"ไปสร้างอาวุธ... ที่สามารถฆ่าทูต์ได้"
คำประกาศของราตรีดังก้องอยู่ในตลาดมืดที่บัดนี้เริ่มกลับสู่ความโกลาหลปกติ เธอนำทีมที่บอบช้ำและได้สมาชิกใหม่กลับไปยังที่พักชั่วคราวอย่างรวดเร็ว
"โรงหลอมแห่งไดวา... มันคืออะไรกันแน่?" อริสราถามขึ้นเป็คนแรก
"มันคือตำนาน... แม้แต่ในหมู่อสูรด้วยกันเอง" ราตรีอธิบายขณะเปิดไฟล์ข้อมูลโบราณบนแท็บเล็ตของเธอ "มันคือสถานที่ที่เหล่าอสูรตระกูลไดวา... บรรพบุรุษของนาย, ลอเรนโซ่... ใช้ในการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขา ว่ากันว่ามันไม่ได้สร้างแค่อาวุธ แต่สามารถหลอมเจตจำนงให้กลายเป็รูปร่างได้"
"แล้วมันอยู่ที่ไหน?" เคนจิถามแทรก น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสนใจในอาวุธใหม่
"นั่นแหละปัญหา" ราตรีขมวดคิ้ว "มันไม่ได้อยู่บนพื้นโลก... บันทึกชิ้นสุดท้ายระบุว่ามันจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร... ในร่องลึกที่ลึกที่สุด พร้อมกับนครหลวงของเหล่าไดวา"
สถานการณ์ดูเหมือนจะถึงทางตันอีกครั้ง แต่ราตรีกลับมีแผนสำรองเสมอ "การเดินทางปกติไปไม่ถึงแน่... เรา้าพาหนะที่พิเศษ... และฉันรู้ว่าจะไปหามันได้ที่ไหน"
เธอหันมามองทุกคน "แต่ฉันต้องเตือนไว้ก่อน... การจะได้มันมา... เราต้องทำข้อตกลงกับ 'เบื้องบน' ของฉัน... ซึ่งหมายความว่าเราจะติดหนี้บุญคุณกับราชันย์แห่งอเวจีองค์หนึ่ง... และหนี้ของปิศาจ... ไม่เคยมีราคาถูก"
เมื่อไม่มีใครคัดค้าน... ราตรีก็เริ่มทำพิธีกรรมติดต่อ เธอใช้มีดสั้นกรีดเืของตัวเองลงบนพื้น... เืสีแดงเข้มของเธอซึ่งมีพลังงานของอเวจีเจือปนอยู่ไหลรวมกันเป็ตราสัญลักษณ์ที่ซับซ้อนและน่าขนลุก มันส่องแสงสีเืจางๆ ก่อนที่เสียงทุ้มลึกและทรงอำนาจจะดังขึ้นในหัวของทุกคน...
< เ้า้าอะไร... ราตรี... ถึงกับต้องเรียกข้าโดยตรง >
"ข้า้า 'นาคาอเวจี'" ราตรีตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว "พร้อมทั้งเส้นทางที่ปลอดภัยไปยังร่องลึกมาเรียนา"
< เรือดำน้ำมิติของข้างั้นรึ? เ้า้ามันไปทำภารกิจที่อันตรายขนาดนั้นเชียว... > เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังใช้สายตาทิพย์มองมายังพวกเขา < ...อ้อ... ข้าเห็นแล้ว... ทายาทอสูรถึงสามตน... การลงทุนที่น่าสนใจ >
< ตกลง... ข้าจะให้เ้าใช้มัน... แต่มีข้อแลกเปลี่ยน... เมื่อเ้าไปถึงโรงหลอม... เ้าต้องนำ 'ทั่งตีเหล็กแห่งเสียงสะท้อน' กลับมาให้ข้า... ของเล่นชิ้นเล็กๆ ที่สามารถบันทึกและจำลองกระบวนการสร้างสรรค์ได้... ข้าเชื่อว่าศิลปินน้อยๆ ของเ้าคงจะยินดีให้ความร่วมมือ >
"ตกลงตามนั้น" ราตรีรับคำโดยไม่ลังเล
< ดี... จงไปรอที่ชายฝั่งฮอกไกโดในอีก 24 ชั่วโมง... ของเล่นของข้าจะไปรอพวกเ้าที่นั่น... อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ, ราตรี >
เสียงนั้นเงียบหายไปพร้อมกับตราสัญลักษณ์บนพื้นที่จางลง... ข้อตกลงกับปิศาจได้ถูกทำขึ้นแล้ว
หนึ่งวันต่อมา ณ ชายฝั่งที่ห่างไกลและหนาวเหน็บของฮอกไกโด... "นาคาอเวจี" ก็ปรากฏตัวขึ้น
มันผุดขึ้นมาจากใต้น้ำอย่างเงียบเชียบ... ไม่ใช่เรือดำน้ำธรรมดา แต่เป็สิ่งมีชีวิตกึ่งจักรกลที่น่าทึ่ง ตัวเรือทำจากโลหะสีดำสนิทที่ดูเหมือนเกล็ดของอสรพิษั์ มีช่องหน้าต่างที่เรืองแสงสีแดงราวกับดวงตา และเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างสง่างามราวกับงูทะเลในตำนาน
"ทุกคนขึ้นไป" ราตรีสั่ง
ภายในเรือนั้นไฮเทคและหรูหรากว่าที่คิด ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง ราตรีรับหน้าที่เป็ผู้ควบคุมหลัก, เคนจินั่งประจำสถานีป้องกันและเซ็นเซอร์, ส่วนอริสรา... เธอพบว่า "สายตา" ของเธอมีประโยชน์อย่างยิ่งในการมองทะลุความมืดของใต้น้ำและตรวจจับพลังงานที่ผิดปกติ ในขณะที่ลอเรนโซ่... เขากลายเป็เข็มทิศมีชีวิต เขาหลับตาลงและััได้ถึง "เสียงเรียก" จางๆ จากโรงหลอมของบรรพบุรุษ
การเดินทางสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรคือประสบการณ์ที่ทั้งงดงามและน่าหวาดหวั่น พวกเขาผ่านดงของสัตว์ทะเลเรืองแสงที่ดูเหมือนมาจากต่างดาว... และเผชิญหน้ากับ "บางสิ่ง" ที่อาศัยอยู่ในความมืดนั้น
"มีพลังงานขนาดใหญ่กำลังเข้ามา!" อริสราะโเตือน
เซ็นเซอร์ของเคนจิยืนยันคำพูดของเธอ "วัตถุขนาดใหญ่กว่าตัวเรือสิบเท่า... กำลังพุ่งมาหาเรา!"
ทันใดนั้น... เรือทั้งลำก็สั่นะเือย่างรุนแรง! หนวดขนาดมหึมาของอสูรกายใต้ทะเลลึก... คราเคน... กำลังรัดตัวเรือเอาไว้!
"ยิงตอร์ปิโดพลังงานเงา!" ราตรีสั่งการอย่างเฉียบขาด
เคนจิกดปุ่มยิง... ตอร์ปิโดสีดำพุ่งออกจากตัวเรือและะเิออกเป็คลื่นพลังงานเงาที่ทำให้หนวดของคราเคนชะงักไปชั่วครู่ แต่มันก็กลับมารัดแน่นกว่าเดิม
"มันกำลังจะบดเรา!" ลอเรนโซ่ร้องขึ้นด้วยความหวาดกลัว
"ลอเรนโซ่! ตั้งสติ!" อริสราหันไปบอก "ใช้พลังของนาย! ไม่ใช่เพื่อสร้าง... แต่เพื่อ 'เสริมความแข็งแกร่ง'!"
ลอเรนโซ่ทำตามที่เธอบอก เขาวางมือลงบนผนังเรือและส่งพลัง "ฉันทะ" ของเขาเข้าไป... จินตนาการว่าตัวเรือนั้นคือประติมากรรมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก! ผนังโลหะรอบตัวพวกเขาส่องแสงสีรุ้งจางๆ ขึ้นมาและทนทานต่อแรงบีบของคราเคนได้!
เมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่แหลกสลายอย่างที่คิด... และยังคงโจมตีกลับด้วยพลังงานที่มันไม่ชอบ... ในที่สุดคราเคนั์ก็คลายหนวดและล่าถอยกลับเข้าไปในความมืดมิด
พวกเขาเอาชีวิตรอดมาได้... ด้วยการทำงานเป็ทีมเป็ครั้งแรก
หลังจากเดินทางต่อมาอีกหลายชั่วโมง ในที่สุดลอเรนโซ่ก็ลืมตาขึ้น "ถึงแล้ว... ผมรู้สึกได้... มันอยู่ข้างล่างนี้เอง"
เบื้องหน้าของพวกเขาคือร่องลึกก้นสมุทรที่มืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งใด... แต่ในสายตาของอริสรา... เธอเห็นแสงสีฟ้าที่ทรงพลัง... กำลังเต้นเป็จังหวะช้าๆ อยู่ที่ก้นบึ้งของมัน
"นาคาอเวจี" ดำดิ่งลงสู่ร่องลึกนั้น... และภาพที่ปรากฏขึ้นก็ทำให้ทุกคนต้องตะลึง
ที่ก้นบึ้งของมหาสมุทร... มีโดมพลังงานสีฟ้าขนาดมหึมาครอบคลุมนครโบราณทั้งเมืองเอาไว้! นครใต้สมุทรของเหล่าอสูรตระกูลไดวาที่ถูกเก็บรักษาไว้จากกาลเวลาอย่างสมบูรณ์แบบ มันทั้งงดงาม... และเงียบสงัดจนน่าใจหาย
เรือดำน้ำจอดลงที่ใจกลางนคร... เบื้องหน้าของพวกเขาคือโครงสร้างที่ใหญ่ที่สุด... โรงหลอมแห่งไดวา มันมีลักษณะคล้ายูเาไฟใต้ทะเลที่ดับแล้ว แต่ที่ใจกลางของมัน... มี "หัวใจ" ที่เป็แก่นพลังงานร้อนระอุคล้ายดวงดาวขนาดเล็ก... ที่กำลังดับมอดลง
"มันอยู่ในภาวะจำศีล" ราตรีกล่าว "เราต้องปลุกมันขึ้นมา"
เมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้... อักขระอสูรโบราณก็ปรากฏขึ้นบนผนังของโรงหลอม ส่องแสงเรืองรองขึ้นมาต้อนรับผู้มาเยือน
"ฉันอ่านมันออก..." อริสราพึมพำ "มันเป็... ปริศนา"
< ข้าไม่มีเสียง... แต่ขับขานบทเพลงแห่งการสร้างสรรค์ >< ข้าไม่มีมือ... แต่สรรค์สร้างขุนเขาและพงไพร >< ข้าไม่มีไฟ... แต่หัวใจของข้าหลอมรวมดวงดารา >< ข้าคือสิ่งใด? >
ทุกคนครุ่นคิด... แต่ลอเรนโซ่กลับเบิกตากว้าง... เขารู้คำตอบ
"มันไม่ใช่คำถามที่้า 'คำตอบ'" เขากล่าว "แต่้า 'การกระทำ'... มันคือบทกวีที่บรรยายถึงพลังของพวกเรา... พลังของตระกูลไดวา"
เขาเดินตรงไปยังหัวใจของโรงหลอมที่กำลังริบหรี่ "มัน้าเชื้อเพลิง... เชื้อเพลิงชนิดเดียวกับที่สร้างมันขึ้นมา"
ลอเรนโซ่วางมือลงบนแก่นพลังงานนั้น... เขาหลับตาลง... และปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเขา... ไม่ใช่ความกลัว... ไม่ใช่ความโกรธ... แต่เป็ "จิติญญาของศิลปิน" ความปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่งดงามที่สุดในจักรวาล... เขามอบ "ฉันทะ" ทั้งหมดที่เขามีให้กับมัน!
วูมมมมมม!
หัวใจของโรงหลอมที่เคยริบหรี่... บัดนี้กลับลุกโชนสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง! แสงสว่างจ้าจนทุกคนต้องหรี่ตา! พลังงานมหาศาละเิออกเป็คลื่นกระแทกที่แผ่ขยายออกไป... ไม่ใช่แค่ในนครใต้สมุทร... แต่เป็คลื่นพลังงานที่ทะลุผ่านมิติ... และป่าวประกาศการตื่นขึ้นของมันให้ทั้งสามภพได้รับรู้!
"เยี่ยมมาก!" ราตรีะโ "แต่ตอนนี้เราก็กลายเป็เป้าที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลแล้ว! เรามีเวลาไม่มาก! รีบทำในสิ่งที่เราต้องทำ!"
โรงหลอมที่ตื่นขึ้นนั้นตอบสนองต่อเจตจำนงของผู้ใช้
ลอเรนโซ่เป็คนแรก เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับราชันย์แห่งอเวจี เขาจินตนาการถึง "ทั่งตีเหล็กแห่งเสียงสะท้อน"... และแท่นทั่งตีเหล็กที่ทำจากคริสตัลสีรุ้งก็ก่อตัวขึ้นจากพลังงานของโรงหลอม... มันดูดซับภาพความทรงจำเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ของเขาเข้าไป ก่อนจะลอยไปเก็บตัวเองอยู่ในช่องเก็บของบนเรือ "นาคาอเวจี" โดยอัตโนมัติ
เคนจิเป็คนต่อไป เขาไม่ได้ขออาวุธ แต่เขาก้าวเข้าไปในลำแสงพลังงานของโรงหลอม! "หลอมร่างกายข้า... ให้เป็อาวุธ!" เขาคำราม! โลหะเหลวสีดำจากแก่นของโรงหลอมไหลเข้าเคลือบิัและหมัดของเขา ก่อนจะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างกาย... บัดนี้ทุกส่วนของเขาคืออาวุธสังหารที่สามารถทำลายได้ทั้งกายภาพและจิติญญา
ส่วนอริสรา... เธอนึกถึงการต่อสู้ที่ผ่านมา... และความอ่อนแอของเธอในการควบคุมพลัง เธอยื่นมือออกไปและจินตนาการถึงเครื่องรางชิ้นหนึ่ง... สร้อยคอที่มีจี้เป็รูปอสรพิษขดรอบอัญมณีสีนิล... โรงหลอมตอบสนองต่อเจตจำนงของเธอ สร้อยเส้นนั้นก่อตัวขึ้นและลอยมาสวมที่คอของเธอ
ทันที เธอรู้สึกได้ทันทีว่าพลังที่เคยวุ่นวายในตัวเธอนั้น... บัดนี้สงบและนิ่งลง... รอคอยคำสั่งจากเธอแต่เพียงผู้เดียว
ทันใดนั้น! สัญญาณเตือนภัยบนเรือก็ดังขึ้น!
"มีคนมา!" เคนจิะโ "หลายเป้าหมาย... กำลังดิ่งลงมาหาเราด้วยความเร็วสูง!"
"ได้ของเล่นใหม่กันแล้ว... ก็ได้เวลาหนี!" ราตรีสั่ง "ทุกคนกลับไปที่เรือ! เดี๋ยวนี้!"
ทั้งสี่วิ่งกลับไปที่ "นาคาอเวจี" และทะยานออกจากนครใต้สมุทรทันที... ทิ้งโรงหลอมที่เริ่มกลับสู่ภาวะจำศีลอีกครั้งไว้เื้ั
ราตรีมองจอเซ็นเซอร์ที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงของศัตรูที่กำลังไล่ตามมา... ก่อนจะหันไปมองทีมของเธอที่บัดนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม... เธอยิ้มออกมาอย่างเืเย็น
"เอาล่ะ... ของเล่นใหม่ก็ได้มาแล้ว..."
"ถึงเวลา... เอามันไปทดลองใช้จริงซะที"