
หนานคำนั้นเป็ชายที่ห่างไกลจากคำว่าหล่อราวท้องฟ้ากับหุบเหวลึกดั่งที่พิณทองบอกจริงๆ เขามีหลังที่ค่อมเล็กน้อยใบหน้าตกกระคิ้วดกหนาเป็ปื้นเหนือดวงตาปูดโปนฟันหน้ายื่นยาวออกมาจนเห็นเป็คราบเหลืองผิวเนื้อคล้ำกระดำกระด่างแถมผมเผ้าก็ยังดูรุงรังไม่เป็ระเบียบเหมือนไม่เคยผ่านการหวีมาก่อนเลย
เขาทำให้อิงธารนึกไปถึงเ้าควอสิโมโดในภาพยนตร์แอนิเมชันของวอลต์ดิสนีย์เื่คนค่อมแห่งนอเทรอดาม(The Hunchback of Notre Dame) ขึ้นมาถ้าพิณทองไม่แนะนำว่าเป็พี่ชายละก็เธอคงคิดว่าเขาหลุดออกมาจากภาพยนตร์เื่นั้นจริงๆ ทีเดียว
“นี่พิณ” หญิงสาวสะกิดเพื่อน“แน่ใจนะว่าพี่ชายจริงๆ ”
“ก็บอกแล้วไงว่าคนละแม่” พิณทองตอบเหมือนจะไม่อยากพูดถึงเท่าไรนัก
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะพ่อเธอก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไรนี่นา” อิงธารกระซิบอย่างข้องใจเธอเคยเห็นบิดาของพิณทองมาแล้วจากรูปที่แขวนอยู่ในห้องของเพื่อนสาวท่านเรียกได้ว่าเป็คนสูงอายุที่จัดอยู่ในขั้นดูดีมากทีเดียวไม่น่าเชื่อว่าลูกชายของท่านจะมีใบหน้าและรูปร่างผิดแผกจากบิดาอย่างมากมายเช่นนี้ได้
“ไม่รู้” พิณทองยักไหล่พร้อมกับแบะปากอย่างเหยียดๆ “ถึงยังไงเขาก็เป็พี่ฉันละน่าจะสงสัยอะไรกันนักกันหนายะ”
“แหม...ทำเป็รำคาญ” อิงธารเอ่ยด้วยความน้อยใจ
“ไปเถอะให้คนพิการยืนรออยู่อย่างนั้นน่าทุเรศทุรังสิ้นดี” พิณทองกล่าวอย่างสมเพชมากกว่าสงสารก่อนจะเดินจ้ำนำหน้าไปยังท่าเทียบรถของโรงแรมทันที
อิงธารรีบเดินตามไปและเมื่อเธอไปหยุดยืนต่อหน้าหนานคำดวงตาที่โตไม่เท่ากันของเขาก็เบิกกว้างราวไข่ห่านใบหน้าถึงกับซีดเผือดลงไปถนัดใจ
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ” หญิงสาวกระพุ่มมือไหว้
แต่หนานคำก็ยังคงจ้องมองอิงธารอย่างชนิดที่เรียกได้ว่าตาไม่กะพริบเลยทีเดียวอิงธารได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วหันไปหาเพื่อนอย่างเคอะเขินจนเธอพบว่าพิณทองดูจะไม่พอใจนักที่พี่ชายตัวเองมัวแต่จ้องมองเธอแบบนั้น
“หนานคำ” เธอตะคอกใส่อย่างไร้ความเคารพ“นี่เพื่อนฉันนะจะจ้องไปอีกนานแค่ไหน”
เสียงของน้องสาวต่างมารดาดึงให้ชายร่างค่อมหลุดออกจากภวังค์เขาหันไปทำหน้าบึ้งใส่น้องสาวอย่างเฉยชาจนอิงธารรู้สึกเหมือนทั้งคู่ไม่ค่อยสนิทสนมกันนักคล้ายๆ กับมีกำแพงอะไรบางอย่างที่ขวางกั้นอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ซึ่งอิงธารเองก็ไม่อาจรู้เหมือนกันว่ามันคืออะไรได้แต่คาดเดาเอาว่านั่นอาจจะเป็เพราะความเป็ลูกเมียน้อยของหนานคำก็เป็ได้
ชายหลังค่อมขยับปากเหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่ก็กลับเงียบไปแล้วดึงกระเป๋าเดินทางจากมือของเธอกับพิณทองไปอย่างแรงก่อนจะวางมันลงบนช่องเก็บของด้านหลังรถตู้ที่เปิดเอาไว้รอท่านานแล้วท่าทางของสองพี่น้องทำให้เธออึดอัดใจไม่น้อยจนกระทั่งหนานคำเดินมาเปิดประตูรถให้แล้วผายมือเชิญเธอขึ้นรถอย่างสุภาพนั่นแหละอิงธารจึงยิ้มให้แล้วก้าวขึ้นไปบนรถ
“ปิดประตูด้วยนะ” หนานคำเอ่ยพร้อมกับสะบัดหน้าใส่พิณทองแล้วเดินตุปัดตุเป๋อ้อมไปขึ้นประจำตำแหน่งสารถีโดยที่พิณทองไม่ทันจะก้าวขาอีกข้างขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ
ผู้เป็น้องสาวหน้างอด้วยความโกรธก่อนจะสาวเท้าขึ้นไปบนรถแล้วเลื่อนประตูปิดอย่างแรงแต่ดูเหมือนหนานคำจะไม่รู้สึกรู้สมเขาหัวเราะหึๆ ในลำคอก่อนจะเข้าเกียร์กระชากรถให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างแรงเป็เหตุให้น้องสาวคนสวยและเพื่อนของเธอหงายหลังไปกระแทกกับเบาะรถ
“ไอ้พี่บ้า” ผู้เป็น้องผรุสวาทออกไปอย่างเหลืออด
“ไม่เอาน่าพิณ” อิงธารต้องคอยห้ามไว้ด้วยไม่อยากให้พี่น้องต้องมาทะเลาะกันเองต่อหน้าเธอ
“ก็ดูมันทำสิ” พิณทองบ่นอุบ
“พี่หนานคำเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอกน่า” นางแบบสาวพยายามไกล่เกลี่ยหวังให้บรรยากาศอันน่าอึดอัดทุเลาลง
“ไม่ต้องพ่งต้องพี่หรอกเรียกหนานคำเฉยๆ ก็ได้”
“ช่างเขาเถอะครับคุณอิงธาร” เสียงแหมลอยมาจากด้านหน้านี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ยินเสียงของเขาเต็มสองหูดูเหมือนชายคนนี้จะไม่มีอะไรดีเลยแม้แต่อย่างเดียวเพราะแม้แต่เสียงพูดก็ยังดูน่ากลัวพิลึก
“รู้จักชื่อฉันด้วยหรือคะ”
“ก็นายแม่บอกว่าเพื่อนของยายพิณชื่ออิงธารแล้วนี่ก็มากันสองคนคุณคงไม่มีชื่ออื่นใช่ไหมครับ”
“ดูมันสิดูมันตอบ” พิณทองได้จังหวะแขวะพี่ชาย
อิงธารได้แต่หัวเราะแต่ก็ไม่ได้พูดว่าอะไรเงียบไว้คงเป็ทางที่ดีที่สุดและมันก็ได้ผลสองพี่น้องต่างคนต่างเงียบและต่างคนต่างทอดสายตาไปคนละทิศละทางาน้ำลายจึงเป็อันได้สงบลงชั่วคราว
