ในโลกเทพนภา เวทมนต์คือสิ่งสำคัญไม่ว่าใครเกิดมาต่างก็มีพลังเวทอยู่ในตัวไม่มากก็น้อย พวกเขามักใช้เวทมนต์เพื่ออำนวยความสะดวก ผู้ที่มีพลังเวทในตัวน้อยส่วนใหญ่จะเป็ได้แค่กรรมกร ก่อสร้างและอื่นๆอีกมากมาย ส่วนผู้ที่มีพลังเวทในตัวสูงจะได้รับการยกย่องและได้เป็ขุนนางชั้นสูง
เมืองนครบันเป็นเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งและจำนวนคนที่ผ่านในแต่ละวันไม่น้อยเพราะเป็นเมืองทางผ่านไปยังเมืองอื่นๆ ผู้คนมากมายทั้ง พ่อค้า แม่ค้า นักเดินทางหรือนักแสวงบุญต่างก็มาหาซื้อของหายากในเมืองนี้ เพราะเป็นศูนย์รวมของแปลกมากมาย
ในตรอกเล็กๆมีชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมและมีฮูดปิดหัวเอาไว้ เขามีชื่อว่าเอก เคยเป็นลูกของตระกูลขุนนางที่มีชื่อเสียง แต่เขาถูกไล่ออกมาตั้งแต่เมื่อ 1 ปีก่อน เหตุผลเพราะเขาเกิดมาไม่มีพลังเวทในตัวแม้แต่นิดเดียว ทำให้ผู้อาวุโสในตระกูลต่างคิดว่าเขาเป็นตัวซวยที่เกิดมาอาจทำให้ตระกูลต้องย่อยยับและพังพินาศได้
"บ้าจริง...ทำไมพระเจ้าถึงทอดทิ้งผม"
ชายหนุ่มอายุ 20 ปีบ่นพึมพำคนเดียว เขาเอาแต่โทษพระเจ้าที่ทำให้เขามีชีวิตที่เลวร้าย
ในวันนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวนมีเมฆหนามืดและมีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ อีกเพียงไม่นานฝนก็คงจะต้องตกเป็นแน่
จ๊อก--
เสียงท้องร้องอันหิวโหยทวงถามถึงอาหาร เอกลูบท้องตัวเองอย่างแผ่วเบา ทุกๆวันเขาต้องกินเศษขนมปังและขุดคุ้ยขยะเพื่อให้รอดชีวิตไปวันๆ รูปร่างซูบผอมเหมือนคนอดอยากดูแล้วเหมือนไม่มีแรงจะเดินได้
ในเมื่อเขาไม่มีพลังเวทจึงไม่มีใครรับเข้าทำงาน เพราะในโลกนี้เวทมนต์คือทุกอย่างหากไม่มีพลังเวทก็ทำอะไรไม่ได้ มีเพียงแรงกายเลยไม่มีใครยอมรับ และมีแต่คนรังเกียจว่าเขาเป็นตัวซวยหากรับเข้าทำงานอาจทำให้เกิดหายนะได้
เสียงฟ้าโหมกระหน่ำ เริ่มมีเม็ดฝนตกลงมาปรอยๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างไร้เรี่ยวแรงและเดินออกไปที่ถนนหลัก ผู้คนมากมายต่างกลับเข้าที่พักของตน ยามนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่เดินอย่างเดี่ยวดายท่ามกลางสายฝน
ครืดดดด---
แสงกระพริบสว่างจ้าเพียงครู่เดียวก็ตามมาด้วยเสียงร้องของท้องฟ้าดั่งมังกรคำราม ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งประคองตัวเองกับกำแพงไว้และเดินไปที่ถังขยะ
แต่ช่วงวินาทีนั้นพลันเกิดแสงสีขาวขึ้น สายฟ้าพุ่งตรงลงที่หัวของเขาพร้อมกับเสียงดังกัมปนาท แสงสว่างจ้าไปทั่วเมือง ชายหนุ่มสติดับวูบไปในทันทีล้มลงดัง 'ตึง' และแน่นิ่งไป
ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้เขาสลึมสลือและลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง เนื้อตัวมีกลิ่นใหม่อ่อนๆ แต่เม็ดฝนช่วยชำระร่างกายทำให้กลิ่นค่อยๆจางหายไป
เอกนั่งพิงกับกำแพงแล้วใช้มือคว้าเศษขนมปังข้างถังขยะแล้วกินอย่างมูมมาม ในขณะที่เขากำลังกินโดยไม่รู้รสชาตินั้นก็ได้เกิดบางอย่างขึ้น
ม้วนกระดาษเรืองแสงสีเขียวลอยเหนือหน้าเขา มันโผล่มาในอากาศ เมื่อชายหนุ่มลองอ่านตัวหนังสือที่เขียนก็ทำให้เขาเดือดดาล
ภารกิจ I
รับประทานเศษขนมปัง 10 ชิ้น
รางวัล พละกำลัง +1
"ตลกมากนักเหรอ!!"
ชายหนุ่มตะโกนด่าทอท้องฟ้า เขาสาปแช่งพระเจ้าที่กำลังเล่นตลกกับเขา นี่จะต้องเป็นเวทมนต์ของพระเจ้าแน่ๆเขาคิดเช่นนั้น ทำให้เขาไม่มีพลังเวทแล้วยังมากลั่นแกล้งเช่นนี้อีก ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะให้ตัวเองอย่างน่าสมเพศ
"เอาเถอะยังไงผมก็เป็นขยะอยู่แล้ว อยากเล่นนักก็จัดให้"
เอกจึงคว้าเศษขนมปังแข็งยัดใส่ปาก เพราะอย่างไรเขาก็ต้องกินให้อิ่มท้องอยู่แล้วไม่ได้สนใจว่าจะครบตามที่ภารกิจกำหนดหรือไม่ แต่เขาเองก็สงสัยหากทำตามครบมันจะเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเขากินจนอิ่มท้องก็เหลือบมองกระดาษภารกิจที่ยังคงลอยอยู่ เขาจำได้ว่ากินครบแน่ๆ และไม่ใช่แค่ครบเขากินเกินด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นเองกระดาษภารกิจแตกกระจายเป็นฝุ่นละอองสีเขียว จากนั้นมันก็พุ่งเข้าไปในอกของชายหนุ่ม
"เฮ้ย!!"
เอกตกใจสะดุ้งโหยง เขาลุกขึ้นยืนไม่รู้ตัวแล้วเช็คตัวเองว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ มันอาจจะเป็นคำสาปหรืออะไรก็ได้เขาได้แต่กังวลและใช้มือลูบคลำตัวเองไปมา
"เฮ้อ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตกใจหมดนึกว่าจะตายซะแล้ว"
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้วเขาขมวดคิ้วและเกิดความสงสัย
"ทำไมเรี่ยวแรงถึงได้มากกว่าเดิม แม้จะไม่เยอะแต่ก็รู้สึกได้"
"ปกติเรายืนแทบไม่ไหวเพราะร่างกายขาดสารอาหาร แต่นี่เราสามารถลุกขึ้นยืนได้สบายๆ"
เมื่อพูดกับตัวเองจบ เขาก็พลันนึกไปถึงกระดาษภารกิจและแสงละอองที่ลอยเข้าไปในอกของเขา หากสิ่งที่เขาคิดว่ามันคือเรื่องจริงเช่นนั้นนี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าพระเจ้ากำลังช่วยเหลือเขาใช่หรือไม่
แต่ก็ไม่อาจรู้ได้หากมีภารกิจอีกครั้งเขาก็คิดจะพิสูจว่ามันคือเรื่องจริงและไม่ทันได้คิดจนจบก็ได้เกิดกระดาษแผ่นใหม่ลอยขึ้นมาบนหน้า
ภารกิจ II
สังหารปีศาจแรคคูนสองเขา 5 ตัว
กำหนดระยะเวลา 2 ชั่วโมง
รางวัล ความว่องไว +1 พละกำลัง +1
"แล้วจะเอาอะไรไปสู้ล่ะเนี่ย"
ถึงแม้ปีศาจแรคคูนสองเขา จะเป็นปีศาจอ่อนที่สุดในหมู่ปีศาจ แต่สำหรับเขาที่ไม่มีพลังเวทแล้วจะเอาอะไรไปสู้มันได้ ดีไม่ดีจะโดนมันพุ่งเอาเขาเสียบท้องตายเปล่าๆ อย่างไรก็ตามชายหนุ่มไม่มีทางเลือกหากมันสามารถช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้นก็มีแต่ต้องเสี่ยง
"ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆสินะ เอาเถอะตายเป็นตาย"
เอกที่ไม่มีอะไรจะเสียนอกจากชีวิต หากมันพลิกชีวิตเขาได้ก็ต้องลองดูสักครั้ง เร็วเท่าความคิดชายหนุ่มรีบวิ่งออกไปนอกเมืองทันทีเพราะภารกิจนี้กำหนดเวลา ไม่รู้ว่าหากเวลาหมดจะเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ไม่คิดจะเสี่ยง
และชายหนุ่มยังคิดอีกว่า หากเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นด้วยสิ่งนี้ เขาจะตบหน้าพวกที่ชอบดูถูกเขาให้สิ้นซาก
------------------------------------------------------------