เสี่ยวเทียนออกจากสำนักสะท้านฟ้า ให้ปราสาทเทพเซียนพาไปที่ ภูเขาสมุนไพรทั้งสามลูกทันที พอไปถึงเห็นทหารของอาณาจักรหลงเฉินนับพัน ! คอยยืนเฝ้าอยู่ทางขึ้นเขา โดยทางขึ้นเขาทั้งสามลูกนั้นมีอยู่ทางเดียว พอมาถึงก็เห็นว่ามีชาวบ้านหลายคนทยอยเดินทางลงมาจากเขาขนข้าวของกันพะรุงพะรัง โดยมีชาวทหารควบคุมถืออาวุธ ส่งเสียงขับไล่เป็นระยะ แม้แต่เด็กน้อย หญิงชราที่เป็นคนภูเขา ที่ไม่เกี่ยวข้องก็ถูกขับไล่ลงมาจากเขากันหมด แต่ละคนได้แตร้องไห้คร่ำครวญ ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ตรงบริเวณตีนเขา กลายเป็นศูนย์รวมของผู้อพยพ ที่เคยพำนักอาศัยบนภูเขาทั้งสาม มาอย่างสงบ พวกเขา เป็นคนใช้แรงงานเก็บสมุนไพร ให้กับตระกูลเฉินเป็นส่วนใหญ่
แต่บัดนี้ คนกว่าสองพันคน กลับไม่มีงาน แถมยังถูกไล่ออกบ้านที่เคยอยู่อาศัย มาเป็นร้อยๆ ปี แล้วจะให้พวกเขาไปพักอาศัยที่ไหน แล้วจะหากินอย่างไร มองแล้วอดสงสารไม่ได้ เสี่ยวเทียนพาปราสาทเทพเซียนมาถึง ทหารหลายคนเห็นแล้วก็ตกใจ ยืนนิ่งกันเป็นแถว
“ เหตุใดถึงต้องขับไล่ชาวบ้านพวกนี้ลงมาจากบ้านของพวกเขาด้วย” เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปเห็นทหารที่ยืนคุมอยู่ มองแล้วน่าจะเป็นหัวหน้านายกองคุมทหารชุดนี้
“ เรื่องนี้เป็นคำสั่งของ องค์ชายสี่ พวกเราเป็นเพียงทหาร ต้องทำตามคำสั่ง ขอให้นายน้อยเฉิน โปรดเห็นใจพวกเราด้วย” นายกองรู้จักเสี่ยวเทียน เพราะเคยเห็นเสี่ยวเทียนปราบจอมมารน้อยหมิงคงมาแล้ว ไม่กล้าเสียมารยาท หากเสี่ยวเทียนสั่งปราสาทเทพเซียนยิงแสงออกมา พวกทหารอย่างพวกเขาแม้แต่ซากศพก็คงไม่เหลือให้ลูกหลานไปทำพิธีแน่
“ อาจารย์ทำยังไงดีล่ะ” เสี่ยวเทียนปรึกษาอาจารย์ลู่เอิน เพราะไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร
“ ปัญหามันเริ่มที่จุดไหน ก็ไปแก้ที่จุดนั้น คนออกคำสั่งคือองค์ชายสี่ เจ้าก็แค่ไปยืนยันความเป็นเจ้าของกับมัน ว่าเจ้าเป็นเจ้าของ หากมันคุยไม่รู้เรื่อง ก็ยึดตำหนักมันบ้าง แล้วบอกว่า เจ้าเป็นเจ้าของตำหนักของมัน หากเจ้าไม่ทำให้มันกลัว เจ้าก็จะถูกพวกมันรังแกไม่มีทีสิ้นสุด”
เสี่ยวเทียนนิ่งคิด อาจเป็นจริงอย่างที่อาจารย์ว่า พวกมันคิดว่ามีอำนาจเหนือกว่า อยากทำอะไรก็ได้ ตามอำเภอใจ ต้องทำให้พวกมันคิดว่า ใครกันแน่มีอำนาจมากกว่ากัน มันจะได้ไม่กล้ากับเราอีก
“ แล้วพวกทหารทางนี้ล่ะ อาจารย์”
“ เจ้าก็สะกดจิตหัวหน้าพวกมัน แล้วสั่งให้พวกมันยกทัพกลับไป ฆ่าทิ้งไปก็ไม่มีประโยชน์พวกมันเป็นเพียงคนรับคำสั่งเขามาอีกที”
เสี่ยวเทียน หันไปมองหัวหน้ากองผู้นี้ทันที !! พอส่งจิตออกไปควบคุมสมองนายกองได้แล้ว ทหารทุกคนก็เตรียม ย้ายกลับค่ายทหารทันที สร้างความยินดีให้กับชาวบ้านที่กำลัง เดือดร้อนยิ่งนัก
เสี่ยวเทียน นั่งปราสาทเทพเซียนกลับเข้าเมืองหลวง พบกับตำหนักขององค์ชายแปดเป็นหลังแรก เสี่ยวเทียน กระโดดเข้าไปในตำหนักขององค์ชายแปดทันที ซึ่งมีผู้พิทักษ์ราชวงค์คอยอารักขาอยู่ สิบคน โดยที่องค์ชายแปด ยังแก้ผ้าแช่น้ำเล่นอยู่กับสาวๆ ทั้งสิบกว่าคน เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
พอเห็นเสี่ยวเทียนมาปรากฏริมสระน้ำส่วนตัว องค์ชายแปดก็ตกใจ
“ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้า...มาทำ...ไมที่นี่” องค์ชายแปดส่งเสียงตะกุกตะกักออกไป
“ ข้ารู้สึกว่า ที่ตำหนักแห่งนี้ เป็นของข้า เจ้ามาอยู่อาศัยที่ตำหนักของข้าได้อย่างไร จะออกไปดีๆ หรือจะให้ข้า เตะออกไป” เสี่ยวเทียนเอ่ยเรียบๆ แต่น้ำเสียงฉายแววเหี้ยมเกรียม รัศมีแห่งพลังแผ่ขยายออกมา ทำให้ผู้พิทักษ์ทั้งสิบคน รู้ว่า หากขยับตัวเมื่อไร ตนเองคงได้พบกับสภาพที่เอน็จอนาถ เป็นแน่แท้
ส่วนองค์ชายแปด ถึงกับ เหงื่อกาฬไหลทะลักออกมา ทั้งๆ ที่ตัวแช่อยู่ในน้ำ
“ นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือ ตำหนักของข้าจะไปเป็นของเจ้าไปได้อย่างไรกัน !!” องค์ชายแปด ยังอดกลั้นความกลัวเอาไว้ แล้วเถียงออกไป
“ เฮ้อ.. เรื่องนี้ข้าก็แค่ทำเลียนแบบ พี่ชายสี่ของเจ้า มันเป็นคนเริ่มก่อน แต่บ้านของเจ้าอยู่ทางผ่าน ยึดบ้านเจ้าแล้ว ข้าก็จะเข้าไปยึดบ้านของมันต่อ เจ้าไปบอกให้มันเตรียมตัวเอาไว้ก่อนก็ดี” จากนั้นเสี่ยวเทียนก็ใช้มือ ทำท่าคว้าคอ ร่างขององค์ชายแปดก็ลอยออกมาจากสระน้ำ ลอยอยู่อย่างนั้นนิ่ง ลำคอขององค์ชายแปดมีรอยมือบีบอยู่ ผู้พิทักษ์ทั้งสิบได้แต่ยืนแข็งทื่อ
“ จัดการมัน” เสียงขององค์ชายแปดส่งเสียงออกมาเพียงเล็กน้อยเบาๆ ผู้พิทักษ์ก็ยอมสู้ตายชักดาบออกมา และพุ่งโจมตีใส่เสี่ยวเทียนพร้อมกันทันที
“ หาเรื่องตาย” ผู้พิทักษ์ทั้งสิบ มีพลังยุทธ์ถึงระดับปราณจักรพรรดิขั้นต้นกันหมดแล้ว แต่ว่าไม่ทันจะขยับเข้าใกล้เสี่ยวเทียน ก็ถูกลำแสงจากปราสาทเทพเซียนพุ่งเข้าใส่ ร่างสลายหายไปในทันที แล้วเสี่ยวเทียนก็โยนองค์ชายแปด ออกไปจากตำหนักแล้วใช้พลังวายุดูดคนของตำหนักออกไปจนหมด
“ ต่อไปนี้ตำหนักแห่งหลังนี้เป็นของข้า เฉินเสี่ยวเทียน ห้ามใครเข้ามาเป็นอันขาด” เสี่ยวเทียนเขียนยันน์สายฟ้าขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่ให้ใครเข้ามาในตำหนักนี้ได้ เสี่ยวเทียนตระเวณไปทั่วเมืองหลงเฉิน ยึดบ้านของเหล่าองค์ชายได้มาแปดตำหนัก เหลืออีกแค่สองตำหนัก ตำหนักขององค์ชายสี่ และขององค์รัชทายาท
ตำหนักองค์ชายสี่
เวลานี้องค์ชายแปด และองค์ชายที่เหลือ ล้วนมายืนต่อหน้า องค์ชายสี่ แสดงสีหน้าไม่พอใจที่ถูกเสี่ยวเทียนยึดบ้าน อย่างน่าไม่อาย แถมยังไล่องค์ชายออกจากตำหนักของตัวเองอีก ทำให้คนของแต่ละตำหนักเวลานี้หาที่พักไม่ได้ ต้องมาพักที่ตำหนักขององค์ชายสี่จนเต็ม ตำหนักไปหมด ส่วนตำหนักของรัชทายาท อยู้ในวังหลวง เข้าไปไม่ได้
ทุกคนจึงมารวมตัวกันที่ ตำหนักขององค์ชายสี่
“ ฮึ่ม !! บังอาจนัก เฉินเสี่ยวเทียน นี่มันกล้า ถึงขนาดนี้เชียวรึ?” องค์ชายสี่ส่งเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ ท่านพี่สี่ เรื่องนี้ท่านไปมีความแค้นกับเฉินเสี่ยวเทียน พวกข้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ทำไมพวกข้าต้องมารับเคราะห์เช่นนี้” องค์ชายสิบน้องสุดท้อง เริ่มไม่พอใจ
“ ใช่แล้ว พี่สี่ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน จู่ๆ ก็มายึดตำหนักของข้าเช่นนี้” องค์ชายเจ็ดก็สงสัย
“ ข้าทำตามบัญชาเสด็จพ่อ ให้กดดันตระกูลเฉิน ยึดภูเขาสมุนไพร สามลูก ไม่ให้พวกมันมีทางทำมาหากินได้อีก ไม่ได้ไปยึดบ้านพวกมันสักหน่อย” องค์ชายสี่อธิบายให้ทุกคนฟัง
“ แล้วเสด็จพ่อเข้าฌานเป็นปีๆ กว่าจะออกมา แล้วใครจะปราบปราสาทเทพเซียนของมันได้ล่ะ หากปราบมันไม่ได้ ข้ากับคนของข้าจะไปอยู่ที่ไหนกันเนี่ย” องค์ชายห้าเอ่ยอย่างไม่พอใจเท่าไร
“ทุกคนไม่ต้องห่วง ข้าส่งคนไปขอซื้ออาวุธวิเศษระดับเซียนจักรพรรดิ จากดินแดนพิภพชั้นที่ แปด ได้มาแล้วห้าชิ้นด้วยกัน ข้ามั่นใจว่า ของวิเศษห้าชิ้นนี้ ต้องสยบปราสาทเทพเซียนของมันได้อย่างแน่นอน” แล้วองค์ชายสี่ก็พาทุกคนออกมาดูรอบบ้าน
“ ทั้งสี่มุมนั้นเป็นป้อมปืนเทพเจ้า มีพลังเทียบเท่าเซียนจักรพรรดิ ข้าติตั้งเอาไว้ทั้งสี่ทิศ หากว่ามันมาเมื่อไร ได้ถูกยิงถล่มเละเทะแน่ ยังไม่พอเจ้าเห็นหอคอยดับสวรรค์ที่อยู่ตรงกลางไหม นั่นคือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ล่าสุด หอคอยดับสวรรค์มันจะสามารถจับความเคลื่อนไหว ของพลังที่มองไม่เห็น แถมยังปล่อยแสงเรียกว่าแสงสายฟ้าออกมาไม่มีวันหมด พลังของมันเทียบเท่าได้กับ พลังเซียนจักรพรรดิชั้นสูงสุด
แม้แต่เซียนสวรรค์ หากเจอเข้าไปเต็ม ยังต้องหยุดนิ่ง ไม่สามารถเข้ามาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นพวกเจ้าไม่ต้องกลัวเลย หากมันมา ข้าจะสยบปราสาทเทพเซียนนี้เอง เพื่อให้พวกเจ้ามีความมั่นใจยิ่งขึ้น ข้ายังเชิญ ท่านเซียนราชันมาอีกสี่ท่าน พอมันเข้ามา สถานที่นี้จะกลายเป็นมิติเขตแดน ที่น่าสพรึงกลัวที่สุด ที่มันจะได้เห็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของมัน” องค์ชายสี่คราวนี้เอ่ยอย่างมั่นใจสุด ๆ
ในห้องโถง มีเซียนราชันสี่คน ได้ถูกว่าจ้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ทั้งสี่คนเป็นพระลามะจากชั้นที่สี่ แต่ละคนสวมหมวกปิดบังใบหน้า ยืนถือคทา สิบแปดห่วง มือถือลูกประคำ ยืนนิ่งไม่พูดจากับใคร มีคุรุเทพฝ่าหลุน เป็นคนไปพามา
“ ทางท่านเซียนลามะทั้งสี่พร้อมแล้ว หากเฉินเสี่ยวเทียนมา มันต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน” คุรุเทพฝ่าหลุนเอ่ยอย่างมั่นใจ
“ ท่านแน่ใจนะ ข้าเห็นพวกเขามาตั้งหลายวัน ข้าไม่เห็นเขาเอ่ยปากกับใครเลย” องค์ชายสี่เอ่ยอย่างสงสัย
“ พวกเขาเป็นเซียนระดับสูงแล้ว พวกเขาไม่คุยกับคนทั่วไปหรอก เขาต้องคุยกับเทพเซียนด้วยกัน” ฝ่าหลุนเอ่ยบอก
“ อ๋อ แม้แต่ข้าเขาก็ไม่ยอมคุยด้วยรึ?”
“ ไม่.. ไม่ใช่อย่างนั้น เขาคงกำลังทำสมาธิ เพื่อเตรียมตัวจับเฉินเสี่ยวเทียนอยู่”
คุรุเทพฝ่าหลุนตอบแทนไปแบบนั้น เพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมสี่ลามะถึงได้ไม่คุยเลย ตอนที่เขาไปติดต่อ เพียงคุยกับนายหน้าที่หาคนมาเท่านั้น แล้วพอเอาภาพเป้าหมายให้พวกเขาดูแล้ว ก็เพียงแต่พยักหน้าให้อย่างเดียว
ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนก็ลอยฟ้ามาอยู่ หน้าตำหนักขององค์ชายสี่เรียบร้อย
กำลังจะลงไปโจมตี ก็มีเสียงเตือนของอาจารย์ลู่เอินออกมาว่า
“ หยุดก่อน พวกมันมีอาวุธเซียนระดับจักรพรรดิมาห้าชิ้น ขืนลงไป ปราสาทเทพเซียนอาจเสียหายได้”
“ โอ้โห ห้าชิ้นเชียว แล้วเราจะทำอย่างไรดีกันละที่นี้” เสี่ยวเทียนเริ่มกังวลใจ
“ ด้านในมีเซียนปีศาจระดับราชันสี่คน ก่อนอื่น ข้าจะอัปเกรด ปราสาทเทพเซียนให้เป็นอาวุธระดับเซียนสวรรค์ก่อน ฟงอี้มานี่” ลุงฟงอี้ลอยมาหาทันที แล้วอาจารย์ลู่เอิน ก็ปล่อยพลังของผู้สร้าง เข้าไปในร่างของเสี่ยวเทียน ฟงอี้ แล้วครอบคลุมไปทั่วทั้งปราสาทเทพเซียน ทั้งเจ้าของ จิตวิญญาณปราสาท และตัวปราสาท ได้รับพลังจากผู้สร้างโลกแล้วก็หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียว ทำให้ตัวปราสาทเกิดลำแสงกระพริบ ๆ แล้วเริ่มเปล่งประกายทอแสงแวววับ จากสีทองอย่างเดียว ก็มีคาดสีเงินขึ้นมาอีกบัดนี้ปราสาทเทพเซียนกลายเป็นอาวุธระดับเซียนสวรรค์ไปแล้ว
“ ขอบคุณท่านอาจารย์ลู่” ลุงฟงอี้เอ่ยออกมา
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
“ อาวุธเซียนทั้งห้า ฟงอี้เจ้ารับไปจัดการ ส่วนเซียนลามะทั้งสี่ เสี่ยวเทียนเจ้าลองทดสอบใช้พลังภูตทมิฬจัดการมัน หากเห็นว่ากินแรงนัก ก็สั่งฟงอี้ยิงใส่แม่งเลย ข้าจะทำลายเขตแดนมันทิ้งเอง”
เสี่ยวเทียนรับคำสั่งอาจารย์ แล้วก็เคลื่อนตัวไปที่หน้าตำหนักขององค์ชายสี่ทันที
พอมาถึง ป้อมปืนเทพเจ้าทั้งสี่ก็ทำงานพร้อมกันทันที มันหันปากกระบอกปืนเข้าหาปราสาทเทพเซียนอัตโนมัติ แล้วยิงลำแสงเข้าใส่ปราสาทเทพเซียน ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นตลบอบอวลไปหมด หอคอยดับสวรรค์ก็ทำงานเกิดประกายอัสนีพุ่งเข้าใส่ประสาทเทพเซียนอีกด้วย เปรี้ยง !! องค์ชายทั้งหลายมองดูอย่างตื่นเต้น ต่างส่งเสียงร้องเฮ ! กันอย่างดีใจ ที่เห็นปราสาทเทพเซียนถูกโจมตีอย่างหนักแบบนี้ กลุ่มควันสีขาว สีดำลอยปกคลุมท้องฟ้า ครอบปราสาทเทพเซียนเอาไว้ ทันใดนั้นมีเสียงประกาศออกมาว่า
“ องค์ชายสี่ ตำหนักหลังนี้ ข้าเฉินเสี่ยวเทียนเป็นเจ้าของแล้ว เจ้าและข้าทาสบริวารทุกคน ต้องออกไปภายใน เวลาหนึ่งก้านธูป มิเช่นนั้น ข้าจะต้องใช้ความรุนแรงโยนพวกเจ้าออกมาเอง” เป็นเสียงเสี่ยวเทียนที่ส่งเสียงดังผ่านปราสาทออกไป คนฟังแล้ว ทำให้จิตใจนึกหวาดกลัวกันไปทั่ว
“ แน่จริงก็ลงมาซิ ข้าเตรียมของขวัญรอรับเจ้าไว้อยู่แล้ว” องค์ชายสี่ตะโกนย้อนกลับมาไม่กลัวเกรง ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ !!แสงจากปราสาทเทพเซียนยิงเข้าใส่ป้อมปืนทั้งสี่ทิศระเบิดกระจายแตกออกเป็นเสี่ยง ทุกคนหันมามองหน้ากันเลิjกลั่ก !! ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก็มีเสียง ระเบิดดังกึกก้องอีกครั้ง ตูม ! ตูม ! หอคอยดับสวรรค์ถูกยิงเข้าใส่ ร่วงลงมากลางห้องโถง กลายเป็นสภาพพังเสียหาย ยับเยินกันไปหมด
เสี่ยวเทียนเดินลงมาปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
“ ฆ่ามันนนนน !!” องค์ชายสี่ตะโกนสั่งเซียนราชัน เสียงดังด้วยความโกรธแค้น
ลามะทั้งสี่ลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าหมุนไปรอบ ๆ สร้างเขตแดนส่วนตัวออกมา กลายเป็นผืนแผ่นดินที่มีไฟปะทุขึ้นมา คล้ายกับนรกอเวจี เสี่ยวเทียนยืนมองอย่างนิ่งสงบ จ้องมองสี่ลามะที่กำลังสวดภาษาแปลก ๆ ออกมา แล้วเขย่าคทาที่มีห่วงอยู่หลายสิบห่วง แล้วสะบัดเข้าใส่เสี่ยวเทียน ห่วงเล็กที่ออกมากลายเป็นห่วงใหญ่เข้ามาครอบเสี่ยวเทียนจนหมดสิ้น แต่พอกระทบกับเกราะเพชร ห่วงถูกกระแทกกระเด็นสลายไป ลามะไม่ยอมหยุดเพียงแค่นั้น คว้าหมวกที่ครอบหัวออก แล้วเหวี่ยงเข้าใส่เสี่ยวเทียนอีก หมวกทั้งสี่กลายเป็นกงจักรพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียน จากสี่กลายเป็นร้อย กลายเป็นพัน เสี่ยวเทียนเรียกกระบี่อัสนีสวรรค์ขึ้นมา แล้วสร้างมโนทัศน์กระบี่ออกมากลายเป็นกระบี่นับร้อยนับพัน แล้วเข้าปะทะกันกับกงจักรทั้งหมดจนแตกสลายไป โฉมหน้า สี่ลามะปรากฏโฉมออกมา กลายเป็นมนุษย์ตาเดียว แล้วปากที่ใหญ่โตกว่าครี่งหน้า มีฟันหน้าคล้ายเลื่อย มันพุ่งร่างเข้าใส่เสี่ยวเทียนแล้วหายวับไป อาจารย์ลู่เอิน ยืนมองการต่อสู้ในปราสาท แล้วยิงดัชนีเข้าใส่ ท้องฟ้า เกิดเสียงดัง ตูม ! มิติเขตแดนถูกทำลาย พลังเซียนของปีศาจลามะทั้งสี่หายไป
เสี่ยวเทียนก็ปล่อยพลังภูตทมิฬออกไปแล้วกระชากร่างของทั้งสี่ลามะ ร่วงลงมาต่อหน้าเสี่ยวเทียน ตุบ ๆ ๆ ๆ !!!!ปีศาจลามะทั้งสี่ตนถูกฝ่ามือภูตทมิฬอัดเข้าใส่อีกคนละฝ่ามือ อย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ !! ร่างของทั้งสี่กระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างกายเกิดเป็นตุ่มพิษขึ้นทะลุออกมาจากภายในร่าง แล้วลามไปทั่วตัวแล้วระเบิดกระจายไปทั่ว กลุ่มองค์ชายทั้งหลายอ้าปากตาค้าง ถอยร่างไปอยู่ข้างหลัง องค์ชายสี่กันหมด
“ จะเดินออกไปดีดี หรือให้ข้าโยนออกไป” เสี่ยวเทียนก้าวเดินเข้าหาพวกองค์ชายแต่ละคนอย่างช้าๆ บางคนทนแรงกดดันที่เสี่ยวเทียนแผ่รัศมีออกมาไม่ไหวรีบวิ่งหนี ออกไปหลายคน เหลือเพียงคนที่อยู่ด้านหลังองค์ชายสี่ไม่กี่คน ทุกคนก็หันหน้ามองกันแล้วพยักหน้า แล้วรีบวิ่งหนีออกไปจนหมด เหลือองค์ชายสี่ ที่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก กับคุรุเทพฝ่าหลุน ที่ยืนตะลึงตั้งแต่ลามะกลายเป็นปีศาจตาเดียวโผล่ออกมาไปแล้ว องค์ชายสี่นึกด่าฝ่าหลุนในใจ จ้างใครไม่จ้าง กลับจ้างปีศาจมาคุ้มครอง
“ เฉินเสี่ยวเทียน เจ้ากล้า?” เสี่ยวเทียนไม่พูดอะไร ใช้มือสะบัดไป 1 ที ร่างองค์ชายแปดที่หลบอยู่คิดว่าไม่มีใครเห็น ก็ถูกเหวี่ยงลอยออกไปเป็นคนแรก อ๊ากกกกกก!! เสียงร้องขององค์ชายแปดร้องเสียงดังอย่างโหยหวน ค่อยๆ เงียบไป
“ ยังต้องตอบอีกรึ?” เสี่ยวเทียนยกมือเข้าไปจับลำคอขององค์ชายสี่ แต่คุรุเทพเข้ามาขวางเอาไว้
“ ไม่รีบหนีไปอีก ยังภักดีต่อมันอีกรึ? ลุงฝ่าหลุน ข้าไม่อยากทำร้ายท่าน ไสหัวออกไปซะ”
“ เสี่ยวเทียนอย่างให้มันมากไปนะ” คุรุเทพฝ่าหลุนยังยืนขวางอยู่อีกไม่ยอมหนี
“ ยิง” เสี่ยวเทียนสั่งยิงคุรุเทพฝ่าหลุนทันที
ตูม ! คุรุเทพฝ่าหลุน ถูกลำแสงปราสาทเทพเซียนยิงใส่ ร่างกระเด็นลอยไป เสี่ยวเทียนใช้มือสะบัดส่งออกไปนอกตำหนักทันที ขณะที่ใช้เงามือสังหารเข้าไปบีบคอองค์ชายสี่
ก็มีลำแสงหลายสายพุ่งฝ่าอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็ว เงามือสังหารของเสี่ยวเทียนถูกพลังหลายสายกระแทกทำลายสลายไป ลำแสงที่มานั้นมีรัชทายาท ปรากฏกายเข้ามาขวางเอาไว้ แถมยังมี เจ้าอาวาสวัดหลิงซาน คงเจี้ยนไต้ซือ ท่านเจ้าสำนักเมฆคราม นักพรตหยวนจิน เจ้าสำนักเทพธรรมยุทธ์ เจี้ยนจง และอาจารย์เซี่ยอี้ก็มาด้วย แต่หน้าแปลก เจ้าสำนักสัตตบงกชฟางอี้เจี้ยน กลับไม่มาด้วย
“ พอได้แล้ว เสี่ยวเทียน” อาจารย์เจ้าสำนักสะท้านฟ้ากระแทกเสียงออกมา…