มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 173 :การแข่งขันรอบที่สอง

    ตอนที่ 173 

     

    เรื่องราวของชิงเทียนกลายเป็นหัวข้อที่เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสต่างให้ความสนใจหลังจากการประลองรอบแรกจบลง บรรดาผู้อาวุโสจากสำนักต่างๆ ล้วนพยายามค้นหาที่มาของชิงเทียน แต่สิ่งที่พวกเขาสืบค้นได้มีเพียงข้อมูลที่ว่าชิงเทียนเข้าร่วมสำนักมังกรศักดิ์สิทธิ์เมื่อไม่กี่เดือนก่อนเท่านั้น ไม่มีใครทราบภูมิหลังหรือที่มาของเขา ซึ่งนั่นทำให้ชิงเทียนดูลึกลับยิ่งกว่าเดิม 

     

    ในขณะเดียวกัน ที่โรงตีเหล็กของสำนักค้อนทองคำ หลินเยว์ยังคงฝึกฝนอย่างหนัก แม้จะมีเวลาพักเพียงเล็กน้อย เธอก็ใช้ทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า ค้อนที่กระแทกลงบนโลหะแต่ละครั้งเต็มไปด้วยพลังและความนุ่มนวล โลหะร้อนค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างภายใต้การตีขึ้นรูป จนกลายเป็นกระบี่ที่งดงาม หลินเยว์ลับคมกระบี่เป็นขั้นตอนสุดท้าย  

     

    "กระบี่ของเจ้ายังใช้ไม่ได้"  

     

    เสียงหนึ่งดังขึ้น ในขณะที่หลินเยว์กำลังมองกระบี่ด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อนางหันกลับไปก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือชิงเทียน ชายที่เป็นผู้ชนะในการแข่งรอบแรก 

     

    "เจ้า... เจ้าอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว?" หลินเยว์ถามด้วยความประหลาดใจ น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อยที่ถูกรบกวนสมาธิ 

     

    "ก็ตั้งแต่เจ้าเริ่มตีเหล็กนั่นแหละ" ชิงเทียนตอบด้วยท่าทีสบายๆ 

     

    หลินเยว์รู้สึกประหลาดใจที่เธอจดจ่อกับการตีเหล็กจนไม่ทันสังเกตสิ่งรอบข้าง อย่างไรก็ตาม คำพูดของชิงเทียนยังคงรบกวนจิตใจเธอ 

     

    "เจ้าบอกว่ากระบี่ของข้ายังใช้ไม่ได้ หมายความว่าอย่างไร" นางถามด้วยความสงสัย 

     

    ชิงเทียนรู้สึกแปลกใจที่หลินเยว์ไม่ได้แสดงความไม่พอใจ แต่กลับเปิดใจรับฟังคำวิจารณ์จากเขาที่เป็นคู่แข่ง 

     

    "กระบี่ของเจ้ามีความเหนียว แต่ขาดความแข็ง นั่นจะทำให้คมกระบี่บิ่นได้ง่าย อีกทั้งด้ามจับยังใหญ่เกินไป ทำให้จับไม่ถนัดมือ" ชิงเทียนอธิบาย 

     

    "กระบี่ที่ดีก็ต้องมีความเหนียวอยู่แล้ว หากแข็งกระด้างเกินไป กระบี่ก็จะขาดความยืดหยุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน การทำให้กระบี่แข็งเกินไปมีแต่จะทำให้มันหักง่ายเมื่อรับแรงกระแทก" หลินเยว์โต้แย้งด้วยความมั่นใจในความรู้และประสบการณ์ของตน 

     

    "นั่นเป็นเพียงหลักการพื้นฐาน แต่สิ่งที่ข้าพูดถึงความแข็ง คือความแข็งของส่วนคมกระบี่โดยเฉพาะ ความเหนียวของตัวดาบจะช่วยรับแรงกระแทกโดยรวม แต่คมดาบที่แข็งแกร่งจะช่วยให้สามารถตัดฟันได้อย่างเฉียบคม" 

     

    ชิงเทียนหยิบกระบี่ของหลินเยว์ขึ้นมาพิจารณาก่อนจะใช้มือลูบไปที่พื้นผิวโลหะ พร้อมกับเริ่มอธิบายแนวคิดที่เขาสร้างขึ้นมา 

     

    "การใช้โลหะอ่อนเป็นแกนกลาง แล้วใช้โลหะแข็งสร้างเป็นคมกระบี่ จะทำให้กระบี่มีความทนทานมากยิ่งขึ้น อาวุธชิ้นนั้นมีความแข็งแกร่งมากกว่า เมื่อนำไปเทียบกับอาวุธระดับเดียวกัน"  

     

    หลินเยว์ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอเคยได้ยินเกี่ยวกับการสร้างอาวุธจากโลหะสองชนิด แต่การแยกโลหะชนิดหนึ่งเป็นแกนและอีกชนิดเป็นคมนั้น เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยพบในตำราเล่มใดมาก่อน 

     

    "อธิบายไปเจ้าก็คงไม่เห็นภาพ เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าจะสาธิตให้ดูก็แล้วกัน" 

     

    ว่าแล้วชิงเทียนก็หยิบโลหะขึ้นมาสองชนิด จากกองแร่ที่วางอยู่ใกล้ๆ ชิ้นแรกมีจุดเด่นด้านความแข็ง ส่วนอีกชิ้นมีจุดเด่นด้านความยืดหยุ่น 

     

    เปลวเพลิงสีฟ้าที่ลุกโชนขึ้น โอบล้อมแร่โลหะทั้งสองชนิดบนฝ่ามือ ประกายอัสนีสีม่วงครามสว่างไหลเวียนอยู่รอบๆ ราวกับสายน้ำที่เต้นระบำ สิ่งเจือปนต่างๆ ถูกสกัดออกไปอย่างรวดเร็ว  

     

    หลินเยว์เบิกตากว้าง มองดูโลหะร้อนที่อยู่ในมือของชายหนุ่มด้วยความตื่นตะลึง หลังจากที่เห็นชิงเทียนใช้มือสัมผัสโลหะร้อนโดยตรง การจะทำแบบนี้ได้ จำเป็นต้องมีความรู้ในศาสตร์ของเปลวเพลิงอย่างลึกซึ้ง แม้กระทั่งผู้อาวุโสในสำนักเพลิงสุริยัน ก็ยังไม่สามารถทำแบบนี้ได้ 

     

    ชิงเทียนนำโลหะที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นไปวางไว้บนทั่ง ก่อนจะเริ่มลงมือตีขึ้นรูปด้วยค้อนเหล็กในมือ ท่วงท่าของเขาแม่นยำและสม่ำเสมอ ผ่านไปไม่นานชิงเทียนก็ได้ส่วนแกนกลางของกระบี่  

     

    เมื่อสร้างขั้้นตอนแรกเสร็จ ชิงเทียนก็นำเอาโลหะสีเงินเข้มที่มีคุณสมบัติด้านความแข็งแรงทนทานมาวางทาบบนแกนกลาง แล้วเริ่มตีอย่างประณีต จนโลหะทั้งสองชนิดให้กลายเป็นเนื้อเดียวกันโดยสมบูรณ์ 

     

    เมื่อชิงเทียนนำส่วนตัวกระบี่ โกร่ง และด้ามจับประกอบเข้าด้วยกัน กระบี่เล่มนั้นก็พลันแผ่กลิ่นอายของอาวุธระดับเซียนขั้นกลางออกมา ทว่าเมื่อลองพิจารณาถึงความแข็งแกร่งและความทนทานที่สัมผัสได้ จะพบว่าศักยภาพที่แท้จริงของมันนั้น เทียบเท่าได้กับอาวุธระดับเซียนขั้นสูงเลยทีเดียว 

     

    หลินเย่ว์จ้องมองกระบี่เล่มนั้นด้วยแววตาเป็นประกาย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางได้เห็นเทคนิคการตีเหล็กที่น่าอัศจรรย์และแปลกใหม่เช่นนี้ มันเปิดโลกทัศน์ในศาสตร์แห่งการสร้างอาวุธอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

     

    "รับไว้สิ..." ชิงเทียนยื่นกระบี่เล่มนั้นให้กับหญิงสาวอย่างไม่ลังเล 

     

    "อะไรนะ? ไม่... ข้ารับไว้ไม่ได้ มันมีค่าเกินไป" หลินเย่ว์รีบส่ายหน้าปฏิเสธ  

     

    "ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่ต้องการมัน ข้าจะทำลายทิ้ง" ชิงเทียนยักไหล่เล็กน้อยด้วยท่าทางไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะทำท่าเตรียมที่จะใช้เปลวเพลิงสีฟ้าในมือหลอมทำลายกระบี่เล่มนั้น 

     

    "ช้าก่อน!!" หลินเยว์ร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบเอื้อมมือไปคว้ากระบี่เล่มนั้นมาจากมือของชิงเทียนอย่างรวดเร็ว  

     

    "เจ้าเสียสติไปแล้วรึ ทำไมถึงกล้าทำลายอาวุธที่ตนเองสร้างขึ้นมาเช่นนี้" หลินเย่ว์ถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ 

     

    ชิงเทียนเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก  

     

    "อาวุธทุกชิ้นย่อมมีวันเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา ไม่ว่ามันจะล้ำค่าเพียงใด การที่ข้าหลอมมันกลับไปเป็นก้อนโลหะ ก็เป็นเพียงการเปลี่ยนให้มันกลับไปอยู่ในรูปลักษณ์เดิมเท่านั้น เจ้าจะเสียดายไปทำไมกัน" 

     

    "แต่การที่จะหลอมโลหะธรรมดาให้ออกมาเป็นอาวุธชั้นเลิศเช่นนี้ได้นั้น จำเป็นต้องใช้ทักษะและความชำนาญในระดับสูง จะเอาไปเปรียเทียบกับการหลอมทำลายทิ้งได้อย่างไร?" 

     

    "หากเจ้าเห็นว่ามันมีค่าขนาดนั้น ก็รับมันไปสิ" 

     

    ชิงเทียนกล่าวก่อนจะโบกมือลา  

     

    "ถือว่าเป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากข้าก็แล้วกัน" ว่าแล้วเขาก็หันหลังเดินออกจากโรงตีเหล็กไป ทิ้งให้หลินเย่ว์ยืนงงงันอยู่เพียงลำพัง 

     

    หลินเย่ว์ก้มลงมองกระบี่ในมือด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน นางไม่เข้าใจว่าชิงเทียนมีเจตนาอะไรกันแน่ การมอบอาวุธที่ล้ำค่าเช่นนี้ให้กับคู่แข่งของตนเองนั้นเป็นสิ่งที่นางไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายได้ หรือว่านี่จะเป็นกลยุทธ์บางอย่างที่นางยังไม่เข้าใจ ความสงสัยและความสับสนเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาวอย่างช้าๆ 

     

    "เจ้าหายไปไหนมา? การแข่งขันรอบต่อไปใกล้จะเริ่มแล้วนะ" จ้าวเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล เขาวิ่งวุ่นไปทั่วนิกายค้อนทองคำเพื่อตามหาชิงเทียนเพียงคนเดียว 

      

    "แค่ไปเดินเล่นมานิดหน่อย" ชิงเทียนตอบกลับราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

     

    ภายในดวงตาคมกริบคู่นั้น ฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างปกปิดไม่มิด สาเหตุที่เขามอบกระบี่เล่มนั้นให้กับหลินเย่ว์ ไม่ได้เพราะความใจกว้าง แต่เป็นแผนการที่เขาวางเอาไว้แล้ว ชิงเทียนมองเห็นพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวหญิงสาวแห่งสำนักเพลิงสุริยันต์ หากได้รับการขัดเกลาอย่างถูกวิธี ในอนาคต นางจะกลายเป็นช่างตีเหล็กที่มีฝีมือฉกาจอย่างแน่นอน 

     

    สำหรับนิกายชิงที่เขาก่อตั้งขึ้น การมีพันธมิตรที่มีความสามารถในการตีเหล็กถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการส่งเสริมศักยภาพด้านการรบ และสำนักเพลิงสุริยันที่มีชื่อเสียงในด้านนี้ ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว การสร้างความรู้สึกติดค้างบุญคุณให้กับหลินเย่ว์ จึงเป็นหนึ่งในหมากสำคัญ ที่จะทำให้เขาสานสัมพันธ์กับสำนักเพลิงสุริยันได้ง่ายยิ่งขึ้นในอนาคต 

     

    สองชั่วยามหลังจากการแข่งขันรอบแรกสิ้นสุดลง การแข่งขันรอบที่สองก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อร่างของชิงเทียนปรากฏตัวขึ้นในลานกว้าง เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในบริเวณนั้นในทันที 

     

    ตู่กู่หลินก้าวออกมาประกาศกติกาสำหรับรอบต่อไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง  

     

    "สำหรับการแข่งขันในรอบที่สองนี้ พวกเจ้าจะต้องสร้างเสื้อเกราะขึ้นมาหนึ่งชุด โดยจะตัดสินจากพลังป้องกันเป็นหลัก และผู้ที่จะทำการทดสอบพลังป้องกันของเกราะเหล่านั้นก็คือผู้อาวุโสในขอบเขตเซียนขั้นสูงของนิกายเรา" 

     

    กติกาเพียงอย่างเดียวในการแข่งขันรอบนี้คือ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนจะต้องใช้แร่และวัตถุดิบที่ทางนิกายจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น การแข่งขันในรอบนี้จึงเป็นเครื่องวัดทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน 

     

    ซูจินเฉินก้าวเข้ามาใกล้ชิงเทียนเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้มของเขา  

     

    "ในรอบที่แล้ว เจ้าอาจจะโชคดีสร้างอาวุธระดับเซียนขั้นกลางขค้นมาได้ แต่การสร้างเกราะป้องกันนั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในโครงสร้าง และการกระจายแรงกระแทก ข้าไม่คิดว่าคนอย่างเจ้าที่มีดีแค่ลูกเล่น จะมีความสามารถในด้านนี้หรอกนะ" 

     

    ชิงเทียนเหลือบมองซูจินเฉินด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความหวั่นไหว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความท้าทาย  

     

    "ความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำราหรือวิธีเดิมๆ บางที 'ลูกเล่น' ที่เจ้าว่า อาจจะสร้างความประหลาดใจให้เจ้าอีกครั้งก็ได้ ใครจะรู้" 

     

    ซูจินเฉินยังคงมีสีหน้าเย้ยหยัน เขาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนจะเดินไปยังตำแหน่งที่จัดเตรียมไว้สำหรับตนเอง หลังจากที่ใช้เวลาศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการสร้างเกราะกู่เหยียนอย่างละเอียด ความมั่นใจในชัยชนะของการแข่งขันรอบนี้ก็เพิ่มพูนขึ้นอย่างมาก แม้ว่าเขาจะสร้างได้เพียงแค่ของเลียนแบบจากความรู้ที่ได้มา แต่เขาก็มั่นใจว่าด้วยพื้นฐานความรู้ของนิกายค้อนทองคำ จะทำให้เขาสามารถเอาชนะในการแข่งขันรอบนี้ได้อย่างแน่นอน 

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน