เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 33 ยอดวิชาสลายดารา



    กระบี่แดงของเฮ่อจวงกรีดวาดดุจเส้นโลหิตที่กระจายในอากาศ ไม่นานก็ทำร้ายใส่ไป๋เหวินโจวได้สามสี่แผล
    เจียงเยี่ยนพลันดวงตาเหลือกขาวมีไอสีดำพวยพุ่งคุ้มกาย ซูโหยวเสวียนขมวดคิ้วเรียวงามพึมพำ
    “ไอของเหล่าอสูร? อืม เป็นเช่นนี้เอง”
    เจียงเยี่ยนพุ่งกายเข้าหาเฮ่อจวง พลังของเขาอัดแน่นเต็มไปด้วยความขุ่นแค้น อาจารย์เขาไปทำอะไรให้พวกมันหรือ ถึงต้องตามล่าสังหารให้จงใจ
    ร่างเจียงเยี่ยนพุ่งใส่เฮ่อจวงพร้อมไอสีดำอันน่าสะพรึง แม้จะอยู่ห่างกันแต่เฮ่อจวงยังรู้สึกอึดอัดรีบถอยกายหลบ ไป๋เหวินโจวตวาดว่า
    “เยี่ยนเอ๋อร์ เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้!”

    หากแต่เจียงเยี่ยนไม่สนใจ เขายังคงพุ่งร่างตามติดเฮ่อจวง บุรุษชุดดำได้แต่ทุ่มเทวิชาตัวเบาหนีอย่างสุดกำลัง ไอสีดำรอบกายเจียงเยี่ยนเริ่มแผ่ขยายออก ไป๋เหวินโจวร้องถาม
    “โหยวเสวียน เจ้าคิดผิดสัญญาหรือ?”
    ซูโหยวเสวียนมีสีหน้าเรียบเฉย นางสะกิดเท้าเบาๆ คราหนึ่งก็ทะยานกายไปขวางเบื้องหน้าเจียงเยี่ยนทันที
    เจียงเยี่ยนกระแทกสองมือก่อเกิดเป็นสายฟ้าสีทองหลายสิบสายพุ่งตรงใส่ซูโหยวเสวียน
    ซูโหยวเสวียนกางมือทั้งสองออก ทันใดนั้นอากาศรอบกายคล้ายเบาหวิว แม้แต่ร่างกายเจียงเยี่ยนเองก็ตาม
    ยอดวิชาสลายดารา!
    พลังสายฟ้าของเจียงเยี่ยนวกพลันอ้อมผ่านตัวซูโหยวเสวียนไป ซูโหยวเสวียนกวาดมือคราหนึ่ง พลังสายฟ้านับสิบสายก็พุ่งย้อนกลับใส่เจียงเยี่ยนทันที!
    เจียงเยี่ยนตวาดก้อง ไอสีดำรอบกายเขาพลันคุ้มครองตนเองขึ้นมา สายฟ้าเมื่อกระทบถูกไอก็สลายไป
    ซูโหยวเสวียนกระแทกฝ่ามือออก ก่อเกิดเป็นกระแสลมรุนแรงที่กว่ามหาวายุ ร่างเจียงเยี่ยนถึงกับค่อยๆ ถอยไป สองเท้าของเขาลากครูดไปกับพื้นดินแต่ไม่ล้มลง
    เทพธิดาชุดชมพูพุ่งกายตามติด นางต่อยหมัดออกอย่างรวดเร็ว แต่หมัดพอกระทบถูกไอสีดำ พลังหมัดของซูโหยวเสวียนพลันสลายหายไป นางตื่นตระหนกยิ่งรีบรั้งหมัดกลับ เจียงเยี่ยนใช้โอกาสนั้นกระแทกฝ่ามือใส่นาง
    ซูโหยวเสวียนกวาดมืออกใช้ด้วยยอดวิชาสลายดาราอีกครั้ง ฝ่ามือของเจียงเยี่ยนคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นลากจูงเบี่ยงเบนไปด้านขวา ซูโหยวเสวียนกระแทกหมัดใส่ใบหน้าเจียงเยี่ยน เจียงตวาดก้องไอสีดำพลันแผ่กระจายออกรอบด้านกระแทกซูโหยวเสวียนถอยกายไป
    “เยี่ยนเอ๋อร์ หยุด” ไป๋เหวินโจวตวาด แต่เจียงเยี่ยนคล้ายไร้สติแล้ว

    ตั้งแต่เจียงเยี่ยนได้พบกับเหลียนจูตัวปลอม เขาก็ใช้ลมปราณเทพดับสูญบ่อยครั้งติดกันทุกวัน เป็นเหตุให้ถูกอาการอสูรสถิตเข้าแทรก ครานี้ถึงกับคุมสติไม่อยู่ ไม่ได้ยินว่าไป๋เหวินโจวกล่าวว่าอะไร
    เจียงเยี่ยนพุ่งเข้าหาซูโหยวเสวียนอีกครั้ง ตอนนี้ร่างกายของเขาก่อเกิดเสียงดังเปรี๊ยะ พลังสายฟ้าสีทองที่มือเขาผสานกับแสงสีดำที่คุมรอบกายจนกลายเป็นสายฟ้าทมิฬวิ่งวนอยู่รอบกายเขา
    ร่างเจียงเยี่ยนยังไม่ทันใกล้ซูโหยวเสวียน สายฟ้าทมิฬซึ่งวิ่งวนอยู่รอบกายเขาก็แตกเป็นหลายสิบสายโจมตีใส่ซูโหยวเสวียน พลังแต่ละสายล้วนรุนแรงไม่ต่างจากพลังของยอดฝีมือ
    สายฟ้าทมิฬเข้าครอบคลุมร่างซูโหยวเสวียนไว้ นางตื่นตระหนกยิ่งไม่คิดว่าเด็กอย่างเจียงเยี่ยนจะมีพลังลมปราณสูงสุดยอดเช่นนี้ ซูโหยวเสวียนพลันชูสองมือขึ้น ทันใดนั้นอากาศรอบกายนางแปรเปลี่ยนไป มันคล้ายเบาหวิวไม่มีน้ำหนัก สายฟ้าทมิฬของเจียงเยี่ยนต่างหมุนวนรอบกายนางราวกับถูกนางควบคุมเอาไว้
    ยอดวิชาสลายดาราคือวิชาสุดยอดของวังนิรมล มันสามารถทำให้อากาศรอบข้างเบาหวิวไร้น้ำหนัก ตกอยู่ในการควบคุมของนาง สามารถใช้ความเบาหวิวของอากาศควบคุมพลังลมปราณและกระบวนท่าผู้อื่นให้เป็นไปตามที่นางต้องการได้!
    ซูโหยวเสวียนฟาดฝ่ามือออก สายฟ้าทมิฬที่วนรอบกายนางก็พุ่งย้อนกลับไปหาเจียงเยี่ยน เด็กหนุ่มซัดฝ่ามือออกไม่หยุดโจมตีใส่สายฟ้าทมิฬของตนเอง
    ตูม ตูม ตูม ตูม !!!
    เสียงระเบิดดังกึกก้องสะท้านถ้ำพร้อมด้วยคลื่นพลังมหาศาล ทำเอาไป๋เหวินโจว เสิ่นเฟิงซึ่งถูกสกัดจุดไว้และจินเซียะกระเด็นกระแทกผนังถ้ำทันที มีเพียงแค่เฮ่อจวงที่ถอยกายไปหลายสิบก้าวหลบรอดแรงระเบิดนั้นได้
    เห็นฝ่ามือซูโหยวเสวียนมีสีชมพูเข้ม นางสะบัดฝ่ามืออกก่อเกิดเป็นรูปดอกไม้สีชมพูมีกลีบห้าแฉกกระจายออกนับพันๆ ดอก
    ฝ่ามือหฤทัยหมื่นบุปผา!
    บุปผาเหล่านั้นสร้างจากลมปราณของซูโหยวเสวียน แต่ละกลีบล้วนคมกริบยิ่งกว่าใบมีด พลังของมันทั้งแหลมคมและรุนแรง มวลบุปผากระจายออกอย่างมืดฟ้ามัวดินจู่โจมเจียงเยี่ยนทันที!
    ได้ยินเสียงตูมดังต่อเนื่อง ลมปราณหมื่นบุปผาโจมตีใส่เจียงเยี่ยนไม่หยุด นางเตรียมซัดออกอีกหนึ่งฝ่ามือ แต่ทันใดนั้นพลันมีมือมาจับข้อมือนางไว้
    “เจ้าอยากตายหรือ?” ไป๋เหวินโจวถาม พร้อมจูงนางวิ่งหนี
    ซูโหยวเสวียนงงวูบ แต่นางก็ได้รับคำตอบในบัดดล นางตกใจยิ่งที่แท้ฝ่ามือนางทำอะไรเจียงเยี่ยนมิได้เลย!

    เจียงเยี่ยนมีไอสีดำคุ้มกันกายอย่างเข้มข้น ไอมารของเหล่าอสูรสามารถสลายพลังทุกชนิดที่จู่โจมมาได้ นับเป็นการป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือพลังที่ดับเทพ พิฆาตมารได้อย่างแท้จริง
    เจียงเยี่ยนตวาดด้วยดวงตาเหลือกขาว คราวนี้เขาไม่พุ่งมาอีกแล้ว แต่กลับต่อยหมัดออกหมัดหนึ่ง หมัดนั้นก่อเกิดเป็นรูปมังกรดำยักษ์มีสายฟ้าสีดำปกคลุม ครานี้แม้แต่ไป๋เหวินโจวก็คาดไม่ถึง เขาไม่เคยเห็นพลังนี้ของเจียงเยี่ยนมาก่อน
    ทุกครั้งที่เจียงเยี่ยนเจ็บปวดทั่วร่างจากชีพจรเทพดับสูญ จะรู้สึกเหมือนมีมังกรนับพันตัววิ่งวนรอบกายเขา ที่แท้มังกรเหล่านั้นเป็นลมปราณชนิดหนึ่ง ตอนนี้พวกมันได้แสดงอานุภาพแล้ว
    มังกรดำพุ่งเข้าหาทั้งคู่อย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มยามนี้ขาดสติไม่สนใจว่าไป๋เหวินโจวจะได้รับอันตรายไปด้วย พลังมังกรดำคำรามจู่โจมศัตรูอย่างเต็มที่
    ซูโหยวเสวียนพลันร้องก้อง นางยื่นฝ่ามือทั้งสองไปเบื้องหน้า ลมปราณสลายดาราสำแดงฤทธิ์ ควบคุมมังกรดำตัวนั้นไว้ให้จู่โจมต่อมิได้ จากนั้นนางแยกมือออกไปทางซ้ายขวา มังกรดำถึงกับถูกฉีกกระชากเป็นสองส่วนสลายกลางอากาศ
    “ระวัง ถอย!” ไป๋เหวินโจวร้องพร้อมจับแขนซูโหยวเสวียนให้ถอย แต่ไม่ทันแล้ว
    ที่แท้มังกรดำแม้สลายแต่ยังคงก่อเกิดคลื่นลมปราณอันรุนแรงกระแทกใส่นางและไป๋เหวินโจว ร่างทั้งสองกระแทกกับพื้นพร้อมกัน ซูโหยวเสวียนนอนแนบไหล่ไป๋เหวินโจวอย่างบังเอิญ นางอดหน้าแดงวูบมิได้ จึงรีบลูกขึ้น ไป๋เหวินโจวก็รีบลุกขึ้นตาม แต่สภาพเขาย่ำแย่อย่างยิ่ง แรงจะลุกแทบไม่มี ซูโหยวเสวียนจึงใช้มือดึงแขนเขาขึ้นมา
    ซูโหยวเสวียนดวงตาทอประกายอำมหิต ไป๋เหวินโจวรีบกล่าวว่า
    “เจ้าจะทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์ไม่ได้”
    ซูโหยวเสวียนตอบ
    “หากข้าไม่ทุ่มเทอย่างสุดกำลัง เกรงว่าเอาชนะเจียงเยี่ยนไม่ได้”
    “เจ้าคิดผิดสัญญาหรือ?” ไป๋เหวินโจวถาม
    ซูโหยวเสวียนนิ่งเงียบ
    “หากข้าแพ้ ไม่แน่เราจะตายกันทั้งหมด เจียงเยี่ยนตอนนี้ถูกอสูรสถิตครอบงำไม่สนใจฟังผู้ใดทั้งสิ้น”
    ไป๋เหวินโจวกล่าวว่า
    “ข้าไม่ให้เจ้าทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์เด็ดขาด”
    ซูโหยวเสวียนกำมือแน่น นางรู้สึกเหงื่อซึมไหลตามฝ่ามือ หากนางพ่ายแพ้ทุกคนในถ้ำต้องตายไร้ที่กลบฝังแน่นอน ซูโหยวเสวียนหันไปถามไป๋เหวินโจว
    “เหตุใดเจ้าจึงช่วยข้าไว้”“หากเจ้าตาย เยี่ยนเอ๋อร์จะไม่มีคนรักษา”
    ซูโหยวเสวียนพยักหน้าพร้อมกล่าวขอบคุณ แม้ใบหน้าไป๋เหวินโจวยามนี้จะมอมแมมเต็มไปด้วยฝุ่นดิน แต่ก็ยังคงเค้าความสง่างามสะกดใจผู้คน
    ซูโหยวเสวียนรีบละสายตาจากไป๋เหวินโจว เห็นเจียงเยี่ยนต่อยหมัดกระแทกใส่พื้นดินก่อเกิดเป็นคลื่นพลังสีดำพุ่งยาวมา ซูโหยวเสวียนรีบผลักไป๋เหวินโจวกระเด็นไปด้านข้าง จากนั้นใช้ฝ่ามือขวารับคลื่นพลังนั้นไว้
    พลังลมปราณของซูโหยวเสวียนกับเจียงเยี่ยนปะทะกันอย่างรุนแรง ยามกะทันหันยากพิสูจน์ผลแพ้ชนะ
    ทั้งสองฝ่ายต่างเร่งพลังตนจนถึงจุดสูงสุด!!

    ------- จบตอนที่ 33 -------การต่อสู้มาถึงขั้นตัดสิน ใครจะแพ้ใครจะชนะ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรโปรดติดตามจ้า ตอนหน้าจะจบการต่อสู้ในถ้ำนี้แล้ว พร้อมเริ่มเนื้อเรื่องใหม่ตอนหน้าขอโดเนท 3 กำลังใจ นะคร้าบตอนยาวจัดเต็ม ขอบคุณล่วงหน้า

    คล้ายกับเรื่องเจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร ที่คุณอ่าน