[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    87 พรมากกว่า 1

    “แอนเดอร์สัน หลานจะเข้าไปในมิสเทอรี่วันไหน”


    “ผมว่าจะเข้าไปพรุ่งนี้ครับ ตอนนี้หยุดมานานแล้ว ผมควรจะรีบเดินทางไปปลุกจิตวิญญาณให้ได้เสียที”


    “ถ้าอย่างนั้นลุงจะให้นักเวทย์ 800 ปีไปด้วยนะ จะได้ง่ายขึ้น”


    แอนเดอร์สันฉีกยิ้มเล็กน้อย เมื่อรู้ว่าเขาจะมีคนคอยป้องกันระหว่างเดินทาง อย่างไรก็ตามเขากลับหุบยิ้มเนื่องจากนักเวทย์ 800 ปีจะทำให้เขาปลอดภัยเกินไป อันตรายที่ระบบวัดได้จะลดระดับลงเพราะระบบได้นำนักเวทย์ 800 ปีที่อยู่ฝั่งเดียวกับเขาไปคิดร่วมกับเครื่องป้องกัน ทำให้ความอันตรายที่ควรจะเพิ่มสูงหยุดอยู่กับที่


    “ไม่เป็นไรครับลุง ครั้งนี้ผมวางแผนจะทำบางอย่าง นักเวทย์ 700 ปีไม่สามารถฆ่าผมได้ในตอนนี้ ส่วนนักเวทย์ 800 ปีถ้าผมไม่ยอมให้ตัวเองถูกฆ่าพวกเขาก็ฆ่าผมไม่ได้”


    “มันอันตรายเกินไป”


    “ผมมีเหตุผลอยู่ครับ ด้วยคำสาปของผมในตอนนี้ ทำให้ผมสามารถทำอะไรได้หลายอย่างกว่าเดิม”


    “ได้ ถ้าหลานมั่นใจขนาดนั้นลุงจะไม่ทำอะไรนอกจากรอช่วยหลานอยู่ในสถานีโคเวีย ส่วนเรื่องการสนันสนุน กลุ่มอำนาจตระกูลเฟียร์จะรอต่อไปเผื่อจะมีตระกูลใดหรือกลุ่มอำนาจใดอยากเข้าร่วมกับทางเรา”


    “ขอบคุณครับ ผมวางสายก่อนนะครับลุง”


    “ดูแลตัวเองด้วย”


    แอนเดอร์สันวางสายแล้วมองจ้องไปยังสถานะของเขา แม้พลังเวทย์จะหยุดอยู่ที่ 300 ปี แกนพลังเวทย์จากการทำความเข้าใจเวทย์ทั้ง 4 ธาตุให้เป็นระดับ 8 ได้แก่ธาตุดิน ธาตุแสง ธาตุลมและธาตุไม้ ทำให้เขาได้แกนพลังเวทย์ของเขาเพิ่มระดับไปอีก 20 ปีจนมีแกนพลังเวทย์  1,778 ปี


     สิ่งที่เขาเตรียมพร้อมไม่ได้มีแค่นี้ ในแหวนเก็บของยังมีกระดาษเวทย์ระดับ 8 อีกจำนวน 100 แผ่น มันมากกว่าการ์ดโจมตีและการ์ดป้องกันจากระบบที่รวมกันแล้วก็ยังได้เพียง 20 ใบ ครั้งนี้เขาเชื่อว่าตัวเองจะสามารถเอาชีวิตรอดได้ดีมากยิ่งขึ้น


    “เอาชุดนี้ก็แล้วกัน”


    ชุดเกราะลายพรางกลมกลืนไปกับผืนป่านำออกมาสวมใส่ มันเป็นชุดเกราะเต็มตัวระดับ 3 สาเหตุที่แอนเดอร์สันต้องการสวมใส่มันก็เพราะว่าเขาอยากจะปกปิดตัวตน ไม่ให้คนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับตัวของเขาแส่เข้ามาหาเรื่อง เขาต้องการคัดคนที่ต้องการเล่นงานเขาจริงๆ ในการเดินทางเข้าสู่มิสเทอรี่แอนเดอร์สันคิดว่าการปกปิดของเขาจะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน เขาจึงต้องคัดคนไล่ล่าเพื่อไม่ให้มันวุ่นวายเกินไป


    ก็อกก็อกก็อก


    ประตูห้องอาจารย์วิเอร่าถูกเคาะในช่วงกลางดึก ก่อนจะไปแอนเดอร์สันอยากสอบถามเกี่ยวกับกิจกรรมที่เขาไม่สามารถพลาดได้ 


    “ใคร”


    “อาจารย์ผมแอนเดอร์สันเองครับ”


    “เข้ามาสิ”


    แอนเดอร์สันเข้าไปในห้องอาจารย์ จากการเก็บเอกสารดูเหมือนว่าอาจารย์ใกล้จะเดินทางกลับไปยังห้องตัวเองแล้ว


    “อาจารย์ครับ ถ้าสมมติผมต้องเดินทางไกลหลายเดือนอาจจะถึงครึ่งปี  ผมจะพลาดอะไรสำคัญไปไหมครับ”


    อาจารย์วิเอร่าพอจะได้ยินสถานการณ์ทางฝั่งตระกูลสกอร์เปี้ยนส์มาบ้าง แต่เธอก็สงสัยแอนเดอร์สันที่กำลังบอกว่าจะเดินทางไกล แม้จะใช้เรื่องสมมติเธอก็รับรู้ได้ว่าจะต้องเป็นเขาที่ต้องการออกเดินทาง อย่างไรก็ตามเธอกลับมองเห็นว่าพลังเวทย์ของแอนเดอร์สันหยุดอยู่ที่ 300 ปีเช่นเดิมทั้งที่เธอได้ยินข่าวการปลุกจิตวิญญาณของแอนเดอร์สันหลังจากสืบทอดคำสาปมานับหมื่น


    “นายจะเดินทางไปปลุกจิตวิญญาณที่เหลืออยู่เหรอ” แอนเดอร์สันที่รู้ว่าปกปิดไม่ได้แล้วเขาจึงพยักหน้า เรื่องพรของเขาอีกไม่ช้ามันจะถูกพูดไปทั่วว่าเขามีพรมากกว่า 1 อย่าง ไม่เพียงเท่านั้นเขาคิดว่าข่าวลือจะมากกว่านั้น เขาจะกลายเป็นบุคคลที่ไม่ได้มีเพียงแค่ 2 พร


    “ใช่ครับ ผมกำลังจะเดินทาง พื้นที่มันค่อนข้างไกลมากๆ”


    “กิจกรรมที่เธอกลัวว่าจะขาดสินะ คงเป็นสอบเลื่อนระดับนักเวทย์ในเทอมหน้า หากเธอพลาดอย่าได้คิดเลยว่าการขึ้นปี 2 จะง่ายอีกต่อไป มันจะเป็นตราบาปที่บันทึกเอาไว้ว่านายเป็นพวก ขี้เกียจ”


    “แค่มาให้ทันสอบสินะครับ แล้วเรื่องงานแข่งของเทอมหน้าล่ะครับ”


    “กำหนดการเปลี่ยนไปแล้ว มันจะจัดขึ้นในช่วงปิดเทอม แต่ก็ไม่แน่กำหนดการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”


    “แสดงว่าผมยังมีเวลาสินะ ค่อยโล่งใจหน่อย ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับอาจารย์”


    แอนเดอร์สันโบกมือลาอาจารย์ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็ว อาจาร์ยวิเอร่าที่มองเห็นแอนเดอร์สันนำผ้าคลุมออกมาสวมทับเธอก็รู้ได้เลยว่าเขากำลังจะเดินเข้าไปในมิสเทอรี่


    “หวังว่าจะไม่ตายนะ”


    —---------------------------------


    “พบคนแต่งตัวด้วยชุดสีดำออกมาจากวิทยาลัยอาร์เดลในช่วงกลางดึก”


    เสียงระบบสื่อสารส่งไปในระบบเพื่อพูดคุยกัน กลุ่มคนที่ประจำอยู่ในจุดต่างๆล้วนตื่นตัวกระทันหันพยายามจับตำแหน่งคนปริศนาที่ถูกรายงานเมื่อครู่นี้เพื่อจะตรวจสอบให้รู้ว่าเป็นใคร หน้าที่ของพวกมันคือการจับตามองผู้ที่คิดว่าเป็นแอนเดอร์สันจากนักเรียนมากมายที่เดินเข้าเดินออกวิทยาลัยแห่งนี้


    “ไม่ทัน เขาเร็วมาก ต้องให้กลุ่มคนที่อยู่ในสถานีโคเวียเป็นคนตรวจสอบ”


    ร่างในชุดคลุมสีดำพุ่งผ่านหน้าเหล่าคนที่จับตามองไปอย่างรวดเร็ว ต่อให้จะพยายามไล่ตามด้วยพลังเวทย์สี่ร้อยปีของพวกมันไม่มากพอที่จะตามเป้าหมาย จึงทำได้เพียงแค่รอให้คนที่อยู่ด้านในสถานีโคเวียติดต่อกลับมา


    ตุบ!


    “หวังว่าจะได้ตั๋วเป็นกอบเป็นกำนะ”


    แอนเดอร์สันสั่นไปทั้งตัวเล็กน้อย เมื่อนึกถึงตั๋วที่เขาจะได้รับถึงตอนนี้เวทมนตร์และอุปกรณ์หลายอย่างในระบบมันจะมีระดับเพียงแค่ 6 เขาเชื่อว่าในอนาคตมันจะกลายเป็นสุดยอดระบบที่จะช่วยเขา เวทย์ระดับ 6 จะไม่ใช่เวทย์สูงสุดอีกต่อไป มันจะมีเวทย์ระดับ 7 และ 8 หรือไม่ก็สูงกว่าปรากฎออกมา เพียงแค่เขาก้าวข้ามนักเวทย์ 300 ปีไปให้ได้ตัวของเขาก็จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในระดับแนวหน้าของสหพันธ์อย่างแน่นอน


    ตุบ!


    สองเท้าเหยียบลงบนพื้นกระจกเรืองแสง พลางมองออกไปรอบข้างด้วยใบหน้าตื่นเต้นดีใจ ภาพของสถานีโคเวียยังคงเป็นภาพเดิมไม่เปลี่ยนไปจากครั้งก่อนที่เดินทางมา ถึงตอนนี้มันจะเป็นเวลามืดค่ำไปแล้วก็ตาม


    [แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 8]


    แอนเดอร์สันมองไปยังชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับสะพานข้ามมิติ ด้วยการมองจ้องมายังแอนเดอร์สันนี้ทำให้เขารู้ว่าตัวของมันกำลังใช้เวทย์ตรวจสอบเขา จนรู้ว่าชายที่อยู่ในชุดเกราะลายพรางปิดทับด้วยผ้าคลุมคือเขา


    “เรียกเพื่อนของแกมาสิ”


    แอนเดอร์สันกล่าวอย่างท้าทาย ก่อนจะพุ่งออกไปจากสะพานข้ามมิติ ทันใดนั้นอันตรายก็พุ่งสูงถึงระดับ 41 ส่งผลให้แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้าง เพียงแค่การปรากฎตัวของเขาก็ทำให้นักฆ่าหลายคนทำงานจนอันตรายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ


    แอนเดอร์สันไม่ตื่นตระหนกตกใจกับการแจ้งเตือนถึงอันตรายเลยทำเพียงพุ่งออกไปจากสถานีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ปลุกจิตวิญญาณฉายามีดผสาน ซึ่งมันเป็นฉายาที่เขาไม่เคยใช้งานเลยทั้งๆที่คิดว่าจะซื้อมาใช้งานต่อสู้ระยะประชิด คนที่เขาเจอตลอดกลับเป็นนักเวทย์ระดับสูง จนเข้าประชิดไม่ได้


    ตุบ!


    แอนเดอร์สันหยุดยืนอยู่หน้าประตูทางออกของสถานีโคเวีย ทำให้นักฆ่าที่ตามมาหยุดเท้าลงเพราะไม่เข้าใจว่าแอนเดอร์สันกำลังจะทำอะไร อย่างไรก็ตามเมื่อทุกคนสัมผัสได้ถึงมานาของแอนเดอร์สันบนใบหน้าของพวกมันก็เริ่มปรากฎความสงสัยในทันที


    “ทำไมมันยังเป็นนักเวทย์ 300 ปีอยู่อีกล่ะ ไม่ใช่ว่ามันปลุกจิตวิญญาณแล้วเหรอ”


    เมื่อ 20 วันก่อนทุกคนได้รับรู้ถึงการลอบสังหารแอนเดอร์สันหลังจากปลุกจิตวิญญาณในเขต 4  แต่หลังจากเขาปรากฎตัวหลังจากอยู่ในวิทยาลัยมาเป็นเวลานานนี้ พลังเวทย์ของแอนเดอร์สันกลับหยุดอยู่ที่ 300 ปีเช่นเดิม ส่งผลให้ทุกคนเกิดความสงสัยและเกิดความระมัดระวังตัวที่สูงขึ้น เนื่องจาก 20 วันที่ผ่านมาทุกคนรู้ว่าแอนเดอร์สันไม่ได้แค่หลบอยู่ในวิทยาลัยแน่นอน เขาจะต้องทำบางอย่างกับคำสาปที่ได้มาเพื่อยกระดับให้มันสูงขึ้น จนเขากล้าที่จะเดินทางในมิสเทอรี่คนเดียว


    “เฮ่ย ทำไมมันยังเป็นนักเวทย์ 300 ปี มันปกปิดหรือเปล่า”


    นักฆ่าเริ่มมารวมตัวกันจนระบบเพิ่มระดับอันตรายให้สูงมากยิ่งขึ้น แอนเดอร์สันที่กำลังยืนรอพวกมันหลังจากเขาใช้เวทย์สายลมเสริมความเร็วระดับ 8 มาจากวิทยาลัย เขาก็คอยดูท่าทีของพวกมันทุกคน กระทั่งมีหนึ่งในนักเวทย์พูดด้วยท่าทางตื่นตระหนกเขาก็ฉีกยิ้มหน้าบานเมื่อการหลอกล่อให้มีนักเวทย์มากมายที่เข้าร่วมกับพี่ชายไปฆ่าตัวเองในการเดินทาง ล่อลวงสำเร็จแล้ว


    “ฉันตรวจสอบด้วยเวทย์ตรวจสอบแล้ว เขาไม่ได้ใช้เวทย์ปกปิด แต่เขายังคงเป็นนักเวทย์ 300 ปีเช่นเดิม ”


    “หรือว่าเขาจะมีพรมากกว่า 1”


    “พรมากกว่าหนึ่งอย่างนั้นเหรอ งั้นก็หมายความว่าเขากำลังจะเดินทางไปปลุกจิตวิญญาณอีกอัน แล้วพรนั้นคืออะไรล่ะ”


    “ไม่รู้” คนที่ใช้เวทย์ตรวจสอบไม่สามารถรู้ถึงพรของคนอื่นได้ มีทางเดียวที่จะรู้พรของคนอื่นคือให้เจ้าของบอกหรือไม่ก็เดินทางไปยังโบสถ์เพื่อให้บาทหลวงช่วยแสดงมันออกมา ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็ได้พุ่งออกไปจากสถานีโคเวียด้วยความเร็วสูงจนทุกคนตกใจตื่นกับความเร็วแอนเดอร์สันที่วิ่งหายออกจากเมืองแล้วถูกความมืดในตอนกลางคืนกลืนกินจนหายไป


    [แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 510 ใบ]


    เสียงแจ้งเตือนทำให้แอนเดอร์สันรู้ว่าเขาได้ตั๋วชุดแรกจากการวิ่งหนีแล้ว ดังนั้นเขาจึงพุ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังกลับไปยังจุดเดิม จุดที่นักฆ่ามากมายกำลังตกใจตื่นและหวาดกลัวไม่กล้าไล่ตามกลัวแอนเดอร์สันจะวางกับดัก


    “พวกแกไม่ไล่ล่าฉันล่ะ”


    เพียงประโยคเดียวทำให้นักฆ่าระวังตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยความเร็วของแอนเดอร์สันเมื่อครู่นี้สูงกว่าพวกมันไปมาก อย่างไรก็ตามการที่แอนเดอร์สันยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่ไปไหน ทำให้นักเวทย์หลายคนพยายามตรวจสอบเวทมนตร์ที่แอนเดอร์สันใช้กลัวว่าเมื่อครู่ที่แอนเดอร์สันหายไปจะเป็นเพราะคำสาป การที่นักเวทย์ 300 ปีจะมีความเร็วมากกว่าพวกเขาคงเป็นไปไม่ได้


    พรึ่บ!


    แอนเดอร์สันออกวิ่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาใช้ความเร็วเท่านักเวทย์ 300 ปี เหล่านักฆ่าที่มองเห็นแอนเดอร์สันวิ่งออกไปด้วยความเร็วคงที่พวกมันก็ได้ให้ผู้ใช้เวทย์แสงร่ายเวทย์ใส่หน้าประตูทางออกของสถานี กลัวว่าแอนเดอร์สันจะทิ้งคำสาปเอาไว้ ทันใดนั้นก็ได้มีไอมานาสีดำลอยออกมาจากพื้นดินแล้วสลายไป ทำให้ทุกคนโล่งใจเมื่อรู้ว่าการหายไปของแอนเดอร์สันก่อนหน้าเป็นเพราะคำสาปที่เขาใช้ใส่พื้นหน้าทางออก


    “ตามไปฆ่ามันซะ เราต้องฆ่ามันให้ได้”


    หลังจากเรียกความมั่นใจกลับมาได้นักฆ่าจำนวน 500 คนได้วิ่งเกาะกลุ่มกันไล่ตามแอนเดอร์สันไปอย่างรวดเร็ว ในกลุ่มของพวกเขามีนักเวทย์ธาตุแสงและผู้ถอนคำสาปเพื่อใช้ต้านทานคำสาปของแอนเดอร์สัน หลังจากนักฆ่ากลุ่มใหญ่วิ่งออกไปจากเมืองนี้เองนั้น กลุ่มคนที่มีหน้าที่ส่งข่าวก็ได้ส่งข้อมูลจากการวิเคราะห์ของเหล่านักฆ่ากลับไปยังฝั่งของสหพันธ์ในทันที



     





    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน