ตำนานกษัตรีแห่งเวอร์เทมแบร์ก Legend of Ava

    บทที่ 42 หายากนะเจ้าตัวนี้

    บทที่ 42

    หายากนะเจ้าตัวนี้

     

    เอวาขึ้นมาถึงพื้นที่โล่ง ตรงหน้ามีแอ่งเหวลึกปรากฏอยู่ ฟู่ววว...เสียงของเปลวเพลิงแผดเผาดังขึ้นจากเบื้องล่าง ลมร้อนหอบกลิ่นกำมะถันกระทบผิวกาย เสียงลาวาเดือดระอุราวกับเสียงคำรามร้องของอสูรที่กำลังตื่นจากการหลับใหล

     

    เอวามองไปยังสะพานหินทอดผ่านเข้าสู่ใจกลางปล่องภูเขาไฟ จุดหมายปลายทางของสะพานแห่งนี้คือเสาหินโบราณที่รายล้อมด้วยอักษรรูนที่ใช้ในการเคลื่อนย้าย

    ทุกย่างก้าวยิ่งทำให้อุณภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้น ถ้าไม่ได้ใช้มานาคอยช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่าง ผิวกายจะแห้ง ร่างกายขาดน้ำเพราะถูกเปลวไฟลูบไล้อยู่ตลอดเวลา

     

    [บททดสอบที่สองจัดการซาลาแมนเดอร์เพื่อไปยังพอร์ทัลที่อยู่ตรงหน้าให้สำเร็จ]

    สิ้นเสียงประกาศเปลวเพลิงเบื้องล่างผุดขึ้นสูง กลายเป็นร่างกายขนาดมหึมาชโลมไปด้วยลาวาบนตัว ส่งกลิ่นอายความร้อนแผดเผาอากาศ

    หว่างคิ้วของเอวาขมวดเข้าหากัน เธอรีบกระโดดถอยหลังเพื่อหลบหลีกของเหลวที่ร้อนระอุ พร้อมกับจ้องไปยังร่างของอสรพิษสี่ขา หัวโตทรงสามเหลี่ยม ดวงตาเรียวยาวสีแดงเพลิง บนหัวมีเขาสั้นสองแฉก เสียงคำรามของมันสั่นสะเทือนไปทั่วภูเขา

     

    “แปลกแฮะ!!” นกฮูกน้อยพึมพำออกมาด้วยความสงสัย ซ้อนทับกับคนพูดของเอวาที่พูดออกมาในเวลาเดียวกัน “มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!!”

     

    ทั้งสองพูดออกเป็นเสียงเดียวกัน เอวารีบถามอีกฝ่าย “คุณนกฮูกมีสิ่งใดแปลก?”

    “ซาลาแมนเดอร์เพลิง ไม่ได้เกิดจากกลุ่มก้อนมานาและพลังเวทย์ของสุสานเหมือนเช่นต้นไม้ใบหญ้าที่เคยพบ แต่มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ” จิตวิญญาณแห่งสมบัติพูดตอบ จากนั้นมันได้ถามถึงความไม่ถูกต้องที่หญิงสาวพูดขึ้น

    “เสียงประกาศ บอกให้ฉันจัดการซาลาแมนเดอร์เพลิงเพื่อไปยังพอร์ทัล แต่จากที่เวิลด์ได้เล่ามา สองคนที่ผ่านด่านนี้ไปก่อนหน้า ไม่ได้จัดการซาลาแมนเดอร์ พวกเขาเพียงแค่หยุดการเคลื่อนไหวและไปที่พอร์ทัลเพื่อวาร์ปออกไปจากจุดนี้เท่านั้น”

     

    จิตวิญญาณแห่งขุมสมบัติครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น “เจ้าใช้ดาบเวทย์ธาตุสายฟ้าได้อย่างไร??”

    เอวาคิดตามคำพูดและตอบ “ฉันเพียงเปลี่ยนมานาบริสุทธิ์เป็นพลังเวทย์ ส่วนการที่มันเป็นธาตุสายฟ้า คงเป็นเพราะฉันได้ดูดซับผนึกเวทย์ของการ์กอยล์โลหิตที่มีอัตลักษณ์ธาตุลมเข้าไป”

    พูดถึงตรงนี้เธอฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมา “ซาลาแมนเดอร์เพลิงไม่ได้เกิดจากมานาแต่เป็นสิ่งมีชีวิต หมายความว่าในตัวมันจะต้องมีผนึกเวทย์แบบการ์กอยล์โลหิตอยู่ในตัวแน่ๆ และการที่ระบบบอกให้จัดการเพื่อไปยังพอร์ทัลตรงหน้า จุดประสงค์ที่แท้จริง น่าจะไม่ใช่การไปถึงพอร์ทัลให้ปลอดภัยแต่เป็นการจัดการซาลาแมนเดอร์ต่างหาก”

    นกฮูกน้อยพูดเสริม “ขุมทรัพย์ของด่านทดสอบแรกคือมิติที่เต็มไปด้วยพลังเวทย์เหมาะแก่การกลั่นมานาให้บริสุทธิ์ ส่วนด่านทดสอบที่สองคืออัตลักษณ์ธาตุไฟอันเกิดจากผนึกเวทย์ของซาลาแมนเดอร์เพลิง”

    เอวาพยักหน้าให้กับคำพูดของอีกฝ่าย “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน คำว่าจัดการ ก็คือต้องสังหารมัน แต่ความเป็นไปได้ที่นักรบในระดับเงินจะสามารถเอาชนะสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งเทียบเท่านักสู้ระดับไดมอนด์ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปได้เลย??”

    พูดถึงตรงนี้เอวาสะบัดมือขวา เรียกเขี้ยวแห่งเงาออกมา จากนั้นเธอทดสอบโจมตีไปด้านหน้าด้วยการผสานออร่าและเวทมนตร์เข้าด้วยกัน แม้ว่าการโจมตีจะไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนบนร่างของซาลาเมนเดอร์เพลิงได้ แต่มันสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ราวๆสองถึงสามวินาที “เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางที่ระดับเงินจะเอาชนะซาลาเมนเดอร์เพลิงได้ ผู้สร้างถึงได้จงใจทำให้มันมีจุดอ่อนตรงนี้สินะ”

     

              “แต่ถ้าดูจากความแข็งแกร่งของซาลาแมนเดอร์เพลิงแล้ว ต่อให้มันมีจุดอ่อนขนาดใหญ่ ก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะเอาชนะได้ง่ายๆ บางทีเจ้าอาจจะต้องแทงมันในจุดเดิมซ้ำกว่าพันครั้งหรือหมื่นครั้ง มันถึงจะสิ้นใจ พยายามเข้าละ” พูดจบนกฮูกน้อยบินไปหลบอยู่ด้านหลังราวกับว่าไม่ต้องการให้ร่างกายที่สร้างจากคริสตัลสีชมพูอ่อนได้รับผลกระทบจากการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้น

     

              เมื่อรู้จุดอ่อนของศัตรู ก็ทำให้เอวาเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบ ร่างของเธอม้วนตัวในอากาศ หลบเปลวเพลิงที่อีกฝ่ายพ่นออกมา พร้อมกับสะบัดกาตาร์ไปด้านหน้า ทันทีที่กระแสดาบเวทย์ ปะทะเข้ากับร่างกายขนาดมหึมา ราวกับซาลาเมนแดอร์เพลิงได้ถูกสาปเป็นหินแข็งค้างไปชั่วขณะ

              เสียงของนกฮูกน้อยดังไล่หลังออกมา “ใต้คาง ช่องระบายมานาและไอความร้อนของมันอยู่ที่ใต้คาง โจมตีที่จุดอ่อนของมันจะได้ผลดีที่สุดและอาจทำให้จำนวนที่ต้องใช้ลดน้อยลงหลายส่วน”

     

              ไม่รอช้าเอวาชกเข้าที่ใต้คางของอสูรร้าย ปลายแหลมของกาตาร์ทิ่มแทงไปตรงตำแหน่งนั้นอย่างพอเหมาะ ทว่าทั้งๆที่เป็นจุดอ่อนของอีกฝ่ายแท้ๆ กลับให้ความรู้สึกเหมือนแทงลงบนเกราะหนาหนืดแข็งตัว ไม่สามารถเจาะผ่านหรือสร้างบาดแผลได้เลย

              “นี้คือจุดอ่อนของมันจริงเหรอเนี้ย!!” เอวาร้องตะโกนพร้อมถอยห่างจากศัตรู

              “ก็ลองแทงลงไปบนเกร็ดของมันดูสิ ไม่เกินสิบครั้ง เขี้ยวแห่งเงาที่เจ้าพึ่งขโมยมา คงได้หักเป็นสองส่วนแน่ๆ”

     

              ไม่กี่วินาทีต่อมาเสมือนร่างกายของซาลาแมนเดอร์เพลิงถูกถอนจากคำสาป มันกลับมาเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง บนเขาสองแฉกของมัน อยู่ๆก็ปรากฏเปลวไฟสีน้ำเงินปนฟ้าขึ้น ไอความร้อนรอบตัวพวยพุ่งขึ้นอย่างมหาศาล ก่อนจะกลายเป็นประกายไฟสีน้ำเงินพุ่งเป็นเส้นตรงออกจากปากของมัน

             

    ตุบบ!! เอวาใช้เท้าถีบไปบนร่างกายของอีกฝ่าย เพื่อใช้แรงส่ง ทำให้เธอหลบหลีกเปลวเพลิงได้อย่างเฉียดฉิว

              “แบบนี้ ค่อยสมกับเป็นขุมทรัพย์ของเรียลเวอร์ซัสหน่อย!!” นกฮูกน้อยพูดออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังซาลาแมนเดอร์เพลิง

              “คุณนกน้อยอย่าพูดอะไรที่รู้อยู่คนเดียวได้หรือไม่??”

     

    “โดยปกติแล้ว ไฟของซาลาแมนเดอร์เพลิงจะมีสีส้มปนแดง แต่ตัวตรงหน้าของเจ้าใช้เพลิงสีน้ำเงินปนฟ้า เจ้านี้คือรากเหง้าของเผ่าพันธุ์ เป็นซาลาแมนเดอร์ศักดิ์สิทธิ์ที่สูญพันธุ์ไปจากทวีปเวอร์เทมแบร์กหลายพันปีแล้ว ความร้อนแรงของไฟสีน้ำเงินเป็นรองเพียงเปลวเพลิงของฟินิกซ์และไฟของมังกรเท่านั้น”

              “ถึงว่า...เพลิงสีน้ำเงินที่เจ้านั้นใช้ออกมา ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าสามารถละลายร่างของฉันได้เพียงแค่สัมผัสจางๆ” เอวาพึมพำด้วยความระมัดระวังอย่างสูง

              “หากเผลอถูกมันไปครั้งเดียว เจ้าได้ไปสวรรค์แน่ อย่าประมาทละ” อีกฝ่ายพูดเตือน

     

    คล้ายกับเรื่องตำนานกษัตรีแห่งเวอร์เทมแบร์ก Legend of Ava ที่คุณอ่าน