เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 41 ตำหนักของข้า

    เสี่ยวเทียนออกจากสำนักสะท้านฟ้า ให้ปราสาทเทพเซียนพาไปที่ ภูเขาสมุนไพรทั้งสามลูกทันที พอไปถึงเห็นทหารของอาณาจักรหลงเฉินนับพัน  ! คอยยืนเฝ้าอยู่ทางขึ้นเขา โดยทางขึ้นเขาทั้งสามลูกนั้นมีอยู่ทางเดียว  พอมาถึงก็เห็นว่ามีชาวบ้านหลายคนทยอยเดินทางลงมาจากเขาขนข้าวของกันพะรุงพะรัง โดยมีชาวทหารควบคุมถืออาวุธ ส่งเสียงขับไล่เป็นระยะ แม้แต่เด็กน้อย หญิงชราที่เป็นคนภูเขา ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถูกขับไล่ลงมาจากเขากันหมด แต่ละคนได้แตร้องไห้คร่ำครวญ ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ตรงบริเวณตีนเขา กลายเป็นศูนย์รวมของผู้อพยพ ที่เคยพำนักอาศัยบนภูเขาทั้งสาม มาอย่างสงบ พวกเขา เป็นคนใช้แรงงานเก็บสมุนไพร ให้กับตระกูลเฉินเป็นส่วนใหญ่

    แต่บัดนี้ คนกว่าสองพันคน กลับไม่มีงาน แถมยังถูกไล่ออกบ้านที่เคยอยู่อาศัย มาเป็นร้อยๆ ปี แล้วจะให้พวกเขาไปพักอาศัยที่ไหน แล้วจะหากินอย่างไร  มองแล้วอดสงสารไม่ได้   เสี่ยวเทียนพาปราสาทเทพเซียนมาถึง ทหารหลายคนเห็นแล้วก็ตกใจ ยืนนิ่งกันเป็นแถว 

    “ เหตุใดถึงต้องขับไล่ชาวบ้านพวกนี้ลงมาจากบ้านของพวกเขาด้วย” เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปเห็นทหารที่ยืนคุมอยู่ มองแล้วน่าจะเป็นหัวหน้านายกองคุมทหารชุดนี้

    “ เรื่องนี้เป็นคำสั่งของ องค์ชายสี่ พวกเราเป็นเพียงทหาร ต้องทำตามคำสั่ง ขอให้นายน้อยเฉิน โปรดเห็นใจพวกเราด้วย” นายกองรู้จักเสี่ยวเทียน เพราะเคยเห็นเสี่ยวเทียนปราบจอมมารน้อยหมิงคงมาแล้ว  ไม่กล้าเสียมารยาท หากเสี่ยวเทียนสั่งปราสาทเทพเซียนยิงแสงออกมา พวกทหารอย่างพวกเขาแม้แต่ซากศพก็คงไม่เหลือให้ลูกหลานไปทำพิธีแน่

    “ อาจารย์ทำยังไงดีล่ะ” เสี่ยวเทียนปรึกษาอาจารย์ลู่เอิน เพราะไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร

    “ ปัญหามันเริ่มที่จุดไหน ก็ไปแก้ที่จุดนั้น คนออกคำสั่งคือองค์ชายสี่ เจ้าก็แค่ไปยืนยันความเป็นเจ้าของกับมัน ว่าเจ้าเป็นเจ้าของ หากมันคุยไม่รู้เรื่อง ก็ยึดตำหนักมันบ้าง แล้วบอกว่า เจ้าเป็นเจ้าของตำหนักของมัน  หากเจ้าไม่ทำให้มันกลัว เจ้าก็จะถูกพวกมันรังแกไม่มีทีสิ้นสุด”   

    เสี่ยวเทียนนิ่งคิด อาจเป็นจริงอย่างที่อาจารย์ว่า พวกมันคิดว่ามีอำนาจเหนือกว่า อยากทำอะไรก็ได้ ตามอำเภอใจ ต้องทำให้พวกมันคิดว่า ใครกันแน่มีอำนาจมากกว่ากัน มันจะได้ไม่กล้ากับเราอีก

    “ แล้วพวกทหารทางนี้ล่ะ อาจารย์”

    “ เจ้าก็สะกดจิตหัวหน้าพวกมัน แล้วสั่งให้พวกมันยกทัพกลับไป ฆ่าทิ้งไปก็ไม่มีประโยชน์พวกมันเป็นเพียงคนรับคำสั่งเขามาอีกที”

    เสี่ยวเทียน หันไปมองหัวหน้ากองผู้นี้ทันที !!  พอส่งจิตออกไปควบคุมสมองนายกองได้แล้ว  ทหารทุกคนก็เตรียม ย้ายกลับค่ายทหารทันที สร้างความยินดีให้กับชาวบ้านที่กำลัง เดือดร้อนยิ่งนัก

    เสี่ยวเทียน นั่งปราสาทเทพเซียนกลับเข้าเมืองหลวง พบกับตำหนักขององค์ชายแปดเป็นหลังแรก เสี่ยวเทียน กระโดดเข้าไปในตำหนักขององค์ชายแปดทันที ซึ่งมีผู้พิทักษ์ราชวงค์คอยอารักขาอยู่ สิบคน โดยที่องค์ชายแปด ยังแก้ผ้าแช่น้ำเล่นอยู่กับสาวๆ ทั้งสิบกว่าคน เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

    พอเห็นเสี่ยวเทียนมาปรากฏริมสระน้ำส่วนตัว องค์ชายแปดก็ตกใจ 

    “ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้า...มาทำ...ไมที่นี่”  องค์ชายแปดส่งเสียงตะกุกตะกักออกไป

    “ ข้ารู้สึกว่า ที่ตำหนักแห่งนี้ เป็นของข้า เจ้ามาอยู่อาศัยที่ตำหนักของข้าได้อย่างไร  จะออกไปดีๆ หรือจะให้ข้า เตะออกไป”  เสี่ยวเทียนเอ่ยเรียบๆ แต่น้ำเสียงฉายแววเหี้ยมเกรียม รัศมีแห่งพลังแผ่ขยายออกมา ทำให้ผู้พิทักษ์ทั้งสิบคน รู้ว่า หากขยับตัวเมื่อไร ตนเองคงได้พบกับสภาพที่เอน็จอนาถ เป็นแน่แท้

    ส่วนองค์ชายแปด ถึงกับ เหงื่อกาฬไหลทะลักออกมา ทั้งๆ ที่ตัวแช่อยู่ในน้ำ

    “ นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ตำหนักของข้าจะไปเป็นของเจ้าไปได้อย่างไรกัน !!” องค์ชายแปด ยังอดกลั้นความกลัวเอาไว้ แล้วเถียงออกไป

    “ เฮ้อ.. เรื่องนี้ข้าก็แค่ทำเลียนแบบ พี่ชายสี่ของเจ้า มันเป็นคนเริ่มก่อน แต่บ้านของเจ้าอยู่ทางผ่าน ยึดบ้านเจ้าแล้ว ข้าก็จะเข้าไปยึดบ้านของมันต่อ  เจ้าไปบอกให้มันเตรียมตัวเอาไว้ก่อนก็ดี”   จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ใช้มือ ทำท่าคว้าคอ ร่างขององค์ชายแปดก็ลอยออกมาจากสระน้ำ ลอยอยู่อย่างนั้นนิ่ง ลำคอขององค์ชายแปดมีรอยมือบีบอยู่ ผู้พิทักษ์ทั้งสิบได้แต่ยืนแข็งทื่อ 

    “ จัดการมัน” เสียงขององค์ชายแปดส่งเสียงออกมาเพียงเล็กน้อยเบาๆ  ผู้พิทักษ์ก็ยอมสู้ตายชักดาบออกมา และพุ่งโจมตีใส่เสี่ยวเทียนพร้อมกันทันที 

    “ หาเรื่องตาย”  ผู้พิทักษ์ทั้งสิบ มีพลังยุทธ์ถึงระดับปราณจักรพรรดิขั้นต้นกันหมดแล้ว แต่ว่าไม่ทันจะขยับเข้าใกล้เสี่ยวเทียน ก็ถูกลำแสงจากปราสาทเทพเซียนพุ่งเข้าใส่ ร่างสลายหายไปในทันที แล้วเสี่ยวเทียนก็โยนองค์ชายแปด ออกไปจากตำหนักแล้วใช้พลังวายุดูดคนของตำหนักออกไปจนหมด

    “ ต่อไปนี้ตำหนักแห่งหลังนี้เป็นของข้า เฉินเสี่ยวเทียน ห้ามใครเข้ามาเป็นอันขาด” เสี่ยวเทียนเขียนยันน์สายฟ้าขึ้นไปบนท้องฟ้า  ไม่ให้ใครเข้ามาในตำหนักนี้ได้  เสี่ยวเทียนตระเวณไปทั่วเมืองหลงเฉิน ยึดบ้านของเหล่าองค์ชายได้มาแปดตำหนัก  เหลืออีกแค่สองตำหนัก ตำหนักขององค์ชายสี่ และขององค์รัชทายาท

    ตำหนักองค์ชายสี่

    เวลานี้องค์ชายแปด และองค์ชายที่เหลือ ล้วนมายืนต่อหน้า องค์ชายสี่ แสดงสีหน้าไม่พอใจที่ถูกเสี่ยวเทียนยึดบ้าน อย่างน่าไม่อาย แถมยังไล่องค์ชายออกจากตำหนักของตัวเองอีก ทำให้คนของแต่ละตำหนักเวลานี้หาที่พักไม่ได้ ต้องมาพักที่ตำหนักขององค์ชายสี่จนเต็ม ตำหนักไปหมด ส่วนตำหนักของรัชทายาท อยู้ในวังหลวง เข้าไปไม่ได้

    ทุกคนจึงมารวมตัวกันที่ ตำหนักขององค์ชายสี่

    “ ฮึ่ม !! บังอาจนัก เฉินเสี่ยวเทียน นี่มันกล้า ถึงขนาดนี้เชียวรึ?” องค์ชายสี่ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ

    “ ท่านพี่สี่ เรื่องนี้ท่านไปมีความแค้นกับเฉินเสี่ยวเทียน พวกข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ทำไมพวกข้าต้องมารับเคราะห์เช่นนี้” องค์ชายสิบน้องสุดท้อง เริ่มไม่พอใจ

    “ ใช่แล้ว พี่สี่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน จู่ๆ ก็มายึดตำหนักของข้าเช่นนี้” องค์ชายเจ็ดก็สงสัย

    “ ข้าทำตามบัญชาเสด็จพ่อ ให้กดดันตระกูลเฉิน ยึดภูเขาสมุนไพร สามลูก ไม่ให้พวกมันมีทางทำมาหากินได้อีก  ไม่ได้ไปยึดบ้านพวกมันสักหน่อย” องค์ชายสี่อธิบายให้ทุกคนฟัง

    “ แล้วเสด็จพ่อเข้าฌานเป็นปีๆ กว่าจะออกมา แล้วใครจะปราบปราสาทเทพเซียนของมันได้ล่ะ หากปราบมันไม่ได้ ข้ากับคนของข้าจะไปอยู่ที่ไหนกันเนี่ย”  องค์ชายห้าเอ่ยอย่างไม่พอใจเท่าไร

    “ทุกคนไม่ต้องห่วง ข้าส่งคนไปขอซื้ออาวุธวิเศษระดับเซียนจักรพรรดิ จากดินแดนพิภพชั้นที่ แปด ได้มาแล้วห้าชิ้นด้วยกัน  ข้ามั่นใจว่า ของวิเศษห้าชิ้นนี้ ต้องสยบปราสาทเทพเซียนของมันได้อย่างแน่นอน” แล้วองค์ชายสี่ก็พาทุกคนออกมาดูรอบบ้าน

    “ ทั้งสี่มุมนั้นเป็นป้อมปืนเทพเจ้า มีพลังเทียบเท่าเซียนจักรพรรดิ ข้าติตั้งเอาไว้ทั้งสี่ทิศ หากว่ามันมาเมื่อไร ได้ถูกยิงถล่มเละเทะแน่  ยังไม่พอเจ้าเห็นหอคอยดับสวรรค์ที่อยู่ตรงกลางไหม นั่นคือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุด หอคอยดับสวรรค์มันจะสามารถจับความเคลื่อนไหว ของพลังที่มองไม่เห็น แถมยังปล่อยแสงเรียกว่าแสงสายฟ้าออกมาไม่มีวันหมด พลังของมันเทียบเท่าได้กับ พลังเซียนจักรพรรดิชั้นสูงสุด 

    แม้แต่เซียนสวรรค์ หากเจอเข้าไปเต็ม ยังต้องหยุดนิ่ง ไม่สามารถเข้ามาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเจ้าไม่ต้องกลัวเลย หากมันมา ข้าจะสยบปราสาทเทพเซียนนี้เอง  เพื่อให้พวกเจ้ามีความมั่นใจยิ่งขึ้น ข้ายังเชิญ  ท่านเซียนราชันมาอีกสี่ท่าน พอมันเข้ามา สถานที่นี้จะกลายเป็นมิติเขตแดน ที่น่าสพรึงกลัวที่สุด ที่มันจะได้เห็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของมัน” องค์ชายสี่คราวนี้เอ่ยอย่างมั่นใจสุด ๆ

    ในห้องโถง มีเซียนราชันสี่คน ได้ถูกว่าจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทั้งสี่คนเป็นพระลามะจากชั้นที่สี่ แต่ละคนสวมหมวกปิดบังใบหน้า ยืนถือคทา สิบแปดห่วง มือถือลูกประคำ ยืนนิ่งไม่พูดจากับใคร มีคุรุเทพฝ่าหลุน เป็นคนไปพามา

    “ ทางท่านเซียนลามะทั้งสี่พร้อมแล้ว หากเฉินเสี่ยวเทียนมา มันต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน” คุรุเทพฝ่าหลุนเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “ ท่านแน่ใจนะ ข้าเห็นพวกเขามาตั้งหลายวัน ข้าไม่เห็นเขาเอ่ยปากกับใครเลย” องค์ชายสี่เอ่ยอย่างสงสัย

    “ พวกเขาเป็นเซียนระดับสูงแล้ว พวกเขาไม่คุยกับคนทั่วไปหรอก เขาต้องคุยกับเทพเซียนด้วยกัน” ฝ่าหลุนเอ่ยบอก

    “ อ๋อ แม้แต่ข้าเขาก็ไม่ยอมคุยด้วยรึ?”

    “ ไม่.. ไม่ใช่อย่างนั้น เขาคงกำลังทำสมาธิ เพื่อเตรียมตัวจับเฉินเสี่ยวเทียนอยู่”

    คุรุเทพฝ่าหลุนตอบแทนไปแบบนั้น เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมสี่ลามะถึงได้ไม่คุยเลย ตอนที่เขาไปติดต่อ เพียงคุยกับนายหน้าที่หาคนมาเท่านั้น แล้วพอเอาภาพเป้าหมายให้พวกเขาดูแล้ว ก็เพียงแต่พยักหน้าให้อย่างเดียว

    ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนก็ลอยฟ้ามาอยู่ หน้าตำหนักขององค์ชายสี่เรียบร้อย

    กำลังจะลงไปโจมตี ก็มีเสียงเตือนของอาจารย์ลู่เอินออกมาว่า

    “ หยุดก่อน พวกมันมีอาวุธเซียนระดับจักรพรรดิมาห้าชิ้น ขืนลงไป ปราสาทเทพเซียนอาจเสียหายได้”

    “ โอ้โห ห้าชิ้นเชียว แล้วเราจะทำอย่างไรดีกันละที่นี้” เสี่ยวเทียนเริ่มกังวลใจ

    “ ด้านในมีเซียนปีศาจระดับราชันสี่คน ก่อนอื่น ข้าจะอัปเกรด ปราสาทเทพเซียนให้เป็นอาวุธระดับเซียนสวรรค์ก่อน   ฟงอี้มานี่”  ลุงฟงอี้ลอยมาหาทันที แล้วอาจารย์ลู่เอิน ก็ปล่อยพลังของผู้สร้าง เข้าไปในร่างของเสี่ยวเทียน ฟงอี้ แล้วครอบคลุมไปทั่วทั้งปราสาทเทพเซียน ทั้งเจ้าของ จิตวิญญาณปราสาท และตัวปราสาท ได้รับพลังจากผู้สร้างโลกแล้วก็หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียว  ทำให้ตัวปราสาทเกิดลำแสงกระพริบ ๆ แล้วเริ่มเปล่งประกายทอแสงแวววับ จากสีทองอย่างเดียว ก็มีคาดสีเงินขึ้นมาอีกบัดนี้ปราสาทเทพเซียนกลายเป็นอาวุธระดับเซียนสวรรค์ไปแล้ว

    “ ขอบคุณท่านอาจารย์ลู่”  ลุงฟงอี้เอ่ยออกมา

    “ ขอบคุณท่านอาจารย์”

    “ อาวุธเซียนทั้งห้า ฟงอี้เจ้ารับไปจัดการ   ส่วนเซียนลามะทั้งสี่ เสี่ยวเทียนเจ้าลองทดสอบใช้พลังภูตทมิฬจัดการมัน หากเห็นว่ากินแรงนัก ก็สั่งฟงอี้ยิงใส่แม่งเลย ข้าจะทำลายเขตแดนมันทิ้งเอง”

    เสี่ยวเทียนรับคำสั่งอาจารย์ แล้วก็เคลื่อนตัวไปที่หน้าตำหนักขององค์ชายสี่ทันที

    พอมาถึง ป้อมปืนเทพเจ้าทั้งสี่ก็ทำงานพร้อมกันทันที  มันหันปากกระบอกปืนเข้าหาปราสาทเทพเซียนอัตโนมัติ แล้วยิงลำแสงเข้าใส่ปราสาทเทพเซียน  ตูม  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลไปหมด หอคอยดับสวรรค์ก็ทำงานเกิดประกายอัสนีพุ่งเข้าใส่ประสาทเทพเซียนอีกด้วย เปรี้ยง !!  องค์ชายทั้งหลายมองดูอย่างตื่นเต้น ต่างส่งเสียงร้องเฮ ! กันอย่างดีใจ ที่เห็นปราสาทเทพเซียนถูกโจมตีอย่างหนักแบบนี้  กลุ่มควันสีขาว สีดำลอยปกคลุมท้องฟ้า ครอบปราสาทเทพเซียนเอาไว้ ทันใดนั้นมีเสียงประกาศออกมาว่า

    “ องค์ชายสี่ ตำหนักหลังนี้ ข้าเฉินเสี่ยวเทียนเป็นเจ้าของแล้ว เจ้าและข้าทาสบริวารทุกคน ต้องออกไปภายใน เวลาหนึ่งก้านธูป มิเช่นนั้น ข้าจะต้องใช้ความรุนแรงโยนพวกเจ้าออกมาเอง” เป็นเสียงเสี่ยวเทียนที่ส่งเสียงดังผ่านปราสาทออกไป คนฟังแล้ว ทำให้จิตใจนึกหวาดกลัวกันไปทั่ว

    “ แน่จริงก็ลงมาซิ ข้าเตรียมของขวัญรอรับเจ้าไว้อยู่แล้ว” องค์ชายสี่ตะโกนย้อนกลับมาไม่กลัวเกรง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ  !!แสงจากปราสาทเทพเซียนยิงเข้าใส่ป้อมปืนทั้งสี่ทิศระเบิดกระจายแตกออกเป็นเสี่ยง ทุกคนหันมามองหน้ากันเลิjกลั่ก  !!   ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก็มีเสียง ระเบิดดังกึกก้องอีกครั้ง ตูม !  ตูม ! หอคอยดับสวรรค์ถูกยิงเข้าใส่ ร่วงลงมากลางห้องโถง กลายเป็นสภาพพังเสียหาย ยับเยินกันไปหมด

    เสี่ยวเทียนเดินลงมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน 

    “ ฆ่ามันนนนน !!”   องค์ชายสี่ตะโกนสั่งเซียนราชัน เสียงดังด้วยความโกรธแค้น

    ลามะทั้งสี่ลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าหมุนไปรอบ ๆ สร้างเขตแดนส่วนตัวออกมา กลายเป็นผืนแผ่นดินที่มีไฟปะทุขึ้นมา คล้ายกับนรกอเวจี เสี่ยวเทียนยืนมองอย่างนิ่งสงบ จ้องมองสี่ลามะที่กำลังสวดภาษาแปลก ๆ ออกมา  แล้วเขย่าคทาที่มีห่วงอยู่หลายสิบห่วง แล้วสะบัดเข้าใส่เสี่ยวเทียน ห่วงเล็กที่ออกมากลายเป็นห่วงใหญ่เข้ามาครอบเสี่ยวเทียนจนหมดสิ้น แต่พอกระทบกับเกราะเพชร ห่วงถูกกระแทกกระเด็นสลายไป ลามะไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น คว้าหมวกที่ครอบหัวออก แล้วเหวี่ยงเข้าใส่เสี่ยวเทียนอีก หมวกทั้งสี่กลายเป็นกงจักรพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียน จากสี่กลายเป็นร้อย กลายเป็นพัน เสี่ยวเทียนเรียกกระบี่อัสนีสวรรค์ขึ้นมา แล้วสร้างมโนทัศน์กระบี่ออกมากลายเป็นกระบี่นับร้อยนับพัน  แล้วเข้าปะทะกันกับกงจักรทั้งหมดจนแตกสลายไป  โฉมหน้า สี่ลามะปรากฏโฉมออกมา กลายเป็นมนุษย์ตาเดียว แล้วปากที่ใหญ่โตกว่าครี่งหน้า มีฟันหน้าคล้ายเลื่อย  มันพุ่งร่างเข้าใส่เสี่ยวเทียนแล้วหายวับไป อาจารย์ลู่เอิน ยืนมองการต่อสู้ในปราสาท แล้วยิงดัชนีเข้าใส่ ท้องฟ้า เกิดเสียงดัง ตูม !  มิติเขตแดนถูกทำลาย พลังเซียนของปีศาจลามะทั้งสี่หายไป

    เสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังภูตทมิฬออกไปแล้วกระชากร่างของทั้งสี่ลามะ ร่วงลงมาต่อหน้าเสี่ยวเทียน ตุบ ๆ ๆ ๆ  !!!!ปีศาจลามะทั้งสี่ตนถูกฝ่ามือภูตทมิฬอัดเข้าใส่อีกคนละฝ่ามือ อย่างรวดเร็ว

    เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !! ร่างของทั้งสี่กระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างกายเกิดเป็นตุ่มพิษขึ้นทะลุออกมาจากภายในร่าง แล้วลามไปทั่วตัวแล้วระเบิดกระจายไปทั่ว  กลุ่มองค์ชายทั้งหลายอ้าปากตาค้าง ถอยร่างไปอยู่ข้างหลัง องค์ชายสี่กันหมด

    “ จะเดินออกไปดีดี หรือให้ข้าโยนออกไป” เสี่ยวเทียนก้าวเดินเข้าหาพวกองค์ชายแต่ละคนอย่างช้าๆ  บางคนทนแรงกดดันที่เสี่ยวเทียนแผ่รัศมีออกมาไม่ไหวรีบวิ่งหนี ออกไปหลายคน เหลือเพียงคนที่อยู่ด้านหลังองค์ชายสี่ไม่กี่คน ทุกคนก็หันหน้ามองกันแล้วพยักหน้า  แล้วรีบวิ่งหนีออกไปจนหมด เหลือองค์ชายสี่ ที่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก กับคุรุเทพฝ่าหลุน ที่ยืนตะลึงตั้งแต่ลามะกลายเป็นปีศาจตาเดียวโผล่ออกมาไปแล้ว องค์ชายสี่นึกด่าฝ่าหลุนในใจ จ้างใครไม่จ้าง กลับจ้างปีศาจมาคุ้มครอง

    “ เฉินเสี่ยวเทียน  เจ้ากล้า?”  เสี่ยวเทียนไม่พูดอะไร ใช้มือสะบัดไป 1 ที ร่างองค์ชายแปดที่หลบอยู่คิดว่าไม่มีใครเห็น ก็ถูกเหวี่ยงลอยออกไปเป็นคนแรก อ๊ากกกกกก!! เสียงร้องขององค์ชายแปดร้องเสียงดังอย่างโหยหวน ค่อยๆ เงียบไป

    “ ยังต้องตอบอีกรึ?” เสี่ยวเทียนยกมือเข้าไปจับลำคอขององค์ชายสี่ แต่คุรุเทพเข้ามาขวางเอาไว้ 

    “ ไม่รีบหนีไปอีก  ยังภักดีต่อมันอีกรึ?   ลุงฝ่าหลุน ข้าไม่อยากทำร้ายท่าน ไสหัวออกไปซะ” 

    “ เสี่ยวเทียนอย่างให้มันมากไปนะ” คุรุเทพฝ่าหลุนยังยืนขวางอยู่อีกไม่ยอมหนี

    “ ยิง”  เสี่ยวเทียนสั่งยิงคุรุเทพฝ่าหลุนทันที 

    ตูม !  คุรุเทพฝ่าหลุน ถูกลำแสงปราสาทเทพเซียนยิงใส่ ร่างกระเด็นลอยไป เสี่ยวเทียนใช้มือสะบัดส่งออกไปนอกตำหนักทันที ขณะที่ใช้เงามือสังหารเข้าไปบีบคอองค์ชายสี่

    ก็มีลำแสงหลายสายพุ่งฝ่าอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว เงามือสังหารของเสี่ยวเทียนถูกพลังหลายสายกระแทกทำลายสลายไป  ลำแสงที่มานั้นมีรัชทายาท ปรากฏกายเข้ามาขวางเอาไว้ แถมยังมี เจ้าอาวาสวัดหลิงซาน คงเจี้ยนไต้ซือ ท่านเจ้าสำนักเมฆคราม นักพรตหยวนจิน เจ้าสำนักเทพธรรมยุทธ์ เจี้ยนจง และอาจารย์เซี่ยอี้ก็มาด้วย แต่หน้าแปลก เจ้าสำนักสัตตบงกชฟางอี้เจี้ยน กลับไม่มาด้วย 

    “ พอได้แล้ว เสี่ยวเทียน”  อาจารย์เจ้าสำนักสะท้านฟ้ากระแทกเสียงออกมา…

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน