก แม้แต่พื้นพสุธา ยังดูเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณพลังที่หนาแน่น ประหนึ่งหินผาที่จับก้อน ไม่มีวันสั่นคลอน พังทลายโดยง่าย


 

ครั้นอี้เฉินที่เห็น เด็กหญิงไม่มีท่าที สนใจการผลัด เปลี่ยนไขกระดูก อีกต่อไป เขาเอ่ยถามนางออกไปในทันที "ไม่ใช่เจ้าอยาก ชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก หรอกหรือ เหตุใดเจ้าไม่ไปดู พิธีกรรมเหล่านั้นหน่อยเล่า"


 

เจียวหยาง ถลึงตา ใส่อี้เฉินในทันที "เจ้าจะไปรู้อะไร เจ้าก็เป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดา หากข้าไปร่วมงานพิธี ก็มีแต่ จะทำให้ผู้คนขำขัน ตัวข้าเท่านั้น"

 


อี้เฉินได้ยินเขาถอนหายใจออกมายาว "หากข้าได้เลือดของสัตว์อสูร ในปริมาณที่มากพอ ก็อาจจะพอช่วยเจ้าได้ เจียวหยาง แต่เจ้าคงหามันไม่ได้เป็นแน่"



  ครั้นเจียวหยาง ได้ยินดวงตาของนางเบิกโพลง จ้องมองมาที่อี้เฉินเขม็ง ในใจลึกๆ นางไม่เชื่อคำพูดของคนผู้นี้ซักเท่าใดนัก แต่เมื่อมองชายหนุ่มที่มีแต่บาดแผลทีไร มันก็อดไม่ได้ที่นางจะเดือดดาล หนังตากระตุกน้อยๆ ราวกับถูกชายหนุ่มพูดจาเย้ยหยัน ตัวนางอยู่
"ขอแค่เป็นเลือดของสัตว์อสูร ใช่หรือไม่ งั้น เจ้าตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปเอาเอง"เจียวหยาง เอ่ยกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง


ก่อนทั้งสองจะเดินเข้าไปร่วมงานพิธี ชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไข่กระดูก เหล่าผู้คนต่างจับจ้องไปที่ เจียวหยาง กับ อี้เฉิน ผู้มาใหม่ เป็นตาเดียว ก่อนพวกเขาจะละสายตา ยกยิ้ม ขำขัน ให้คนอื่นๆ ประหนึ่งพวกเขาทั้งคู่ มาเล่นละครลิงให้เหล่าผู้คนได้เชยชม


 

เจียวหยาง ใบหน้าของนางบึ้งตึงในทันที "ข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าข้าไม่อยากมา" ครั้นเมื่อนางเอ่ยพูดเสร็จสิ้น ก็มานั่งบน ขอนไม้ใหญ่ ล้อมวงเฉกเช่นคนอื่นๆ พวกเขาทั้งสองในยามนี้ก็ไม่ต่างอะไรกันมาก ราวกับตัวประหลาดทั้งสองมาพบเจอกัน อีกคนหนึ่งก็อัปลักษณ์ ส่วนอีกคนก็นิสัยแปลกแยก

 


อี้เฉินไต่ถามไปที่นางในทันที "ไหนเล่า เลือดของสัตว์อสูรที่เจ้าว่า"

 


  เจียวหยาง นางยกยิ้ม แยกเขี้ยว เจ้าเล่ห์ ในทันที"ก็นั้นไง ในหม้อใบใหญ่นั้น ที่เจ้ากับข้าจะต้องทำก็แค่ไปช่วยพวกเขาใส่ฟืนเติมเชื้อเพลิงในหม้อ ให้กลั่น หลอมได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนกากเลือดเสียเหล่านั้น มันก็จะเป็นของพวกเรา เจ้าบอกเองนะว่าขอแค่ เป็นเลือดของสัตว์อสูร หากเจ้าทำไม่ได้ข้าจะไล่เตะตูดเจ้าอย่างแน่นอน"


 

ครั้นอี้เฉินได้ยิน ใบหน้าของเขาบึ้งตึงในทันที ริมฝีปากกระตุกน้อยๆ ในทันใด แต่หากไม่ลองก็ไม่รู้ เขาคิดจะใช้กระถางทองแดงกลั่น หลอมเลือดสัตว์อสูรอีกครา ไม่รู้ว่ากากเลือดเหล่านั้น ยังจะมีคุณสมบัติให้กลั่น หลอม อีกหรือไม่

 


เจียวหยาง ที่เห็นใบหน้าอี้เฉินไม่สู้ดีนัก แต่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้ นางจึงอดไม่ได้ที่จะมีใบหน้าเขียวคล้ำ ราวกับกินสิ่งปฏิกูลเข้าไป ไม่กล้าที่จะกลืนคำพูดตนเองลงคอ หากนางอาสาออกไป เติมเชื้อเพลิง เกรงว่า คงกลายเป็นตัวตลก ให้ผู้คนหัวเราะ ขบขัน เป็นแน่



...เพียงไม่กี่อึดใจ เหล่านักรบหนุ่มสาว ที่เตรียมพร้อมทำพิธี ชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก ก็ค่อยๆ ทยอยเดินออกมาสู่สายตาผู้คน ชายหนุ่มร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม เปลือยเปล่าท่อนบนเดินมาด้วยความองอาจ หญิงสาวภายในหมู่บ้านเห็นเป็นต้องตาลุกวาว

 


เหล่านักรบหญิง ทั้งสง่างามและแข็งแกร่ง ในเวลาเดียวกันเองก็ไม่น้อยหน้า พลิ้วกายา มาพร้อม ชุดซับใน เตรียมพร้อมที่จะทำพิธีชำระล้าง ผลัดเปลี่ยนไขกระดูก

 


ครั้นเมื่อเหล่านักรบมาครบ พร้อมหน้ากันหมดแล้ว ผู้นำหมู่บ้าน กระทุ้งไม้เท้าเป็นสัญญาณให้เหล่าผู้คนหยุดคุยกันในทันที ก่อนเขาจะเอ่ยวาจาออกมา ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง ประหนึ่งตำแหน่งงานสำคัญ กำลังจะถูก คัดสรร "ใครอาสาที่จะเติมเชื้อเพลิง ตัดฟืน ขานรับออกมาเสีย"

 


"ข้า" ชายหนุ่มร่างผอมแห้งขานรับในทันที เขาไม่ได้รับเลือกให้ ลงไปแช่ภายในหม้อใบนั้น แต่ก็อยากได้กากเลือดเหล่านั้นกลับไป กลั่น หลอม กายาถึงมันจะน้อยนิดก็ตาม

 


"ข้าด้วยท่านผู้นำหมู่บ้าน"ชายหนุ่มอีกคนก็ขานรับ ขึ้นมาด้วยเช่นกัน แต่ใบหน้านั้นเขินอายขึ้นมาไม่น้อย มันก็ไม่ต่างอะไรจากกินของเหลือจากคนอื่น แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้ เพื่อนๆ คนอื่นๆ เช่นกัน

 


   อี้เฉินเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดตำแหน่ง หน้าที่นี้จะต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ทำมันด้วยเช่นกัน ครั้นเห็น เหล่านักรบในหมู่บ้านบางคนเสนอตัวที่จะทำมัน ด้วยความอดสู ประหนึ่ง เป็นงานที่ไร้เกียรติ ของหมู่ชน มันก็อดไม่ได้ที่เขาจะส่ายหัวออกมา


อี้เฉินสะกิด ไหล่เจียวหยางในทันที จนในยามนี้ใบหน้าของนาง บูดเบี้ยว เหยเกไม่น่ามอง ดวงตาโกรธเคืองอี้เฉินอยู่ไม่น้อย ก่อนที่เจียวหยาง จะเปิดปากขานรับชายชราผู้นำหมู่บ้านออกไป ด้วยความไม่จำยอม เท่าใดนัก "พวกข้าด้วย ท่านผู้นำหมู่บ้าน"



ครั้นเมื่อ เหล่าผู้คนเห็น พวกเขาทั้งสอง ก้าวเดินออกไป รวมกลุ่ม ผู้ทำหน้าที่ เติมเชื้อเพลิง มันก็อดไม่ได้ ที่เหล่าชาวบ้านจะขำขัน "ดูสิเจ้า เจียวหยาง ของพวกเรามันถึงกับ ลดตัวลงไป เติมเชื้อเพลิงให้เหล่าจอมยุทธ์เลยงั้นหรือ"



เมื่อผู้นำหมู่บ้าน เห็นเหล่าผู้คน ดูถูกนางน้อยผู้นี้ มันก็อดไม่ได้ที่ชายชราจะเดือดดาลขึ้นมา กระทุ้งไม้เท้าลงพื้นอย่างแรง "พวกเจ้าอย่าได้ดูถูกงานนี้ไป หากยามที่พวกเจ้า เข้าทำพิธีชำระล้าง แล้วไร้ผู้คน คอยเกื้อหนุน เติมเชื้อเพลิง พวกเจ้าจะทำเช่นไรเล่า"


 

"การตัดฟืนเอง ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเช่นกัน เหล่าผู้เคยผ่านมันมาย่อมต้องเข้าใจ ไม้ที่เราใช้ทำฟืน คือไม้ชิงชังเกาะหนาม ที่ให้เปลวเพลิงที่สูงล้ำ แถมมันยังแข็งเป็นอย่างมาก ในช่วงราตรีนี้ ห้ามให้ไฟอ่อนลงแม้แต่น้อย"

 


กลุ่มพวกอี้เฉิน ที่รับหน้าที่เติมเชื้อเพลิงได้ยิน ขานรับชายชราในทันที ครั้นได้ยินน้ำเสียงของชายชรา เต็มเปี่ยมไปด้วยความจริงจัง

 


  เหล่าฝูงชนที่ดูถูกดูแคลน ต่างหน้าเขียวคล้ำในทันที กลืนคำพูด ตนเองลงคอเสียจนหมด เนื่องด้วยนักรบหลายๆ คน เข้าพิธีชำระล้าง ผลัด เปลี่ยนไขกระดูก จึงไร้ผู้คนคอยตัดฟืน ครั้นเห็นเด็กหญิง ที่พวกเขามองว่าแปลกแยก เข้ามาช่วยงาน พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองเด็กหญิง เจียวหยาง คนนี้ ใหม่อีกครา


 

...ไม่นานพวกเขาก็ไปประจำตำแหน่งของตนเอง เด็กหญิง กับชายหนุ่มอีกสองคน ไม่รอช้าค่อยๆ ยกขวานในมือ ผ่าฟืนออกมาทีละท่อน ในทันที ครั้นเมื่อผ่าเสร็จเมื่อใด ก็จะถูกอี้เฉินที่ผู้คนมองว่าอ่อนแอ ค่อยๆ โยนเชื้อเพลิง เข้าไปภายใต้หม้อใบใหญ่ ที่เต็มไปด้วยเลือดของสัตว์อสูร จนเปลวเพลิงลุกโชน ร้อนระอุ

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน