เพราะกนกทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต หลายโต๊ะจึงหันมามองเขาโดยพลัน แต่ถึงกระนั้นกนกกลับไม่ได้ใส่ใจ หน้าตายังระรื่นโดยไม่สนหน้าไหนทั้งนั้นนอกจากต็อด
“มัวนั่งโง่อะไรอยู่อีก ในเมื่อไม่ไว้หน้าพี่ต็อดก็ต้องขอโทษ จากนั้นคลานออกไปกราบรถพี่ต็อด แค่นี้ทำให้ไม่ได้เหรอวะ!” กนกยังไม่หยุด ชี้ไม้ชี้มือลุกขึ้นยืนด่าปาวๆ ระคนไม่อายใคร
ผิดหลับต็อดหมอนี่อายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
ระหว่างนั้นสุภาพบุรุษในชุดสูทสีดำหัวล้านเดินเข้ามา ก้มศีรษะลงแล้วยืนข้างเจมส์ “เจ้านายมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่มีใครบางคนอยากให้ผมกราบรถ” เจมส์ยังดูเอ้อระเหย ไม่สิแท้จริงคนอย่างต็อดหรือกนกไม่ได้อยู่ในสายตาตั้งแต่ต้นแล้ว
“เข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ทอยเห็นการแสดงละครครั้งนี้ตั้งแต่ต้น หลังจากเจมส์พยักหน้าอนุญาตเขาเดินไปอีกด้านของโต๊ะ ใช้สองมือหิ้วปลีกต็อดและกนกลากไปหน้าร้านทั้งอย่างนั้น
ต่อให้ทั้งสองคนออกแรงมากแค่ไหน หรือต้องการแกะมือล่ำกำยำก็ไม่สามารถทำได้ นอกจากต้องถูกโยนออกไปจากร้านในสภาพเหมือนเด็กทารก
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่ลูกค้าไร้มารยาท ทุกท่านเชิญทานอาหารตามสบายนะคะ” ซิลวี่ออกมาได้ถูกจังหวะ น้ำเสียงไพเราะราวกับต้องมนต์ กอปรกับใบหน้าและรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ที่มองยังไงก็ไม่เบื่อ
ทุกคนที่รู้จักเธอดีเป็นลูกค้าประจำเข้าใจเรื่องราวได้ง่ายๆ เพราะคนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นเรื่องราวแบบนี้
“ขอตัวก่อนนะครับ จะเดินไปดูรถคนรวยสักหน่อย ว่าหน้าตาเป็นยังไง” เจมส์มองทุกคนด้วยรอยยิ้ม ส่วนเกรียงไกรค่อนข้างกังวล กลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น จึงรีบลุกตามไปทันที
เพราะเหตุนั้น ลูกศิษย์เก่าที่ยังแช่อยู่จึงเดินตามตูดด้านหลัง
ในสภาพถูกโยนหน้ารถคันสีดำ กนกและต็อดมีสีหน้าหวาดกลัว
ทั้งสองเข้าใจได้ไม่ยากว่าคนตัวใหญ่มีพละกำลังอันมหาศาล แม้พวกเขาจะออกแรงต่อต้านกันอย่างแข็งขันกลับเปล่าประโยชน์ ไม่สามารถนำตัวออกมาจากมือแกร่งได้
“นี่เหรอรถของคุณ ไหนรีโมท กดให้ผมดูหน่อย” เจมส์มองใบหน้าทั้งสองคน ประหนึ่งคนที่ตายไปแล้ว
“ไม่ต้องย้ำหรอกน่า!” กนกกัดฟันเกรี้ยวกราด “พี่ต็อด! เอารีโมทรถพี่ออกมาสิ มันจะได้รู้ว่าพี่รวยมากแค่ไหน รีบๆ เอาออกมาสิ”
ท่ามกลางสายตาที่มองต่ำ ต็อดตกใจจนขนลุกซู่ ใครจะคิดว่ารุ่นน้องจะไม่เกรงกลัวรุ่นพี่ ไม่ให้เกียรติไม่ไว้หน้า ใช้ความรุนแรงโดยไม่เห็นหัวอาจารย์
ใช่อาจารย์!
ทันใดนั้นต็อดรู้ได้ทันทีว่าจะแก้ไขสถานการณ์ยังไง!
“อาจารย์เกรียงไกรครับ ดูสิครับคนที่อาจารย์อยากพามาให้พวกเรารู้จัก ทำกับรุ่นพี่อย่างผมได้ขนาดนี้ นี่เขายังเคารพอาจารย์อยู่ไหม เขายังเห็นอาจารย์เป็นอาจารย์ไหม!”
“เอ่อ...” อาจารย์วัยกลางคนพูดไม่ออก เจมส์ตอนนี้ดูราวกับคนละคนที่เคยรู้จัก
“อาจารย์ ไม่ต้องไปฟังเขาหรอกครับ รุ่นพี่คนนี้อวดรวยว่ามีรถเป็นของตัวเอง ทั้งที่ไม่จริงเลย อีกอย่างหนึ่งถึงจะเป็นรุ่นพี่จริงก็ไม่ควรพูดกับคนที่มาติดต่องานแบบนี้ โดยเฉพาะวันหน้าจะกลายเป็นเจ้านาย แค่นี้เขาก็ไม่มีคุณสมบัติทำงานแล้วครับ คำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง...รู้ไหมว่าผมเกลียดคำพวกนี้มาก ฟังแล้วมันตลกว่ะ”
อาจารย์เกรียงไกรไม่ใช่คนโง่ ตั้งแต่เข้ามาต็อดก็พูดถึงว่าอีกฝ่ายเด็กกว่า อย่างโน้นอย่างนี้ เป็นการไม่ไว้หน้า ไม่ให้เกียรติเขาซึ่งเป็นอาจารย์ด้วย
กนกปั้นหน้ายิ้ม ถ้อยคำที่ด่าทอแสดงออกถึงความอดทนที่หมดลง “ส้นตีนเอ้ย! กล้าพูดนะว่านี่ไม่ใช่รถของพี่ต็อด หรือมึงจะบอกว่าเป็นรถของมึง ถุย! เด็กอายุยี่สิบปีอย่างมึงจะมีรถคันละห้าล้านขับได้ยังไง แม้แต่ตัวกูเองยังไม่มีรถยนต์ขับเลย ขับได้แต่มอเตอร์ไซค์!”
“งั้นต้องโทษว่าคุณห่วย ไม่มีความพยายาม การตัดสินคนด้วยอายุว่าด้อยกว่าสำหรับผมคือความคิดที่เขลามาก” จากนั้นชายเจ้าของถุงมือดำหันไปมองต็อด “เอาล่ะหยิบรีโมทออกมา แล้วบอกว่าตัวเองเป็นคนรวยเหมือนอยู่ในร้านสิ”
ต็อดเลิ่กลั่ก เม็ดเหงื่อไหลท่วมตัว สั่นระริกเหมือนลูกแมว แถมยังรู้สึกรับไม่ได้ที่ถูกคนอย่างไอ้ชาติมอง
น่าสมเพชเกินไปแล้ว!
“เงียบแบบนี้แสดงว่าไม่มีใช่ไหมละ” เจมส์กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อได้รับสัญญาณทอยกดรีโมทที่อยู่ในกระเป๋า ทันใดนั้นไฟสัญญาณที่รถก็ตอบสนอง
เห็นฉากดังกล่าวต็อดถึงกับหน้าซีด รวมถึงกนกที่เพิ่งปล่อยไก่ ดูเหมือนจะเลือกข้างผิดแล้ว
“หึหึ พวกกระจอกแต่อ้างว่าเป็นคนรวย ไหนพูดมาซิว่าขึ้นรถอะไรมา โดยเฉพาะนายต็อด!” ทอยหัวเราะฮาฮา ชอบนักเวลาที่ไอ้โง่เดินมาให้จัดการ
ต่อหน้าความกดดัน แถมยังได้รับรู้ถึงพละกำลังของทอยเป็นเรื่องยากที่ต็อดจะไม่ตอบคำถาม
“ฉัน...ไม่มีรถยนต์หรอก”
“ไม่มี...แล้วมอเตอร์ไซค์ล่ะ” ทอยเลิกคิ้วข้างหนึ่ง คนอื่นเองก็รอฟังเหมือนกัน
ต็อดก้มหน้าก้มตา ตอบเสียงสั่น “ฉัน..ฉัน..ไม่มีรถมอเตอร์ไซค์ ที่มาเนี่ยก็ขึ้นรถสองแถว...”
ภาพพจน์ที่เพิ่งสร้างมาสำหรับต็อดจบสิ้นแล้ว แม้จะไม่ได้เงยหน้ามอง ชาติและพวกเขาก็คงกำลังหัวเราะเยาะสนุกสนาน ใช่และมันก็เป็นอย่างนั้น ชาติกำลังหัวเราะเยาะจริงๆ
“ขึ้นรถสองแถวแล้วยังมีหน้าคุยโม้ว่าตัวเองรวยอีก คนอย่างนายนี่มีดีแค่ปากจริงๆ สงสัยหน้าที่การงานคงแย่ กล้าพูดหรือเปล่าว่าตัวเองทำงานอะไร...”
ต็อดถึงกับจุก จะกล้าพูดได้ยังไงว่าทำบริษัทเดียวกับง้วนและเรียว
สองคนนั้นเป็นถึงระดับไหนส่วนตัวเขาเป็นแค่มดในแผนก เทียบกันไม่ได้เลย
ยังไม่ทันให้ง้วนเดินเข้ามาสั่งสอนเพื่อนตัวร้าย กนกที่เลียขามาตั้งแต่แรกกระโดดเข้าใส่ ตามด้วยหมัดและเท้า ทำเอาต็อดที่ไม่ได้เตรียมตัวกลิ้งบนพื้น สะบักสะบอมเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง
“ลากพวกเขาออกไปจากหน้าร้านผม ถ้าหากแขกมาเห็นเข้าจะไม่กล้าเข้าร้าน” เจมส์แทบไม่อยากให้เสียเวลามากไปกว่านี้ สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นอาจดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าใจผิด
“ได้เลยครับเจ้านาย จัดการให้ตามคำขอ” ไม่มีใครรู้ว่าทอยหิ้วสุนัขสองตัวไปไหน รู้แต่ว่าเดินหายไปในเงามืด พร้อมกับเสียงที่ลอดออกมาเพราะความเจ็บปวด
เจมส์หันมายิ้มให้กับทุกคน แล้วพากลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเดิม
“อาหารคงจะเย็นหมดแล้ว ถ้ายังไงเดี๋ยวผมสั่งให้ในครัวทำใหม่แล้วกัน” เมื่อนั่งลงเจมส์ก็พูดถึงประเด็นอื่น ประเดี๋ยวจะทำให้พวกเขากลัวเกินไปจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“เอ่อ...ไม่ดีมั้งเจมส์ ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ แถมยังไม่ค่อยได้กิน อาจารย์กลัวว่า...”
เจมส์จับมืออีกฝ่าย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสำนึกผิด “ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกครับอาจารย์ ร้านนี้คือร้านของผม ผมก็ต้องดูแลอาจารย์อย่างดีสิครับ จะให้กินหอยเย็นชืดได้ยังไง หรืออาจารย์กลัวผมจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้างั้นผมได้แต่โทษตัวเองว่าโหดเกินไป...”
“ไม่โหดเลยสักนิด วิธีของคุณเจมส์เหมาะสมแล้วสำหรับคนอย่างต็อด!” ง้วนเป็นคนตรงๆ อีกอย่างคือไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่นมานานแล้ว
“ใช่แล้วครับ ถึงเราจะเรียนคณะฯ เดียวกับต็อดแต่หมอนั่นนิสัยแย่ โดนไปแค่นั้นผมว่าน้อยไปด้วยซ้ำ ใช่ไหมชาติ” เรียวหันศีรษะไปมองเพื่อนอีกคนที่นั่งห่อไหล่
ชาติพลันได้สติ ผงกศีรษะซ้ำๆ
อาจารย์เกรียงไกรเมื่อเห็นลูกศิษย์ว่าอย่างนั้น ใบหน้าของเขาพลันดำคล้ำ “เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกเจมส์ เป็นอาจารย์ที่ไม่กรองคนให้ดีเอง ครั้งนี้ถือว่าเป็นคำขอโทษจากอาจารย์ มื้อนี้อาจารย์จะเป็นคนเลี้ยงเอง!”
“ถ้าอาจารย์ว่าอย่างนั้น...” เจมส์ไม่อาจปฎิเสธ ในเมื่ออีกฝ่ายอาสาหากไม่รับไว้แล้ววันหน้าจะรู้สึกว่าติดค้าง พลอยให้ไม่สบายใจเปล่าๆ
เมื่ออาหารจานใหม่ร้อนๆ จากในครัวถูกนำมาเสิร์ฟก็เป็นตอนที่ทอยเดินกลับเข้ามาในร้านพอดี
สภาพเขายังอยู่ดีไม่มีส่วนได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าละลื่นคล้ายกับเพิ่งเล่นของเล่นมา
“เจ้านายผมตบมันปากแตก ฟันหักทั้งปาก หักนิ้ว อัดท้องไปหลายที แค่นี้พอหรือเปล่าครับ” ทอยกระซิบถามเสียงเบา สำหรับคำถามนี้เจมส์ทำได้เพียงผงกศีรษะและยิ้มตอบ
“เอาล่ะในเมื่ออาหารก็มาแล้ว เราอย่ามัวเสียเวลาอยู่เลยครับ” เจมส์ผายมือเชื้อเชิญ ด้วยเหตุนั้นทุกคนจึงเริ่มรับประทานอาหาร ดื่มด่ำกับเสียงเพลงและบรรยากาศยามค่ำคืน
ทานอาหารได้สักพักเจมส์เริ่มพูดเข้าประเด็น
“อย่างที่พวกคุณได้รู้มาก่อนหน้า ผมกำลังจะสร้างโรงงานแปรรูปอาหารในนิคมอุตสาหกรรมสัตหีบ ยังขาดบุคลากรมีความรู้ความสามารถอีกมาก ได้ข่าวจากอาจารย์เกรียงไกรว่าคุณสามคนเป็นหัวกระทิของชั้นปี ดังนั้นผมจึงต้องการพวกคุณ”
ได้ฟังคำกล่าวชาติเป็นคนแรกที่ตอบสนอง “ผมยินดีทำงานให้คุณเจมส์ครับ”
“โห...ไม่คิดทบทวนสักหน่อยเหรอครับ” เจมส์มองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ
“ไม่เห็นมีอะไรต้องคิด พูดอย่างไม่อายปากผมสามารถก้าวหน้าได้ในที่ทำงานใหม่ หากเป็นที่เก่าก็เป็นเรื่องยาก ต้องสู้กับหัวหน้าที่อยู่มานาน รวมถึงการใช้เส้นสายใต้ดิน ดังนั้นผมจึงคิดว่าเมื่อมีโอกาสก็ควรจะคว้าไว้!” สำหรับชาติไม่มีอะไรต้องเสียดาย กับตำแหน่งในโรงงานเดิม ผิดกับง้วนและเรียวที่ยังลังเล