04:17 AM
“ว่าแต่ฉันยังไม่ได้ถามเธอเลยสินะคนที่เรากำลังไปช่วยเป็นใครงั้นหรือ”
กาโต้เอ่ยถามเรย์ขณะกำลังเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางทอดยาวของอุโมงค์รถไฟใต้ดินเสียงฝีเท้าดังก้องสะท้อนไปทั่ว ความมืดที่ปกคลุมถูกทำลายด้วยแสงไฟอันริบหรี่ที่ห้อยอยู่ตามแนวเส้นทางยาวบรรยากาศโดยรวมเงียบสงัด

เรย์เหลือบมองกาโต้พร้อมกับสูดหายใจลึกรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาดูเหมือนจะซ่อนความเจ็บปวดบางอย่างไว้
“เธอเป็นญาติเพียงไม่กี่คนที่เหลือของผม...เป็นคนสำคัญที่ผมจะไม่ยอมสูญเสียไปอีกเด็ดขาด”
กาโต้ซึ่งได้ฟังน้ำเสียงอันหนักแน่นเช่นนั้นก็เข้าใจเป็นอย่างดีเพราะตัวเขาเองก็มีครอบครัวที่ไม่อาจเสียไปได้อีกแล้วเช่นกัน
หลังเข้าเกทมาไม่นานพวกเขากับฮันเตอร์อาสากลุ่มอื่น ๆ พบเข้ากับพลเรือนที่ตกค้างบางส่วน เลยได้ทำการประสานงานช่วยเหลือไว้
เรย์ได้ใช้รูปของคางูยะผ่านอุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวไล่สอบถามตามหาคนแต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรจึงแยกตัวออกจากทีมฮันเตอร์กลุ่มอื่นเพื่อเร่งค้นหาต่อไป
ปฏิบัติการร่วมครั้งนี้แบ่งกำลังเป็นทั้งหมดสามฝ่าย
กลุ่มที่หนึ่งทำหน้าที่ช่วยเหลือพลเรือนเป็นหลักนำโดยกองกำลังจากหน่วยทหารราบพิเศษ กลุ่มที่สองทำหน้าที่สอดแนมสำรวจพื้นที่และยืนยันตำแหน่งของราชา นำโดยคนจากสมาพันธ์และกลุ่มฮันเตอร์อาสา
ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มล่าสังหารราชานำทีมโดยประธานเซนซาเอม่อน และขุมกองกำลังจากกิลด์ใหญ่
ตัวเลขผู้เข้าร่วมครั้งนี้มากกว่าปฏิบัติการครั้งแรกอยู่ส่วนหนึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครสามารถนิ่งดูดายต่อเหตุการณ์เช่นนี้ได้มีคนอาสาเข้ามาเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเพราะด้วยรางวัลตอบแทน หรือจิตอาสาก็ตามนั่นทำให้การช่วยเหลือพลเรือนมีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก
ยามสถานการณ์ไม่ปกติย่อมต้องใช้วิธีการไม่ปกติโดยหลักการแล้วกิลด์ฮันเตอร์ต่าง ๆ มักไม่ปฏิบัติและประสานงานร่วมกัน แต่ยามวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังส่งผลถึงความเป็นความตายของผู้บริสุทธิ์หลักการข้อนี้ย่อมสมควรปรับแก้สักเล็กน้อย
ตลอดเส้นทางพวกเขาพบเจอมอนสตอร์นับว่าไม่น้อยโดยเฉพาะสายพันธุ์ Turanateที่ปรากฏออกมามากเป็นพิเศษ ทว่าก็ไม่คณามือเขากับกาโต้สักเท่าไหร่เพียงสะบัดดาบต่อเนื่องเพียงไม่กี่ครั้ง ก็สามารถแยกพวกมันออกเป็นส่วน ๆได้ในพริบตา
สำหรับกาโต้หากพูดถึงสิ่งที่เกินคาดแล้วล่ะก็ตั้งแต่ตอนที่เห็นว่าเรย์แยกส่วน Great PoisonTuranate มอนสเตอร์แมงมุมขนาดใหญ่ออกเป็นชิ้น ๆ ด้วยกระบวนดาบเดียว ทั้งการเคลื่อนไหวสัมผัสระยะทาง สัมผัสด้านจังหวะล้วนเป็นสัญชาตญาณที่ต้องฝึกซ้อมอย่างยาวนานจึงจะสามารถเกาะกุมได้ แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับกำลังพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ระวังด้วยครับดูเหมือนข้างหน้ามีการต่อสู้อยู่”
เสียงเตือนจากเรย์ดึงสติกาโต้ออกจากห้วงความคิดดูเหมือนอีกฝ่ายจะใช้ความสามารถของเนตรมารเพราะในระยะสายตาของกาโต้ตอนนี้ยังไม่พบสิ่งผิดปกติใดให้ต้องระวัง
พวกเขาเร่งฝีเท้าไปตามอุโมงค์ที่ทอดยาวจนเห็นท้ายของขบวนรถไฟสองคันซึ่งจอดอยู่พอเริ่มเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงของการต่อสู้ดังชัดเจนยิ่งขึ้น
เรย์เห็นฮันเตอร์กลุ่มหนึ่งบริเวณช่องว่างระหว่างรถไฟทั้งสองคันกำลังเข้าปะทะกับอสูรถือกระบองตัวใหญ่เกือบสี่เมตร จากสภาพของพวกเขาแลสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก
“นั่นพวกโอะนิ...ระวังตัวด้วยล่ะถึงจะเป็นประเภทสองตาแต่ระดับของเจ้านี่ไม่เหมือนตัวที่พวกเราเจอระหว่างทางหรอกนะ”
กาโต้เอ่ยเตือนเสียงเข้ม
โอะนิโยไคเผ่ายักษ์ที่มักปรากฏในเรื่องเล่าความเชื่อของลัทธิชินโตเป็นยักษ์รูปร่างสูงใหญ่ ยิ่งมีรูปลักษณ์ใกล้เคียงมนุษย์มากเท่าไหร่ระดับความอันตรายก็ยิ่งสูงมากเท่านั้น โดยสมาคมจำแนกความอันตรายของพวกมันผ่านสีผิวซึ่งไล่จากสีเขียวที่มีความอันตรายน้อยสุดจนไปถึงสีแดงและฟ้าซึ่งนับเป็นยักษ์ระดับขุนพลส่วนสีที่พบเห็นได้ยากสุดคือสีเนื้อและน้ำตาลหม่นส่วนใหญ่มักปรากฏตัวในฐานะราชาของดันเจี้ยนระดับสูง
เรย์ลงมือว่องไวปานสายฟ้า
เขาช่วยโจมตีสกัดกั้นจากยักษ์ที่ฟาดกระบองในมือหมายบดขยี้ฮันเตอร์คนหนึ่งขณะกำลังพลาดท่าเสียหลักล้มลงได้ทันเวลา
ดาบในมือของเรย์ทิ่มแทงออกในแนวตรง ปะทะเข้ากับกระบองเพื่อเบี่ยงวิถีของมันให้แฉลบออกด้านข้างถัดจากนั้นจึงกระโดดพลิกข้ามหัวเล็งฟันไปที่ด้านหลังศีรษะของมันแต่ก็ถูกกันไว้ได้ด้วยแขนซ้ายขนาดใหญ่ที่ยกขึ้นป้องกัน
‘มีผิวหนังที่แข็งมากแถมออร่าคุมกายก็ไม่ใช่น้อย ๆ’
นั่นคือความรู้สึกของเขาทันทีที่คมดาบสัมผัสกับผิวของมันจนเกิดเป็นรอยบาดตื้น ๆ
ร่างสูงตระหง่านบึกบึนของมันกำลังหันกลับมาฟาดกระบองใส่เรย์ขณะที่ร่างของเขายังลงไม่ถึงพื้น เรย์เปลี่ยนจังหวะของตัวเองด้วยการถีบไปยังตำแหน่งศีรษะของมันเพื่อเพิ่มแรงส่งตัวเขาไปยังหลังคาตู้ขบวนรถไฟด้านข้างเสียงลมหวีดแหลมพาดผ่านใบหน้า หลบพ้นกระบองของมันได้อย่างหวุดหวิด
เท้าขวาพอสัมผัสกับพื้นหลังคาก็เกร็งกำลังพุ่งใส่อีกครา ดาบยาวในมือเสือกแทงอีกหนึ่งคำรบเล็งตำแหน่งช่องท้องที่กำลังเปิดเผยช่องว่างหลังจากโจมตีพลาด
ถึงจะแทงเข้าไม่ลึกมากแต่ตัวของมันก็ยังถูกปราณเข้มข้นจากปลายดาบ กระแทกใส่จนตัวเซก้าวถอยสองสามก้าว เอนหลังใส่ตู้ขบวนรถไฟอีกด้านหนึ่งจนโครงเหล็กยุบตัวสบโอกาสเปิดทางให้กลุ่มฮันเตอร์ที่เหลือเข้าไปช่วยนำพรรคพวกของตนที่กำลังบาดเจ็บออกมา
ยักษ์ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดมันดึงน้ำเต้าที่ผูกไว้ข้างเอวยกดื่มก่อนพ่นสาดออกมาเป็นไฟใส่ฮันเตอร์ที่กำลังถอยฉากออกมา
เสี้ยววินาทีนั้นเปลวเพลิงถูกป้องกันไว้ได้ด้วยกำแพงทรายของกาโต้
“ทุกคนรีบหนีไปที่หน้าขบวนเร็วเข้ากำแพงนี่คงทนได้อีกไม่นานแล้ว!”
กาโต้รู้ดีว่ากำแพงทรายที่สร้างออกมาเปราะบางเกินไปด้วยภูมิประเทศที่เป็นอุโมงค์ใต้ดินทำให้เขาใช้ความสามารถของตัวเองได้ไม่เต็มที่นัก หากควบคุมหินและดินมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของผนังจนพังทลายลงมาได้
และแทนที่จะสร้างสสารจากกระแสอีเธอร์ในอากาศสู้ควบคุมสสารที่มีอยู่รอบตัวแล้วเปลี่ยนแปลงมันจะใช้มาโซน้อยกว่า การเปลี่ยนอีเธอร์ให้เป็นสสารธาตุไม่ใช่สิ่งที่คนระดับกาโต้สามารถฝึกฝนจนทำได้ง่าย ๆ ในยามปกติจึงมักดึงทรายจากชั้นหินออกมาแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฮันเตอร์ที่ถูกช่วยไว้เริ่มได้สติพวกเขาพยุงเพื่อนวิ่งเลียบขอบกำแพงไปยังบริเวณหัวขบวนรถไฟแต่ก่อนที่กาโต้จะยันไว้ไม่อยู่เรย์นั้นอาศัยช่องว่างที่ศัตรูกำลังละความสนใจจากเขาตั้งท่าอิไอชักดาบฟันด้วยกระบวนท่า ‘ทัณฑ์พิพากตัดสังสาร’
เกิดเป็นปราณดาบล่องหนระเบิดใส่บริเวณปากของยักษ์ใบหน้าของมันสะบัดล้มลงอีกครา เกิดเป็นรอยบาดตื้น ๆ เต็มใบหน้า
มันหันมาจ้องเขาอย่างดุร้าย ผิวหนังของยักษ์กระเพื่อมแรงแพร่ความร้อนออกมาจนเกิดเป็นไอน้ำระเหยออกจากตัว
เรย์เปิดใช้งานเนตรมารอีกครั้งทันทีหลังจากสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของศัตรู
ยักษ์สีฟ้ายันตัวลุกขึ้นพร้อมกับพุ่งเข้าใส่กระบองหนามในมือไล่ฟาดใส่เรย์ไม่ยั้งอย่างสะเปะสะปะ สภาวะดุดันบ้าคลั่งถึงแม้จะร่างใหญ่ แต่การเคลื่อนไหวไม่ได้เชื่องช้าอุ้ยอ้ายเลยสักนิด
เขากระโดดหลบข้ามไปมาระหว่างหลังคารถไฟทั้งสองฝั่งด้วยความปราดเปรียวระหว่างหลบร่างหมุนคว้างลอยละลิ่ว ก็ไม่ปล่อยให้การเคลื่อนไหวสูญเปล่าฉกฉวยแปรเปลี่ยนเป็นจู่โจม ส่งกระบวนท่า ‘คลื่นดาบวายุกระซิบ’ ใส่ช่องว่างของศัตรูที่กำลังบ้าคลั่งอย่างแม่นยำ
โดยกระบวนท่านี้เป็นเคล็ดวิชาที่ถ่ายเทปราณไว้บนดาบอย่างเหมาะสม และปล่อยออกมาจนเกิดเป็นคลื่นเกลียวแสงเรียวเล็กทำให้เกิดอัตตราเร่งวิถีพุ่งทะลวงไม่มีแกว่งเอียงแม้แต่นิดเดียว
ความเร็วของมันแทบไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาของมนุษย์ปกติ นับเป็นท่าโจมตีหวังผลระยะไกลที่สุดของเขาในตอนนี้
ทุกคลื่นคมดาบที่เข้าปะทะในแต่ละครั้งสร้างรอยบาดลึกเลือดซึมออกมา ผิดกับการโจมตีก่อนหน้า
‘ความแรงของการโจมตีและความเร็วของเจ้ายักษ์นี่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากก็จริงแต่แลกมาด้วยพลังป้องกันที่ลดลงอย่างมหาศาลเช่นกันสินะแบบนี้’
เรย์วิเคราะห์หลังเฝ้ามองกระแสพลังภายในร่างของศัตรูที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากการป้องกันเน้นไปที่การโจมตีผ่านเนตรมาร
แม้มีพละกำลังมหาศาลแต่ไม่อาจใช้วิชาตัวเบาโลดแล่นตะบึงกวดเขาได้ทันเพราะพื้นที่อันคับแคบซึ่งไม่เอื้อต่อร่างใหญ่โตนั่น กระบองจึงหวี่ยงหวืดไปมาทำให้ผนังรอบด้านและขบวนรถไฟที่จอดอยู่เกิดความเสียหายอย่างหนักโครงเหล็กพังยับเยิน เศษหินดินปูนถล่มลงมาตลอดเส้นทางที่มันเคลื่อนผ่าน
แต่ใช่ว่าสภาพการณ์แบบนี้เรย์สามารถเอาชัยอีกฝ่ายได้กำลังภายในอันน้อยนิดของเขาต้องหมดลงก่อนรู้ผลอย่างแน่นอน
ฝ่ายศัตรูเมื่อเห็นว่ายังไงก็โจมตีไม่โดนจึงเปลี่ยนท่าทีมันสาดเหล้าจากน้ำเต้าในมือซ้ายใส่ เรย์เองก็มีปฏิกิริยาไหวตัวอันฉับไวเพียงแต่การเบี่ยงตัวหลบในยามนี้ของเขาเป็นสิ่งที่ศัตรูหมายตาตำแหน่งของเรย์ตกอยู่ในความเสียเปรียบทันทีเมื่อถูกเจ้ายักษ์คำนวณไว้ล่วงหน้า
กระบองเหวี่ยงตามมาในมุมที่คาดไม่ถึง
เรย์ถูกบีบบังคับให้หลบกลางอากาศหนแรก ทำให้เสียจังหวะทรงตัวจนไม่สามารถหลบได้อีกไม่ใช่ว่าตนเองไม่ระวังตาเดินครั้งนี้ แต่เพราะการถูกรุกใส่อย่างต่อเนื่อง ทำให้วิสัยทัศน์ถูกบีบต้อนจนคับแคบ
กระบองหนามซึ่งบัดนี้ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงโฉบลอยแหวกอากาศมาถึงเบื้องหน้า
‘แย่ล่ะ!’
เรย์พลิกข้อมือซ้ายจับด้ามดาบดึงขึ้นเหนือหัวเล็กน้อยพลางใช้ข้อศอกขวาช่วยดันปลายดาบซึ่งทิ่มลงพื้นในแนวเฉียง พร้อมรับแรงกระแทก
เขาเกร็งออร่าลมปราณครอบคลุมท่อนแขนตัวเองให้ได้มากที่สุด
กำแพงทรายของกาโต้ปรากฏขึ้นกั้นกลางช่วยรับแรงกระแทกอีกชั้นหนึ่ง
แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะสามารถดูดซับแรงกระแทกอันมหาศาลของศัตรูได้ทั้งหมด
เปรี้ยง!
เสียงปะทะดังก้องสะท้อนไปทั่ว เรย์ถูกโฮมรันตัวปลิวลอยคว้างออกมาถึงบริเวณส่วนหัวขบวนรถไฟแซงหน้ากลุ่มฮันเตอร์ที่กำลังแบกพรรคพวกวิ่งหนี
ขณะถูกซัดจนตัวลอย เขาตีลังกากลับหลังปรับจุดศูนย์ถ่วงตัวเองกลางอากาศเพื่อไม่ให้ตกกระแทกพื้นแรงจนเกินไปนัก
เรย์ลุกขึ้นในสภาพโงนเงนเล็กน้อยบริเวณแขนเสื้อเต็มไปด้วยลอยเขม่า ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ออกมา
‘อุปกรณ์สวมใส่ราคาถูกมันเป็นแบบนี้เองงั้นเหรอ’
เขามองดูเสื้อผ้าที่เป็นวัสดุราคาถูกของตัวเองอย่างปลงๆ ดูเหมือนว่าอุปกรณ์สวมใส่บนตัวจะไม่เหมาะกับการเป็นฮันเตอร์มืออาชีพสักเท่าไหร่
“เฮ้ นายเป็นไงบ้าง!?”
กลุ่มฮันเตอร์ที่เขาช่วยไว้รีบเข้ามาช่วยประคอง
เรย์เช็ดคราบเลือดบริเวณมุมปากกล่าวขอบคุณและบอกว่าตัวเองยังไหว สายตายังคงจ้องมองศัตรูที่กำลังวิ่งไล่กาโต้เข้ามาใกล้ทางฝั่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
“สถานการณ์แบบนี้ชักไม่ดีบนตู้ขบวนรถไฟด้านหน้ามีพลเรือนหลบอยู่เป็นจำนวนมาก ให้พวกเขาหนีตอนนี้คงไม่ทันกาล”
หนึ่งในฮันเตอร์กล่าวขึ้นพร้อมกับมองไปยังตู้ขบวนด้านข้างด้วยแววตากังวล
เรย์ได้ยินเช่นนั้นเลยลองใช้เมตรมารมองลึกเข้าไปเห็นผู้คนกำลังก้มต่ำอยู่ด้านในขบวนรถไฟอยู่จริง ๆ
“ในกลุ่มพวกคุณมีใครสามารถใช้พลังอะไรสักอย่างที่พอจะตรึงร่างของมันไว้สักชั่วครู่ได้บ้างไหมครับ”
เรย์เอ่ยถามขึ้นเขายังมีเวลาขบคิดอีกเล็กน้อย ระหว่างที่กาโต้กำลังหลอกล่อศัตรูไว้
“ถ้าสักสี่ห้าวินาทีฉันคิดว่าพอทำได้ค่ะ เอ่อ... แต่ไม่รู้ว่าจะเพียงพอตามที่ต้องการไหม”
ฮันเตอร์สาวคนหนึ่งยกมืออาสาขึ้นอย่างลังเล
“งั้นรบกวนช่วยมอบเวลานั่นให้ผมด้วยนะครับ”
“นี่ค่ะใช้ใส่เจ้ายักษ์นั่น แล้วฉันจะลงมือทันที”
อีกฝ่ายพยักหน้าส่งรูนชนิดหนึ่งให้กับเขาพร้อมกับนัดแนะอธิบายแผนการร่วมกัน
เรย์สูดลมหายใจลึกหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังเคลื่อนกายเข้าใกล้
เขาพุ่งตัวสวนทางกับกาโต้ เข้าหาร่างของยักษ์ที่ไล่กวดตามมาด้านหลัง
ยักษ์ที่เห็นศัตรูคู่อาฆาตกำลังพุ่งเข้ามาด้วยตัวเองขยับแขนขวารีบง้างกระบองในมือรอต้อนรับ
เคร้ง!
เสียงปะทะของอาวุธดังสนั่นอย่างแข็งกร้าวละอองสะเก็ดไฟอันเกิดจากการกระทบกันของอาวุธ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ
ต่างฝ่ายต่างเสียหลัก ร่างของยักษ์เอียงเซไปด้านหลังเล็กน้อยแตกต่างกับเรย์ที่ถูกแรงอันมหาศาลซัดลอยออกมาถึงสิบห้าก้าว
ทว่ารูนที่เคยอยู่ในมือของเรย์บัดนี้กลับแปะติดอยู่ตรงหน้าอกของยักษ์เมื่อไหร่ไม่ทราบได้
แสงสีฟ้าเรืองรองเปร่งออกมาจากรูนที่มีสัญลักษณ์ᚦ ธอร์น
ตู้ม!
คลื่นมวลน้ำมหาศาลระเบิดออกกระจายไปรอบด้านโดยมีร่างอันใหญ่โตเป็นจุดศูนย์กลางของการระเบิด
ร่างของมันเปียกโชกซวนเซบริเวณช่วงอกยุบลงไปเล็กน้อยหลังจากถูกมวลน้ำมหาศาลอัดใส่ในระยะประชิด
เรย์ไม่ปล่อยให้เจ้ายักษ์มีเวลาฟื้นตัวตั้งหลักเขาตะโกนสั่งไปยังฮันเตอร์สาวที่เตรียมตัวร่ายอาคมรออยู่
“ลงมือเดี๋ยวนี้เลย!”
ทันทีที่สิ้นเสียง เวทมนตร์แช่แข็งบทหนึ่งก็ถูกร่ายออกมาโดยอาศัยน้ำรอบ ๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพ
บนผิวหนังของยักษ์ปรากฏเกล็ดน้ำแข็งขึ้นก่อนเริ่มลุกลามกลืนกินไปทั้งร่างอย่างรวดเร็ว มวลน้ำที่ระเบิดออกจับตัวกันเป็นก้อนน้ำแข็งและมันก็ถูกแช่จนกลายเป็นเหมือนไอติมแท่งโต
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ทว่าก็ตรึงมันไว้ได้ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเมื่อก้อนน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างของมันเริ่มปริแตก
เรย์คิดว่าอาจเป็นผลจากสภาวะร่างคลั่งนั่นคงช่วยต้านทานสถานะผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ดีเป็นพิเศษนี่ไม่ใช่เรื่องที่อยู่นอกเหนือการคำนวณของเขา
‘เงื่อนไขครบเวลาแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว’
เขาโน้มตัวเยื้องไปด้านหน้าเล็กน้อยในท่าอิไอปลดออร่าป้องกันคุ้มกายจนเหลือศูนย์ ถ่ายเทออร่าลมปราณทั้งหมดที่มีห่อหุ้มไว้บนใบดาบคาตานะเล่มยาว
ในยามปกติเขาคงไม่มีทางใช้เทคนิคฆ่าตัวตายแบบนี้เพราะมันถือเป็นดาบสองคม หากระหว่างนั้นถูกโจมตีกลับมาไม่ว่าก่อนหรือหลังก็จะไม่มีทางป้องกันอะไรได้เลย
ทว่าการแช่แข็งศัตรูไว้ทำให้เคลียร์เงื่อนไขได้บางส่วน
เรย์พุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วชักดาบฟันด้วยความเร็วเหนือเสียงในแนวขวางใส่ร่างของยักษ์ที่ตอนนี้กลายเป็นเหมือนแท่งไอติม อากาศโดยรอบปริแตกสั่นสะเทือนเสียงลั่นเปรี๊ยะ ๆ ราวกับอยู่ในห้องกระจก
ชิ้ง!
‘หนึ่งดาบสะบั้นปริภูมิ’
หนึ่งในท่าซึ่งเกิดจากการหลอมรวมเคล็ดวิชาทั้งเก้าของเพลงดาบอาสัญไร้ลักษณ์
ทั้งยักษ์และขบวนรถไฟทั้งสองฝั่งถูกฟันขาดครึ่งไปพร้อมกันทิ้งรอยบาดฝังลึกสลักไว้บนผนังกำแพงเป็นแนวยาว
เกิดเสียงเฮขึ้นจากผู้คนที่ชะโงกหน้าแอบดูอยู่ในตัวรถไฟ
เรย์ทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าอย่างหมดแรง หายใจหอบเหนื่อยจากการเค้นกำลังภายในออกมาเป็นจำนวนมาก
“บ้าบิ่นผิดคาดเลยนะเธอเนี่ย”
กาโต้กล่าวยิ้ม ๆ ให้เขาขณะเดินตามมาสมทบพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้
“ก็ทางเลือกมันมีไม่มากนี่ครับ”