สวะผู้นี้จะครองสวรรค์

    ตอนที่ 16(2) อันดับหนึ่งกลุ่มหก

    หนึ่งชั่วยามผ่านไป

    กระดานจับคู่สามสิบสองคนถูกยกขึ้น

    ผู้คนแห่ดู

    ฉินเฟิงเดินไปพร้อมหลี่เทียนหมิง

    รายชื่อถูกจับโดยแบ่งผู้มีคะแนนสูงออกจากกันบางส่วน เพื่อไม่ให้อันดับต้นเจอกันทั้งหมดตั้งแต่รอบแรก

    หลัวเจี้ยนพบผู้ฝึกขั้นเปิดชีพจรขั้นหนึ่ง

    หนานกงหลีเยว่พบขั้นรับปราณขั้นเก้า

    ซ่งเทียนเหอพบเปิดชีพจรขั้นหนึ่ง

    มู่ชิงหลันพบกัวหลิง

    หลี่เทียนหมิงพบขั้นรับปราณขั้นเก้า

    ส่วนหลินเซียว…

    เมื่อเห็นคู่ของตน สีหน้าเขากลับมีรอยยิ้มเล็กน้อย

    ฉินเฟิงกวาดตามาถึงชื่อของตัวเอง

    แล้วหยุด

    กระดานเขียนว่า

    คู่ที่แปด

    ฉินเฟิง — พบ หลินเซียว

    คนรอบกระดานเงียบไปชั่วครู่

    จากนั้นเสียงฮือฮาดังทันที

    เพราะเรื่องระหว่างหลินเซียวกับฉินเฟิงเมื่อช่วงเช้าคนจำนวนมากเห็นแล้ว

    หลี่เทียนหมิงหันมามอง

    “เร็วจริง”

    ฉินเฟิงกลับไม่มีสีหน้าเปลี่ยน

    “ก็แค่คู่ประลอง”

    หลินเซียวเดินออกมาจากฝั่งตรงข้าม

    หอกเงินอยู่ด้านหลัง

    คราวนี้เขาไม่ได้พูดเหน็บแนมเหมือนก่อน

    เพียงกล่าว

    “ในที่สุดก็ได้เจอกัน”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ใช่”

    “ข้ายอมรับว่าก่อนหน้านี้ดูเบาเจ้า”

    หลินเซียวกล่าว

    “การชนะจ้าวหมิงซานของเจ้าทำให้ข้าเปลี่ยนความคิด”

    ฉินเฟิงพยักหน้า

    “อย่างน้อยเจ้าก็รู้จักมองความจริง”

    คำตอบนี้ทำให้หลินเซียวสีหน้าแข็งเล็กน้อย

    แต่เขายังควบคุมอารมณ์

    “อย่างไรก็ตาม การต่อสู้กับข้าจะต่างออกไป”

    “จ้าวหมิงซานถนัดพลังและการป้องกัน”

    “ข้าถนัดความเร็วกับระยะของหอก”

    “วิธีที่เจ้าใช้กับเขาอาจใช้กับข้าไม่ได้”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ถ้าใช้ไม่ได้ก็เปลี่ยนวิธี”

    หลินเซียวมองเขา

    จากนั้นกล่าวเสียงต่ำ

    “ข้าหวังว่าเจ้ายังจะสงบเช่นนี้หลังลงเวที”

    “ข้าก็หวังว่าเจ้าจะประลองเพราะต้องการชนะ”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ไม่ใช่เพราะสตรีคนหนึ่งไม่สนใจเจ้า แล้วเจ้าเอาความไม่พอใจมาลงกับคนอื่น”

    ใบหน้าหลินเซียวเปลี่ยนทันที

    คนใกล้ ๆ ได้ยินแล้วเงียบ

    ฉินเฟิงไม่ได้หยุด

    “หนานกงหลีเยว่ช่วยเหลือข้าในสนาม และข้ารักษาพิษให้นาง”

    “ความสัมพันธ์มีเพียงเท่านี้ในเวลานี้”

    “หากเจ้าชอบนางก็ไปแสดงความจริงใจต่อนางเอง”

    “การหาเรื่องชายทุกคนที่พูดกับนางไม่ได้ทำให้นางชอบเจ้ามากขึ้น”

    หลินเซียวกำหมัด

    แต่คำพูดตรงเกินจนโต้กลับยาก

    หนานกงหลีเยว่ที่อยู่ไม่ไกลได้ยินทั้งหมด

    สีหน้าของนางไม่ได้เปลี่ยนมาก

    แต่สายตาที่มองฉินเฟิงมีความพอใจเล็กน้อย

    เพราะเขาไม่ได้ใช้ชื่อของนางยั่วหลินเซียว และไม่ได้กล่าวว่าตนมีสิทธิ์เหนือกว่า

    กลับพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า เรื่องความรู้สึกต้องให้นางเป็นคนตัดสิน

    หลินเซียวสูดลมหายใจลึก

    “ดี”

    “เรื่องอื่นไม่พูด”

    “บนเวทีเราวัดด้วยความสามารถ”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ควรเป็นเช่นนั้นตั้งแต่แรก”

    จากนั้นทั้งสองแยกออก

    การประลองสิบหกคู่เริ่มขึ้นทีละเวที

    ฉินเฟิงไม่ได้แข่งทันที จึงใช้เวลาสังเกตคนอื่น

    หลัวเจี้ยนชนะในเจ็ดกระบวนท่า

    พลังเปิดชีพจรขั้นสี่เหนือคู่ต่อสู้ชัดเจน

    ซ่งเทียนเหอชนะในสิบสองกระบวนท่า

    หนานกงหลีเยว่ใช้เพียงห้ากระบวนท่า เพราะระดับต่างมาก

    แต่คู่ของมู่ชิงหลันกับกัวหลิงกลับสูสี

    กัวหลิงใช้กระบี่เร็ว

    มู่ชิงหลันใช้พลังจันทราเหมันต์ลดความเร็วของพื้นที่รอบตัว

    หลังสู้กว่าสามสิบกระบวนท่า กัวหลิงเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงจากความเย็นสะสม

    สุดท้ายมู่ชิงหลันใช้ฝ่ามือจันทราเหมันต์ทำให้กระบี่อีกฝ่ายแข็งด้วยน้ำแข็ง แล้วฟันอาวุธหลุดมือ

    ชนะ

    ฉินเฟิงพยักหน้าอย่างพอใจ

    การหลอมกระดูกอสูรจันทราเริ่มเปลี่ยนวิธีต่อสู้ของนางจริง

    หากพัฒนาไปเรื่อย ๆ ในอนาคตนางจะไม่ได้มีเพียงพลังสูง แต่อาจสร้างเขตพลังเย็นรอบตัว ทำให้ศัตรูเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่ปะทะ

    จากนั้นหลี่เทียนหมิงขึ้นเวที

    คู่ต่อสู้ขั้นรับปราณขั้นเก้า

    สูงกว่าเขาหนึ่งขั้น

    แต่เกล็ดดำที่หลอมเข้ากระบี่ช่วยให้อาวุธแข็งแรงขึ้นมาก

    หลังสู้ยี่สิบกว่ากระบวนท่า หลี่เทียนหมิงชนะด้วยการโจมตีต่อเนื่อง

    เขาลงเวทีพร้อมแผลตรงแขนเล็กน้อย แต่ยิ้มกว้าง

    “ข้าเข้าสิบหกแล้ว!”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ดี”

    “เจ้าไม่แสดงความยินดีมากกว่านี้หน่อยหรือ”

    “เจ้าชนะคนเหนือหนึ่งขั้น ไม่ใช่ได้อันดับหนึ่ง”

    หลี่เทียนหมิงหัวเราะ

    “รอข้าได้อันดับหนึ่งก่อนเถิด”

    ฉินเฟิงมองกระดาน

    “ถ้าเจ้าผ่านรอบหน้าแล้วไม่เจอข้าเสียก่อน”

    หลี่เทียนหมิงหยุด

    “ข้าขอเปลี่ยนคำพูด”

    ยังไม่ทันพูดต่อ เสียงกรรมการก็ดัง

    “เวทีที่สี่!”

    “คู่ต่อไป!”

    “ฉินเฟิง พบ หลินเซียว!”

    เสียงรอบเวทีดังขึ้นทันที

    คนจำนวนมากย้ายมาดูเวทีนี้

    แม้มีการประลองพร้อมกันอีกหลายคู่ แต่ชื่อของฉินเฟิงกลายเป็นจุดสนใจมากที่สุดคนหนึ่งแล้ว

    ฉินเฟิงเดินขึ้นเวที

    หลินเซียวขึ้นอีกฝั่ง

    หอกเงินถูกดึงออกจากด้านหลัง

    เพียงสะบัดครั้งเดียว ปลายหอกก็ส่งเสียงฉีกผ่านอากาศ

    แรงอำนาจระดับ เปิดชีพจรขั้นสอง แผ่ออก

    ฉินเฟิงมีสีหน้าจริงจัง

    หลินเซียวอาจมีระดับเท่าจ้าวหมิงซาน แต่ลักษณะการต่อสู้ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

    ดาบใหญ่ของจ้าวหมิงซานรุนแรงแต่ต้องเปลี่ยนแรงทุกครั้ง

    หอกของหลินเซียวกลับมีระยะยาว รวดเร็ว และสามารถเปลี่ยนจากแทงเป็นกวาดได้โดยไม่ต้องขยับตัวมาก

    นี่เป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายสำหรับกระบี่สั้นกว่า

    กรรมการมองทั้งสอง

    “กฎเหมือนเดิม”

    “ห้ามสังหารหลังอีกฝ่ายยอมแพ้หรือหมดความสามารถต่อสู้”

    “เริ่ม!”

    หลินเซียวไม่พูด

    เขาพุ่งทันที

    หอกเงินแทงออกเป็นเส้นตรง

    รวดเร็วจนคนดูทั่วไปเห็นเพียงประกายสีเงินสายหนึ่ง

    “หอกวายุทะลวงเมฆ!”

    ฉินเฟิงใช้กระบี่เหล็กดำปัดเฉียง

    เคร้ง!

    ปลายหอกเบน

    แต่หลินเซียวหมุนข้อมือเพียงเล็กน้อย

    หอกซึ่งถูกปัดออกกลับกวาดย้อนเข้าหาชายโครงทันที

    ฉินเฟิงถอย

    ปลายหอกผ่านเสื้อไปเพียงเล็กน้อย

    หลินเซียวตาม

    แทงอีก

    หนึ่งครั้ง

    สาม

    ห้า

    เจ็ดครั้ง

    ต่อเนื่องจนแทบไม่มีช่อง

    ฉินเฟิงใช้กระบี่รับสลับหลบ

    แต่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้

    หลินเซียวกล่าวระหว่างโจมตี

    “เจ้าถนัดระยะใกล้”

    “แต่ข้าจะไม่ให้เจ้าเข้ามาถึงตัว!”

    หอกแทงตรงใบหน้า

    ฉินเฟิงเอียงหลบ

    ปลายหอกเปลี่ยนลงหน้าอก

    เขาใช้กระบี่ปัด

    เคร้ง!

    อีกฝ่ายกลับดึงหอกทันที

    ไม่ปล่อยให้ฉินเฟิงจับจังหวะ

    หลี่เทียนหมิงมองอย่างกังวล

    “หลินเซียวไม่เปิดช่องเลย”

    หนานกงหลีเยว่กล่าว

    “เพราะเขารู้แล้วว่าฉินเฟิงเก่งเรื่องอ่านจังหวะ”

    “จึงไม่ใช้ท่าใหญ่ที่มีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องยาว”

    “ใช้เพียงแทงสั้นและถอย”

    มู่ชิงหลันพยักหน้า

    “ถ้าเป็นเช่นนี้ ฉินเฟิงจะเข้าใกล้ยาก”

    บนเวที ฉินเฟิงคิดเหมือนกัน

    เขาพยายามใช้พลังอัสนีที่ขาเพิ่มความเร็ว

    แต่หลินเซียวไม่ถอยตรง

    ทุกครั้งจะหมุนรอบด้านนอก ทำให้ระยะหอกยังอยู่ระหว่างทั้งสอง

    สิบกระบวนท่า

    ยี่สิบ

    ฉินเฟิงยังไม่ได้โจมตีจริงแม้แต่ครั้งเดียว

    คนดูบางส่วนเริ่มคิดว่าครั้งนี้เขาเจอคู่ที่ทางวิชาข่มจริง

    หลินเซียวเองเริ่มมีความมั่นใจ

    “หากเจ้ามีเพียงเท่านี้ การประลองจบได้แล้ว!”

    เขาหมุนหอก

    พลังวายุรวมรอบปลาย

    “หอกวายุเจ็ดดารา!”

    เงาหอกเจ็ดสายปรากฏ

    ต่างจากกัวหลิงที่มีเพียงหนึ่งจริง

    ครั้งนี้ทุกสายมีพลังจริง แต่ความเข้มต่างกัน

    ฉินเฟิงใช้พลังวิญญาณตรวจ

    เห็นทิศหลักสามสาย

    เขาปัดหนึ่ง

    หลบสอง

    แต่สายที่สี่เฉือนแขนซ้าย

    ฉึก!

    เลือดไหล

    เสียงฮือฮาดัง

    หลินเซียวไม่หยุด

    หอกที่ห้าพุ่งตาม

    ฉินเฟิงถอย

    หอกที่หก

    เขาปัด

    สายสุดท้ายแทงตรงหัวไหล่

    ฉินเฟิงเบี่ยงได้เพียงครึ่ง

    ปลายหอกเฉือนเสื้อและทิ้งรอยเลือดอีกแห่ง

    หลินเซียวหัวเราะ

    “ยังจะคิดเอาอันดับหนึ่งหรือ?”

    ฉินเฟิงมองบาดแผลสองจุด

    ไม่ลึก

    เพียงผิว

    เขาไม่ได้โกรธ

    กลับถาม

    “เจ้าคิดว่าข้าหลบไม่ทันจริงหรือ”

    หลินเซียวขมวดคิ้ว

    “หมายความว่าอย่างไร”

    ฉินเฟิงยกกระบี่

    “ข้าเพียงต้องการรู้ว่า ท่าหอกเจ็ดสายของเจ้ามีจังหวะคืนหอกอย่างไร”

    หลินเซียวมีสีหน้าเปลี่ยน

    ฉินเฟิงกล่าวต่อ

    “ตอนแรกข้าคิดว่าสายที่เจ็ดจะจบตรงหัวไหล่”

    “แต่จริง ๆ หลังแทงสายที่เจ็ด เจ้าจะดึงหอกกลับโดยหมุนปลายลงด้านขวา เพื่อเตรียมเริ่มชุดใหม่”

    สายตาหลินเซียวเปลี่ยน

    เพราะถูกต้อง

    ฉินเฟิงยิ้มบาง

    “ตอนนี้ข้ารู้แล้ว”

    เขาพุ่งออกทันที

    หลินเซียวแทงตอบ

    ฉินเฟิงปัด

    หอกสอง

    สาม

    ฉินเฟิงยังไม่เข้า

    หลินเซียวเริ่มใช้หอกวายุเจ็ดดาราอีกครั้ง

    หนึ่ง

    สอง

    สาม

    ฉินเฟิงหลบ

    สี่

    ห้า

    หก

    สายที่เจ็ดแทงตรงหัวไหล่เหมือนเดิม

    ครั้งนี้ฉินเฟิงไม่หลบออก

    กลับขยับเข้าหา!

    ปลายหอกเฉือนผ่านไหล่อีกครั้ง

    แต่ไม่ลึก

    หลินเซียวตกใจ

    “เจ้า!”

    เขากำลังจะหมุนปลายหอกลงขวาตามจังหวะคืนท่า

    ฉินเฟิงรออยู่แล้ว

    กระบี่เหล็กดำไม่ได้โจมตีคน

    กลับฟาดตรงกลางด้ามหอกในช่วงที่แรงของหลินเซียวกำลังเปลี่ยนทิศ

    เคร้ง!

    หอกเบนลง

    ฉินเฟิงก้าวผ่านปลายอาวุธ

    ระยะห่างเหลือไม่ถึงหนึ่งก้าว

    หลินเซียวมีสีหน้าเปลี่ยนอย่างรุนแรง

    นี่คือระยะที่ฉินเฟิงต้องการมาตลอด

    เขาพยายามถอย

    ฉินเฟิงตามติด

    ฝ่ามือซ้ายพุ่งเข้าหน้าอก

    หลินเซียวใช้ศอกป้อง

    ปัง!

    อัสนีไหลผ่าน

    แขนชา

    ฉินเฟิงไม่ใช้กระบี่ดาวตกเต็มกำลัง เพราะระยะใกล้เกินไป

    กลับใช้ด้ามกระบี่กระแทกชายโครง

    ปึก!

    หลินเซียวถอย

    พยายามดึงหอกกลับเข้าระยะ

    ฉินเฟิงใช้เท้าเหยียบด้ามหอกส่วนล่างลงพื้น

    หลินเซียวดึงไม่ขึ้นทันที

    เขาจึงปล่อยมือข้างหนึ่งแล้วชก

    ฉินเฟิงเอียงหลบ

    หมัดผ่าน

    กระบี่เหล็กดำหมุนขึ้น

    ปลายหยุดที่ลำคอ

    หลินเซียวแข็งค้าง

    แต่ยังไม่จบ

    เขาปล่อยหอกทั้งหมดแล้วถอย

    ฉินเฟิงตาม

    หลินเซียวใช้ฝ่ามือ

    ปะทะกัน

    ปัง!

    ฉินเฟิงถอยหนึ่ง

    หลินเซียวถอยสอง

    แม้ระดับต่ำกว่า แต่การหลอมกายด้วยอัสนีช่วยลดช่องว่างอย่างมาก

    หลินเซียวไม่มีหอก

    ข้อได้เปรียบหายไปครึ่งหนึ่ง

    เขาหันจะไปเก็บ

    ฉินเฟิงไม่ให้

    กระบี่ดาวตกหนึ่งจุดถูกใช้แบบพลังชั้นเดียวเพื่อประหยัดแขน

    ฉึก!

    ปลายกระบี่แทงตรงพื้นข้างมือหลินเซียว

    บังคับให้ถอน

    จากนั้นฝ่ามืออัสนีกระแทกไหล่

    ปัง!

    หลินเซียวถอยถึงขอบเวที

    เขากัดฟัน

    “ข้ายังไม่แพ้!”

    พลังเปิดชีพจรขั้นสองระเบิดเต็มที่

    ฝ่ามือทั้งสองรวม

    “วายุรวมเมฆ!”

    กระแสลมหมุนรอบตัว

    ฉินเฟิงรู้ว่าถ้าปะทะตรงอาจถูกผลักออก

    เขาไม่โจมตี

    กลับถอยหนึ่งก้าว

    หลินเซียวคิดว่ามีโอกาส

    พุ่งเข้า

    ฉินเฟิงรอจนอีกฝ่ายออกจากขอบเวทีมาไกลขึ้น

    จากนั้นหลบด้านข้าง

    หลินเซียวเปลี่ยนทิศ

    ฉินเฟิงใช้พลังอัสนีที่ขาเร่งความเร็ว

    พุ่งผ่านไปหาอาวุธที่ตกอยู่

    หลินเซียวเข้าใจทันที

    “อย่าแตะหอกข้า!”

    เขาพุ่งกลับ

    แต่ช้า

    ฉินเฟิงใช้ปลายกระบี่สะกิดด้ามหอก

    หอกเงินหมุนขึ้นกลางอากาศ

    หลินเซียวกระโดดรับ

    ฉินเฟิงยิ้ม

    นี่ต่างหากที่ต้องการ

    ช่วงที่คนอยู่กลางอากาศ เปลี่ยนทิศยาก

    เขาไม่ได้โจมตีร่างโดยตรง

    กลับใช้กระบี่ฟาดด้ามหอกที่เพิ่งถูกจับ

    เคร้ง!

    หลินเซียวแขนชา

    หอกหมุน

    ฉินเฟิงใช้ไหล่กระแทกกลางอก

    ปัง!

    ร่างหลินเซียวลอยถอย

    ออกนอกเวที

    ตุบ!

    เขาลงพื้นด้านล่าง

    ยืนได้

    ไม่ได้บาดเจ็บหนัก

    แต่แพ้แล้ว

    กรรมการประกาศทันที

    “ฉินเฟิงชนะ!”

    เสียงรอบลานดังขึ้นอีกครั้ง

    ขั้นรับปราณขั้นเจ็ด

    ชนะเปิดชีพจรขั้นสองเป็นครั้งที่สอง

    และครั้งนี้คู่ต่อสู้มีรูปแบบต่อสู้ต่างจากจ้าวหมิงซานโดยสิ้นเชิง

    คนที่คิดว่าฉินเฟิงชนะเพราะคู่ต่อสู้ถูกทางวิชาข่ม จึงพูดเช่นนั้นได้ยากขึ้น

    หลินเซียวยืนด้านล่าง

    มองหอกในมือ

    จากนั้นมองฉินเฟิงบนเวที

    สีหน้ามีทั้งความอับอายและไม่ยอมรับ

    แต่เขาเงียบอยู่นาน

    สุดท้ายจึงถาม

    “เจ้าจงใจรับบาดแผลสองครั้งเพื่อดูท่าของข้า?”

    “ใช่”

    “หากหอกข้าเบนเข้าลึกกว่าที่คาด เจ้าจะทำอย่างไร”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ข้าประเมินระยะแล้ว”

    “ถ้าจังหวะเปลี่ยน ข้าก็จะหลบ”

    หลินเซียวเงียบ

    จากนั้นหัวเราะขมขื่น

    “ข้าแพ้ไม่ใช่เพราะระดับพลัง”

    “ข้าแพ้เพราะตั้งแต่แรก ข้าคิดเพียงว่าจะไม่ให้เจ้าเข้าใกล้”

    “แต่เจ้าใช้เวลาทั้งหมดหาวิธีทำให้ข้าเปิดช่องเอง”

    ฉินเฟิงพยักหน้า

    “เจ้าเข้าใจก็ดี”

    หลินเซียวมองไปทางหนานกงหลีเยว่ครู่หนึ่ง

    ก่อนหันกลับ

    “เรื่องก่อนหน้า ข้าจะไม่หาเรื่องเจ้าเพราะนางอีก”

    ฉินเฟิงตอบ

    “นั่นเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเจ้าเอง”

    หลินเซียวประสานมือ

    แม้ยังเสียหน้า แต่ยอมรับผล

    จากนั้นเดินออก

    หนานกงหลีเยว่เห็นแล้วไม่ได้กล่าวอะไร

    เพียงมองฉินเฟิงด้วยสายตาที่ต่างจากเดิมขึ้นอีกเล็กน้อย

    กรรมการประกาศชื่อผู้ผ่านสิบหกอันดับต่อไป

    ฉินเฟิงอยู่ในนั้นอย่างเป็นทางการ

    หมายความว่า

    เขาได้รับสิทธิ์เข้าสำนักเมฆาฟ้าแล้ว

    แม้การประลองยังไม่จบ แต่เป้าหมายแรกสำเร็จ

    บนแท่นสูง หลัวชางไห่มองรายชื่อสิบหกคน

    จากนั้นมองฉินเฟิง

    รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าชรา

    “เด็กคนนี้น่าสนใจกว่าที่คิด”

    “ขั้นรับปราณขั้นเจ็ด แต่ชนะเปิดชีพจรขั้นสองได้สองคนด้วยวิธีต่างกัน”

    “หากให้ทรัพยากรสำนัก…”

    เขาหยุด

    “สามเดือนอาจเปลี่ยนไปอีกมาก”

    เจียงเหวินไห่ถาม

    “ผู้อาวุโสหลัวคิดรับไว้ในยอดเขาของท่านหรือ”

    หลัวชางไห่หัวเราะ

    “ยังเร็ว”

    “ข้าต้องดูอีก”

    “โดยเฉพาะตอนเจอคนสามอันดับแรก”

    ทันใดนั้น กระดานจับคู่รอบสิบหกคนถูกนำขึ้นมาเตรียมไว้

    ผู้ชมทั้งหมดเริ่มตื่นเต้นอีกครั้ง

    เพราะจากนี้ คนอ่อนกว่าถูกคัดออกไปมากแล้ว

    แต่ละคู่จะเป็นอัจฉริยะจริง

    ฉินเฟิงเดินไปดู

    ชื่อแปดคู่ปรากฏทีละบรรทัด

    คู่แรก หลัวเจี้ยน พบ หลี่เทียนหมิง

    หลี่เทียนหมิงเห็นแล้วหน้าถึงกับแข็ง

    “เหตุใดเป็นข้า!”

    ฉินเฟิงตบไหล่เขาเบา ๆ

    “เจ้าเพิ่งบอกว่าอยากได้อันดับหนึ่ง”

    หลี่เทียนหมิงถอนหายใจ

    “ตอนนั้นข้าพูดเล่น”

    คู่สอง หนานกงหลีเยว่ พบ จ้าวหมิงซาน

    คู่สาม มู่ชิงหลัน พบ ซ่งเทียนเหอ

    เสียงฮือฮาดังทันที

    มู่ชิงหลันต้องเจออันดับสามคะแนนรวมตั้งแต่รอบนี้

    ส่วนคู่สี่

    ฉินเฟิงกวาดตา

    แล้วหยุด

    ชื่อของเขาอยู่ด้านหนึ่ง

    อีกด้านเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคย

    ฉินเฟิง — พบ เย่ชาง

    เมืองหลวงชางหลาน

    อายุสิบแปด

    ระดับพลัง…

    เมื่อข้อมูลด้านข้างถูกเขียนเพิ่มเติม คนรอบข้างพลันเกิดเสียงแตกตื่น

    ขั้นเปิดชีพจรขั้นสาม

    แต่สิ่งที่ทำให้หลัวชางไห่บนแท่นเปลี่ยนสีหน้าไม่ใช่เพียงระดับ

    หากเป็นสัญลักษณ์เล็กข้างชื่อ

    เย่ชางไม่ได้มาจากตระกูลทั่วไป

    เขาคือศิษย์ที่ถูกส่งมาจาก หออสูรโลหิตแห่งเมืองหลวง องค์กรฝึกยุทธ์ที่มีชื่อด้านความดุร้าย และผู้สมัครคนนี้ไม่เคยเข้าร่วมรอบสนามสัตว์เทวะมาก่อน

    หลี่เทียนหมิงมองข้อมูลแล้วหันมาหาฉินเฟิง

    “เปิดชีพจรขั้นสามอีกแล้ว”

    “แต่ข้ารู้สึกว่าคนนี้ไม่เหมือนซ่งเทียนเหอ”

    หนานกงหลีเยว่ซึ่งรู้จักชื่อจากเมืองหลวงมีสีหน้าเคร่งขึ้น

    “แน่นอนว่าไม่เหมือน”

    “เย่ชางถูกเรียกว่า ‘หมาป่าโลหิต’”

    “ปีที่แล้วเขาเคยประลองกับคนระดับเดียวกันเจ็ดครั้ง”

    “ทำให้คู่ต่อสู้พิการสามคน”

    “บาดเจ็บหนักสองคน”

    “แม้จะไม่ฆ่าบนเวที แต่แทบไม่เคยยั้งมือ”

    มู่ชิงหลันหันมองฉินเฟิงทันที

    “ท่านต้องระวัง”

    ฉินเฟิงยังไม่ได้ตอบ

    เสียงหนึ่งกลับดังจากด้านหลัง

    “ฉินเฟิง?”

    ทุกคนหันไป

    ชายหนุ่มชุดแดงดำยืนอยู่ห่างประมาณห้าก้าว

    รูปร่างผอมสูง

    ใบหน้าซีดเล็กน้อย

    ดวงตาแคบ

    บนหลังไม่มีอาวุธ

    แต่ข้อมือทั้งสองสวมปลอกแขนเหล็กสีเลือด

    พลังระดับ เปิดชีพจรขั้นสาม แผ่ออกโดยไม่คิดปิดบัง

    เขาคือเย่ชาง

    สายตาของเขากวาดผ่านบาดแผลบนแขนฉินเฟิง ก่อนยิ้ม

    “ข้าเห็นการต่อสู้เจ้าแล้ว”

    “เจ้าเก่งกว่าที่ข่าวบอก”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ขอบคุณ”

    เย่ชางยิ้มกว้างขึ้น

    “เพราะเช่นนั้น ข้าหวังว่าเจ้าจะทนได้นานหน่อย”

    หลี่เทียนหมิงขมวดคิ้ว

    “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

    เย่ชางไม่มองเขา

    สายตายังคงอยู่ที่ฉินเฟิง

    “คนที่ผ่านมือข้าเร็วเกินไปน่าเบื่อ”

    “แต่เจ้าดูเหมือนจะทำให้ข้าสนุกได้”

    ฉินเฟิงมองดวงตาของอีกฝ่าย

    เห็นชัดว่าคนนี้ไม่ได้พูดเพื่อข่มขู่เท่านั้น

    มีความชื่นชอบการทำร้ายคู่ต่อสู้จริง

    ต่างจากจ้าวหมิงซานซึ่งชอบการต่อสู้ตรงไปตรงมา

    ฉินเฟิงจึงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ

    “เจ้าควรเก็บคำพูดไว้หลังขึ้นเวที”

    เย่ชางหัวเราะ

    “ดี”

    จากนั้นเดินผ่านไป

    แต่ตอนผ่านข้างฉินเฟิง เขากลับกล่าวเบามาก

    “ข้าได้ยินว่าหอเงาโลหิตตั้งค่าหัวเจ้าไว้หนึ่งแสนเหรียญทอง”

    ฉินเฟิงหยุด

    ดวงตาเย็นลงทันที

    เย่ชางเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    คนอื่นไม่ได้ยินชัด

    มู่ชิงหลันถาม

    “เขาพูดอะไร”

    ฉินเฟิงมองแผ่นหลังเย่ชาง

    “เรื่องที่น่าสนใจ”

    “อะไร”

    “เขารู้ค่าหัวของข้า”

    สีหน้าทุกคนเปลี่ยน

    หนานกงหลีเยว่กล่าวทันที

    “หออสูรโลหิตมีความเกี่ยวข้องกับหอเงาโลหิตหรือ?”

    “ข้ายังไม่รู้”

    ฉินเฟิงตอบ

    “แต่คนธรรมดาไม่น่ารู้จำนวนค่าหัวเร็วถึงเพียงนี้”

    เขามองชื่อเย่ชางบนกระดานอีกครั้ง

    เดิมทีนี่เป็นเพียงคู่ต่อสู้เปิดชีพจรขั้นสาม

    ตอนนี้อาจมีเบื้องหลังมากกว่านั้น

    ถ้าเย่ชางเกี่ยวกับหอเงาโลหิตจริง การประลองรอบหน้าจะไม่ใช่เพียงการชิงอันดับ

    อีกฝ่ายอาจมีเจตนาฆ่าแฝงอยู่

    แต่แทนที่จะหวาดกลัว ดวงตาของฉินเฟิงกลับสงบนิ่งขึ้น

    ถ้าหอเงาโลหิตส่งมือเข้ามาถึงเวทีคัดเลือกจริง

    ยิ่งดี

    เขากำลังต้องการข้อมูลขององค์กรนี้อยู่พอดี

    ฉินเฟิงหันไปหามู่ชิงหลัน

    “หลังการประลองวันนี้ เจ้าไม่ต้องอยู่รอข้า”

    นางขมวดคิ้ว

    “เหตุใด”

    “ข้าต้องไปสมาคมโอสถกับหนานกงหลีเยว่เพื่อถอนพิษ และอาจต้องตรวจบางอย่างเกี่ยวกับเย่ชาง”

    มู่ชิงหลันมองเขานาน

    “ท่านคิดลงมือเอง?”

    “ยังไม่”

    ฉินเฟิงตอบ

    “ข้าจะหาข้อมูลก่อน”

    นางจึงพยักหน้า

    “ถ้าเรื่องเกี่ยวข้องกับนักฆ่า อย่าไปคนเดียว”

    ฉินเฟิงยิ้มบาง

    “ข้ารู้”

    เสียงระฆังใหญ่ดังขึ้น

    เจียงเหวินไห่ประกาศ

    “การประลองวันนี้สิ้นสุดเพียงเท่านี้!”

    “ผู้ผ่านสิบหกอันดับพักหนึ่งคืน”

    “พรุ่งนี้เช้าเริ่มรอบจัดอันดับสิบหกคน!”

    “คู่แรก หลัวเจี้ยนพบหลี่เทียนหมิง”

    “คู่ที่สอง หนานกงหลีเยว่พบจ้าวหมิงซาน”

    “คู่ที่สาม มู่ชิงหลันพบซ่งเทียนเหอ”

    “คู่ที่สี่…”

    เสียงของเขาหยุดเล็กน้อย

    สายตาผู้คนจำนวนมากหันมาทางฉินเฟิง

    “ฉินเฟิง พบ เย่ชาง!”

    เสียงฮือฮาดังทั่วลาน

    ฉินเฟิงเงยหน้ามองเย่ชางซึ่งยืนอยู่อีกฝั่ง

    อีกฝ่ายยกมือขึ้น ใช้นิ้วชี้ลากผ่านลำคอตนเองเป็นสัญลักษณ์ท้าทาย ก่อนจะยิ้มเย็นแล้วหันจากไป

    เสี่ยวเหลยในพื้นที่วิญญาณสัมผัสเจตนาร้ายผ่านพันธะได้ทันที

    “คนนี้น่ารำคาญ”

    ฉินเฟิงตอบในใจ

    “ข้าก็คิดเช่นนั้น”

    “ฆ่าหรือ”

    “ถ้าเขาคิดฆ่าข้าจริง”

    ฉินเฟิงมองแผ่นหลังเย่ชางที่ค่อย ๆ หายไปในฝูงชน

    แววตาสงบนิ่งและเด็ดขาด

    “เช่นนั้นพรุ่งนี้ ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาได้ลงจากเวทีด้วยขาของตนเอง”

    แสงตะวันยามเย็นค่อย ๆ ลดต่ำลงหลังแนวอาคารเมืองชิงหลาน ขณะที่ข่าวการประลองของวันนี้เริ่มแพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว

    ฉินเฟิง ขั้นรับปราณขั้นเจ็ด

    ชนะขั้นรับปราณขั้นเก้า

    ชนะเปิดชีพจรขั้นหนึ่ง

    ชนะเปิดชีพจรขั้นสองถึงสองคน

    คว้าอันดับหนึ่งของกลุ่ม

    และเข้าสู่สิบหกอันดับแรกอย่างสมบูรณ์

    เด็กหนุ่มซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนยังถูกหัวเราะเยาะว่าไม่สามารถฝึกปราณได้ กำลังทำลายความเข้าใจเดิมของผู้คนทีละอย่าง

    แต่พรุ่งนี้ ศัตรูที่รอเขาอยู่จะต่างจากทุกคนที่ผ่านมา

    เย่ชาง

    เปิดชีพจรขั้นสาม

    ผู้มีชื่อเสียงด้านการทำร้ายคู่ต่อสู้จนพิการ

    และที่สำคัญที่สุด

    เขารู้เรื่องค่าหัวหนึ่งแสนเหรียญทองของหอเงาโลหิต

    ความเชื่อมโยงระหว่างสององค์กรกำลังจะถูกเปิดออก

    พร้อมกับการประลองซึ่งอาจกลายเป็นศึกเอาชีวิตอย่างแท้จริง

    คล้ายกับเรื่องสวะผู้นี้จะครองสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258