เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 2 บทที่ 56 กำจัดมารหัวใจ

            ซูเจี่ยนอันเป็นคนความจำดีก็จริงแต่ถ้าเป็นเหตุการณ์หรือคนที่ไม่ได้มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตเธอมากนักเธอก็มักจะลืมเลือนไปตามกาลเวลา

            เพราะฉะนั้นอย่างผู้ชายคนนี้ที่บอกว่าตนเองเคยตามจีบเธอสำหรับเธอแล้วก็แค่คุ้นหน้าเขาเท่านั้น ส่วนเรื่องที่เขาตามจีบเธอตอนไหนเธอจำไม่ได้เลย

            เห็นท่าทางงงงวยของซูเจี่ยนอันแล้วสีหน้าคาดหวังของถังหยางหมิงก็เปลี่ยนเป็นเข้าใจอะไรบางอย่าง

            “นั่นสินะตอนนั้นผู้ชายที่ตามจีบเธอนี่สามารถเอามายืนล้อมรอบตึกคณะเธอได้เลยเธอจะจำเด็กต่างคณะอย่างฉันไม่ได้ก็ไม่แปลก”

            ซูเจี่ยนอันได้แต่ยิ้มตอบ“ต้องขอโทษด้วย”

            “ไม่เป็นไรๆ ใช่สิทำไมเธอถึงมาอยู่เมือง G ได้ล่ะฉันได้ยินมาจากเพื่อนเธอว่าตั้งแต่ที่เธอกลับประเทศมาเธอก็ไปทำงานที่เมือง A นี่นา” ถังหยางหมิงยิ้มพลางพูด“ช่วงนี้ฉันกำลังยุ่งอยู่กับการยื่นเรื่องขอย้ายไปทำงานที่บริษัทแม่ในเมือง A ยังคิดอยู่เลยว่าถึงเวลาจะต้องนัดรวมตัวเพื่อนเก่าๆ สักหน่อย”

            “ฉันมาพักผ่อนไม่กี่วันกับ...”

            “สรุปคือเธอมาเที่ยวที่นี่ใช่ไหม”ถังหยางหมิงพูดขัดซูเจี่ยนอันอย่างตื่นเต้น “ฉันเกิดและโตที่นี่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกินเรื่องเที่ยวไว้ใจได้เลย เธอมากินข้าวที่นี่งั้นเหรอฉันก็เหมือนกัน ถ้าไม่ว่าอะไร เรานั่งกินด้วยกันไหมล่ะฉันจะได้ช่วยแนะนำเมืองนี้ให้เธอไปด้วยเลย”

            ซูเจี่ยนอันอยากจะบอกถังหยางหมิงว่าเธอมากับลู่เป๋าเหยียนแต่เขาดันพูดขัดเธอขึ้นมาซะก่อนจนเธอไม่รู้จะพูดต่ออย่างไร

            บางทีเขาอาจจะแค่อยากกินข้าวกับเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยคงไม่ได้คิดเรื่องอื่นเหรอละมั้ง?

            ถังหยางหมิงเห็นซูเจี่ยนอันเงียบไปเลยถามขึ้นว่า “กลัวแฟนว่าเหรอ”

            เอ่อเธอจะบอกถังหยางหมิงอย่างไรดีว่า เธอไม่มีแฟนหรอก แต่เธอมีสามีแล้ว...

            “หรือว่าเธอยังเหมือนตอนมหาวิทยาลัยยังไม่ได้เริ่มคบใครเลยสักคน?”

            ถังหยางหมิงพูดอย่างดีใจมากกว่าประหลาดใจ

            เขามองซูเจี่ยนอันพลางบ่นกับตัวเอง“เธอยังเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด”

            หลังเรียนจบมาหลายปีบรรดาเพื่อนผู้หญิงชั้นเดียวกัน ไม่ทำแต่งาน ก็แต่งงานมีครอบครัวกันไปแล้วแต่ละคนต่างก็เริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้าให้เห็นอยู่บ้างไปตามกาลเวลา

            มีแต่ซูเจี่ยนอันที่ไม่รู้ว่าเธอใช้วิธีอะไรจึงสามารถเอาชนะกาลเวลาที่ล่วงเลยมาได้ใบหน้านวลแลดูอ่อนเยาว์ ดวงตาคู่งามใสแจ๋ว รอยยิ้มบริสุทธิ์สดใสเหมือนเดิมทุกอย่าง

            “ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยสิ!”หัวใจของถังหยางหมิงเต้นรัวเหมือนตอนเจอเธอครั้งแรกไม่มีผิด “ช่วงที่เธออยู่เมือง G ถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อฉันได้เลย!”

            “คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกที่จริงฉันกับสามี...”

            ซูเจี่ยนอันยังพูดไม่ทันจบอยู่ๆ ก็มีมือคู่หนึ่งมาจับไหล่ของเธอ จากนั้นเสียงอันคุ้นเคยก็ตามมา

            “อาหารที่เธอสั่งยังไม่ได้อีกเหรอหิวมากหรือเปล่า ให้พนักงานไปเร่งทางครัวให้ไหม”

            เธอหันกลับไปมองลู่เป๋าเหยียนอย่างแปลกใจ“นายไปบริษัทแล้วไม่ใช่เหรอ”

            “ฉันจะกินข้าวเป็นเพื่อนเธอก่อนแล้วค่อยไป”ลู่เป๋าเหยียนมองไปยังถังหยางหมิง “คนนี้คือ?”

            “สวัสดีครับ”ถังหยางหมิงยืนขึ้นพลางยื่นมือไปทางลู่เป๋าเหยียน “ผมแซ่ถังเป็นเพื่อนมหาวิทยาลัยเดียวกันกับซูเจี่ยนอันครับ”น้ำเสียงของเขาแสดงตัวเป็นศัตรูอย่างชัดเจน

            ลู่เป๋าเหยียนจับมือกับถังหยางหมิงแบบผ่านๆ

            “ที่แท้คุณถังเป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกับภรรยาผมนี่เองยินดีที่ได้รู้จักครับ”

            การทักทายที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้าในครั้งนี้กำจัดมารหัวใจอย่างถังหยางหมิงได้ในพริบตา

            ถังหยางหมิงยิ้มค้าง

            “พวกคุณ...แต่งงานกันแล้ว?”

            ลู่เป๋าเหยียนหันหน้ามองซูเจี่ยนอันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่

            “เจี่ยนอันเธอไม่ได้บอกคุณถังงั้นเหรอ”

            ซูเจี่ยนอันไม่แน่ใจว่าเขาโกรธหรือไม่“ฉันกำลังจะบอก นายก็เดินกลับมาพอดี...”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มพลางลูบผมเธออย่างอ่อนโยน

            “คุณถังถ้าไม่รังเกียจจะมาร่วมทานอาหารด้วยกันไหมครับคุณจะได้ถือโอกาสนี้พูดคุยกับภรรยาถึงบรรยากาศเก่าๆ”

            “ไม่เป็นไรดีกว่าครับพอดีผมมีธุระ” ถังหยางหมิงพยายามรักษาสีหน้าท่าทางให้ปกติที่สุด“ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนพวกคุณสองคนแล้วดีกว่า เจี่ยนอัน ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้งแล้วเจอกัน”

            พูดจบถังหยางหมิงก็เดินจากไป

            ตอนที่เขาล้มเหลวจากการจีบซูเจี่ยนอันเขาถึงกับเฟลไปพักใหญ่หลังจากนั้นก็ได้ยินมาว่าซูเจี่ยนอันเป็นคุณหนูรองของตระกูลซูแถมพี่ชายของเธอซูอี้เฉิงยังเป็นคนดังในโลกธุรกิจเขาจึงตัดสินใจว่าจะต้องพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อจะเป็นผู้ชายที่เหมาะสมคู่ควรกับซูเจี่ยนอันให้ได้สักวัน

            ตอนนี้เขาเองก็ไม่ได้เป็นรองใครอยากจะจีบสาวน่ารักเซ็กซี่สักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปเขานึกว่าตัวเองดีพอที่จะคบกับซูเจี่ยนอันได้แล้ว ทว่าซูเจี่ยนอันกลับเจอคนที่ดีกว่าเขาไปเสียแล้ว

            ผู้ชายคนนั้น...ถึงแม้เขาจะไม่รู้จักแต่บรรยากาศรอบกายและลักษณะท่าทางของเขาดูไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ

            ถึงจะรู้สึกเสียดาย แต่เขาคงต้องยอมแพ้

            บางทีคงเป็นอย่างที่พวกผู้ชายที่ตามจีบซูเจี่ยนอันชอบพูดกันปากต่อปากว่าคงมีแต่ผู้ชายที่ดีที่สุดในโลกเท่านั้น จึงจะเหมาะสมกับซูเจี่ยนอัน

            หลังจากถังหยางหมิงเดินออกไปแล้วซูเจี่ยนอันก็เริ่มรู้สึกกังวล แต่พอคิดดูอีกที เธอก็ไม่ได้นอกใจอะไรเขาสักหน่อยแล้วจะกังวลไปทำไม

            “นายจะกินข้าวใช่หรือเปล่า”เธอเรียกพนักงาน “งั้นสั่งอาหารก่อนเถอะ”

            ลู่เป๋าเหยียนสั่งสเต๊กเนื้อไปหนึ่งที่จากนั้นจึงมองซูเจี่ยนอันด้วยท่าทางไม่ทุกข์ร้อน

            ซูเจี่ยนอันเริ่มนั่งไม่ติดเธอลังเลนิดหน่อยก่อนจะอธิบาย

            “ฉันกับถังหยางหมิงแค่บังเอิญเจอกันฉันจำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ...”

            “เขาเคยตามจีบเธอ?”

            ดวงตาคู่เรียวรีของเขาหรี่ตามองเธออย่างไม่แสดงอารมณ์ชัดเจนว่าโกรธอยู่หรือไม่

            ตาเธอเบิกกว้างอย่างตกใจ“ทำไมนายถึงรู้ล่ะ?”

            หลังนิ่งไปสักพักเธอจึงพูดขึ้นมา

            “ที่จริง...ฉันก็เพิ่งรู้ตอนที่เขาบอกฉันเนี่ยแหละฉันลืมไปนานแล้ว...”

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“เธอลืมคนที่เคยตามจีบเธอ?”

            ซูเจี่ยนอันตอบเสียงเบา“ใครจะว่างจำได้หมดทุกคนกัน...”

            หลายปีมานี้หัวใจเธออยู่ที่คนคนเดียว นั่นก็คือชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก“ดูท่าสมัยเรียนเธอจะฮอตไม่เบา”

            ซูเจี่ยนอันเบะปาก“คงสู้นายไม่ได้!”

            ลู่เป๋าเหยียนมองเธอนิ่ง“เธอรู้ได้ยังไง?”

            “ฉัน...”ซูเจี่ยนอันเผลอหลุดปากออกไป จะแก้ตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว จึงได้แต่บอกความจริง“ฉันได้ยินมาสมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียศาสตราจารย์บอกว่าไม่เพียงแต่พวกนักศึกษาจีน แต่สาวๆ ที่นั่นก็ชอบนายหลายคน เอ่อจะว่าไปนายก็นับเป็นรุ่นพี่ต่างคณะของฉันนะ...”

            ลู่เป๋าเหยียนไม่สนใจเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้องอะไรนั่นเขาพูดตัดบท

            “ทำไมถึงเลือกไปเรียนที่นั่น”

            แน่นอนว่าเพราะนายจบจากที่นั่นไง...

            แต่ให้ตายเธอก็ไม่คิดบอกเขาหรอก...

            ว่าแล้วจึงยิ้มตอบไปว่า“ฉันชอบที่นั่น เรียนไปเกือบเทอมถึงจะรู้ว่านายก็เคยเรียนที่นั่นเหมือนกัน”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มบางสงสัยเขาจะคิดมากไป

            สเต๊กเนื้อสองที่ถูกนำมาเสิร์ฟเป็นที่เรียบร้อยลู่เป๋าเหยียนไม่ได้พูดอะไรต่อ เขากินไปไม่กินคำพอให้อยู่ท้องก็วางมีดกับส้อมลงจากนั้นจึงวางมือถือของตนไว้บนโต๊ะ

            “ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาเสิ่นเยว่ชวนไม่ก็โทรเข้าออฟฟิศฉัน”

            “ทำไมนายต้องทิ้งมือถือตัวเองไว้ด้วยล่ะ”ซูเจี่ยนอันถามอย่างไม่เข้าใจ

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“ถ้าฉันไม่ทิ้งไว้ แล้วเธอจะใช้อะไรโทร?”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งไปแล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อเที่ยงเธอชาร์ตมือถือทิ้งไว้ที่บ้านลั่วเสี่ยวซีจากนั้นก็โดนเขาแบกออกมา เธอลืมมือถือเอาไว้ที่บ้านลั่วเสี่ยวซีอีกแล้ว...

            ตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนก็เดินออกจากร้านอาหารไปจนมองเห็นเพียงแผ่นหลังเขาอยู่ไกลๆซูเจี่ยนอันมองเนื้อสเต๊กที่ถูกเขากินไปแค่ไม่เท่าไรเธอชักเริ่มสงสัยว่าเขากลับมาเพื่อกินข้าวจริงเหรอ?

            หรือว่าเรื่องกินข้าวเป็นแค่ข้ออ้าง ที่จริงเขากลับมาเพื่อเอามือถือมาให้เธอ...

            คิดถึงตรงนี้ซูเจี่ยนอันก็ห้ามตัวเองไม่ให้คิดต่อ

            ประสบการณ์ที่ผ่านมายืนยันแล้วว่าการคิดเองเออเองไม่มีข้อดี เพราะความสุขเพียงช่วงคราวมักจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดในภายหลัง

            แต่ซูเจี่ยนอันคงไม่รู้ว่าที่จริงเธอทายถูกต้องแล้ว

            ตอนที่ลู่เป๋าเหยียนขึ้นรถไปแล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่าซูเจี่ยนอันไม่มีมือถือ เขาจึงเดินกลับไปโดยไม่สนว่างานจะรัดตัวมากแค่ไหน ทว่ากลับเห็นผู้ชายแปลกหน้าซึ่งไม่รู้มาตั้งแต่เมื่อไรกำลังนั่งอยู่กับเธอ

            ผู้ชายด้วยกันดูกันออกว่าสายตาที่ชายคนนั้นส่งให้ซูเจี่ยนอันกำลังสื่ออะไรแต่คนที่รู้ตัวช้าอย่างซูเจี่ยนอันมีหรือจะเข้าใจ นี่ถ้าเขาไม่ได้เดินกลับไปอย่าว่าแต่เบอร์ติดต่อเลยที่ชายคนนี้จะได้ไปดีไม่ดีตัวเธอเองก็คงถูกเขาเอาติดตัวไปด้วย

            ลู่เป๋าเหยียนเดินขึ้นรถอีกครั้งเขาหลับตาลงพลางยกมือนวดขมับอย่างอ่อนใจ

            เขาชินแล้วกับซูเจี่ยนอันที่เป็นแบบนี้ตั้งแต่สิบขวบจนถึงปัจจุบัน เธอไม่เคยทำให้เขาวางใจได้เลย

            ณ ร้านอาหารที่ชั้นบนซูเจี่ยนอันกำลังมองสำรวจมือถือลู่เป๋าเหยียนอย่างละเอียด

            เธอกับลู่เป๋าเหยียนใช้มือถือรุ่นเดียวกันเพียงแต่ของเธอเป็นสีขาว ส่วนของเขาเป็นสีดำ

            แต่ที่สิ่งเธอสนใจมากที่สุดคือในมือถือของลู่เป๋าเหยียนมีความลับอะไรซ่อนอยู่หรือไม่แต่ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่าไม่ควรไปล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเขา

            ความอยากรู้อยากเห็นกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเธอกำลังตีกันสุดท้ายก็ได้ผู้ชนะ ไหนๆ ลู่เป๋าเหยียนก็กล้าทิ้งมือถือไว้กับเธอเขาก็คงเตรียมใจไว้แล้วล่ะ

            เธอลองเปิดมือถือของเขาและก็พบว่าเขาไม่ได้เข้ารหัส หลังปลดล็อกเข้าไปเธอก็พบว่าลู่เป๋าเหยียนช่างเป็นคนน่าเบื่อจริงๆ

            ข้างในมีแต่พวกแอปพลิเคชันที่ใช้ในการทำงานขนาดแอปที่คนทั่วไปมักมีติดมือถือไว้อย่าง Wechat ยังไม่มี วอลล์เปเปอร์หน้าจอก็เป็นแบบเดิมที่ผู้ผลิตได้ตั้งค่าไว้ในอัลบั้มก็ไม่มีรูปสักรูป...

            ซูเจี่ยนอันไม่คิดจะเข้าไปดูในกล่องข้อความของเขาเพราะไม่ต้องบอกเธอก็เดาได้ว่าในนั้นคงมีแต่ข้อความแจ้งข้อมูลสายการบินอะไรเทือกนั้น

            มิน่าถึงไม่ต้องเข้ารหัสแถมยังกล้าทิ้งมือถือไว้กับเธออีก

            ก็เพราะว่าในนี้ไม่มีอะไรต้องกังวลสักอย่าง!

            หลังกินข้าวเสร็จซูเจี่ยนอันก็เดินออกจากร้านอาหาร ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามาบอกเธอว่า

            “คุณนายลู่ครับถ้าต้องการออกไปเดินเล่นข้างนอก คนขับรถรอคุณอยู่ที่ชั้นล่างนะครับคุณอยากไปที่ไหนสามารถบอกเขาได้เลยครับ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            เมื่อเธอเดินออกจากโรงแรมก็สัมผัสได้ถึงสายลมเย็นๆ ในยามค่ำคืนของเมือง G จนเท้าเธอเริ่มเย็นไปหมดในขณะที่กำลังลังเลว่าจะออกไปข้างนอกดีหรือไม่หญิงสาวในชุดทางการคนหนึ่งก็เดินหิ้วถุงช้อปปิ้งหลายถุงเดินมาหาเธอ

            “สวัสดีค่ะ คุณนายลู่ดิฉันเป็นเลขาชั่วคราวของผอ.ลู่ที่เมืองนี้ค่ะนี่คือของที่ผอ.ลู่สั่งให้ดิฉันจัดเตรียมมาให้คุณ”

            ซูเจี่ยนอันมองไปยังสัญลักษณ์บนถุงก็รู้ทันทีว่าข้างในคือเสื้อผ้าเธอรู้สึกแปลกใจอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงยื่นมือไปรับ

            “ขอบคุณค่ะ”

            เลขาสาวยิ้มอย่างเป็นกันเอง“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”

            “พวกคุณต้องทำงานกันถึงกี่โมงคะ”ซูเจี่ยนอันถาม

            “ท่านผอ.อาจจะต้องทำงานถึงเที่ยงคืนกว่าค่ะถึงจะกลับโรงแรม” เลขากล่าว “เขามาถึงล่าช้ากว่ากำหนดอาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มจากที่วางไว้ค่ะ”

            ซูเจี่ยนอันนึกไปถึงภาพตอนที่เขารีบร้อนออกจากโรงแรมเพื่อไปบริษัทแต่ทว่าตอนหลังดันเดินกลับมากินข้าวเป็นเพื่อนเธอ

            ที่คุณเลขาบอกว่ากำหนดการล่าช้ากว่าเดิมคงเป็นเพราะเรื่องนื้

            แต่ถ้าเขากำลังยุ่งแล้วทำไมถึงต้องอยู่ต่อด้วยล่ะ?

            หรือว่า...เขาแค่ไม่อยากเห็นเธออยู่กับถังหยางหมิง?

            คิดถึงตรงนี้ซูเจี่ยนอันก็อดดีใจขึ้นมาไม่ได้

            การที่เขาหึงเธออย่างน้อยก็อธิบายได้ว่าในหัวใจของเขาคงจะมีพื้นที่สำหรับเธออยู่บ้าง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382